ตอนที่ 9
ครั้งแรก
่นี้ซุนหยางหรือเสี่ยวซุนรู้สึกเสียวสันหลังอยู่บ่อย ๆ มักมีความรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกหัวหน้าเพ่งเล็ง โดยเฉพาะเวลาที่เขาเข้าใกล้หลี่หรงอี้ หัวหน้ามักจะมองด้วยสายตาน่ากลัว ทำเอาขนลุกชันทุกครั้ง
เขาเคยพูดเื่นี้กับบอดี้การ์ดคนอื่น รวมถึงบรรยากาศแปลก ๆ ระหว่างหัวหน้ากับเสี่ยวหรงด้วย แต่ทุกคนมักจะบอกว่าเขาคิดมากเกินไป
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ บอดี้การ์ดในคฤหาสน์ที่ไม่ต้องประจำจุดต่าง ๆ จะมารวมตัวกันในห้องพักผ่อน บ้างก็เล่นเกม บ้างก็จับกลุ่มกันเล่นไพ่พิชิตแลนลอร์ด (ไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ด หรือ โต้วตี้จู่ เป็เกมไพ่ที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน โดยจะแบ่งผู้เล่นออกเป็สองฝ่าย คือเ้าของที่ดินหนึ่งคน กับชาวนาสองคน ชาวนาทั้งสองคนต้องร่วมมือกันเอาชนะเ้าของที่ดิน ไม่ว่าเ้าของที่ดินหรือชาวนา ใครที่ไพ่ในมือหมดก่อนจะเป็ผู้ชนะ)
มีแค่จ้าวอู๋ซวนที่เป็หัวหน้าเท่านั้นที่กินข้าวเย็นเสร็จจะกลับบ้านพักของตัวเอง นอกจากเวลามีเื่ประชุมหรือเื่พูดคุยเท่านั้นถึงจะอยู่ต่อ แต่่นี้กลับแวะมาที่ห้องพักผ่อนแทบทุกวัน
ซุนหยางทนเก็บความอยากรู้อยากเห็นและนิสัยชอบซุบซิบของตัวเองไม่ไหว ขยับเข้าไปนั่งข้างหลี่หรงอี้ที่กำลังดูบอดี้การ์ดสองคนเล่นเกมแข่งรถ ยกมือขึ้นพาดบ่าของอีกฝ่ายแล้วเข้าไปกระซิบเพื่อสอบถาม แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็รับรู้ได้ถึงสายตาที่มองมา พอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นหัวหน้าจ้องมือตัวเองด้วยสายตาน่ากลัว เขาจึงรีบเก็บมือที่กำลังโอบไหล่หลี่หรงอี้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งหัวเราะแห้ง ๆ กลบเกลื่อน
“พี่ซุนมีอะไรจะพูดหรือเปล่า?” หลี่หรงอี้หันมาถามด้วยความสงสัย
“มะ…ไม่มี ๆ แค่จะชวนเล่นเกม แต่ตอนนี้ไม่อยากเล่นแล้ว” ซุนหยางพูดจบก็รีบลุกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินไปหาบอดี้การ์ดอีกคนที่เพิ่งเล่นไพ่พิชิตแลนด์ลอร์ดเสร็จ แล้วกระซิบเสียงเบา
“เหล่าหลิว รู้สึกไหมว่า่นี้หัวหน้าดูแปลก ๆ ไป”
“แปลกยังไง?” เหล่าหลิวกำลังเริ่มเกมใหม่ ถามด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
“ผมรู้สึกว่าหัวหน้ามักจะมองผมด้วยสายตาน่ากลัวตลอด”
“ไปทำอะไรผิดมาอีกล่ะ”
“ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะ เวลาทำงานก็ตั้งใจตลอด” ซุนหยางรู้สึกเหมือนถูกปรักปรำ พูดจบก็อดเหลือบมองไปที่หัวหน้าไม่ได้
พอดีกับที่จ้าวอู๋ซวนเดินไปนั่งลงด้านข้างหลี่หรงอี้ แขนข้างหนึ่งยกขึ้นพาดบนพนักโซฟา มองผ่าน ๆ เหมือนกำลังโอบไหล่อีกฝ่ายอยู่ แถมยังก้มลงไปกระซิบอะไรบางอย่างข้างหู ทำเอาเด็กหนุ่มรีบยกมือปิดหูและหันมาถลึงตาใส่
“!”
ซุนหยางรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า คิดว่าในที่สุดตัวเองก็รู้ความจริง
ไม่จริงหรอกน่า หัวหน้ากับเสี่ยวหรง…
ในใจเขาคันยุบยิบ อยากซุบซิบเื่นี้กับใครสักคน แต่พอมองไปรอบห้องก็เห็นว่าคนอื่นไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติอะไร พูดไปตอนนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อ คงไม่พ้นหาว่าเขาคิดมาก จึงได้แต่เก็บเื่นี้ไว้ในใจ
รอดูอีกหน่อยแล้วกัน!
ชีวิตของหลี่หรงอี้ที่ตระกูลเหยียนยังคงดำเนินไปตามปกติ นอกจากเรียนแล้วก็เรียนรู้งานการเป็บอดี้การ์ดไปด้วย บางครั้งเขาก็จะกลับไปพักที่บ้านเดิมเพื่อทำความสะอาดห้องชุดที่เคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่
เขาพยายามมองข้ามความผิดปกติและความใกล้ชิดกับหัวหน้าอย่างจ้าวอู๋ซวน แต่บางครั้งการกระทำของอีกฝ่ายก็ทำเอาเขาหายใจไม่ทั่วท้อง โดยเฉพาะเวลาอยู่ด้วยกันสองคนในบ้าน หัวหน้ามักจะถอดเสื้ออยู่บ่อย ๆ บางครั้งก็อ้างเหงื่อออก บางครั้งก็อ้างร้อน
ตามปกติแล้วเห็นผู้ชายด้วยกันถอดเสื้อก็ไม่น่าเป็อะไร บอดี้การ์ดคนอื่นก็ถอดเสื้อบ่อย เขายังไม่รู้สึกรู้สา แต่พอเห็นหัวหน้าถอดเสื้อทีไร ในใจมักจะรู้สึกแปลกประหลาด รู้สึกเหมือนอยากมองแต่ก็ไม่กล้ามอง จนหลี่หรงอี้รู้สึกว่าตัวเองไม่ปกติ บางครั้งจึงจงใจหลีกเลี่ยง หลบไปนอนที่ห้องชุดของตัวเองหลายวัน โดยอ้างว่าใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่า
วันนี้เขาไปดื่มกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย พอกลับมาที่คฤหาสน์ก็ตรงเข้าไปอาบน้ำ กะว่าจะรอให้หัวหน้าเข้านอนก่อนค่อยออกมา แต่เพราะดื่มไปเยอะเลยรู้สึกมึนหัว และเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น
“ทำไมมานอนตรงนี้?”
เสียงคุ้นหูที่ดังขึ้นปลุกหลี่หรงอี้ให้ได้สติ เขากะพริบตาหลายครั้งเพื่อให้ตัวเองตื่นเต็มตา พร้อมทั้งพึมพำเสียงเบา
“หัวหน้า…”
“ฉันถามว่าทำไมมานอนตรงนี้” จ้าวอู๋ซวนพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว ทำไมเขาจะไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจงใจหลบเลี่ยงตัวเอง หนีไปนอนที่ห้องชุดหลายวัน พอกลับมาก็ไม่ยอมเจอหน้า เอาแต่หลบอยู่ในห้องน้ำ ถ้าเขาไม่เข้ามาดูก็ไม่รู้ว่าจะหลับไปถึงเมื่อไหร่ ดีที่ในอ่างไม่มีน้ำ…
แค่คิดสภาพเด็กหนุ่มหลับและจมน้ำในอ่าง ใบหน้าเขาก็ทะมึนขึ้นหลายส่วน
นิสัยหลี่หรงอี้ก็เหมือนแมว ถ้าเข้าหาหรือแหย่มากเกินไป อีกฝ่ายอาจจะวิ่งหนีไม่ยอมเข้าใกล้ บางครั้งอาจจะโดนข่วนเอาได้ ดังนั้นจึงต้องใจเย็นและรอคอยเวลาที่เหมาะสม ที่ผ่านมาเขาคงใจร้อนเกินไป
“ผมเมา ลุกไม่ไหว” เห็นสีหน้าน่ากลัวของหัวหน้า หลี่หรงอี้จึงตัดสินใจแกล้งเมา
“ปกติคอแข็งไม่ใช่เหรอ นี่ดื่มไปเยอะแค่ไหนถึงได้หมดสภาพแบบนี้” จ้าวอู๋ซวนบ่นพลางหยิบเสื้อคลุมโยนให้เด็กหนุ่มสวม ก่อนจะช่วยพยุงออกจากห้องน้ำ
กลิ่นครีมอาบน้ำบนตัวหัวหน้าบวกกับััของท่อนแขนที่โอบเอวตัวเองอยู่ ทำเอาหลี่หรงอี้รู้สึกหน้ามืดยิ่งกว่าเดิม เผลอหลุดปากออกมาโดยไม่รู้
“ผมได้ยินว่าผู้ชายด้วยกันก็ทำได้?”
“เธอไปฟังใครพูดมา?” จ้าวอู๋ซวนชะงักฝีเท้า น้ำเสียงและบรรยากาศรอบตัวแทบจะเย็นจนเป็น้ำแข็ง
“ผมได้ยินเพื่อนที่มหาลัยพูดกัน และมีหลายคนคบกันด้วย ทำแล้วมันรู้สึกดีจริงเหรอ?”
ได้ยินที่อีกฝ่ายพูด ใบหน้าของชายหนุ่มก็เยือกเย็นขึ้นหลายส่วน “เธอเมาแล้ว”
“ผมไม่ได้เมา!”
“คนเมาที่ไหนจะบอกตัวเองเมา” รู้สึกว่าคุยกับคนเมาไปก็เปล่าประโยชน์ คิดจะพาตัวไปนอนให้เร็วที่สุด แต่ดูเหมือนเ้าตัวจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ
“แล้วตกลงมันรู้สึกดีจริงหรือเปล่า?” หลี่หรงอี้ยังคงไม่ยอมแพ้ ถามย้ำเพื่อที่จะเอาคำตอบให้ได้
“อย่าดื้อ เป็เด็กเป็เล็ก อยากรู้เื่นี้ทำไม”
“ผมโตแล้วนะ อายุยี่สิบแล้ว! เฮอะ ถามคุณไปคงไม่ได้เื่ ตาลุงอย่างคุณคงซิงมาทั้งชีวิตนั่นแหละ”
“เดี๋ยว! เธอว่าใครซิงมาทั้งชีวิต” จ้าวอู๋ซวนเหมือนโดนดูถูก น้ำเสียงและแววตาดำมืดขึ้น
“ว่าคุณนั่นแหละ ถ้าไม่รู้ก็บอกมาตรง ๆ เดี๋ยวผมไปถามคนอื่น...” หลี่หรงอี้ยังพูดไม่จบก็ถูกแขนที่โอบเอวตัวเองอยู่ตวัดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
“เธออยากรู้ใช่ไหมว่าทำกับผู้ชายด้วยกันแล้วรู้สึกยังไง ไม่ต้องไปถามคนอื่นหรอก ฉันจะสอนให้เอง!” สติที่พยายามยับยั้งไว้ของชายหนุ่มขาดผึงลงทันที พอพูดจบก็โยนคนในอ้อมแขนลงบนเตียง แล้วทาบทับลงไปทันที
หลี่หรงอี้คิดจะดีดตัวขึ้นมาตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทาบทับลงมา เขาคิดจะอ้าปากประท้วง ริมฝีปากกลับถูกปิดผนึกอย่างรวดเร็ว
เรียวลิ้นที่รุกล้ำเข้ามาในโพรงปากกวาดต้อนอย่างหยาบคาย ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนขึ้น
จ้าวอู๋ซวนตะโบมจูบจนริมฝีปากอีกฝ่ายแดงก่ำ พอเห็นเด็กหนุ่มเผยอปากจะส่งเสียงประท้วง เขาก็ใช้ริมฝีปากปิดปากแดงก่ำอีกครั้ง ไล้เลียขมเม้มจนพอใจ ก่อนจะใช้ลิ้นเข้าไปสำรวจในโพรงปาก ดูดดึงลิ้นเรียวเล็กของเด็กหนุ่มจนเกิดเสียงหยาบโลนดังก้องไปทั่วห้อง
ชุดคลุมอาบน้ำที่ถูกใส่อย่างลวก ๆ ตอนนี้ร่นขึ้นมาถึงต้นขา และกำลังถูกมือหยาบกระด้างลูบไล้ไปทั่ว
“อือออ…”
รสชาติของจูบที่เพิ่งเคยััเป็ครั้งแรก ทำเอาหลี่หรงอี้งุนงงและทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเหมือนจะขาดอากาศหายใจ พอถูกปล่อยเป็อิสระและรับรู้ได้ถึงมือที่กำลังลูบไล้ตัวเองอยู่ เขาก็ตั้งสติได้
“ตาแก่หื่นกาม!”
“เธอเป็คนอยากรู้เองนะ อยากรู้ไม่ใช่เหรอว่าระหว่างผู้ชายด้วยกันจะรู้สึกยังไง” พูดจบก็เปิดลิ้นชักหัวเตียงค้นหาเจลหล่อลื่น เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายต้องมีแน่
แต่พอเจอถุงยางอนามัยกล่องหนึ่งอยู่ด้านใน เขาก็หันมามองเด็กหนุ่มด้วยสายตาคมกริบ
“ทะ..ที่มหาลัยมีกิจกรรมรณรงค์ ผมได้รับแจกมา” หลี่หรงอี้รีบร้อนอธิบาย
ถุงยางอนามัยกล่องนี้ถูกนักศึกษาที่จัดกิจกรรมของชมรมยัดใส่มือเมื่อหลายเดือนก่อน หลังจากรับมาแล้วเขาก็โยนใส่ไว้ในลิ้นชักจนลืมไปแล้ว ไม่คิดว่าจะถูกหัวหน้าเจอเข้าในสถานการณ์แบบนี้
แบบนี้มันก็เหมือนเขาเตรียมพร้อมไว้เลยน่ะสิ!
พอเห็นหัวหน้ายังมองด้วยสายตาเคลือบแคลง เขาก็รีบเอ่ยย้ำ “ผมได้รับแจกมาจริง ๆ นะ”
“มานี่” จ้าวอู๋ซวนนั่งพิงหัวเตียง แล้วเอ่ยปากเรียกเด็กหนุ่ม
“...”
หลี่หรงอี้ใจหนึ่งก็รู้สึกหวาดกลัวและตื่นตระหนก อยากหนีไปจากตรงนี้ แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกอยากรู้อยากลอง คิดว่าไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว จะหยุดกลางคันไม่ได้ เขาจึงขยับเข้าไปคร่อมบนต้นขาของหัวหน้า สองมือคล้องคออีกฝ่ายไว้เพื่อพยุงตัว
จ้าวอู๋ซวนฉีกซองถุงยางอนามัยและสวมไปที่นิ้วมือของตัวเอง จากนั้นชโลมเจลหล่อลื่นลงไปให้ทั่ว ส่วนมืออีกข้างก็ป้ายเจลหล่อลื่นแล้วััแก่นกายของเด็กหนุ่มเบา ๆ ก่อนจะรูดขึ้นลงเป็จังหวะ ส่วนนิ้วมือข้างที่สวมถุงยางอนามัยก็เลื่อนลงไปที่ช่องทางด้านหลัง และถูวนอยู่อย่างนั้นจนนิ้วสามารถเข้าไปได้
“อ๊ะ!”
ความรู้สึกแปลกใหม่และเสียวซ่านที่เกิดจากััของคนอื่น และไม่เคยพานพบมาก่อน ทำเอาหลี่หรงอี้ส่งเสียงครางออกมา แต่พอรับรู้ได้ถึงนิ้วมือที่กำลังรุกล้ำช่องทางด้านหลัง เขาก็ตื่นตระหนก คิดจะขยับหนีโดยสัญชาตญาณ
“อย่าขยับ!” เพราะกลัวเด็กหนุ่มจะได้รับาเ็ จ้าวอู๋ซวนจึงหยุดมือ ก่อนจะส่งเสียงดุเบา ๆ พอเห็นอีกฝ่ายยังมีท่าทีตื่นตระหนก มือที่กำลังปลอบประโลมแก่นกายด้านหน้าก็เร่งความเร็วขึ้น
“ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวก็ดีเอง” เขาหันไปกระซิบข้างหูของเด็กหนุ่ม ก่อนจะขบเม้มติ่งหูที่แดงก่ำของฝ่าย
“!”
ลมหายใจอุ่นร้อนและเสียงแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหู บวกกับส่วนอ่อนไหวที่ถูกรูดรั้ง ทำเอาหลี่หรงอี้ตัวอ่อนระทวยแทบทรงตัวไม่อยู่ เขาซุกใบหน้าลงกับไหล่ของหัวหน้า พร้อมทั้งส่งเสียงคลุมเครือออกมา
เห็นอีกฝ่ายผ่อนคลายและไม่ตื่นตระหนกแล้ว มืออีกข้างของจ้าวอู๋ซวนก็เริ่มขยับเข้าออกอีกครั้ง เขาสังเกตเห็นว่าตอนที่นิ้วมือตัวเองกดโดนบางจุด เด็กหนุ่มจะส่งเสียงครางออกมาและช่องทางด้านหลังจะบีบรัดแน่นพิเศษ จึงกดย้ำตรงจุดนั้นรัว ๆ
“อ๊า มะ……ไม่ไหวแล้ว มะ…มันเสียวเกินไป”
เมื่อถูกปรนเปรอทั้งข้างหน้าและข้างหลัง หลี่หรงอี้ก็รู้สึกเสียวซ่านจนแทบทนไม่ไหว สองมือคล้องคอผู้ชายตรงหน้าไว้แน่น บางครั้งก็จะแอ่นสะโพกเข้าหามือที่กำลังปรนเปรอตัวเองอยู่ พร้อมทั้งส่งเสียงครางออกมาไม่หยุด รู้สึกดีกว่าทำด้วยตัวเองและใช้อุปกรณ์ช่วยอีก ไม่นานเขาก็ถึงฝั่งฝัน ปลดปล่อยหยาดน้ำสีขาวแห่งความสุขออกมาทั้งที่ตัวสั่นกระตุกไม่หยุด
พอเห็นเด็กหนุ่มถึงฝั่งฝันแล้ว จ้าวอู๋ซวนก็ถอนนิ้วมือด้านหลังออก ถอดถุงยางอนามัยแล้วดึงกระดาษทิชชูห่อทิ้งลงถังขยะ
ในใจกำลังพยายามสงบสติอารมณ์และยับยั้งความ้าที่แทบจะข่มกลั้นไม่อยู่ ไม่เข้าใจว่าเื่มันดำเนินมาถึงขั้นนี้ได้อย่างไร...
หลังจากพายุแห่งความเสียวซ่านสงบลงแล้ว เห็นอีกฝ่ายไม่คิดทำอะไรต่อ แถมยังทำท่าจะออกจากห้อง หลี่หรงอี้ก็เอ่ยถาม
“ไม่ทำต่อเหรอ?”
“นี่ ให้มันน้อย ๆ หน่อย อย่ายั่วกันให้มาก ความอดทนฉันก็มีขีดจำกัด” จ้าวอู๋ซวนพูดด้วยน้ำเสียงเจือโทสะ เ้าเด็กบ้านี่ไม่รู้บ้างเลยว่าตอนนี้เขาต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองขนาดไหน
“ทั้งที่ตั้งโด่ขนาดนี่เนี่ยนะ” พูดพลางเอาเท้าเขี่ยเป้ากางเกงที่ตุงแน่นของอีกฝ่าย
“ถ้าคุณไม่ทำ งั้นผมไปให้คนอื่นช่วยก็ได้” หลี่หรงอี้พูดจบก็ทำท่าพลิกตัวจะลงจากเตียง แต่เอวกลับถูกคว้าเอาไว้ และถูกกดลงกับเตียงอย่างรวดเร็ว
“คิดจะไปให้ใครช่วยอย่างนั้นเหรอ? ถ้าอยากรู้มากขนาดนั้น ให้ฉันช่วยทำให้ถึงที่สุดเป็ไง” น้ำเสียงของจ้าวอู๋ซวนทั้งเย็นเยียบและไม่สบอารมณ์ ไม่คิดจะหักห้ามใจตัวเองอีก
เขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสพูด ประกบปากลงไปอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งปลดกางเกงตัวเองออก สวมถุงยางอนามัยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะนำไปถูไถกับช่องทางด้านหลังที่อ่อนนุ่มของอีกฝ่าย แล้วกดแทรกเข้าไป…
โปรดติดตามตอนต่อไป
นึกถึงเพลงนี้ขึ้นมาเลย...เด็กมันยั่วเลยหลวมตัวไปหน่อย~~ ตอนแรกหัวหน้าคิดจะอ่อยน้องหลี่ เป็ไงล่ะ โดนยั่วคืนทีเดียวไปไม่เป็เลย 55555
ตอนแรกว่าจะเขียนต่อให้เสร็จ แต่ที่บ้านฝนตกฟ้าร้องดังมาก แถมไฟดับ เอาไว้มาต่อตอนหน้าเนอะ