“คีรินทร์” ครามที่เห็นคีรินทร์เดินลงมาจากรถพร้อมกับพชร บุรุษพยาบาลประจำตัวของเขา ชายหนุ่มจึงรีบเข้าไปช่วยพยุงร่างของน้องชายซึ่งร่างกายอ่อนแอเข้าบ้านด้วยความเป็ห่วง
“นี่นายไปไหนมา ฉันไปหาที่ห้องก็ไม่เจอ ไปดูที่บ้านไม้ก็ไม่มี ทำไม่นี้ออกไปข้างนอกบ่อยจังเลยล่ะ ร่างกายนายไม่แข็งแรง โดนลมมากๆไม่ได้ไม่ใช่เหรอ ข้างนอกมีแต่มลพิษ มีแต่ฝุ่น เดี๋ยวสุขภาพก็ทรุดลงอีก หรือถ้าอยากไปไหนนายบอกฉันก็ได้ ฉันจะได้ไปดูแลนายด้วยอีกแรง” ครามพูดทั้งสีหน้าแววตาและน้ำเสียงแสดงออกถึงความเป็ห่วงชายหนุ่มผู้เป็น้องชายอย่างชัดเจน
“เขาก็ไปเที่ยวเล่นตามประสาของเขานั่นแหละ พี่ครามจะไปสนใจอะไรนักหนา คนอย่างเขาไม่มีการมีงานให้ต้องห่วงอยู่แล้วนี่ คงจะทำตัวลอยไปลอยมาไร้ประโยชน์จนชินแล้วมั้ง พี่ครามเถอะเอาเวลาที่มาสนใจเขาไปเคลียร์งานที่บริษัทให้เสร็จดีกว่าไหม เดี๋ยวก็ถูกถอดออกจากบอร์ดบริหารหรอก” คิมหันต์ซึ่งเพิ่งกลับจากที่ทำงานอดไม่ได้ที่จะแซะพวกเขาสองคน เพราะรู้สึกหมั่นไส้ที่พี่ชายคนโตของตนเอาแต่เป็ห่วงพี่ชายต่างมารดาอย่างคีรินทร์
“นายเอาเวลาที่มาสนใจเื่ของฉันกับคีรินทร์ ไปเรียนรู้งานเพื่อเตรียมตัวขึ้นเป็ประธานสูงสุดของทีพีเจดีกว่านะ อีกหน่อยเดี๋ยวคุณแม่ก็คงจะช่วยดันจนนายได้ขึ้นไปนั่งอยู่ตำแหน่งนั้นต่อจากคุณพ่อเองแหละ” ครามพูดเหน็บแนมน้องชายของตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเขามักจะได้รับความรักจากผู้เป็แม่มากกว่าตนเสมอ
“เข้าบ้านเถอะคีรินทร์” เขาเอ่ยชวนน้องชายต่างมารดาที่สนิทกันมากกว่าน้องชายซึ่งคลานตามกันมา ก่อนที่คนทั้งสองจะเดินเข้าบ้านไปโดยไม่สนใจคิมหันต์ที่ยืนหน้าเสียอยู่ตรงหน้าประตู
“ทำไมพี่ครามจะต้องตามหาผมด้วยล่ะครับ มีอะไรหรือเปล่า” คีรินทร์ถามครามด้วยความสงสัย
“คุณพ่อฝากให้พี่มาบอกนาย บ้านจันทร์ประดับเขาตอบรับการแต่งงานกับเราแล้วนะ คุณพ่อบอกว่าพรุ่งนี้ให้นายเข้าไปรับตัวลูกสาวของเขาได้เลย เห็นว่าจะให้มาทดลองอยู่ด้วยกันก่อน ถ้าพวกนายอยู่ด้วยกันได้หรือโอเคเมื่อไหร่ก็ค่อยจัดงานแต่ง เห็นว่าคุณพ่อจะยกบ้านหลังหนึ่งให้นายด้วย เพื่อความเป็ส่วนตัวของพวกนาย ยังไงนายก็ลองไปถามคุณพ่อดูอีกทีก็แล้วกัน” ครามพูดในสิ่งที่ตนได้รับคำสั่งมาจากผู้เป็บิดาให้น้องชายต่างมารดารับรู้
“ขอบคุณครับพี่คราม งั้นผมขอตัวก่อนนะ” คีรินทร์พูดก่อนที่จะเดินแยกกลับไปยังห้องของตน ตามด้วยพชร เลขาคนสนิทที่รับบทเป็บุรุษพยาบาลเมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัวของเ้านายหนุ่มและคนอื่นๆ
เมื่อปรางรัศมีรับรู้ถึงชะตากรรมของตนเองในอนาคต เธอก็เดินกลับมายังห้องนอนของตนเองอย่างเหม่อลอย ในใจคิดไปต่างๆนานา สับสนวุ่นวายว่าตนจะรับมือและตัดสินใจกับเื่นี้ยังไงดี
“คุณพ่อคะ คุณแม่คะ ปรางขอโทษ ปรางมันไม่ได้เื่ ปรางไม่สามารถรักษาบ้านของคุณพ่อกับคุณแม่เอาไว้ได้ พวกนั้นกำลังจะทำให้บ้านเราต้องตกไปอยู่ในเงื้อมมือของผู้อื่น ปรางควรทำยังไงดีคะ”
หญิงสาวหยิบรูปถ่ายพ่อกับแม่ของตนขึ้นมาและกอดมันไว้แนบอก เธอพูดระบายความในใจของตนและความสับสนของเธอหวังให้มันส่งไปถึงพวกท่าน ให้พวกท่านได้รับรู้และช่วยเธอแก้ปัญหาเหล่านี้
หยดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังค่อยๆไหลลงอาบข้างแก้ม เธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอตัดสินใจมันถูกหรือไม่ แต่เพื่อรักษาบ้านหลังนี้เอาไว้ เธอจำเป็จะต้องยอมเสียสละตนเองเพื่อแลกกับมัน และรอวันที่จะทวงทุกอย่างที่เป็ของเธอคืนมา ซึ่งการที่ได้ออกไปใช้ชีวิตข้างนอก มันอาจจะช่วยให้เธอสามารถทำสิ่งเ่าั้ได้ง่ายขึ้นก็ได้
หญิงสาวมองไปยังรูปของพ่อและแม่ พลันสายตาก็ไปสะดุดกับสร้อยเพชรที่อยู่ตรงคอของคุณแม่ ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว ป้าเนียมเคยบอกกับเธอว่าสร้อยเส้นนี้เป็ของขวัญที่คุณพ่อของเธอมอบให้กับคุณแม่ในวันเกิด ซึ่งในสร้อยถูกฝังด้วยกล้องขนาดเล็ก แต่มันกลับหายไปเมื่อท่านทั้งสองจากไป และสิ่งที่ปรางรัศมี้าจะทำต่อไปจากนี้คือ ตามหาสร้อยเส้นนี้ให้เจอ
เธอเปิดประตูและเดินออกมาจากห้องของตนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พยายามรักษาท่าทีให้ปกติที่สุด
“คุณหนู คุณหนูหายไปไหนมาคะ ป้าตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ ป้าเป็ห่วงแทบแย่ คิดว่าคนพวกนั้นจะทำอะไรคุณหนูแล้วซะอีก” ป้าเนียมที่เดินตามหาหญิงสาวรอบบ้านเอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็ห่วงเมื่อเธอเจอตัวคุณหนูของตน
“พอดีหนูรู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะค่ะ ก็เลยไปนอนพัก หนูขอโทษนะคะที่ทำให้ป้าเนียมเป็ห่วง” เธอตอบอย่างรู้สึกผิด
“คุณหนูไม่สบายหรอคะ ป้าขอดูหน่อยค่ะ” หญิงชราเอ่ยขึ้นก่อนจะใช้หลังมือของตนัับริเวณหน้าผากของหญิงสาวเพื่อเช็คอุณหภูมิในร่างกายเธอ
“แล้วคุณหนูทานยาหรือยังคะ” เธอถามหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง “ไม่น่าล่ะคะตาแดงๆ”
“ป้าเนียมคะ หนูไม่เป็ไรแล้วค่ะ” หญิงสาวกล่าวก่อนจะใช้มือของตนจับมือของหญิงชราเอาไว้
“ไม่ได้นะคะคุณหนู ไม่สบายก็ต้องกินยาค่ะ ไม่กินยาแล้วจะหายได้ยังไงล่ะคะ ไปที่ห้องกับป้านะคะเดี๋ยวป้าเอายาให้กิน” ป้าเนียนพูดก่อนจะพาตัวปรางรัศมีไปยังห้องนอนของตนและหยิบยาให้เธอกิน
“ป้าเนียมคะ ถ้าวันนึงหนูไม่อยู่ที่นี่แล้ว ป้าเนียมสัญญากับหนูนะคะว่าจะดูแลตัวเองให้ดี” หญิงสาวพูดพร้อมกับโน้มตัวลงนอนที่ตักของหญิงชราด้วยความผูกพันธ์
“ทำไมคุณหนูพูดอย่างนี้ล่ะคะ คุณหนูเหมือนกับว่าคุณหนูจะไม่อยู่ที่นี่กับป้าแล้วอย่างนั้นล่ะค่ะ” ป้าเนียมถามด้วยความสงสัย รู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อยกับคำพูดของหญิงสาว
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูก็แค่พูดไปอย่างนั้น” เธอตอบบ่ายเบี่ยง
“ไม่เอานะคะ ทีหลังไม่พูดแบบนี้อีกนะคะ ป้าใจไม่ดีเลย”
“ค่ะ หนูจะไม่พูดแบบนี้อีกแล้ว” หญิงสาวรับปาก “คืนนี้หนูขอนอนกับป้าเนียมนะคะ” เธอเอ่ยปากขอนอนกับหญิงชราที่เปรียบเสมือนญาติผู้ใหญ่คนเดียวของเธอ
“ได้สิคะ คุณหนูอยากจะนอนกับป้ากี่คืนก็ได้ค่ะ” ป้าเนียมตอบด้วยความเต็มใจก่อนจะใช้มือของตนลูบศีรษะของหญิงสาวเบาๆด้วยความเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลานคนหนึ่งของตน