เืสีแดงสดขององค์ชายฉีอวิ้น
หยดลงบนพื้นหินที่มีลายจารึกโบราณ
ซูอินประคองเขาไว้ในอ้อมแขนทั้งที่มือสั่นไม่หยุด
“ท่านเจ็บมากไหมเพคะ!?
ข้า…ข้าจะหายา…ข้าจะ—”
องค์ชายจับมือเธอแน่น
แม้เรียวคิ้วขมวดเพราะความเจ็บ
แต่ยังยิ้มอ่อนเหมือนคอยปลอบเธอมากกว่าเจ็บเองเสียอีก
“ซูอิน…อย่าร้อง
ข้าไม่เป็ไร”
ซูอินน้ำตาไหลเป็สาย
“ท่านโดนกรงเล็บโลหะปาดจนเืสาด—ท่านกล้าบอกว่าข้าไม่ต้องร้อง!?”
องค์ชายกระซิบเบา ๆ
เหมือนจะหายใจไม่ทัน
“ถ้าเ้าเลิกดื้อ
ข้าจะเจ็บน้อยลงครึ่งหนึ่ง…”
ซูอินร้องไห้และเขินไปพร้อมกัน
“ท่านยังมีเรี่ยวแรงมาปั่นหัวข้าอีกเหรอเพคะ!”
ทันทีที่เืขององค์ชายหยดลงบนลายจารึก
พื้นใต้เท้าก็สั่นอย่างรุนแรง
รอยสลักรูปดาวเจ็ดแฉกบนแผ่นหิน
เปล่งแสงสีทองราวกับไฟ์กำลังตื่นขึ้น
เสวียนเิบนหลังคาตำหนักชะงัก
รอยยิ้มเลือนหายไปทันที
“ไม่ได้การ…
ผนึกแรกกำลังแตกงั้นหรือ?”
เสียงคำรามของอสูรปีกเหล็กหยุดชั่วครู
เหมือนมันเองก็รู้สึกถึงพลังที่ทำให้มันกลัว
ซูอินตาเบิกกว้าง
“องค์ชาย! อะไร…อะไรเกิดขึ้นเพคะ!?”
องค์ชายมองผนึก
แม้เืยังไหล
แต่ดวงตาเข้มลึกขึ้นเรื่อย ๆ
“เืของข้า…เป็กุญแจเปิดผนึกแรก”
“หมายความว่า…?” ซูอินถามเสียงสั่น
องค์ชายพูดเหมือนฝืนความเจ็บทั้งหมดออกไปด้วยคำเดียว
“หมายความว่า—พวกเราจะปล่อยปีศาจที่อยู่ใต้ดินขึ้นมา หากไม่รีบหยุดมัน”
ซูอินหน้าเสียทันที
“ทำไมเืท่านถึง—!?”
องค์ชายกัดฟัน
“เพราะเืราชวงศ์ข้า…มีส่วนเกี่ยวโยงกับคำสาปของตราดาวเจ็ดแฉกั้แ่พันปีก่อน”
น้ำเสียงเจ็บลึก
เหมือนความผิดเก่าของทั้งสายเื
กำลังตามมาหลอกหลอน
ท่ามกลางความวุ่นวาย
แสงจากตราดาวที่แขนของซูอิน
เริ่มส่องสว่างขึ้นเอง
ราวกับตอบรับผนึกโบราณ
เสวียนเิเบิกตา
“นาง…จะตื่นเร็วกว่าที่คาด!?”
ซูอินรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวบนแขน
เหมือนพลังอะไรบางอย่างกำลังวิ่งผ่านเส้นเืทุกเส้น
เธอนิ่ง
เพราะทั้งกายเต็มไปด้วยความรู้สึก—
คุ้นเคย
แต่ แปลกประหลาด
และ อันตราย
แสงสีทองห่อหุ้มตัวเธอ
ลอยฟุ้งขึ้นเหนือพื้น
องค์ชายเห็นแล้วตาเบิกกว้าง
“ซูอิน! เ้า—”
ซูอินใ
“ข้าบินไม่ได้! ข้าไม่ได้ตั้งใจ!! หยุดมัน—หยุดมันที!!”
แต่ยิ่งเธอตื่นตระหนก
พลังยิ่งพุ่งแรงขึ้น
จนอากาศรอบตัวสั่นระริก
อสูรปีกเหล็กถอยหลังหนึ่งก้าว
ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมัน
เสวียนเิมองด้วยความหงุดหงิด
“พลัง์ของนาง…ตื่นเร็วกว่าที่คิดนัก
ถ้าปล่อยไว้อีกไม่กี่ลมหายใจ
มันจะเหนือการควบคุมของพวกเ้า”
เขาพูดพร้อมยกมือขึ้น
ร่ายมนต์มืดขยับไปยังซูอินโดยตรง
องค์ชายเห็นดังนั้น
ดึงพลังภายในออกมาครั้งใหญ่
กระโจนขึ้นฟ้า
ใช้ดาบเฉือนมนต์มืดนั้นให้สลายกลางอากาศ
ฟึ่บ—!!
ดาบขององค์ชายเฉือนลมจนเกิดเสียงกรีดอากาศ
ทั้งศัตรูทั้งปีศาจต่างต้องถอยหนึ่งก้าว
เสวียนเิหรี่ตา
“เ้ายังกล้าใช้พลังนั้นอีกหรือ…องค์ชาย?
อย่าลืมว่าพลังนั้นคือสิ่งที่ฆ่านางในชาติก่อน”
ซูอินสะดุ้ง
หัวใจร่วงลงไปที่พื้นทันที
“อะไรนะเพคะ…!?”
องค์ชายชะงัก
กำดาบแน่น
แต่ไม่หันกลับมองเธอ
เสียงของเสวียนเิไหลลื่นเหมือนพิษ
“คนที่ฆ่านาง—ไม่ใช่ศัตรู
ไม่ใช่ปีศาจ
ไม่ใช่ใคร”
เขาชี้ปลายนิ้วไปที่องค์ชายฉีอวิ้น
และพูดด้วยน้ำเสียงเ็าวาบ
“คนที่ฆ่านางในชาติก่อน—คือเ้าเอง”
ซูอินกำมือแน่นจนร้อน
“ท่าน…ฆ่าข้า…?”
องค์ชายหันกลับ
สายตาเจ็บลึกยิ่งกว่าาแบนร่าง
“ซูอิน…ฟังข้า
ข้า—ไม่ได้ตั้งใจ
ข้า—ไม่ใช่คนที่ลงมือ
แต่เพราะพลังของข้า…
ที่ไม่สามารถควบคุมได้ในวันนั้น…”
ซูอินเม้มปาก
น้ำตาพร่า
ความทรงจำที่ผุดวูบในหัวเธอเมื่อบทก่อน
ตอนที่เธอกำลังตาย…
เป็ความจริง
องค์ชายพูดเบา ๆ
เหมือนคำสารภาพบาป
“ภพนี้…ข้าจะยอมสละทุกอย่าง
เพื่อไม่ให้ผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นอีก”
ซูอินมองเขา
ใจแตกสลายกว่าครั้งใด
แต่ก่อนที่จะตอบ—
พื้นใต้เท้าแตกดัง เปรี้ยง!!
ตราดาวเจ็ดแฉกบนพื้นส่องแสงสว่างวาบ
ขึ้นสูงจนแทบมองไม่เห็นอะไรรอบตัว
เสวียนเิะโ
“ผนึกแรกเปิดแล้ว!!
หยุดนาง! หยุดพลังนางเดี๋ยวนี้!!”
ซูอินลอยสูงขึ้นจนถึงระดับหลังคา
พลังสีทองแผ่อย่างรุนแรงจนก่อให้เกิด “วงลม์”
ที่พัดทุกอย่างกระเด็นออกไปทีละอย่าง
ทหารกระเด็น
อสูรปีกเหล็กเซถลา
องค์ชายต้องใช้ดาบปักพื้นไว้ไม่ให้ปลิว
ซูอินะโสุดเสียง
“ข้า—ข้าไม่ควบคุมมันได้!!
องค์ชาย!!! ช่วยข้าด้วย!!!”
องค์ชายเงยหน้ามอง
ทั้งเื ทั้งลม ทั้งความเจ็บ
แต่เขาะโตอบด้วยเสียงที่มั่นคงที่สุด
“ซูอิน! ฟังข้า—
จับตาข้าไว้!!
จ้องข้าเพียงคนเดียว!!”
ซูอินกลั้นหายใจ
มองลึกลงในดวงตาของเขาจนลืมทุกอย่าง
พลังเริ่มชะลอ
ลมเริ่มสงบลง
เธอค่อย ๆ ลอยลงมา—
องค์ชายอ้าแขนรับ
Pulled-Into-His-Arms Scene
แบบโรแมนซ์เข้มข้นที่สุดในตอนนี้
เขากอดเธอแน่นจนแทบหลอมรวมกัน
หายใจหอบใกล้ใบหูเธอ
“ไม่ว่าใครจะพูดว่าอย่างไร
ข้าจะไม่ให้เ้าตายอีก
ไม่มีวัน”
ซูอินหลับตา
น้ำตาร่วงลงบนไหล่เขา
พลังสีทองดับลง
แต่ผนึกแรก…แตกไปแล้วจริง ๆ
และสิ่งที่ถูกปลุก—
ยังไม่โผล่ขึ้นมาเลยด้วยซ้ำ
ต่อไปจะเป็บทที่
เปิดเผยสิ่งที่ผนึกแรกขังเอาไว้