ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 134 ลั่วจิ่งเฉินออกความเห็น

            หลานไฉ่เตี๋ยตามชีเหนียงกลับบ้านส่วนทางด้านหลี่ซื่อเมื่อเห็นหลานไฉ่เตี๋ยก็ฉุกคิด ตอนนั้นเขาไม่ได้จัดการสตรีนางนี้ให้เสร็จสิ้นไม่รู้ว่าจะเป็นภัยภายหลังหรือไม่ แต่ตอนกลับเมืองหลวง เขาก็เอาภาพวาดของหลานไฉ่เตี๋ยให้กลุ่มค้ามนุษย์ดูแล้วนี่แล้วยังจ่ายเงินให้พวกเขาขายหลานไฉ่เตี๋ยไปให้ยิ่งไกลยิ่งดี เหตุใดคนพวกนั้นเอาเงินไปแต่กลับคว้าน้ำเหลว ตอนนี้หลานไฉ่เตี๋ยกลับมาคลุกคลีกับลั่วชีเหนียงอีกแล้ว

            ไม่ได้ต้องกำจัดหลานไฉ่เตี๋ยให้ได้

            หลี่ซื่อร้อนตัวตอนนี้สำหรับเขาแล้ว การรับประกันความปลอดภัยของตัวเองต่างหากคือเรื่องสำคัญ

            อันอีเห็นเขากลับมาก็กระสับกระส่ายจึงจงใจแกล้งดื่มสุราเสียงดังแล้วตัดพ้อ

            “วันนี้พี่หลี่ใจไม่ถึงเลยน้องชายอุตส่าห์แนะนำชีเหนียงให้ เจ้ากลับหลบๆ ซ่อนๆ ไม่เปิดเผยเจ้าไม่รู้แล้วว่ามีคนมากมายเท่าใดในอำเภอเฉาที่อยากรู้จักลั่วชีเหนียงโอกาสดีแบบนี้ เหตุใดไม่ยอมคว้าไว้กัน”

            ความขมขื่นในใจของหลี่ซื่อมีหรือจะบอกเขาได้จึงได้แต่กัดฟันกรอด “ก็ข้ารู้ว่าตัวเองไม่คู่ควรนี่นาไหนเลยจะกล้าเข้าหา”

            หลังจากอธิบายจบเขาก็กลอกตา “สหาย วันนี้สาวน้อยที่มาหาชีเหนียงเจ้ารู้จักหรือไม่?”

            อันอีเห็นเขาถามถึงหลานไฉ่เตี๋ยในฐานะผู้รอบรู้ของหลี่ซื่อ ย่อมไม่รู้จักหลานไฉ่เตี๋ยแต่ในฐานะหัวหน้าหน่วยชื่อเซียว เขาคุ้นเคยหลานไฉ่เตี๋ยเป็นอย่างดี

            “รู้จักไหมไม่สำคัญผู้รอบรู้ ขอเพียงมีเงิน ไม่ว่าใครก็รู้จักทั้งนั้น”

            หลี่ซื่อได้ยินคำพูดของเขาก็รู้ว่าเขากำลังคิดหาทางล้วงเอาเงินจากตนเองอีกแล้วทว่าครั้งนี้เขายินดีให้

            “สาวน้อยคนนั้นข้าว่าไม่เลว หากน้องชายพานางกลับมาได้ พี่ชายอย่างข้าย่อมซาบซึ้งอย่างหาไม่ได้…” หลี่ซื่อจงใจพูดให้ดูคลั่งไคล้เพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายรู้ว่า หากทำสำเร็จ ต้องตอบแทนอย่างงามแน่

            อันอีชั่งน้ำหนักเงินในมือและหัวเราะคิกคัก “พี่หลี่นี่เกรงใจกันจริงๆสาวน้อยคนนั้นเข้าตาท่านในครั้งแรกที่เจอเลยหรือ? ดูจากการแต่งตัวคงอ่อนเยาว์กว่าลั่วชีเหนียงสักหน่อย แต่ไม่ได้รวยเท่านางนี่นา?”

            หลี่ซื่อยิ้มอย่างชั่วร้าย “น้องชายคงไม่รู้สตรีที่อ่อนเยาว์ เวลามีอะไรด้วยถึงจะรื่นเริงกว่า!”

            “หา…ฮ่าๆๆ!”

            สายตาของคนทั้งสองสื่อสารความใจตรงกันของผู้ชายจากนั้นก็หัวเราะออกมาโดยไม่ต้องก็เข้าใจกัน

            ตกดึกคืนนั้นชีเหนียงก็รู้แผนการของหลี่ซื่อจากปากของอันอี

            “ช่างหน้าไม่อาย! เขาคิดจะฆ่าปิดปากหลานไฉ่เตี๋ย”

            ชีเหนียงมีหรือจะคาดเดาความคิดหลี่ซื่อไม่ได้เดิมทียังคิดจะรอให้แน่ใจ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว เรื่องคดีฆาตกรรมโรงชานมในตอนนั้นจะต้องเป็นความคิดของหลี่ซื่อคนนี้แน่นอน

            “ฮูหยินมีความเห็นอย่างไรขอรับ?”

            “เจ้ามีวิธีทำให้เขาคายความจริงออกมาหรือไม่?”

            อันอีพยักหน้าเล็กน้อย “มีขอรับ”

            “เช่นนั้นก็ไม่ต้องรอแล้วทำให้เขาคายความจริงออกมาให้ได้มากที่สุดเสียข้าอยากรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอำเภอเฉาเหล่านี้มีกี่เรื่องที่มาจากฝีมือของจี้ฉงเหวิน” นางอยากจดบันทึกไว้ให้หมด

            พูดจบชีเหนียงก็มองดูท้องฟ้าข้างนอก “ข้ารู้ว่าขอบเขตความสามารถของพวกเจ้ายิ่งใหญ่นักสถานการณ์ทางเรือนพักผ่อนเล่าเป็นอย่างไรบ้าง?”

            หลายวันก่อนเถ้าแก่ฝางพาคนมาโวยวายอยากเจอชีเหนียงที่ตีนเขาเรือนพักผ่อน จากนั้นก็ส่งคนมาก่อกวนที่ตีนเขาไม่เว้นวันหากไม่ใช่ทำลายแผงร้านค้า ก็จงใจบอกว่าอาหารของเรือนพักผ่อนแห่งนี้มีปัญหาแม้ว่าคนที่มาเรือนพักผ่อนจะค่อนข้างเชื่อถือที่นี่แต่ก็ทนไม่ได้ที่เวลามาเที่ยวเล่นจะต้องเจอคนมาก่อปัญหาทุกรอบ นานวันเข้า คนที่มาเยือนเรือนพักผ่อนจึงน้อยลงทุกวัน

            เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้สิงเหล่าซื่อจึงออกความเห็นว่าควรใช้วิธีแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันพวกเขากล้ามาหาเรื่องถึงที่ เช่นนั้นก็ต้องหาทางเอาคืน เมื่อแข่งกันเรื่องอาละวาดคนกลุ่มใดบ้างที่จะชำนาญไปกว่าพวกเขา แต่โจวย่าอวิ๋นไม่เห็นด้วย

            “ที่คนเหล่านี้กล้าทำย่อมต้องไม่หวาดกลัว เราห้ามตกหลุมพรางเด็ดขาด” สำหรับเบื้องลึกของเรือนพักผ่อนแม้ว่าชีเหนียงจะไม่เคยบอกกับเขา แต่พอรู้จักกับคนที่นี่นานขึ้น จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบเห็นถึงความไม่ปกติบ้างคนที่เคยเป็นโจร แม้ว่าจะปกปิดตัวตนความเป็นโจรอย่างไร แต่เวลาเผชิญกับเรื่องราวก็มักจะเปิดเผยตัวตนออกมา

            และด้วยการคาดเดานี้แม้โจวย่าอวิ๋นจะรู้ว่านี่คือความคิดที่ดี แต่กลับไม่ยอมอนุญาตให้พวกเขาทำ เพราะกลัวว่าจะมีหลุมพรางอันตรายกว่าอยู่

            “เจ้ามันพวกรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนแข็งแกร่งข้าจะบอกเจ้าให้ เจ้าโจวย่าอวิ๋นกลัว แต่ข้าสิงเหล่าซื่อไม่กลัว เรื่องเรือนพักผ่อนแห่งนี้ข้ารู้ดีที่สุด คนเหล่านี้ดูหมิ่นเรา ไม่อยากให้ข้ามีหนทางใช้ชีวิตแล้วข้าจะปล่อยพวกเขาทำตามอำเภอใจได้หรือ! นั่นคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด”

            สิงเหล่าซื่อโพล่งออกมาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดที่ผ่านมาพี่น้องในเรือนพักผ่อนอันหยางนิสัยสุขุมกว่าเดิมขึ้นมาก กระทั่งมีหลายคนที่เริ่มมีครอบครัวภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้มาจากเรือนพักผ่อนอันหยางเขาจะยอมให้คนมาทำลายที่นี่ไม่ได้

            “ข้ารู้ว่าเจ้ากลัวว่าชีวิตของพี่น้องและสหายจะเปลี่ยนไปตอนนี้ข้ารายงานเรื่องนี้กับนายหญิงแล้ว รอเพียงนายหญิงตอบกลับ เจ้าต้องรู้ไว้ว่านี่ไม่ใช่แค่เลือดเนื้อหยาดเหงื่อของเจ้า แต่เป็นเลือดเนื้อหยาดเหงื่อของนายหญิงด้วยแม้ว่านายหญิงจะเป็นสตรี แต่กลับไม่ได้ด้อยกว่าบุรุษเลย หากนางรู้เรื่องนี้ จะต้องหาหนทางแก้ไขปัญหาได้แน่”

            เมื่อเลี่ยงไม่ได้โจวย่าอวิ๋นจึงต้องอ้างชีเหนียงมาเพื่อข่มขวัญสิงเหล่าซื่อดีที่สิงเหล่าซื่อไม่ได้ถูกความโกรธครอบงำสติจนเลอะเลือนเมื่อได้ยินชื่อของลั่วชีเหนียง จิตใจก็สงบลง แต่โจวย่าอวิ๋นรู้ว่านี่เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หากนายหญิงยังไม่หาทางสักที เกรงว่าสิงเหล่าซื่อคงสะกดกลั้นไม่อยู่เป็นแน่

            .…..

            ด้านเฉียงจื่อไม่ง่ายดายกว่าจะหาลั่วจิ่งเฉินกับลั่วจิ่งซีพบ เขาที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยโอบแขนของสองพี่น้องก่อนจะเริ่มร้องไห้โอดครวญ

            “คุณชายใหญ่คุณชายรอง ในที่สุดข้าก็เจอพวกท่าน! ข้าช่างน่าอนาถเหลือเกิน!”

            ตอนที่มาถึงเขาไม่รู้สถานที่พำนักของชีเหนียง จึงได้แต่สอบถามโรงเตี๊ยมต่างๆใครจะรู้ว่าใช้เวลาสืบหลายวันก็ยังไม่มีวี่แววของชีเหนียงต่อมานึกได้ว่าคุณชายใหญ่กำลังเตรียมสอบ จึงไปสืบในสถานที่ที่มีบัณฑิตเยอะ จนมีคนคิดว่าเขาคือบ่าวรับใช้ของตระกูลใดสักตระกูลที่มาสืบคำตอบจึงแกล้งหลอกเอาเงินเขา ต่อมาพบว่าเขาไม่มีเงินติดตัวจึงขายเขาไปเป็นลูกจ้างในตลาดมืด

            หากมิใช่เพราะเฉียงจื่อสังเกตเห็นความผิดปกติเกรงว่าตอนนี้คงยังต้องทำงานในตลาดมืดโดยไม่รู้วันรู้คืนดีที่สวรรค์ไม่ทอดทิ้งคนดี ตอนที่เขาหนีออกมา มองเห็นคนคล้ายลั่วจิ่งเฉินจึงรีบวิ่งตามหลังมา

            “เจ้ากินช้าๆหน่อย!”

            มองดูเฉียงจื่อที่กินข้าวไปสิบถ้วยกระทั่งลั่วจิ่งซีที่กินเก่งก็ยังอดไม่ได้ที่จะบอกให้เขากินช้าลงหน่อย

            “เอ๊ะ! ฮูหยินไปแล้วหรือ? แล้วนี่จะทำอย่างไรดี?”

            เฉียงจื่อคิดไม่ถึงว่าตนเองเสียเวลาที่นี่นานเพียงนี้เช่นนั้นเรือนพักผ่อนจะทำอย่างไร?

            ลั่วจิ่งเฉินปลอบเขา “แม้ว่าท่านแม่จะไปแล้วแต่เรายังอยู่ คนเหล่านั้นผิวเผินเหมือนอยากจะมาร่วมงานแต่ความเป็นจริงแค่อยากเจอท่านแม่ พวกเขาเป็นคนค้าขายการเจรจาการค้าสามารถเข้าใจได้ แต่ตอนนี้การกระทำการสวนทาง คิดว่าคงมีคนอยากเล่นงานท่านแม่”

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367