“ก๊าาาาาซ!” “โฮร้รรรร!” “ฮร่าาาาา!!”
หลังจากผีแนวหน้าถูกโจมตีด้วยพวกเดียวกันจนถอยไปไกลจากเหยื่อสี่สิบเมตร ทัพผีที่เคยโกลาหลจึงมีรูปขบวนชัดเจนขึ้น มันดูคล้ายรูปครึ่งวงรีสมมาตรขนาดสามร้อยเมตร ส่วนยาวด้านหนึ่งชี้นำเข้าหาเป้าหมาย
ตอนนี้ร้อยเมตรแรกคือแนวหน้าสองพันตนซึ่งเป็ผีระดับสี่ ร้อยเมตรตรงกลางคืออดีตแนวหน้าซึ่งเป็ผีระดับห้าจำนวนหนึ่งพันตน ร้อยเมตรสุดท้ายหรืออีกหนึ่งพันตนที่เหลือจะเป็ผีกองผสมระดับหกถึงแปด พวกมันมีห้าเปรตไฟระดับเก้าและสิบปิดท้ายขบวน
“แม้แต่พี่ที่เส้นิญญาพิการยังเห็นพวกมันได้ ลูกกระจ๊อกพวกนี้ต้องเป็ผีระดับไหนกัน?”
ลุงอาทรผงะมองทัพผีที่สี่สิบเมตรข้างหน้าด้วยความใ เพราะตอนนี้ไม่เสียสมาธิไปกับการวิ่งเขาจึงมีเวลาสังเกตและตั้งคำถาม ถ้าเป็ผีระดับหนึ่งถึงสามเขาจะมองไม่เห็น ทว่าผีแนวหน้าพวกนี้ดูซีดจางแต่พอเห็นลาง ๆ เหมือนควัน ตรงกลางทึบครึ่งโปร่งครึ่ง และท้ายแทบจะไม่เหลือความโปร่งแสงแล้ว
“ทั้งหมดเป็ระดับสี่ถึงแปด ส่วนพวกเปตรก็ระดับเก้าและสิบ แต่…”
ฟืดดดด
น้ำตกตัดคำตอบไว้แค่นั้น นางหันไปหลับตาแล้วหายใจเข้าออกยาว ๆ อยู่หนึ่งรอบ ก่อนจะลืมตาขึ้นพร้อมกับยกเท้าซ้ายย่ำไปที่พื้นด้านหน้า มีแวบหนึ่งที่ท่ายืนของนางไม่มั่นคง ตอนนั้นน้ำหนักทั้งหมดถ่ายลงขาขวาซึ่งมีแผลฉกรรจ์ที่เข่า ใครดูก็รู้ว่านางต้องเ็ปแสนสาหัส ทว่าเ้าตัวกลับไม่ปริปากเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่เสียงอึกอักในลำคอ
“!!”
ลุงอาทรยืนอึ้งอยู่ด้านหลังค่อนไปทางซ้ายมือของหญิงสาว เมื่อเห็นนางยืนได้มั่นคงเขาก็่พ่นคำถามออกมาอย่างเร่งรีบ
“น้องกำลังตัดความทรมานใช่ไหม? แต่ทำสมาธิด้วยวิธีดูลมหายใจแล้วได้ผลเหรอ? ของพี่กว่าจะทำให้จิตว่างได้ต้องหยุดใช้ความคิดไปจับสิ่งต่าง ๆ …หรือว่าวิธีที่ได้ผลดีของคนหนึ่งอาจไม่ดีสำหรับอีกคน!?”
“เขารู้เื่นี้ด้วยรึ!? ตอนนั้นเขามิได้นั่งหลับหรือแสแสร้งแกล้งทำ!?”
น้ำตกที่ยืนหันหลังแบกไม้กางเขนพลันหันหน้ากลับมามองลุงแวบหนึ่งพลางครุ่นคิด ก่อนจะให้คำตอบและคำเตือนอย่างจริงจังขณะที่ละสายตากลับไปจ้องทัพผีที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
“มันเรียกว่า "ตัดกระแสิญญา" จะใช้ได้ต้องทำสมาธิให้เกิดจิตว่าง แต่ต่างคนต่างวิธี ไม่มีผิดไม่มีถูก… พี่วิ่งหนีตอนนี้ยังทันนะ!”
“เข้าใจแล้ว… แต่ทำไมน้องไม่ทิ้งอาวุธแล้วหนีไปด้วยกันล่ะ? ให้พี่ช่วยพยุงหรือจะขี่หลังพี่ไปก็ได้!”
อาทรฟังจบก็ออกความเห็นด้วยอาการลุกลี้ลุกลน เขาอยากให้นางรีบกลับใจก่อนจะสายไป แต่สุดท้ายก็ต้องพุ่งปรี่ไปพยุงหลังนางไว้เมื่อเห็นว่าซวนเซ
“!!”
“ย่าาาาห์!!”
วูช วูช วูช วูช
ตู้ม ตู้ม ตู้ม ตู้ม
“ก๊าซซซ!!” “โฮ้วววว!” “ฮว้าาา!”
คำตอบของน้ำตกคือการโจมตีสองพันผีแนวหน้าด้วยท่าถนัด สี่เป้าหมายเรียงเว้นเป็รอยประโค้งที่ล้อมทั้งแนวหน้าศัตรูที่กรูเข้ามา พวกที่อยู่หน้าสุดนี้เป็วิญาณระดับสี่หั้งหมด แรงะเิจากคลื่นเพลิงเสี้ยวจันทร์แต่ละลูกฆ่าพวกมันทันทีห้าตนเป็อย่างต่ำ เศษิญญาที่แตกกระจายกลายเป็สี่โดมเปลวไฟที่ลุกโหมและแผ่ขยายออกไปสิบเมตรอย่างรุนแรง
ฟรุ้ม ฟรุ้ม ฟรุ้ม ฟรุ้ม
“ฮว้าาา!” “โฮ้วววว!”
เกิดเพลิงไหม้ลุกลามเป็วงกว้างอย่างรวดเร็วทั้งบนดินและบนผีสี่ร้อยตนในรัศมี รอยประถูกเชื่อมต่อด้วยฝูงผีที่ดิ้นรนอย่างทุกข์ทรมานจากการถูกเผาจนสูญสิ้นรยางค์กาย แต่ละตนกลายเป็ลูกไฟที่กระเสือกกระสนพุ่งไปอย่างไร้ทิศทางก่อนจะแตกออกเป็กองไฟสามเมตรพร้อม ๆ กัน แนวหน้าทั้งแผงจึงกลายเป็กำแพงไฟทรงเกือกม้าที่ค่อย ๆ ก่อขึ้นจากวินาศกรรมสี่ร้อยจุด
ลึ่ม ลึ่ม ลึ่ม ลึ่ม ลึ่ม ลึ่ม
พลึ่ม พลุ
“โฮกกก!” “ก๊าซซซ!!”
ทัพหน้านี้ถูกหยุดไว้ที่ยี่สิบเมตรด้านหน้าสองคนเป็ จำนวนผีระดับสี่ลดฮวบจนเหลือหนึ่งพันตน พวกมันถูกกั้นไว้หลังกำแพงไฟทรงเกือกม้าที่สูงสามเมตรและโค้งยาวราวครึ่งกิโลเมตร ไอร้อนยังแผ่กระจายไปหลายเมตร ผีตนใดแหลมเข้าไปก็จะกลายเป็ะเิเชื้อไฟที่ทำให้กำแพงขยายใหญ่ขึ้นทันที ถ้าพวกมันจะข้ามไปต้องถอยหลังแล้วออกข้างไกลเป็ร้อยเมตร แต่เหล่าิญญาร้ายที่ถูกความกระหายเืครอบงำมีหรือจะคิดได้ สุดท้ายจึงพากันร้องคำรามอยู่หลังกำแพงไฟเพื่อรอผีระดับห้ามาเปิดทาง
“ฮร่าาาา!!” “ก๊าซซซ!!”
“เฮือก!”
น้ำตกที่ยืนแทบไม่อยู่กำลังดูผลงานตัวเองอย่างหน้าชื่นตาบาน มันสมกับเป็การโจมตีเฉพาะทางที่นางภาคหภูมิใจ พลังระดับสามปลายกลับทำลายิญญาร้ายระดับสี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือพลังิญญาทั้งหมดของผู้ใช้ นั่นทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่งของหญิงสาวค่อย ๆ ซีดลง นางจึงหยิบน้ำสมุนไพรในขวดเขาสัตว์ที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนขึ้นมาดื่ม
ป๊อก! อึก อึก อึก
“ถึงแผลจะไม่หาย แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยห้ามเืและเติมพลังิญญาได้นิดหน่อย”
“ตอนนี้แหละ หนีกันเถอะ!”
ลุงอาทรที่ดันหลังนางอยู่รีบพูดขึ้นพร้อมกับลงไปนั่งชันเข่าหันหลังให้ เขาเตรียมให้นางขี่หลังเพราะดูจากสภาพแล้วไม่น่าไหว ทัพผีตรงหน้ายังเหลืออีกสามพันตน และห้าเปรตไฟก็ไม่รู้จะโจมตีมาตอนไหน ก่อนหน้านี้นางเสียพลังไปกับการโจมตีเขา ต่อมาก็เผาผลาญไปกับการวิ่ง และเมื่อครู่นี้ก็เพิ่งรีดเค้นหยดสุดท้ายเพื่อโจมตีผีแนวหน้า
“ไม่ค่ะ! ต่อให้หนูอยู่ในสภาพดีก็หนีไม่พ้นหรอก ระดับสี่ที่สามารถไล่เราทันยังเหลืออีกหนึ่งพันตน ถ้ายังฝืนวิ่งไปด้วยกันสุดท้ายเราจะตายกันหมด! ปลอกแขนนั่นก็ช่วยอะไรไม่ได้… หนูปักหลักสู้อยู่ตรงนี้มีโอกาสรอดมากกว่า อย่างน้อยพี่ก็อาจจะรอดแล้วหนึ่ง!”
น้ำตกพูดทั้งหมดอย่างเร่งรีบโดยไม่หันหน้ากลับมามอง นางรู้ว่าตาลุงด้านหลังยังตื้อดึงจึงชักทุกเหตุผลออกมาค้าน เสียงของนางยังหนักแน่นขึ้นคล้ายมีอีกคนพูดซ้อนด้วย
“แค่ยืนก็จะล้มอยู่แล้ว น้องจะะเิตัวพลีชีพหรือยังไง! และคิดจะให้พี่ทิ้งผู้หญิงไว้ข้างหลังเพื่อหนีเอาตัวรอดคนเดียวเนี่ยนะ!?”
ลุงอาทรถามย้ำด้วยท่าทางจริงจังและเร่งรีบ ในใจรู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ช่วยอะไรไม่ได้
“ใช่!”
หญิงสาวหันหน้ายิ้มมาตอบสั้น ๆ ด้วยเสียงกลางใสผสมความบ้าคลั่ง ตาคู่งามสีแดงเพลิงในกรอบดำจ้องเขมงมาที่คุณลุง ความมุ่งมั่นของนางสะท้อนออกมาจากการกระทำเพียงเล็กน้อยนี้
“ได้!”
อาทรเห็นใบหน้าท่าทางที่ไม่อาจสั่นคลอนของหญิงสาวจึงกลั้นใจทำตามแผน เขาตอบตกลงแล้วออกวิ่งทันที เหยียบย่ำศักดิ์ศรีตัวเองพลางเหลียวมองแผ่นหลังนางด้วยความอึดอัดใจ
“เธอยอมสละชีวิตเพื่อคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ? ต้องเป็คนที่กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และจิตใจดีขนาดไหนกัน …ส่วนฉันเป็ชายไร้เกียรติที่กำลังปล่อยให้คนแบบนี้ตายไป ทั้งหมดก็เพื่อโอกาสที่ "อาจจะ" รอด!?”
“น่าสมเพช! น่าสมเพช!! น่าสมเพช!!! ฉันที่ยอมให้มันเกิดขึ้นช่างเป็คนขี้แพ้ที่เห็นแก่ตัวและน่าสมเพช!”
ลุงอาทรวิ่งไปก่นด่าตัวเองไป ทุกย่างก้าวคล้ายหนักขึ้นและช้าลง มันเต็มไปด้วยความรู้สึกขมขื่นที่พานให้นึกถึงอดีตที่ผ่านมา
“ฉันกำลังยอมจำนนอีกแล้ว คัดค้านพอเป็พิธีแต่สุดท้ายก็ยอมทำตามสิ่งภายนอก ่ไม่ต่างจากตอนที่ฉันขับรถไถลงคลองเลย แค่เปลี่ยนจากคำคนเป็โชคชะตา รู้ทั้งรู้ว่ากำลังจะตายแต่ฉันกลับปลดปลงและจงใจปล่อยให้ตัวเองจมไปกับมัน ไม่ดิ้นรนขัดขืนจนวินาทีสุดท้าย…”
“…ทำไมตอนนั้นฉันไม่ะโออกจากรถ และทำไมตอนนี้ฉันไม่แข็งข้อต่อต้านให้มากขึ้นกันนะ… แค่กลับไปรบเร้านางอีกสักหนมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ? แม่งเอ้ย!!”
ลุงอาทรเริ่มรู้สึกสับสนและไม่พอใจตัวเอง
“ฉันจะยังเป็คนแบบนี้ไปตลอดเลยเหรอ ทั้งเมื่อก่อนและตอนนี้ ทั้งไร้เกียติ ไร้ศักดิ์ศรี ยอมจำนนอย่างไร้จุดยืน น่ารังเกียจชะมัด!”
“ไม่! วันนี้ฉันจะซื่อตรงต่อตัวตนภายใน แม้รู้ว่านี่เป็การตัดสินใจที่ไม่เหมาะสม แต่ฉันจะทำตามจุดยืนของตัวเอง! …ถ้าทิ้งน้องเขาให้ตายแต่สุดท้ายฉันก็ยังเสี่ยงด้วยตายอยู่ดี สู้ไปตายด้วยกันเอาดาบหน้าไม่ดีกว่าเหรอ? วิ่งหนีเพื่อยื้อชีวิตไปอีกหน่อย โชคดีอาจจะมีกำลังเสริมมาช่วย ไม่ก็เจอฐานลับหรือที่หลบภัยระหว่างทาง แต่ถ้าโชคร้ายก็ยังได้ตายแบบไม่เหงา!”
ฟุบ
อยู่ ๆ ลุงอาทรวิ่งหน้าเครียดไปไม่ถึงสิบเมตรก็วกกลับมา เขาใช้โอกาสที่หญิงสาวกำลังยืนมองศัตรูกระโจนเข้าหลังอย่างรวดเร็วโดยไม่ให้นางรู้ตัว พร้อมกันนั้นก็ยื่นสองมือออกไปหมายจะฉุดนางขึ้นมาพาดไหล่เหมือนคนแบกกระสอบ เขาตัดสินใจแล้วว่าจะใช้กำลังบังคับนางหนีไปด้วยกัน
ฟุ่บ!
“พี่กลับมาก็ดีเหมือนกัน เมื่อกี้หนูเพิ่งคิดแผนออกพอดี!”
อยู่ ๆ น้ำตกก็มองหลังด้วยหางตาแวบหนึ่งก่อนจะะโถอยเข้าหาลุงอาทร นางพูดเบา ๆ ให้เขาพอได้ยินในขณะที่แผ่นหลังของนางัักับสองฝ่ามือของอีกฝ่าย โดยแท้จริงแล้วนางที่หันหลังอยู่กำลังคิดแผนและระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาโดยไม่เผยจุดสังเกต เมื่อสบโอกาสก็สุ่มเสี่ยงลงมือทันที ชนิดที่ศัตรูหรือพวกเดียวกันต่างก็คาดไม่ถึง
“!!!”
อาทรตกตะลึงในการกระทำของหญิงสาว อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนถูกอีกฝ่ายชิงลงมือแล้วตกอยู่ในแผนการอะไรสักอย่าง สองมือที่ควรคว้าตัวหนีกลับกลายเป็ดันหลังด้วยฝ่ามือให้นางยืนได้มั่นคง ที่สำคัญคือมันดึงไม่ออกและยกไม่ขึ้น ในเวลาเดียวกันนั้นพลังิญญาของเขาก็ค่อย ๆ ถูกนางดูดซับไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เขาจึงเหมือนจอมยุทธ์ที่กำลังนั่งถ่ายพลังให้อีกฝ่าย ต่างเพียงแค่มันเป็ท่ายืนและมีเสื้อผ้าขวางกั้น สุดท้ายเขาจึงได้จำใจถามขึ้น
“!? นี่น้องคิดจะทำ…”
“สู้ค่ะ! แต่สิ่งที่พี่จะได้เห็นได้ยินหลังจากนี้ช่วยเก็บเป็ความลับด้วยนะคะ”
น้ำตกหันหน้ามุมข้างมาพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงสยดสยอง และสายตาที่ชำเลืองมาก็สะกดข่มทุกความคิด ก่อนจะหันหน้ากลับไปมองทัพผีพร้อมกับปักฐานไม้กางเขนแล้วร่ายคาถาอย่างตั้งใจ
“พระแม่ไกอาโปรดฟังข้า ผู้เป็หนึ่งเดียวกับท่านทั้งเจตจำนง ความรักไร้เงื่อนไข ความถี่ และพลังงาน ขอผสานผสานจิตกับิญญาปฐี อัคคี วารี และวาโย ให้ข้าผู้มีสัญญานักรบแห่งแสงได้สำแดงเดช ปัดเป่าพลังงานลบเพื่อสรรพชีวิน ฮูววว…”
วูบบบ
ฟุ่ง พลึ่บ
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังร่ายคาถาก็เกิดพายุหมุนขนาดห้าเมตรล้อมรอบตัว มันเหมือนกับลมหัวกุดที่มีพวกเขาเป็จุดศูนย์กลางซึ่งไม่ได้รับผลกระทบอะไร ความรุนแรงทั้งหมดของมันล้วนไปลงกับทุกสิ่งโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็ดิน ซากพืชซากสัตว์ และกำแพงเปลวไฟบางส่วน ทุกอย่างที่กล่าวมาล้วนถูกยกดึงเข้าสู่วังวนที่ค่อย ๆ สลายทุกอย่างให้เป็ไอพลังสีแดงดำ ไอพลังนี้ไหลเวียนเป็เกรียวหมุนเข้าไปในจานเพลิงกลางไม้กางเขน มันทำให้จานเพลิงสั่นะเืและขยายรูปร่างเป็เปลวไฟสี่แฉกที่เสริมให้ไม้กางเขนดูทรงพลังยิ่งขึ้น
“!!”
อาทรที่คิดจะถามว่าจะสู้ยังไงกับผีสามพันตนและการโจมตีระดับยี่สิบกลับต้องกลืนคำพูด นั่นเพราะเขาััได้ถึงความหนาหนักของบรรยากาศ และยิ่งเวลาผ่านไปเขาก็ยิ่งรู้สึกไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ในขณะที่คนตรงหน้ากลับเต็มไปด้วยพลังงานบางอย่างที่บอกไม่ถูก บางครั้งบางส่วนของร่างกายนางถึงกับมีไอสีดำลอยขึ้นมา แน่นอนว่ามันกระตุ้นความสงสัยและอึดอัดคับข้องใจให้กับคนที่เห็น
“นี่มันชักจะแปลก ๆ แล้ว …คาถาที่ฟังออกแต่ไม่รู้เื่นี้คืออะไร มันแทบจะไม่ใช่ภาษามนุษย์และไม่อิงกับศาสนาใด ทั้งยังรับพลังงานจากธรรมชาติและดูดเอาจากคนอื่น ที่สำคัญคือเ้าตัวยังบอกให้เก็บเป็ความลับอีก ทุกปัจจัยมันบ่งบอกว่านี่คือศาสตร์นอกรีต!”
“นึกออกแล้ว !! ถ้าจำไม่ผิดมันคือความเชื่อของพวกคนตื่นรู้ทางจิติญญาที่ฉันเคยเห็นผ่าน ๆ ในแอปแดง แต่ผ่านไปสองพันปีลัทธิบ้านี่กลับไม่ล่มสลายแถมยังพัฒนามาไกลขนาดนี้เลยเหรอ? มันถึงกับช่วยให้คนควบคุมปรากฏการธรรมชาติขนาดย่อมได้ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังเป็อะไรที่คล้ายคนระลึกชาติซึ่งเรียกตัวเองว่าชาวแสง สตาร์ซีด หรือไลท์เวิร์คเกอร์อยู่เลย”
“คนพวกนี้จะมโนไปเองว่าคิดสิ่งใดแล้วได้สิ่งนั้น รวมถึงสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ให้คนอื่นมาสนใจ แล้วเหยื่อเ่าั้ก็จะกลายเป็แหล่งพลังงานที่ช่วยบันดาลความปรารถณาของผู้สร้างเป็จริงโดยไม่รู้ตัว เช่นสร้างสื่อต่าง ๆ มาล้างสมองให้คนเสพหลงไปจ่ายเงิน มีการต่อต้านวัตถุนิยมแต่ก็สร้างวัตถุจากเส้นทองแดงและคริสตัลตามความเชื่อของตัวเองมาหลอกขาย บางคนก็ขายคอร์สหรือจัดกิจกรรมให้คนเสียเงินเสียเวลามาเข้าร่วม คนพวกนี้พฤติกรรมเหมือนฝ่ายมืดที่พวกเขาโจมตีว่าครอบงำด้วยระบบการเงินนั่นแหละ ต่างแค่เพียงฝ่ายตนใช้ความรักไร้เงื่อนไขอะไรนั่นมาเป็ข้ออ้าง…”
“…และตอนนี้ฉันกำลังมีส่วนร่วมกับคนพวกนี้ กำลังช่วยเธอใช้วิชานอกรีต! นี่มันน่าอัปยศสิ้นดี!! ถ้าคนอื่นรู้เข้าจะเกิดอะไรขึ้น? ไม่พ้นถูกหาว่าเป็พวกสติไม่ดีที่ฝึกวิชามารหรอกหรือ? ฉันพลาดแล้วจริง ๆ เจ็บใจนัก!!”
คุณลุงยิ่งคิดยิ่งดูหัวเสีย เขารู้ตัวแล้วว่าหญิงสาวผมน้ำตาลที่ดูเหมือนจะเป็คนดีแท้จริงกลับเป็พวกนอกรีต พลังที่นางใช้ก็ดูคล้ายวิชามาร และเขาเองก็กลายเป็ผู้สมรู้ร่วมคิดกับนางเรียบร้อยแล้ว
“สำหรับคนจากยุควัตถุเจริญและศีลธรรมตกต่ำ พี่ดูเป็คนว่างเปล่าที่รู้เื่จิติญญาเยอะเกินไปจริง ๆ ตรงกันข้ามกับคนทะลุมิติทั่วไปที่มีเป้าหมายชีวิตชัดเจนและรู้แต่เื่ทางโลก เช่นนักเขียนมักมากที่มาสร้างฮาเร็มด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลโกงเต็มท้อง พนักงานหน้าเงินที่พลิกชีวิตด้วยสิ่งประดิษฐ์วิทยาศาสตร์ นักฆ่าที่ผันตัวมาสโลไลฟ์ด้วยวิชาการเกษตร… ดู ๆ แล้วพี่เหมาะกับโลกในตอนนี้มากกว่าพวกที่กล่าวมาเยอะเลย”
อยู่ ๆ น้ำตกก็หันหน้ามาพูดพลางจ้องเขมงที่ลุงอาทร ทุกประโยคฟังดูคล้ายนางกำลังตัดสินชายคนนี้จากความคิดและการกระทำที่ผ่านมาของเขา
“นี่..น้องอ่านความคิดได้ !!”
อาทรตกตะลึงและมีความกังวลเพิ่มขึ้นมาอีกระดับ ซ้ำยังถูกดึงพลังจิตและพลังิญญาหนักขึ้นอีกจนรู้สึกคล้ายจะเสียสติ เหมือนถูกชิงจิตสำนึกไปชั่วครู่แต่ยังดึงกลับมาได้
“อึก”
“ใช่…แต่ไม่ทั้งหมด และหนูก็ไม่มีเจตนาร้าย ดังนั้นพี่ไม่ต้องกลัวไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น เพราะมันคือการปล่อยพลังงานความถี่ต่ำสู่สนามพลังซึ่งไม่ใช่เื่ดีต่อสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วนเื่ที่จะถูกล่าแม่มดอะไรนั่นพี่สบายใจได้เลย แค่ปิดปากเงียบไว้แล้วผ่านคืนนี้ไปด้วยกันก็พอ แม้เื่จะปูดขึ้นมาก็ไม่ใช่ปัญหาของพวกเรา จักรวาลได้จัดสรรค์ทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้ว”
หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้มตาหยี คำพูดของนางฟังดูแปลกและมีเหตุผลที่ยากจะเชื่อได้
“น้ำตก !! เธอบ้าไปแล้วจริง ๆ จะให้พี่เอาชีวิตไปผูกกับพลังจักรวาลมหัศจรรย์พรรณ์ลึกนั่นน่ะหรอ? …พี่ขอผ่าน! อ้าาาา!!”
ลุงอาทรได้ยินยิ่งออกแรงขัดขืนสุดตัวจนแทบจะกรีดร้อง เขาไม่คิดว่าคนดี ๆ ตรงหน้าจะซ่อนอีกด้านที่ทั้งบ้าและน่ากลัวขนาดนี้ไว้
“ผู้หญิงคนนี้โคตรบ้าโคตรอันตราย! เธอมีความเชื่อผิด ๆ อ่านความคิดได้ ใช้พลังคนอื่นกระการทำอุกอาจนอกรีต และยังวางใจให้พลังงานลึกลับจัดการปัญหาให้ ฉันเคยคิดว่าตัวเองมีปัญหาแต่มันไม่ใช่เลย คนแบบนี้ต่างหากที่เรียกว่ามีปัญหาของแท้ ไม่แปลกที่ตอนนั้นเจ้่าประดิษฐ์จะเห็นสถานะคนบ้าของฉันแล้วยังพูดออกมาว่าปกติ! …ฉันขอดูหน่อยเถอะว่าเธอมีสถานะบ้าแบบไหน!! …ไม่ได้สิ! มันเป็การล่วงเกิน”
“ก่อนพี่จะหาว่าหนูบ้าหรือทำผิดทำนองคลองธรรม หนูอยากจะถามว่าทำไมพี่ไม่ดูเจตนาว่าหวังดีหรือประสงค์ร้ายล่ะ นี่ต่างหากที่เป็สัจธรรมควรยึดถือ อะไรถูกอะไรผิดนั้นเป็สิ่งที่คนมีอำนาจสมมติขึ้นมาเพื่อบังคับความคิดและพฤติกรรมคนในสังคม เหมือนแส้หรือปลอกคอที่เ้านายควบคุมทาสให้ทำตามใจตน แล้วมันยังสามารถเปลี่ยนไปตามจำนวนคนที่เห็นชอบอีกด้วย และถ้าวันหนึ่งคนในสังคมมีแต่คนแบบหนูพี่คิดว่าสิ่งที่หนูทำมันจะผิดไหม?”
น้ำตกพูดโต้แย้งด้วยเหตุผลของตัวเอง รอยยิ้ม สายตาสะกดข่มและเสียงซับซ้อนของนางอาจให้รู้สึกสยดสยอง ทว่ามันไร้ซึ่งความโกรธเกลียดหรืออาฆาตมาดร้าย
“ที่น้องพูดมาเป็สิ่งที่น่าขบคิดจริง ๆ มันอาจจะไม่ผิดและก็ไม่บ้าด้วย !! เดี๋ยวนะ..นี่เธอกำลังจะลากฉันเข้าลัทธินี้ให้ได้เลยใช่ไหม!? บอกเลยว่าไม่ง่าย ยิ่งเป็ตอนนี้ก็ยิ่งไม่มีทาง!!”
อาทรที่เปลี่ยนไปแล้วนั้นมีจิตใจมั่นคงขึ้น เขาปฏิเสธเสียงแข็งต่อการล่อลวง กลับมามุ่งมั่นตั้งใจดึงมือออกจากหลังของนาง
วื้ดดด
“!? ได้ที่แล้ว… ย่าาห์!!!”
ตุบ
อยู่ ๆ ไม้กางเขนแปดแฉกที่ปักอยู่ตรงหน้าหญิงสาวก็ส่งเสียงและลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย นางะโแล้วซัดหมัดขวาตรงไปที่กลางจุดตัดด้านหลังของมันทันที ไม้กางเขนสองเมตรสั่นะเืเล็กน้อยก่อนจะปลดปล่อยลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นพุ่งตรงออกไปด้านหน้า ดูไกล ๆ มันเหมือนเหยี่ยวที่โฉบด้วยความเร็วราวสามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือก็คือความเร็วระดับสิบ
ฟรุ่บ!
พลึ่บ พลึ่บ พลึ่บ พลึ่บ
กำปั้นไฟพุ่งเข้าไปในกำแพงไฟและไต่ระดับขึ้นเป็สิบเมตร มันมุ่งตรงสู่น่านฟ้าเหนือแนวหน้าทัพผีโดยสร้างคลื่นกระแทกกลางอากาศเป็เพลิงวงจันทร์ขนาดสิบเมตรตามไปหลายวง ทันทีที่พุ่งผ่านอากาศเหนือผีแนวหน้าก็ดึงพวกระดับสี่และห้าให้ม้วนลอยถอยหลัง แรงอัดของคลื่นกระแทกบดขยี้ิญญาพวกมันจนแหลกสลาย ทุกเศษเสี้ยวกลายเป็เปลวไฟมอดไหม้ลุกลามไปรอบ ๆ ในทันที ผีสองพันตนหลังกำแพงไฟถูกลบหายไปในพริบตาด้วยวิธีนี้ ทว่าหมัดไฟยังพุ่งตรงสู่เหนือตำแหน่งกองผสมที่อยู่ห่างไปอีกร้อยเมตร มันนำความวายวอดลุกลามไปถึงผีระดับหกอีกห้าร้อยตนแถวนั้นด้วย
“โฮกกก!” “อว้ากกกก!”
ตุบ! พลึ่บ พลึ่บ พลึ่บ
สุดท้ายหมัดเพลิงก็ปะทะเข่าขวาของเปตรไฟตนหนึ่งซึ่งอยู่ตรงกลางของท้ายขบวนทัพ มันะเิคลื่นเพลิงเสี้ยวพระจันทร์ใส่เข่าเปรตติดต่อกันหลายครั้งในชั่วพริบตา วินาทีต่อมาก็ทะลวงเข้าไปใต้ิัแดงเกรียมได้สำเร็จ ก่อนสิ้นฤทธิ์ก็ตัดเนื้อเฉือนกระดูกจนเศษชิ้นส่วนปลิดปลิวออกมาพร้อมกับประกายไฟ สุดท้ายมันก็จบภารกิจด้วยการะเิเป็วงจันทร์ฉีกกระชากขาข้างนั้นจนขาดออก
ฉวาก
“หวูววว!”
โครม
เปรตไฟระดับเก้าที่สูงยี่สิบเมตรร้องโหยหวนแล้วล้มหน้าคว่ำทันที ะเิซากสัตว์ที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์ในมือของมันตกใส่กลางกองผสมพอดิบพอดี สร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่ผีระดับเจ็ดและแปดแถวนั้น
ตึง ตู้ม!
“โฮกกก!” “ฮว้าาาา!”
ทั้งหมดนี้คือเื่เหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจริง กำปั้นไฟที่เร็วระดับสิบและมีพลังทำลายระดับหกสามารถล้มเปรตระดับเก้าและกวาดล้างผีในทัพหลักแทบหมดสิ้น ตอนนี้พวกมันเหลือเพียงระดับเจ็ดและแปดที่าเ็ห้าร้อยตน และเปรตไฟอีกสี่ตนที่ยังโจมตีได้
ตึก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นอกรีตแล้วยังไง!? พี่ดูสิ…นี่คือพลังของฝ่ายแสง!! จงตื่นรู้และรับพลังจากสรรพสิ่ง ต่อสู้ข้ามระดับโดยไม่จำเป็ต้องใช้เส้นิญญา ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
หลังจากที่ปล่อยหมัดไฟออกไปไม้กางเขนพลันทิ้งตัวปักฐานลงที่เดิม ส่วนหญิงสาวเสียงสยองก็ยืนเชิดหน้าหัวเราะร่าในท่าผายมือและกางแขนทั้งสองออกด้านข้าง ก่อนจะหันหน้าเฉียง ๆ มาพูดกับลุงอาทรในจังหวะที่ทัพผีกำลังกลหลอย่างถึงที่สุดด้วยภาคภูมิและมั่นใจ
“แม้ตอนนี้พี่ยังมีทิฐิและปฏิเสธ แต่นั่นก็เป็เื่ของเวลาเท่านั้น เพราะตัวพี่เองได้กำหนดแผนการตื่นรู้ของตัวเองไว้ก่อนที่จะมาเกิดแล้ว ปัจจุบันพี่ก็เกือบจะตื่นรู้แล้วระดับหนึ่ง หนูแค่มาเร่งกระบวนการให้มันเร็วขึ้นหน่อยเพื่อลดโอกาสผิดพลาดของโซลแพลน เมื่อเวลานั้นมาถึงพี่จะเข้าร่วมเส้นทางนี้อย่างแน่นอน!! ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
“!!!”
ลุงอาทรชำเลืองมองทุกอย่างด้วยความตกตะลึงในใจ เขายังฟังน้ำตกพูดจนจบอย่างเงียบ ๆ แม้จะฟังไม่ค่อยรู้เื่ก็ตาม ส่วนหนึ่งเป็เพราะเขาทุ่มเทสมาธิและแรงกายแทบทั้งหมดเพื่อดึงมือออกจากหลังของหญิงสาว เมื่อทำสำเร็จเขาก็เข่าทรุดกระแทกพื้นทันที ก่อนจะเงยหน้าถามนางอย่างตรงไปตรงมา
ตุบ
“น้องเป็บ้าอะไรเนี่ย! น้ำตกคนเดิมหายไปไหน?”
“หนูก็คือหนูคนเดิมค่ะ แค่ไม่ลืมบอกว่าเป็ผู้ป่วยจิตเวชประเภทที่สาม "ไลท์เวิร์คเกอร์ซินโดรม"”
หญิงสาวหันทั้งตัวกลับมาตอบด้วยรอยยิ้มตาหยี ก่อนจะถอดหมวกแล้วปาลงพื้นข้างขวาแล้วล้มหงายหลังไป
ฟุบ
“รหัสแดง”
เวิ้ง
ตึง
“!!?”
ตึก
อาทรที่คุกเขาอยู่บนพื้นทิ้งตัวนั่งลงด้วยสีหน้าค้างเหวอ เขาทั้งเหนื่อยล้าและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น