บ่ายที่แสงตะวันเริ่มคล้อยลงจนเกือบจะลาลับขอบฟ้า ทั้งที่เป็เวลาเพียงบ่ายสามโมงเท่านั้น แต่บรรยากาศช่างเชิญชวนให้เหล่านกกาพร้อมจะบินกลับรังเสียนี่
เสียงเจื้อยแจ้วของกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายชั้นปีที่ 1 ห้อง B ดังระงมไปทั่วชั้นเรียนของตึก เนื่องจากอาจารย์ผู้สอนติดประชุม โดยทิ้งของความเพียงสั้นๆ บอกเอาไว้บนกระดานดำหน้าชั้นเรียนเท่านั้น
คาบเรียนนี้เป็วิชาสุดท้ายของวัน จึงทำให้เหล่านักเรียนเริ่มหาอะไรทำฆ่าเวลาเพื่อรอโรงเรียนเลิก พวกเขารู้สึกยินดีกับการติดประชุมของอาจารย์จนชั้นเรียนอื่นๆ รอบข้างได้ยินเสียงดังต่างพากันไม่สบอารมณ์ด้วยความอิจฉา
เด็กหนุ่มตัวผอมสูงบิดี้เีด้วยความงัวเงียอยู่มุมห้องข้างหลังสุดริมหน้าต่าง คล้ายกับว่าเขาจะเป็คนเดียวที่ไม่สบอารมณ์ท่ามกลางความสนุกสนานในห้องเรียนเวลานี้
มือขาวซีดป้องปิดปากที่กำลังหาว ตามด้วยมือที่เอื้อมขึ้นมาขยี้ผมสีน้ำตาลของตนเองอย่างหงุดหงิด...เสียงเหล่านี้ช่างรบกวนการนอนของเขายิ่งนัก
แต่แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างๆ หู เป็เสียงร้องของเ้าแมวเปอร์เซียสีดำขลับที่เขาคุ้นเคยเป็อย่างดีแม้ไม่ได้หันไปมอง เขาถอนหายใจออกมา
"ออสติน มาก็ดีแล้ว เ้าจงมาเป็หมอนให้ข้าหนุนนอนเดี๋ยวนี้" ริมฝีปากแตกระแหงด้วยอากาศหนาวพึมพำเบาๆ กับเ้าแมวเหมียวที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากเขา
เด็กหนุ่มหันหน้าไปมองออสติน พบว่าเ้าเหมียวเกาะอยู่ที่ริมหน้าต่างข้างโต๊ะของเขา มันนั่งนิ่งๆ สีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ
"มานี่สิ นี่ชั้น5 นะ เดี๋ยวเ้าก็พลัดตกลงไปหรอก" เด็กหนุ่มท้าวคางลงกับแขนตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะ มือขาวซีดกวักเรียกเ้าเหมียวให้เข้ามา พร้อมกับไม่รอช้าที่จะอ่านความรู้สึกของมัน
"ข้าไม่ตกลงไปหรอกท่านไรเดอร์ ท่านก็รู้ ห่วงแต่ท่านเถอะ หันมาคุยกับข้าเช่นนี้ ประเดี๋ยวคนอื่นๆ ก็คิดเอาว่าท่านสติไม่ดี" เ้าเหมียวตอบกลับเขา ทำให้เขาหัวเราะน้อยๆ
นมนานมาแล้วที่เด็กหนุ่มไปไหนมาไหนโดยมีวิญญานแมวตนนี้คอยอยู่เป็เพื่อน
"ข้าไม่สนใจหรอก ไม่อยากสมาคมกับผู้ใดในที่นี้อยู่แล้ว" เขาพูดเบาๆ ยังเกรงว่าคนอื่นได้ยินจะโกรธเคืองเอาได้
"คงจะสนุกกว่านี้หากวิเอร่ายังอยู่กับพวกเรา" เ้าเหมียวเอ่ยหน่ายๆ คล้ายเกริ่นขึ้นมาลอยๆ แต่กลับทำให้เด็กหนุ่มชะงักคำพูดเอาไว้ที่ริมฝีปาก ความเงียบงันเข้าปกคลุมจิตใจของเขาในชั่วขณะหนึ่ง
...หากวิเอร่ายังอยู่อย่างนั้นหรือ?...
ไรเดอร์กระตุกยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากเล็กน้อย
"ข้าก็หวังว่าเธอจะยังคงเป็วิเอร่าตนเดิมที่ข้าเคยรู้จัก"
เขาเอ่ยตอบเ้าเหมียวด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะเป็การพึมพำกับตนเองเสียมากกว่า โดยไม่ได้รู้สึกถึงดวงตาเว้าวอนของตนที่ถึงแม้จะไร้แววไม่เฉกเช่นคนอื่นๆ แต่ก็ช่างดูเศร้าหมองอย่างประหลาด
เป็ระยะเวลาหนึ่งแล้วที่เขาไม่ได้พบเจอกับวิญญานเด็กสาวที่ชื่อวิเอร่า บางทีเธออาจจะยังอยู่รอบตัวเขาแต่ไม่ประสงค์จะให้มองเห็น ไม่เช่นนั้นเธอก็คงจะจากเขาไปในดินแดนแสนไกลสักแห่ง
ขณะนั้นเองมีเสียงหนึ่งเบนความสนใจของเขาไปจากห้วงคำนึง
"ว่าไงไมกี้ ฉันบอกให้นายลอกการบ้านให้ฉันกับแมกซ์ไม่ใช่เหรอ แล้วนี่นายทำอะไรอยู่ล่ะ" ไรเดอร์หันไปมองตามเสียง แม้ว่าผู้พูดจะไม่ได้พูดกับเขาก็ตาม แม้ว่าเขาจะเข้ามาในโรงเรียนนี้ได้ระยะหนึ่งแล้ว เขาก็ยังไม่รู้สึกเข้าถึงภาษาพูดที่ดูสมัยใหม่ของคนที่นี่ เขาอยู่ในชายป่ามานานแสนนาน พูดกับภูตพรายก็ด้วยภาษาโบร่ำโบราณมาตลอด
นั่นไม่ใช่ประเด็นที่ไรเดอร์ใส่ใจขบคิด ณ ขณะนั้น เพราะน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ที่เขาได้ยินนั้นดังมาจากเด็กหนุ่มร่วมชั้นเรียนตัวสูงที่กำลังใช้มือเสยผมสีดำปรกหน้าขึ้นไปข้างบน พลางเป่าลมหายใจออกจากริมฝีปากอย่างหงุดหงิด เดินตามหลังมาด้วยเพื่อนผู้ชายตัวอ้วนเตี้ย สีผมแปลกประหลาดที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจทุกครั้งเมื่อได้มอง ดูเหมือนจะไม่มีผู้ใดสามารถระบุได้อย่างแน่ชัดว่าสีผมของชายร่างท้วมคือสีอะไร มันแลดูเหมือนการนำสีต่างๆ มาผสมรวมกันให้เลอะเทอะกองอยู่บนศีรษะเสียมากกว่า
ผู้มาเยือนใหม่ทั้งสองกำลังจ้องมองไปยังเด็กชายอีกคนที่ใส่แว่นตาหนาเตอะนั่งอยู่หน้าสุดของชั้นเรียน มีท่าทางหวั่นกลัวไม่น้อย
เ้าของเสียงโวยวายเมื่อครู่เลิกคิ้วขึ้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากเด็กชายใส่แว่นที่แสร้งทำเป็อ่านหนังสือและไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเอ่ยเมื่อครู่
"แมกซ์ ขอหนังสือสักสองสามเล่มสิ หมอนี่ท่าทางจะอยากอ่านน่ะ" เ้าของเสียงเดิมยกยิ้มมุมปาก พลางหันไปเอ่ยกับเพื่อนตัวอ้วนที่เดินตามหลังมา เหมือนว่าหมอนั่นจะชื่อแมกซ์
ไรเดอร์นั่งมองเหตุการณ์เงียบๆ อยู่ที่เดิมกับเ้าเหมียวออสติน
"เ้าคิดว่าจะเป็อย่างไรต่อ ออสติน"
คำถามถูกเอื้อนเอ่ยพร้อมกับั์ตาสีดำไร้แววหันกลับไปมองเ้าเหมียวๆ ซึ่งก็ได้รับคำตอบตรงกับที่คิดไว้
"หมอนั่นคงจะโดนอเล็กซ์แกล้งอีกเป็แน่ ท่านไรเดอร์" ออสตินตอบ ไรเดอร์ตระหนักได้ว่าเ้าเหมียวจำชื่อเรียกของมนุษย์ได้ดีกว่าเขาเสียอีก
ไรเดอร์ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด
อเล็กซ์ หรือผู้มาเยือนตัวสูงผมดำขลับนั่นมักจะสรรหาวิธีมากลั่นแกล้งเพื่อนร่วมชั้นใส่แว่นคนนี้เสมอ ไรเดอร์สังเกตเห็นเหตุการณ์เทือกนี้เป็ประจำ...เป็ไปได้ไหมว่าในโลกของมนุษย์ ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะอยู่รอด
"ข้าจะช่วยไมกี้" ริมฝีปากแตกระแหงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อนึกสนุก หากั์ตามีแววเช่นมนุษย์คนอื่นๆ คงจะมีประกายวูบไหวของความคึกคะนองอยู่ภายในเป็แน่
"ข้าว่าอย่ายุ่งเกี่ยวเลยท่านไรเดอร์" ออสตินปรามผู้เป็นายอย่างเหนื่อยหน่าย ไรเดอร์มักไม่ฟังคำห้ามปรามของผู้ใดเมื่อเขากำลังนึกสนุก
"เ้าเงียบเสียงเถอะน่า" ไรเดอร์นิ่วหน้าเล็กน้อย มือปัดป่ายมาทางเ้าเหมียวด้วยความนึกรำคาญ
เขาหันกลับมาสนใจเหตุการณ์บริเวณหน้าห้องเรียนต่อ ดูเหมือนว่าอเล็กซ์จะมีหนังสือหนาหนักสองสามเล่มอยู่ในมือแล้วเสียด้วย
"อยากอ่านมากใช่ไหมไมกี้" อเล็กซ์เอ่ยกับเด็กหนุ่มใส่แว่น พลางยกหนังสือที่ซ้อนทับกันสองสามเล่มนั้นกระแทกลงไปที่ศีรษะของไมกี้หลายต่อหลายครั้ง ไม่มีใครกล้ายุ่งกับเขาเลยแม้แต่คนเดียว
ไรเดอร์ถอนหายใจ ไม่รู้ต้องหน่ายกับการกระทำรูปแบบนี้ไปอีกนานเท่าไหร่ ไมกี้ดูจะสั่นเทาจนแทบคลั่งโดยไม่ตอบโต้อะไรเลย คงจะหวาดกลัวมาก
ขณะนั้นเอง ไรเดอร์ค่อยๆ ผายมือซ้ายออกมาข้างหน้าเล็กน้อย ปิดเปลือกตาลงพร้อมกับเพ่งสมาธิไปยังหนังสือในมือของอเล็กซ์ ชั่วอึดใจหนึ่งเขาก็ลืมตาขึ้นแล้วพลิกฝ่ามือสวนทางกลับเข้าหาผู้ที่ถือหนังสือ
ทันใดนั้น หนังสือในมือของอเล็กซ์ที่กำลังฟาดเข้าตรงศีรษะของไมกี้ ก็สวนทางกลับมาตีเข้าที่หน้าของเขาเองอย่างรุนแรงหลายต่อหลายครั้ง
"อเล็กซ์!" แมกซ์ะโอย่างใในการกระทำของเพื่อน เมื่อภาพที่ทุกคนเห็นในตอนนี้คืออเล็กซ์กำลังเอาหนังสือระดมตีเข้าที่หน้าของตัวเอง
ไรเดอร์หัวเราะด้วยความสาแก่ใจอยู่โซนหลังห้องเรียนเมื่อเห็นผลงานของตน
"ท่านไรเดอร์ พอได้แล้วเถิดท่าน อย่าใช้พลังโดยใช่เหตุเลย" เขาได้ยินเสียงออสตินปราม จึงหยุดการกระทำไว้เพียงเท่านั้น ส่งผลให้หนังสือในมือของอเล็กซ์ร่วงลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
แต่ถึงแม้ไรเดอร์จะหยุดกสนกระทำลงแล้ว เขาก็ยังคงหัวเราะอารมณ์ดีกับใบหน้าสีแดงระเรื่อของอเล็กซ์ที่แลดูจะอับอายไม่น้อย
ไรเดอร์หยุดหัวเราะเมื่อรู้สึกว่าเริ่มถูกคนอื่นๆ ในห้องเรียนจับตามอง เหตุเพราะไม่น่ามีใครกล้าหัวร่อใส่บุคคลน่ากลัวอย่างอเล็กซ์เป็แน่
ไม่ทันระวังตัว จู่ๆ เก้าอี้ของไรเดอร์ก็พลิกคว่ำลงอย่างไร้สาเหตุ เขาไม่ได้ขยับเลย ไม่ได้โยกตัวใดๆ ทั้งสิ้น อยู่ดีๆ ก็ตกลงมานอนแนบกับพื้น ตามด้วยเสียงหัวเราะสมทบของเพื่อนร่วมชั้นเรียน
พับผ่าเถอะ...น่าอับอายถึงเพียงนี้
แต่แล้วเขาก็ค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นด้วยความสงสัยที่ล้นเอ่อมากกว่าความอับอาย มือขาวซีดจับเก้าอี้ตัวเดิมให้กลับเข้าที่แล้วค่อยๆ นั่งลงอย่างสงบ แก้มของเขาแดงขึ้นมาเล็กน้อย เขายกมือขึ้นเกาศีรษะแก้เก้อ ขณะที่เพื่อนร่วมชั้นยังคงหัวเราะกันดังระงมอยู่เช่นเดิม เช่นเดียวกับจิตใจของเขาที่ไม่สงบในตอนนี้
ความสงสัยประเดประดังเข้ามาในห้วงคงามคิดจนแทบไม่ได้ยินเสียงหัวเราะล้อเลียนของเพื่อนมนุษย์ในห้องเรียน
เก้าอี้ของเขาพลิกคว่ำได้อย่างไร
เขาแน่ใจว่าไม่ได้โยกเก้าอี้ หรือแม้กระทั่งหากลมพัดก็คงไม่สามารถทำให้เขาตกลงไปจากเก้าอี้ได้หรอกกระมัง
ต้องมีใครบางคน ณ ที่นี้ใช้พลัง
เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็หาตัวจับได้ยากเพราะทั้งห้องช่างแสนชุลมุนวุ่นวาย แล้วไม่มีผู้ใดสนใจเขาอีกตอนนี้
"นั่นคือพลังใช่ไหม" ไรเดอร์เอ่ยถามเ้าเหมียว พร้อมกวาดสายตาไปทั่ว
"ข้าคาดว่าใช่" ออสตินตอบ
จิตใจของไรเดอร์ไม่สงบเลย ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆ เขาก็ไม่ปลอดภัย
"มีใครอื่นในที่นี้ ที่ท่านวามารถอ่านใจ หรือรับรู้ถึงพลังได้หรือไม่" ออสตินถาม
"ั้แ่มาที่นี่ ข้ายังไม่เคยััถึงุ์หรือภูตพรายตนใดเลย จะใีก็แต่วิญญานเร่ร่อนตนอื่นๆ ที่ดำรงอยู่เช่นเ้า นอกเหนือจากนั้นก็ล้วนเป็มนุษย์อย่างแน่นอน"
ั์ตาสีดำหันกลับไปมองเ้าเหมียวอย่างชวนฉงนอีกครั้ง
"ข้าว่าแปลกมาก" เขาพูดพลางจ้องมองเ้าเหมียวราวกับยังคง้าความเห็นจากอีกฝ่ายมากกว่านี้
"เมื่อครู่นี้ท่านคิดว่าใครเป็คนทำ"
ไรเดอร์นิ่งไปครู่หนึ่ง ห่อปากอย่างครุ่นคิด
"ข้าไม่แน่ใจ"
"ผู้ที่กระทำการเมื่อครู่อาจเป็บุคคลที่ท่านตามหาอยู่....กุญแจแห่งมิคาเอลยังไงล่ะ....ท่านไม่สามารถรับรู้ถึงพลังของเขา ไม่สามารถอ่านใจได้" ออสตินเสนอ
สิ้นคำพูดของเ้าเหมียวทุกอย่างในห้วงคงามคิดของเด็กหนุ่มก็ตกอยู่ในความเงียบ
แต่แล้วก็เกิดความวูบไหวขึ้นในดวงตาไร้แวว เปลวเพลิงสีแกงสั่นระริกลุกโชนด้วยความหวังอยู่ภายใน มันจะเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขารู้สึกตื่นเต้น
"ท่านนึกสิ่งใดออกหรือ? ข้าเห็นเปลวเพลิงในดวงตาของท่าน" ออสตินต้องมองเขาไม่วางตา
"ข้าต้องรู้ให้ได้ ออสติน บุรุษผู้นั้นอยู่ไม่ไกลหรอก ระแวกนี้ทีเดียว ฉันใกล้จะหาเขาพบแล้วล่ะ"
เหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เขาเริ่มย้อนรำลึกถึงความทรงจำั้แ่ยังจำความได้ ตระหนักถึงหน้าที่ของตนที่พึงกระทำอีกครั้ง
....เหตุการณ์มันล่วงเลยมาหลายปีแล้วสินะ...