เคียวปีศาจเดินตามสมาชิกอีกสามคนไปเงียบ ๆ
ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้นอกจากไปพบกับเถ้าแก่ร้านขายเนื้อ ก็มีไปพบกับพวกเพื่อนสายเกมที่เคยเล่นด้วยกันในหลาย ๆ เกมก่อนหน้าด้วย เป็พวกจริงจังเกมเมอร์ที่คำนวณทุกอย่างตลอดเวลาเหมือนกันกับเขา
แต่ไม่รู้ว่าทำไมกลับไม่รู้สึกสนุกเท่าที่ควร หลังจากฟังพวกเขาพูดคุยถึงแนวทางการล่าในอนาคตและอื่น ๆ ก็รู้สึกไม่น่าสนใจเท่าไหร่
'สังคมใหม่นี่น่ากลัวจังนะ'
ก็เหมือนกับวลี 'ไม่เคยหรือนับไม่ถ้วน' การกระทำใดมีแค่ 0 หรือ ∞ เท่านั้น
คนเขาก็เอาไปใช้กันออกบ่อย ทั้งในเื่ความสัมพันธ์ หรือถ้าในวงการเกมก็คงจะเป็เส้นแบ่งระหว่างสายฟรีกับสายเติม อย่าง 'เติมครั้งหนึ่งเติมตลอดไป'
เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างทับซ้อนกันจนกลายเป็แบบนี้...
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเป็คนเดียวในกลุ่มที่ได้สิทธิ์เข้า Closed Beta หรือถ้าไม่ได้พบกับลมวสันต์ ก็คงไม่ได้เห็นวิธีการเล่นเกมที่ผ่อนคลายขนาดนี้ ทั้งที่คิดว่ามันดูไร้ประสิทธิภาพ แต่ผลลัพธ์กลับทำได้ดีเกินคาดไปมากจริง ๆ ความรู้สึกที่ได้เล่นอย่างผ่อนคลาย แล้วก็ไม่ต้องคอยถกกันในทีมเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุด แบบนี้มันก็สนุกดีเหมือนกัน เหมือนกับได้เล่นเกมจริง ๆ
อีกคน... หรือควรจะพูดว่าอีกตัว เอาเถอะ ต้องยอมรับว่าเกมมันสมจริงจนเขาก็นับ NPC เป็มนุษย์คนหนึ่งไปแล้ว
วิธูถือเป็ตัวละครที่เห็นได้ชัดว่าเป็ตัวอย่างของคนล้มเหลวในชีวิต ถึงกระนั้นแม้แต่ตัวละครแบบนี้ก็ยังมีด้านที่น่าประทับใจ ทัศนคติของเขาเป็แบบมองโลกตามความเป็จริงได้อย่างน่ากลัวมากทีเดียว แม้แต่ในชีวิตจริง เขายังไม่เคยเจอใครที่มองโลกได้อย่างซื่อตรงขนาดนี้มาก่อนเลย
คิดไปคิดมาก็เดินมาถึงร้านของดารินแล้ว
"อ้าว คุณขีดขุนเขา ยังไม่ไปท้าทายดันเจี้ยนเหรอครับ แล้วเ้าของร้านไปไหนแล้ว"
เคียวปีศาจมองดูปฏิสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ก่อนจะคาดเดาว่าคงจะเป็ฝาแฝดที่วิธูพูดถึงก่อนหน้านี้
"พิชิตแล้วครับ ส่วนคุณดารินออกไปล่าที่นอกเมืองแล้ว"
"เร็วขนาดนี้? แหม สายตาของท่านวิธูนี่ไม่เคยมองพลาดเลยนะครับ"
ลมวสันต์พูดหันไปมองวิธูด้วยสายตาวาววับ ก่อนจะชะงักเล็กน้อยเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก
"อ้อ นี่ขีดขุนเขาครับ เป็ผู้เล่นคนใหม่ที่ท่านวิธูคัดมา ส่วนสองคนนี้คืออัสดงกับเคียวปีศาจครับ เป็ผู้เล่น Closed Beta เหมือนผม ว่าแต่คุณแต้มตรังคะล่ะครับ"
"สวัสดีครับ แต้มไปเฝ้าร้านปรุงยาครับ คุณดาราก็ออกไปกับคุณดาริน"
"เดี๋ยวนะครับ"
เคียวปีศาจขัดขึ้น
"ถ้าคุณดาราไม่อยู่แล้วเราจะไปยืนยันกับโรงประมูลยังไงครับ"
ความเงียบดำเนินอยู่ชั่วขณะ
"อืม.. ฝากเอาไว้อย่างนั้นก่อนก็ได้มั้งครับ ยังไม่มีเื่ต้องใช้เงินเลย... ยังไงอยู่ที่โรงประมูลก็ปลอดภัยดี"
ลมวสันต์พูดอย่างไม่คิดมาก
"ค่ำ ๆ ก็น่าจะกลับนะคะ อย่างมากก็คงสองสามวัน ระหว่างนี้น่าจะให้เราปรับตัวกับความต่างของข้อมูลพอดี"
อัสดงคาดเดา
"ก็จริงครับ จริงสิ เมื่อกี้คุณลมวสันต์บอกว่าทั้งสองคนเป็คนที่คุณวิธูคัดมาสินะครับ? มีแพลนจะร่วมปาร์ตี้กับเราไหม"
หลังจากไขข้อสงสัยของตัวเองได้ เคียวปีศาจก็ไม่ลืมที่จะวกไปประเด็นเดิมให้
ถึงอย่างไรในอนาคตก็คงต้องเจอมอนสเตอร์ที่ระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ มีสมาชิกเพิ่มขึ้นน่าจะดีกว่า
"ปาร์ตี้? ผมคงต้องไปถามแต้มก่อนครับ"
"ถ้ามีสมาชิกเพิ่มก็ดีนะครับ คุณแต้มตรังคะเป็ผู้หญิงด้วย คุณอัสดงจะได้ไม่เหงา"
อัสดงพอได้ยินคำพูดของลมวสันต์ก็ดูสนใจขึ้นมา
"จริงเหรอคะ งั้นเดี๋ยวฉันไปหาเธอเอง ร้านปรุงยาค่อยแขวนป้ายปิดไว้ก็ได้"
พูดจบเธอก็หายไปหลังออกจากร้านไปทันที
'ก็นะ... อยู่แต่กับผู้ชายมาตลอดก็คงจะมีเบื่อ ๆ บ้าง'
"ข้าจะไปนั่งที่ระเบียงข้างบน พวกเ้าคุยกันไปเถอะ จริงสิ เ้า... ขุน อย่างไรคำสาปก็คลายแล้ว หาเวลาไปแจ้งกิลด์นักผจญภัยด้วย ทั้งสองคนนั้นแล้วก็พวกเ้าควรจะได้รับรางวัลในเื่นี้นะ"
วิธูพูดจบก็เดินขึ้นไปชั้นบนอย่างเกียจคร้าน
'ดูท่าว่าคงจะไปนั่งอยู่ตรงนั้นจนกว่าจะค่ำ'
เขาเคยเห็นอีกฝ่ายทำแบบนั้นบ่อย ๆ ไม่รู้ว่าในใจกำลังคิดอะไร แต่ดูเป็บรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอาลัยอย่างประหลาด แต่อีกฝ่ายไม่พูดก็ไม่มีใครกล้าถาม หลังจากฟังเื่ราวมากมายจากวิธู ก็คงได้แต่รอดูว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้ฟังเื่ราวของตัวคนเล่าเองบ้างไหม
ไม่นานอัสดงก็กลับมาพร้อมกับแต้มตรังคะ
"เล่าคร่าว ๆ ระหว่างทางมาแล้วค่ะ"
แต้มตรังคะพยักหน้ารับ ก่อนจะขับไปยืนข้างขีดขุนเขาอย่างเป็ธรรมชาติ
"คิดว่าสามารถเข้าร่วมได้ค่ะ แต่คงไม่ใช่ทุกรอบ"
เธอตอบอย่างสุภาพ
"พวกเราเป็ผู้เล่นสายผลิตน่ะค่ะ.. อย่างน้อยก็น่าจะไปในแนวทางนั้น"
ลมวสันต์ได้ยินก็รู้สึกเสียดายเล็กน้อย
"ไม่เป็ไรครับ! เกมมันก็ไม่ได้มีแค่สายต่อสู้นี่น่า แต่อย่างน้อยรวมกลุ่มกันไว้ก็น่าจะดีนะ"
เคียวปีศาจพยักหน้าเห็นด้วย
"ดูเหมือนจะมีระบบแคลนอยู่นะครับ แต่ต้องมี NPC ที่น่าเชื่อถือรับรองการสร้างแคลนให้"
"โอ้ อันนั้นผมก็เห็นแล้ว ถ้าเป็คุณดารินหรือคุณดาราก็น่าจะรับรองให้ได้"
เขาพูดอย่างตื่นเต้น แม้จะน่าเสียดายที่ไม่สามารถให้วิธูรับรองให้ได้เนื่องจากสถานะคนในสลัมของเขาคงไม่น่าเชื่อถือพอ แต่ลมวสันต์ก็ไม่ได้คิดมากอะไร
'คนเขากำลังปิดบังตัวตน จะให้มาเผยไต๋เอากับเื่แค่นี้ก็ดูจะไม่คุ้มค่าเท่าไหร่'
"งั้นก็คงต้องรอสองคนนั้นกลับมาอยู่ดีสินะครับ"
เคียวปีศาจถอนหายใจเบา ๆ
"รู้สึกเหมือน่รอออกจากเมืองเลย คงต้องไปฝากตัวกับเถ้าแก่แล้ว"
"ระหว่างนี้ฉันว่าจะไปห้องสมุดดูค่ะ มีบางเื่ต้องลองไปค้นหาดู"
"ส่วนผม... เอ เหมือนจะไม่มีอะไรทำเลย เดี๋ยวไปถามท่านวิธูดีกว่า"
ลมวสันต์มีท่าทีลังเล เพราะตอนนี้ก็มีขีดขุนเขาเฝ้าร้านแล้ว เลยไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี
"ไม่ใช่ว่าพึ่งจะถูกบ่นมาก่อนมาที่นี่เหรอครับ"
เคียวปีศาจเปรยขึ้นจนเขาสะดุ้งเบา ๆ แล้วรีบเอ่ยแก้ตัวราวกับคนที่ถูกจับได้ว่าทำผิด
"..มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็เื่สำคัญอะไรนี่ครับ! ก็แค่ไปถามเผื่อมีอะไรให้ทำก็เท่านั้นเอง"
"เอาเถอะ ถ้าอย่างงั้นวันนี้แยกย้ายกันก่อนก็ได้ จริงสิ เพิ่มเพื่อนกันไหมคะ ยังไงเดี๋ยวก็จะสร้างแคลนแล้ว"
อัสดงตัดบทอย่างไม่ถือสาก่อนที่ทั้งสองฝั่งจะเริ่มเพิ่มเพื่อนกัน โดยที่ลมวสันต์ทำได้แค่ยืนมองเพราะตัวเองขอเพิ่มเพื่อนไปั้แ่ครั้งแรกที่พบกันแล้ว
"ถ้าอย่างนั้นผมขึ้นไปก่อนนะ จริงสิเ้าของร้านได้ให้คุณขีดขุนเขาใช้ห้อง้าไหมครับ พอดีก่อนหน้านี้ผมใช้เป็ที่ออกจากระบบน่ะ"
"เรียกขุนเขาก็ได้ครับ ยังไงก็ไม่ได้ใช้นอนอยู่แล้ว แถมระบบก็ไม่ได้มีข้อจำกัดเื่จำนวนก็ใช้ได้ตามสบายเลยครับ คุณเ้าของร้านก็เคยพูดถึงเหมือนกัน น่าจะตั้งใจให้กลับมาใช้ห้องอยู่แล้ว"
"เยี่ยมเลย ขอบคุณครับ"
หลังจากนั้นก็วิ่งขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อไปหาวิธูที่กำลังนั่งมองอะไรบางอย่างอยู่ที่ระเบียง
"ท่านวิธูครับ! มีอะไรให้ผมทำไหม"
อีกฝ่ายดึงสายตาออกจากทิวทัศน์ด้านนอกแล้วหันมาหาเขา
"...เ้าว่างหรือ?"
"ครับ ก็จนกว่าเ้าของร้านจะกลับมา"
อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ก่อนจะมีท่าทีครุ่นคิดเล็กน้อย
"งั้นก็ลองไปหาอะไรทำที่กิลด์นักผจญภัยดู ไปขึ้นทะเบียนไว้ด้วย ถ้าวันไหนกองรักษาการเกิดสุ่มตรวจใบยืนยันตัวตนขึ้นมา เ้าอาจจะถูกจับขังคุกหลวงข้อหาแอบลักลอบเข้าเมืองก็ได้ บอกคนของพวกเ้าด้วย ถ้าจะไม่ขึ้นทะเบียนกับกิลด์นักผจญภัย ก็ยังมีอีกหลายที่ แล้วแต่ความสนใจ อย่างกิลด์พ่อค้า สมาคมนักปรุงยา สมาคมนักเล่นแร่แปรธาตุอะไรพวกนั้น อย่าเดินไปไหนมาไหนทั้งที่ยังไม่มีทะเบียน"
เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ใกล้เทศกาลประจำปีแล้ว เดี๋ยวการตรวจขันจะเข้มงวดกว่าปกติ อย่าชะล่าใจไป"
ลมวสันต์ได้ยินก็พยักหน้ารับ ทดไว้ในใจว่าจะเพิ่มไว้ในโพสต์ที่จะสร้างลงฟอรัมหลังจากออกจากระบบเกมด้วย
"เข้าใจแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวจะกลับมา่มื้อเที่ยง"
"อืม"
TBC.