
.....เมืองเริ่มกลับมาเป็ปกติ ร้านค้าหลาย ๆ ร้านกลับมาเปิดดังเดิม เลี่ยหยางและเยว่หลิงหลังกินโจ๊กร้อนในตลาด่เช้าตรู่กันไปแล้ว คุณชายไป๋ยังอยากเดินหาของกินเพิ่มอีก ทำไมมันกินเยอะขนาดนี้ ตัวก็ผอม ๆ ลีน ๆ ท้องเ้าหมอนี่ต้องมีทาเถี่ย(สัตว์ในตำนานยุคโบราณ)อยู่จริง ๆ นั่นแหละ
คุณชายไป๋หยุดที่ร้านขายฮู่ปิ่ง(พิซซ่าโบราณ) มันเป็แป้งอบแบนโรยงา้า เยว่หลิงนอกจากจะซื้อแล้วยังขอเข้าไปดูว่าเขาทำยังไงอีกด้วย
พอออกมาเขาก็เดินไปซื้อเจียวจื่อ ซึ่งเป็ซาลาเปาห่อไส้ รสชาติที่กัดลงไปนั้นมีเครื่องเทศจากด่านแดน(เอเชียกลาง)อยู่ด้วย มันดูแปลกใหม่กว่าซาลาเปาที่อื่นจริง ๆ สมแล้วที่เป็เมืองแห่งเส้นทางสายไหมสำคัญที่มีหลากหลายชาติพันธุ์อยู่ที่นี่
ผลไม้ก็เช่นกัน ลูกอินทผาลัมแห้ง หรือแม้แต่อแปริคอตเชื่อมก็มี แต่ราคาแพงพอสมควร ซึ่งไม่เป็ปัญหากับคุณชายกระเป๋าหนักสกุลไป๋เลยแม้แต่น้อย เขากินทุกอย่างที่เขาอยากกิน ทั้งคู่เดินตลาดกันจนถึงเกือบเที่ยง
"กลับที่พักกันเถอะหลิงหลิง เ้าเดินกินมานานแล้วนะ ข้าเดินจนเมื่อยแล้ว"
แล้วเลี่ยหยางก็แอบเห็นใครสักคนกำลังวิ่งหลบเข้าไปในมุมตึก เขาคือนักฆ่ากลุ่มเจ๊แพะตุ๋นนั่นเอง
เลี่ยหยางยิ้มอย่างมีเลศนัย "หลิงหลิงเดี๋ยวข้าขอไปทำอะไรสนุก ๆ สักแปบนะ" โดยไม่รอคำตอบเลี่ยหยางก็ผงะไป เยว่หลินก็มองตามด้วยสายตาเ็า
นักฆ่าผู้นั้นเดินแหวกซอกซอยวกวนไปจนถึงบ้านไม้เก่า ๆ หลังหนึ่ง ตัวบ้านเอียงคดเล็กน้อย หลังคามุงกระเบื้องแตกพรุนจนหญ้าขึ้นแซม รั้วไม้ผุพังจนแทบไม่เหลือเค้าโครง บ้านนี้หลบเร้นอยู่มุมเงาของเมือง เหมือนสิ่งไร้ค่า
เลี่ยหยางแอบซ่อนตัวตามมา เขาเคลื่อนไหวเงียบเชียบราวเงาิญญา
นักฆ่าเคาะประตูไม้ผุพังสี่ครั้ง “ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…” เป็จังหวะไม่เท่ากัน แล้วประตูก็เปิดออกให้นักฆ่าเข้าไป
เลี่ยหยางยิ้ม “ัซ่อนอยู่ใต้น้ำ ย่อมไม่หวั่นต่อสายตาผู้คน ใต้ความเสื่อมโทรม ก็อาจมีอำนาจที่แท้จริงเร้นกายอยู่"
เขาย่องเงียบมาก เพื่อแอบดูผ่านช่องไม้เล็ก ๆ กลั้นลมหายใจไม่ให้ผู้ใดรับรู้ถึงการมีอยู่ สมเป็นักฆ่ามืออาชีพ
ด้านในมีนักดาบหญิงสเปนวันนั้นเธอาเ็อยู่ ด้านในลึกมีซามูไรญี่ปุ่นนั่งนิ่ง ๆ หลับตาอยู่
"บัดซบ มันปิดทางเข้าออกทั้งหมด พวกเราหนีไปไม่ได้" นักฆ่าในกลุ่มคนหนึ่งกล่าวด้วยความไม่พอใจ
"หัวหน้าก็หายไปไหนไม่รู้ติดต่อไม่ได้เลย" เลี่ยหยางคิดในใจว่าพวกเขาคงหมายถึงเจ๊ร้านแพะตุ๋นคนนั้น
"Shizuka ni shiro!! (เงียบก่อน!!)" ซามูไรพูดเสียงดังครั้งแรก เลี่ยหยางใเขานึกว่าโดนจับได้แล้ว
กลายเป็ทหารกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งวิ่งมาล้อมบ้านไว้ นายกองรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาดุดัน ด้านหลังกองทหารมีเซียนกระบี่ค่อย ๆ เดินมาอย่างใจเย็น
"ออกมาเ้าพวกสวะ ถ้าไม่ยอมมอบตัว ก็อย่าหาว่าข้าไม่ปราณี!" เสียงะโดังก้องของนายกอง
นิ่ง...
พวกทหารชักดาบและทวนเตรียมต่อสู้
นิ่ง....
ทหารผู้น้อยใบหน้ากังวล แดดเที่ยงร้อน ๆ กับชุดเกราะหนา ๆ ทำให้พวกเขาเหงื่อชุ่มทั้งตัว
"พลธนู เตรียมยิง!" นายกองเรียกพลธนูออกมาตั้งแถวด้านหน้าและง้างคันธนูเตรียมยิง
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออก นักฆ่าแต่ละคนถือเศษไม้เป็เกราะกำบังธนู พวกมันรีบพุ่งเข้ามาปะทะกับกองทหาร
นักดาบสาวสเปนที่าเ็อยู่ยังนั่งหลบอยู่ด้านใน มีแต่ซามูไรญี่ปุ่นเดินออกมาพร้อมกลุ่มนักฆ่า
เซียนกระบี่สั่งให้ทหารหลบไป เพราะเขาอยาก 1-1 กับซามูไรอีกครั้ง แก้มือครั้งก่อนที่ฝีมือสูสีกัน ทั้งคู่ก้มหัวเคารพกันแล้วยกกระบี่และดาบตั้งท่าต่อสู้
เซียนกระบี่แผ่ปราณสงบเยือกเย็น ร่างพริ้วดุจสายลม กระบี่ในมือโคจรเป็วงกลม ลื่นไหลเหมือนัร่ายรำในเมฆหมอก
ส่วนซามูไรก้าวช้าแต่มั่นคง ดาบญี่ปุ่นในมือเขายกขึ้นเหนือไหล่ สายตาคมวาวดั่งเหยี่ยวที่จับเหยื่อ ความนิ่งนั่นแฝงด้วยรังสีสังหารที่น่ากลัว
เสียงโลหะกระทบกัน ฉัวะ! กระบี่จีนเบาแกร่ง เส้นทางการรุกไล่พลิ้วหลบพริ้วเข้ม ส่วนดาบญี่ปุ่นหนึ่งฟัน หนักแน่นเด็ดขาด ดุจผ่าฟ้าให้แยกออก
"จุ๊ ๆ" เลี่ยหยางย่องเข้าไปใกล้และเอามือปิดปากนักดาบสาวฝรั่ง ผมสีทองยาวสลวยของเธอ ผิวขาวนั่นขาวมากพอๆกับหลิงหลิงเลย แต่หน้าอกนั่นมันคนละขนาดกับสาวเอเชียบ้านเราชัดเจน ข้าเพิ่งได้ใกล้หญิงจากตะวันตกครั้งนี้เป็ครั้งแรก
"ข้าจะช่วยท่านหนี" เลี่ยหยางยิ้มกวน ๆ แสดงความเป็มิตร
การต่อสู้ชุลมุนได้ไม่นานนัก ในที่สุดพวกทหารก็ฆ่าและจับกุมนักฆ่าได้ทั้งหมด เหลือแค่ซามูไรคนเดียว สภาพของเขาก็มีอาการาเ็ ไม่ต่างจากเซียนกระบี่ที่มีาแและเืไหลเป็จุด ๆ ฝีมือพวกเขาสูสีกัน ไม่มีใครเหนือกว่ากันเลย
.....ทันใดนั้นก็มีเสียงกรุ๊งกริ้งเดินมาใกล้ ๆ เป็ชายชุดขาวสะอาดบริสุทธิ์ ร่างสูงผอมและใบหน้านั้นมันสง่ากว่าเหนือคนธรรมดา เขาก็คือไป่เยว่หลิงนั่นเอง มือเขาถือไหสุราเสียน(เหล้าหมักจากข้าวและสมุนไพรตำหรับชาวถัง) 2 ไห
ทั้งเซียนกระบี่และซามูไรต่างจ้องมองไปที่คุณชายไป๋ เพราะต่างรู้ว่าชายชุดขาวนี้คือยอดนักกระบี่ หากเขาอยู่ฝั่งไหน อีกฝั่งก็คงไม่อาจรอดชีวิตได้ กระบี่ข้างเอวเขานั่น ทำเอาทหารทั้งกองสั่นผวายิ่งกว่ากลุ่มนักฆ่าที่พวกเขาเพิ่งจะปราบไปยิ่งนัก
ไป่เยว่หลินหันหน้ามองไปมาทั้งฝั่งทหาร, เซียนกระบี่ และซามูไรที่ยืนหน้าบ้านเก่า ๆ นั้น
"เ้าหนุ่ม! เ้าต้องเลือกให้ดี พวกข้าเป็คนของทางการ ถ้าเ้าช่วยฝั่งนั่นเ้าจะกลายเป็อาชญากรทันที!"
ไป๋เยว่หลิงไม่ได้สนใจคำพูดของเซียนกระบี่เลยสักนิด เขาทำจมูกฟุตฟิต ๆ แล้วไปหยุดมองที่ซามูไร ๆ ก็ทำหน้างง ๆ มองข้าทำไม?
แล้วคุณชายไป๋ก็เดินอย่างชิว ๆ ไปหาซามูไร
เซียนกระบี่กัดฟันกร่อด ข้าคงต้องตายที่นี่เสียแล้ว เหล่าทหารผวาจนเข่าอ่อน
ซามูไรยิ้มดีใจ "katajikenai" เขากล่าวขอบคุณเยว่หลิงที่เลือกข้างเขา
แต่....ที่ไหนได้ คุณชายไป๋เดินผ่านเขาไป ยืนหน้าประตูมองเข้าไปด้านใน เห็นเลี่ยหยางยิ้มแหะ ๆ โบกมือทักทาย พร้อมนักดาบสาวฝรั่งที่ลุกไปไหนไม่ได้
"ของเ้า 1 ไห"
เลี่ยหยางหัวเราะเจื่อน ๆ เ้าหลิงหลิงมันไม่ดูสถานการณ์รอบตัวบ้างเลยเหรอวะ จะบ้าตาย นี่ข้าคงกลายเป็ภรรยาดูแลมันไปตลอดชีวิตแล้วจริง ๆ
เลี่ยหยางค่อยๆพยุงนักดาบสาวออกมาจากบ้านจนมายืนอยู่ข้างเยว่หลิง
"กลับกันเถอะ..." เยว่หลิงพูด
นายกองดึงสติกลับมา เขาชี้ดาบไปที่เยว่หลิงและเลี่ยหยาง "พวกเ้าเป็พวกเดียวกับนักฆ่า ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ข...ข้า..."
เยว่หลิงชำเลืองตามองหน้านายกอง ๆ ขนลุก แววตานั่น ข้าผ่านสนามรบมา มันคือสายตาของเพชฌฆาตแห่งสนามรบ เทพปีศาจที่ฆ่าทหารกองเป็ูเา
มือนายกองสั่น ดาบตกลงกับพื้น ขาสั่น
เยว่หลิงพาเลี่ยหยางและนักดาบสาวฝรั่งเดินฝ่ากองทหารออกไปโดยไม่มีใครห้าม
ส่วนเซียนกระบี่มองตามแล้วยิ้มเจื่อน ๆ "เ้าเด็กนี่!"
.
.
.
.
.
(ท้ายตอน)
เลี่ยหยาง : "หลิงหลิงเ้ารู้ได้ไงว่าข้าอยู่ด้านใน?"
เยว่หลิง : "ข้าจำกลิ่นตัวเ้าได้"
เลี่ยหยาง : "....."
