สาวงามทั้ง 2 ไม่ได้เคลื่อนที่ไปไหน แต่เฉินเซี่ยง กลับรับรู้ถึงจิตสังหารมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากพวกนาง ดวงตาที่สมบูรณ์แบบของพวกนางหลี่ลงด้วยความโกรธแต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง พวกนางไม่สามารถหันหน้ามาได้
“แม่นาง ท..ท...ท่าน..ไม่หนาวรึ? ทำไมท่านถึงไม่ใส่เสื้อผ้าข้ารู้สึกว่าข้าหนาวนะขนาดข้ายืนอยู่ตรงนี้” เฉินเซี่ยงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี เขาจึงถามนางไปแบบนั้น
ทันใดนั้น ด้วยใบหน้าที่เ็าราวกับน้ำแข็งนางกล่าว “ถ้าเ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียวข้าจะให้เ้ารับลิ้มรสประสบการณ์อันเ็ปที่กัดกร่อนไปจนถึงกระดูกกระทั่งเ้าปรารถนาที่จะตายมากกว่ามีชีวิต”
แม้ว่าเสียงที่ที่นางพูดออกมาจะแ่เบาราวกับไร้ตัวตนแต่มันกลับสมบูรณ์แบบเสียงของนางนั้นไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก การคงอยู่ของนางทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนาวเหน็บดวงตาของนางเต็มไปด้วยประกายแห่งความเ็าเผยให้เห็นความไม่เป็มิตร
“เ้าหนู ถ้าเ้ากล้าเข้ามาใกล้กว่านี้ ข้าทำให้เ้าเสียใจที่เกิดมาบนโลกใบนี้” สาวงามอีกนางหนึ่งพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำเสียงของนางไพเราะเสนาะหู ชวนหลงใหล แทรกซึมเข้าไปถึงจิติญญา ความงามของนางช่างทรงเสน่ห์ราวกับผลงานชิ้นเอกจาก์ที่ทำให้ทุกคนต้องหันมอง
ต่อหน้าสองสาวผู้งดงามเช่นนี้ มันช่างเย้ายวนกิเลสยิ่งนักแม้ว่าเขาไม่เคยเรียกตัวเองว่าเป็สุภาพบุรุษ แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ถึงพวกนางเองก็ไม่สามารถเคลื่อนไหวใดๆได้ แต่เขาก็ย่อมไม่เอาเปรียบพวกนางแต่อย่างใด
เฉินเซี่ยงทำใจให้เย็นลงแล้วพูดอย่างสุภาพว่า“แม่นางนี่...ไม่ใช่ความตั้งใจของข้า ข้าแค่พยายามเก็บสมุนไพรบนหน้าผานั่น แต่พอหน้าผามันเริ่มสั่นไหวข้าเองก็หล่นลงมายังเบื้องล่างแห่งนี่ โชคดีที่ข้ายังมีชีวิตอยู่”
ขณะกำลังพูดเฉินเซี่ยงแกะชุดคลุม 2 ตัวออกจากห่อและเดินไปยัง2 สาว เขาสังเกตุเห็นว่านางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ โดยปกติแล้ว เพื่อที่จะให้เขาไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเขาตัดสินใจที่จะคลุมร่างกายเปลือยเปล่าของพวกนางไว้เป็อันดับแรก
ตอนนี้...เฉินเซี่ยงอยู่ใกล้พวกนางมากและมันก็ช่วยไม่ได้ที่สายตาของเขาจะเหลือบมองไปยังอาหารอันโอชะที่อยู่บนร่างกายอันเป็วิจิตรบรรจงของพวกนางสาวงามทั้ง 2 ทำได้เพียงปิดตาและอดทนต่อสายตาที่เร่าร้อนของเฉินเซี่ยง ขณะที่เขาจ้องมองร่างกายของพวกนาง!
ถึงแม้ร่างกายของพวกนางจะสั่นเทา แต่กลับแผ่จิตสังหารอันเยือกเย็นที่สามารถแช่แข็งไปถึงกระดูกออกมาได้อย่างน่าแปลกใจจึงทำให้เฉินเซี่ยงสั่นสะท้านไปด้วยความกลัว
ทั่วทั้งร่างกายเฉินเซี่ยงถูกปกคลุมไปด้วยเหงื่อเย็นเยียบและรู้สึกกังวลใจเล็กน้อยขณะที่เขาพยายามจะคลุมร่างกายที่เย็นเยียบของนาง
ฮึ่ม!
การกระทำนั้นทำให้หญิงสาวเปลี่ยนเป็เห็นคุณค่าบางอย่างของเฉินเซี่ยงพร้อมกับท่าทางของนางก็ดีขึ้นเล็กน้อย และท้ายที่สุดนางจิตสังหารของนางก็พลันหายไป
เฉินเซี่ยงมาถึงด้านข้างของสาวงามและเห็นว่านางยิ้มให้เขาเล็กน้อยซึ่งนั่นทำให้บนใบหน้าของเฉินเซี่ยงแดงเถือกขึ้น เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อทำให้ใจเขาเย็นลงและข่มใจให้ทำเพียงแค่คลุมเสื้อให้นางเท่านั้น
การกระทำนี้ทำให้ 2 สาวรู้สึกขอบคุณเล็กน้อยจากหัวใจนอกจากนี้พวกนางยังรู้สึกผิดเล็กน้อยเนื่องจากนางเพิ่งจะข่มขู่เขา นอกจากนั้นพวกนางยังมีส่วนรับผิดชอบกับเื่ที่หน้าผาสั่นะเืถ้าไม่ใช่เพราะโชคของเฉินเซี่ยง บางทีเขาอาจจะตกตายไปแล้ว
2 สาวผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อยเพราะเฉินเซี่ยงไม่ได้ทำอะไรสกปรกๆกับพวกนาง ทำให้พวกนางมองเขาในทางที่ดีขึ้นเล็กน้อย เพราะยังไงแล้วพวกนางย่อมกระจ่างรู้อยู่แล้วว่าต้องใช้ความแข็งแกร่งเท่าใดที่บุรุษจะสามารถอดทนต่อสิ่งยั่วเย้าเหล่านี้ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งร่างกายเฉกเช่นพวกนาง
“แม่นางทั้งสอง พวกท่านอยู่ที่นี่มานานเท่าใดแล้ว? ท่านสามารถบอกวิธีออกไปจากที่นี่แก่ข้าได้หรือไม่? ข้าไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้ตลอดชีวิตข้ามีธุระที่สำคัญมากต้องจัดการ! “เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยความขุ่นมัว
หญิงสาวทรงเสน่ห์พร้อมกับรอยยิ้มชวนหลงใหลได้กล่าวออกมาอย่างนุ่มนวล“หนุ่มน้อยข้าสังเกตเห็นว่าเ้าไม่มีเส้นชีพจริญญา และชั่วชีวิตนี้ เ้าจะไม่สามารถเป็นักสู้ที่แข็งแกร่งได้!แต่ข้าสามารถมอบ ‘สุดยอดเส้นชีพจรหยางศักดิ์สิทธิ์’ เป็ของขวัญแก่เ้าได้นอกจากนี้ข้ายังสามารถสอนวิธีฝึกฝน ‘ทักษะศักดิ์สิทธิ์’ ที่น่าเกรงขามพร้อมทั้งสอนการปรุงยาแก่เ้า เช่นนั้นเ้าจะสามารถสกัดกลั่นเม็ดยาเ่าั้ได้ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้เ้ากลายเป็นักสู้ที่น่าหวาดหวั่น แต่ข้ามีเงื่อนไขเพียง 1 อย่าง”
หญิงสาวทรงเสน่ห์กะพริบตายั่วยวนมายังเฉินเซี่ยงซึ่งทำให้แรงปรารถนาของเฉินเซี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไม่เพียงเท่านั้นคำกล่าวของนางยังทำให้เขาใอีกด้วยแต่ถึงอย่างนั้น เขากลับรู้สึกถึงบางอย่างที่คลุมเครือ เห็นได้ชัดว่า 2 สาวแข็งแกร่งเป็อย่างมากพวกนางาเ็ทั้งยังไม่อาจเคลื่อนไหวได้ นางจะสามารถช่วยผู้อื่นได้อย่างไร?
หญิงสาวอีกทางด้านหนึ่งที่มีดวงตาสาดประกายความเ็าก็ได้กล่าวออกมา“เ้าหนู!ข้าจะให้สุดยอดเส้นชีพจรหยินศักดิ์สิทธิ์แก่เ้า และสอนวิธีฝึกฝนทักษะปีศาจให้เ้า!ทักษะปีศาจของข้าไม่ได้แตกต่างกับทักษะศักดิ์ของศิษย์น้องของข้า!” นางจ้องมองไปในดวงตาของเฉินเซี่ยง“พวกเราไม่ได้โกหกเ้าแต่จะเชื่อหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับเ้า”
ร่างกายของเฉินเซี่ยงแข็งค้าง เฉพาะอัจฉริยะเท่านั้นที่จะเกิดมาพร้อมกับ‘เส้นชีพจริญญาระดับสูง’ แต่เหนือกว่า‘เส้นชีพจริญญาระดับสูง’ คือ‘เส้นชีพจรลึกล้ำ’ ถัดจาก‘เส้นชีพจรลึกล้ำ’ คือ‘เส้นชีพจร์’ และที่เหนือขึ้นไปอีกคือ‘เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์’ การมีอยู่ของ‘เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์’ เกือบจะใกล้เคียงกับการต่อต้าน์
“นี่..สมองพวกท่านได้รับการกระทบกระเทือนจากหินที่ร่วงลงมารึเปล่า? อย่ามาปั่นหัวข้าเล่นได้หรือไม่ข้าไม่ได้มีเวลามีพูดคุยเื่ไร้สาระกับพวกท่านหรอกนะ!” แม้ว่าเฉินเซี่ยง จะพลันตกตะลึงอยู่ชั่วขณะ แต่เขาก็ยังไม่สามารถปักใจเชื่อพวกนาง
“ถ้าเ้าได้รับมัน การที่เ้าจะกลายเป็นักสู้
ที่น่าเกรงขามก็จะไม่ยากอีกต่อไป เพียงแต่เ้าต้องช่วยพวกเราฟื้นฟูความแข็งแกร่ง” สาวงามทรงเสน่ห์กล่าวให้เฉินเซี่ยงตระหนักถึงเื่สำคัญ
สาวงามเ็ากล่าว “พวกเราถูกจู่โจมโดยศัตรูคนหนึ่งแล้วพวกเราก็าเ็มาก ตอนนี้พวกเราไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ พวกเราจึงสูญเสียความแข็งแกร่งก่อนหน้านี้นอกจากนี้สัตว์อสูรยังแฝงตัวอยู่รอบๆ ดังนั้นพวกเราต้องออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด”
เส้นเอ็น กระดูก ตันเถียน และอวัยวะภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงอาจกล่าวได้ว่าถูกทำลาย สิ่งนี้เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้กับศัตรูผู้หนึ่งซึ่งสั่นะเืพื้นดินและูเาสิ่งนี้ทำให้เฉินเซี่ยงขนลุก
การมาถึงของเฉินเซี่ยงคือโอกาสดีสำหรับพวกนางที่จะได้ออกไปจากสถานที่แห่งนี้พวกนางรู้ว่าสถานที่แห่งที่แห่งนี้ถูกก่อกวนโดยสัตว์อสูรอยู่บ่อยครั้ง ขณะที่พวกนางไม่สามารถป้องกันตนเองได้พวกนางคงจบลงด้วยการเป็อาหารของสัตว์อสูรพวกนี้ได้ทุกเวลา
“เ้าต้องเชื่อพวกเรา ไม่เช่นนั้น เ้าจะไม่สามารถปีนกลับออกไปจากที่นี่ได้ตลอดชีวิตของเ้า” สาวงามทรงเสน่ห์กล่าวอย่างจริงจัง
เฉินเซี่ยงประสบกับ่เวลาที่ยากลำบากในการตัดสินใจกับสิ่งที่สองสาวกล่าวการได้รับเส้นชีพจรหยินและหยางศักดิ์สิทธิ์ และยังได้รับทักษะศักดิ์สิทธิ์และทักษะศักดิ์สิทธิ์มาฟรีๆเช่นนี้ย่อมเป็เื่ที่ไร้สาระ แต่หลังจากพิจารณาทุกสิ่ง เขาทำได้เพียงแค่เชื่อสิ่งที่พวกนางพูด
เฉินเซี่ยงกล่าวด้วยความขมขื่นเล็กน้อย“ข้าหวังว่าพวกท่านจะไม่เล่นตุกติกกับข้าข้ามีนามว่า ‘เฉินเซี่ยง’ ให้ข้าเรียกท่านผู้าุโน้อยทั้ง2 ว่าอย่างไร?”
สาวงามเ็ากล่าว “เป่ยยู่ยู่”
สาวงามทรงเสน่ห์กล่าวพร้อมกับรอยยิ้มที่งดงาม“ซู เหม่ยเหยา”
เฉินเซี่ยงอมยิ้มพร้อมกับกล่าว “ชื่อของพวกท่านเหมาะสมยิ่งนัก!เอาหล่ะ...ข้าควรทำเช่นไรต่อไป?”
ซูเหม่ยเหยากล่าว “พวกเราต้องทำพันธะโลหิตก่อนซึ่งเป็การยืนยันว่าทั้งเ้าและข้าจะไม่ทรยศซึ่งกันและกัน ที่เราทำเช่นนี้เพราะเราจะต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนานๆการถ่ายโอนเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราให้แก่เ้านั้นเป็เื่ที่ง่ายมากสำหรับพวกเราศิษย์พี่และข้าที่มีเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ทั้งคู่ ทำให้การมอบมันแก่เ้าจึงไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆต่อพวกเรา”
เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ทั้งคู่ นอกจากนั้นพวกมันยังอยู่ในตัวนาง!ปากของเฉินเซี่ยงกำลังกระตุก นี่ยิ่งทำให้มันยากที่จะเชื่อเข้าไปอีก อย่างไรก็ตามในเวลาเดียวกันหัวใจของเขากลับรู้สึกค่อนข้างตื่นเต้น เพราะ 2 สาวงามที่น่าเกรงขามจะอยู่ด้วยกันกับเขาอีกเป็เวลานานสำหรับบุรุษแล้วนี่ราวกับฝันเป็จริง แล้วพวกนางเองยังวางใจให้เขาฟื้นฟูความแข็งแกร่งให้
ไป่ยู่ยู่กล่าว “เราไม่เข้าใจว่าสิ่งอื่นๆเป็อย่างไร แต่เพื่อป้องกันสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น การทำพันธะโลหิตย่อมเป็สิ่งจำเป็”
ซูเหม่ยเหยาอธิบายเื่ทั่วไปเกี่ยวการทำพันธะโลหิตและอธิบายรายละเอียดขั้นตอนการทำพันธะโลหิต
การทำพันธะโลหิตนั้นง่ายมาก อย่างแรก ทั้งสามต้องนำหนังสัตว์ลงไปแช่ในเืของพวกเขาแล้ววาดสัญลักษณ์พันธะโลหิตลงไปบนหนังสัตว์ หลังจากนั้นเขียนเนื้อหาสัญญาลงไปในพันธะโลหิตต่อมาก็รีดเืหยดลงบนพันธะโลหิตสามครั้ง กระบวนการทั้งหมดก็เป็อันเสร็จสิ้น พันธะโลหิตจะก่อสัญญาด้วยิญญาซึ่งพวกเขาจะสามารถมองเห็นสัญญาด้วยจิติญญาของพวกเขา
พันธะโลหิตทำให้เฉินเซี่ยงเต็มไปด้วยอาการใเพราะตอนนี้เขาเชื่อสิ่งที่สาวงามทั้ง 2 กล่าวมาว่าเป็เื่จริงแล้ว ยามนี้จิตใจเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นเนื่องจากตอนนี้จะได้ใช้ชีวิตร่วมกับสาวงามทั้ง 2 เป็เวลานาน นอกจากนั้นนี่ไม่ต่างอะไรกับการยืนหยัดขึ้นจากความล้มเหลวเลยทีเดียว
หลังจากนั้นสองสาวและเฉินเซี่ยงก็ก่อสัญญาขึ้น
“พี่สาวทั้งสอง ท่านเคลื่อนไหวไม่ได้เพราะกระดูกและเส้นเอ็นได้รับาเ็ค่อนข้างรุนแรงใช่หรือไม่” เฉินเซี่ยงถามขณะที่เขาหยิบหญ้าิญญานรกขึ้นมา หญ้าิญญานรกนี้เป็ที่รู้กันดีว่ามันสามารถทำให้เนื้อ กระดูก ได้รับการฟื้นฟูการอาการาเ็
ไป่ยู่ยู่ผงกศีรษะพร้อมกล่าวว่า “ศัตรูของเราแข็งแกร่งอย่างมากแต่เหตุผลที่มันไม่สามารถสังหารพวกเราได้เนื่องจากพันธะโลหิต ดังนั้นมันจึงทำลายพลังของพวกเราและให้เรานั่งรอความตายที่นี่”
เฉินเซี่ยงอยู่ที่นี่แล้ว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะช่วยนางดังนั้นพวกนางจึงเต็มใจมอบเส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่จำเป็สำหรับพวกนางให้แก่เฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยงบังเกิดความกลัว สาวงามทั้ง2 มี เส้นชีพจรศักดิ์สิทธิ์นั้นน่าหวาดหวั่นอย่างมาก แต่ศัตรูของพวกนางยังคงแข็งแกร่งกว่าและทำให้พวกนางตกอยู่ในสภาพเช่นนี้
“ข้าเก็บนี่มา ‘หญ้าิญญานรก’ ที่อยู่หน้าผา้าด้วยสิ่งนี้จะสามารถทำให้พวกท่านฟื้นฟูจากอาการาเ็ได้หรือไม่?” เฉินเซี่ยงถามั้แ่ที่เขาจะได้เส้นชีพจร ทั้งสองในเร็วๆ นี้ หญ้าิญญานรกก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
ใบหน้าของซูเหม่ยเหยาเต็มไปด้วยความสุข“ใช่!แน่นอน! ด้วยสิ่งนี้เราจะสามารถเคลื่อนไหวได้อีกครั้ง”
ใบหน้าเฉินเซี่ยงเต็มไปด้วยความยินดีและรอยยิ้มที่ซื่อตรงขณะเขาที่ฉีกและแบ่งหญ้าิญญานรกออกเป็ 2 ส่วนเพื่อให้กับหญิงงามทั้ง 2 การได้ช่วยสาวงามทั้ง2 ทำให้เฉินเซี่ยงมีความสุขอย่ามาก….
แม้ว่าหญ้าิญญานรกจะไม่สามารถฟื้นฟูอาการาเ็ของ2 สาวได้เต็มที่ อย่างน้อยๆ มันก็ยังช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูกระดูกของพวกนางที่แตกหักไปได้ซึ่งมันจะทำให้สามารถเดินได้อย่างอิสระอีกครั้ง แต่ก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งได้
“พี่สาว ภูมิหลังท่านมีความเป็มาอย่างไร? และใครคือศัตรูที่น่ากลัวของท่าน?”นี่ยังเป็สิ่งที่เฉินเซี่ยงยังอยากรู้
เป่ยยู่ยู่จ้องเข้าไปยังั์ตาของเขาพร้อมกล่าว“ตามสัญญาไม่มีส่วนไหนที่กล่าวว่าต้องบอกเ้าเื่นี้ ฉะนั้น! ข้าไม่ขอตอบเ้า!”
ซูเหม่ยเหยาจัดผมของนางพร้อมกับกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า“นี่ไม่ใช่สิ่งที่เ้าควรถามมิเช่นนั้นมันจะเกี่ยวข้องกับเ้ามากเกินไป เ้ายังหนุ่มยังแน่น การที่เ้าอยากรู้อยากเห็นเป็เพียงการนำภัยพิบัติมาสู่เ้าเท่านั้นซึ่งมันไม่ได้เกิดผลดีแม้แต่น้อย ตอนนี้ ให้ข้ามอบเส้นชีพจรศักดิ์ให้เ้าเสียก่อน...”
......................................................