บทที่ 16
แม่ทัพหวง
ทหารเกราะดำท่าทางน่ากลัวยืนอยู่ตามส่วนต่างๆของโรงสุราอย่างเป็ระเบียบ รอบๆเต็มไปด้วยความเงียบสงัดเสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นด้านหน้า
ด้านนอกมืดมิดมีเพียงแสงคบเพลิงอันเบาบางที่ส่องแสงสว่างไสวขึ้น ร่างของชายสวมใส่ชุดเกราะผู้หนึ่งก้าวเดินเข้ามา
เสียงฝีเท้าที่เต็มไปด้วยความหนักแน่น ยามปรากฏกายร่างกายสูงกว่าสองเมตร ร่างกายที่ใหญ่โตและกำยำจนน่าเกรงกลัวนี่มันอะไรกัน
ผู้คนที่อยู่ด้านในร้านต่างพากันตื่นตัว ซูฉีนางเห็นท่าทางที่น่ากลัวของคนผู้นั้นใจของนางยังตกไปถึงตาตุ่ม
“ น่ากลัว..หรือว่านี่คือแม่ทัพหวงจริงๆอย่างงั้นหรอ? ”
“ ใช่ที่ไหนเล่า.. ” กัวฟู่อยู่ข้างกายชี้แจงขึ้น หยุดความคิดของน้องสาวผู้นี้
ซูฉีหันมองพี่ชายต่างสายเืผู้ที่อยู่ข้างกาย “ ไม่ใช่อย่างนั้นหรือเ้าคะ? ”
“ ไม่ใช่ใครบอกว่าคนผู้นี้คือแม่ทัพนี่คือผู้ติดตามคนสนิทของท่านแม่ทัพ ท่านขุนพลสือ ”
“ อ้าว? แล้วผู้ใดภายในเมืองหลวงนินทากันว่าท่านแม่ทัพหวงร่างกายสูงกว่าสองเมตร มีท่าทางน่ากลัวผู้คนมากมายต่างเรียกว่าเป็อสูร ” นางสงสัยเพราะว่าคนส่วนใหญ่ภายในเมืองหลวงก็ต่างกล่าวขานว่าท่านแม่ทัพใหญ่มีรูปลักษณ์แบบนั้น
กัวฟู่ยิ้ม “ ฮ่าๆๆ คนภายในเมืองหลวงก็ต่างพูดกันแบบนั้นแหละ เป็เพราะว่าพวกคนส่วนใหญ่จะมองสลับกันระหว่างท่านเเม่ทัพและก็ท่านขุนพลสือ ”
“ ท่านขุนพลติดตามท่านเเม่ทัพอยู่ไม่ห่าง เขาเป็ผู้ติดตามคนสนิท ในเื่บางเื่ท่านแม่ทัพไม่ออกหน้าเขาก็เป็คนออกหน้า ”
“ จึงทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ล้วนแล้วจดจำผิดคิดว่าท่านขุนพลสือคือท่านแม่ทัพ ” กัวฟู่ชี้แจงเกี่ยวกับเื่ความจริงทั้งหมด
ที่แท้แล้วรูปลักษณ์ที่ผู้คนส่วนใหญ่เรียกกันว่าเป็แม่ทัพก็คือขุนพลนาม สือหยาง ผู้นี้
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่เคยพบเจอหรือไม่เคยเผชิญหน้ากับผู้ที่เป็แม่ทัพจริงๆ หวงเจียวลู่มีบุคลิกแปลกประหลาดส่วนใหญ่อาศัยอยู่ภายในกองทัพไม่ออกเที่ยวเล่น
คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยเห็นใบหน้า หรือราชการบางราชการเื่บางเื่ก็ให้คนสนิทของตนอย่างสือหยางเห็นคนลงมือกระทำ
สือหยางจึงเปรียบเสมือนตัวแทน เมื่อนานวันเข้าคนส่วนใหญ่ที่เดินผ่านไปผ่านมาจึงคิดไปเองว่าคนผู้นี้คือแม่ทัพหวง
ซูฉีคิดในใจ ‘ นั่นสินะภายในนิยายก็ไม่เคยมีคำบรรยายของนักเขียนที่เขียนว่าหวงเจียวลู่นี้มีรูปลักษณ์น่ากลัว ’
‘ รู้สึกว่าภายในนิยายจะบรรยายว่า หวงเจียวลู่เหล่าชาวเมืองต่างพากันพูดกันเป็หลายเสี่ยงว่าเขามีร่างกายสูงสองเมตรมีหน้าตาน่ากลัว นักเขียนเลือกใช้คำบรรยายโดยการบ่งบอกความรู้สึกของผู้คนส่วนใหญ่ ’
‘ นักเขียนไม่ได้บอกถึงรูปลักษณ์ของเเม่ทัพหวงเจียวลู่ที่แท้จริง ’
ซูฉีได้แตกฉานอีกหลายๆอย่าง หลังจากที่เข้ามาในนิยายเื่นี้ความจริงบางเื่ที่นักเขียนทำการอธิบายออกมา บางทีมันอาจจะเป็ความนัยที่แฝงเร้นเอาไว้เพื่อให้นักอ่านตีความเป็แบบอื่น
“ แล้วท่านแม่ทัพหวง… ” ซูฉีจะหันไปถามพี่ต่างสายเืเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของแม่ทัพใหญ่
ทว่า… หันไปยังไม่ทันเอ่ยปากถาม เสียงะโด้านหน้าดังขึ้น “ ท่านแม่ทัพมาแล้ว!!! ”
เสียงกล่าวหนักแน่นทรงพลัง ยามเสียงของหนึ่งในทหารผู้นั้น กองทหารชุดเกราะดำภายในโรงสุราหลายสิบคนยืนตัวตรงราวกับเสาหินกัวฟู่ก็เช่นเดียวกัน
พวกเขาทั้งหมดยืนต้อนรับแม่ทัพที่กำลังจะก้าวเดินเข้ามา บ่งบอกว่าวินัยและกฎระเบียบของพวกเขามีมากขนาดไหน
ตึก!! ตึก!!! ตึก!!! เสียงฝีเท้าดังขึ้น ดังแว่วมาจากด้านนอกเงาของคนผู้หนึ่งก้าวเท้าเข้ามาด้านใน
ซูฉียืนอยู่จ้องมองอย่างไม่กระพริบตา รูปลักษณ์ของผู้ที่ปรากฏกายออกมาคล้ายคลึงเป็ชายหนุ่มผู้หนึ่งมีร่างกายสูงโปร่งสง่างาม สวมใส่เสื้อคลุมขนสีดำสนิท มีผิวสีขาวแววตาเรียบเฉยมุมปากโค้งต่ำ เค้าโครงใบหน้าหล่อเหลาลาวรูปปั้น คิ้วที่ประดับอยู่บนดวงตาเรียวยาวดุจกระบี่ ริมฝีปากของเขาหนากำลังดี แต่ใบหน้าของเขากับราวซ้อนเร้นความรู้สึกเอาไว้
คนผู้นี้มีความสูงไม่ถึงสองเมตร ซูฉี่คาดการณ์จากสายตาส่วนสูงของนางอยู่เพียงแค่หน้าอกของคนผู้นี้ “ คนผู้นี้คือหวงเจียวลู่งั้นรึ? ”
ซูฉีตกตะลึงในความหล่อเหลา ความหล่อเหลานี่มันอะไรกัน? นางััได้ถึงออร่าที่น่าค้นหาปลดปล่อยออกมาจากรอบร่างกาย
บุคลิกท่าทางที่ดูสงบนิ่งเรียบเฉยกลายเป็จุดดึงดูดของชายผู้นี้ไปโดยปริยาย นางไม่คาดคิดมาก่อนเลยผู้ที่ถูกเรียกว่าอสูรผู้เหี้ยมโหดจะเป็คุณชายรูปงาม
ซูฉีตกอยู่ภายในห้วงภวังค์พลันหลุดอุทาน “ หล่อจัง.. ”
“ เอ๊ย!!! ไม่ได้ๆกลับมาก่อนซูฉี ” ซูฉีดึงสติของตนกลับมาได้ยกมือขึ้นมาจับกุมใบหน้า นางปล่อยให้ความหล่อของคนผู้นั้นชักนำจิตใจของตนเองไปได้ชั่วขณะ
หน้าตาแบบนี้ขนาดศิลปินภายในยุคสมัยของนางหรือภายในโลกของนางยังหายากเลย
ซูฉีตั้งสติได้ค่อยๆเงยหน้าของตนขึ้นมามองอีกครั้ง ชุดอาภรณ์ขนสัตว์สีดำขลับเคลื่อนกายเข้ามาราวกับลอยอยู่ หยุดลงเบื้องหน้าของซูฉี
สาวน้อยวัยสิบแปดปีหยุดนิ่งนางมองอย่างไม่กระพริบตา มองคุณชายใบหน้าหล่อเหลาผู้นี้ มองดูจากอายุแล้วคนผู้นี้คงอายุไล่เลี่ยกับท่านพี่กัว แต่เหตุใดจึงมีบุคลิกท่าทางที่ดูสุขุมแล้วก็ดูน่าเกรงขามกว่าเป็ไหนๆ
หวงเจียวลู่หยุดลงเบื้องหน้าถามกับทหารภายในสังกัดของตน ด้วยน้ำเสียงโทนต่ำที่เต็มไปด้วยความสุขุม “ คนรู้จักของเ้าอย่างนั้นหรือ ”
กัวฟู่ยกฝ่ามือของตนขึ้นมาประสานกัน “ ขอรับท่านแม่ทัพ!!!”
“ นางเป็น้องสาวของค่าเดินทางจากเมืองหลวงตอนนี้อาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้ พบเจอกันเมื่อยามกลางวันจึงเดินทางมาพบนางหลังจากที่ไม่เจอกันนานหวังว่าท่านเเม่ทัพจะไม่ถือสา ”
ดวงตาที่เรียบเฉยซ่อนเร้นความรู้สึกมองตรงมาที่ซูฉี ซูฉีภายในใจเต้นรัวทั้งประมาททั้งหวาดกลัว
คนผู้นี้เวลามองใกล้ๆดูเป็คนน่ากลัวไม่น้อย หวงเจียวลู่ใบหน้าหล่อเหลาแต่กลับมีสีหน้าที่ไม่เป็มิตรเลยสักนิด
หวงเจียวลู่ยื่นหน้าของตนเข้ามาใกล้ แววตาคู่นั้นเข้าประชิดใบหน้าของซูฉี ซูฉีถอยนาของตนเองออก คนผู้นั้นพยายามทำอะไรกันแน่
‘ อะไรกันอยู่ๆก็ยื่นหน้าเข้ามา.. แววตาแบบนั้นอีก หวงเจียวลู่เป็พวกโรคจิตอย่างงั้นหรอ ’ แม้คำถามปรากฏขึ้นภายในใจมากมายแต่ไม่สามารถพูดออกไปได้
เพราะถ้าทำการกล่าวออกไปไม่รู้ว่าชะตากรรมของนางจะเป็อย่างไร ศีรษะของนางโดนตัดหรือไม่
ดวงตาของผู้คนภายในโรงสุราจ้องมองเป็ตาเดียว ทุกคนกำลังจับจ้องการกระทำของแม่ทัพที่อยู่เบื้องหน้าอย่างตาไม่กระพริบ
อยู่ๆหวงเจียวลู่กลับกระทำบางอย่างที่ผู้คนไม่คาดคิด เขายื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ๆมากขึ้นอีก ก่อนที่จะใช้จมูกสูดดมใกล้ๆคอของซูฉี
การกระทำของแม่ทัพผู้นี้ทำให้ขนทั่วทั้งร่างกายของซูฉีลุกเป็เกลียว ความรู้สึกหวิวหวิวที่ท้องแทรกแซงเข้ามา
“ ว้าย.. ” ด้วยในางก้าวถอยหลัง ไม่ทันระวังขาสองข้างพันกันร่างกายล้มไปกระแทกกับพื้น
ตู้บ!!!
“ โอ๊ย!!! เจ็บๆๆ ” ซูฉีพึมพำกับตน ดวงตาของนางเหลือบมองขึ้น ภาพที่พบเห็นหวงเจียวลู่ผู้นั้นกำลังแสยะยิ้มบนใบหน้าราวกับในใจมีความคิดบางอย่าง
เห็นรอยยิ้มนั้นในใจของนางรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก เพราะไม่สามารถคาดเดาได้เมื่อคนผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่
‘ อะไรกันหวงเจียวลู่เป็พวกโรคจิตจริงๆอย่างนั้นเหรอ มีคำพูดของเหล่าชาวเมืองหลวงภายในบทนิยายบอกว่าเขามักจะจับสตรีมาทรมานอยู่บ่อยครั้งนิ!!! ’
เมื่อนึกถึงบทนิยายนั้นได้ในใจของนางก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก นางมองตรงไปที่แม่ทัพหวงอย่างไม่กระพริบตา
คนผู้นั้นยังคงแสดงรอยยิ้มก่อนที่จะกล่าวออกมาอย่างแ่เบา “ ข้าชอบกลิ่นกายบนตัวของเ้าจริงๆ…”
ได้ยินคำพูดนั้นใบหน้าของซูฉีถอดสีพลันอุทานในใจ ‘ โรคจิต!!! ’
จบบท
อย่่าลืมกดติดตามให้หน่อยน๊า