“อุ๊ย!”
“ผมว่าคุณยังไม่พร้อมที่จะไปไหนทั้งนั้นพักต่ออีกหน่อยละกัน”
“ฉันไม่เป็ไรค่ะแค่หน้ามืดนิดหน่อย คงลุกเร็วไป” ศีรษะทุยส่ายสะบัดขับไล่ความมึนงงอยู่สองสามทีก่อนจะเอ่ยบอกเ้าของตัก พร้อมกับพยายามจะลุกขึ้นจากตักเขา แต่พอเธอจะลุกขึ้นก็กลับถูกอ้อมแขนใหญ่รั้งเอาไว้อีกเธอทั้งเขินอาย ใบหน้าเห่อร้อนลามไปถึงใบหู ทั้งเกรงใจ ประดักประเดิดไปหมดในตอนนี้มือไม้ก็ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหน ไม่กล้าแม้จะแตะต้องตัวเขาคงมีแต่คำพูดด้วยเสียงสั่น ๆ หน่อยเท่านั้นที่ส่งออกไปบอกเขาได้ “กรุณาปล่อยฉันเถอะค่ะ”
“จะรีบกลับไปหาเสี่ยนพหรือไง?”
“...”เหมือนเป็คำถามจี้ใจดำ เธอไม่ได้อยากจะไปถึงจุดนั้นเสียหน่อยเธอพยายามคิดหาทางออกที่ดีกว่านั้นแล้ว แต่ประตูทุกบานเหมือนปิดตายทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเหมือนบีบให้เธอเดินสู่ประตูที่มีเสี่ยนพรออยู่ปลายทางทั้งสิ้น
“แกเท่านั้นแหละที่จะช่วยแม่ได้ถ้าแกไม่อยากเป็คนอกตัญญูก็ช่วยไปล้างหนี้ให้แม่ด้วย”
เป็ประโยคที่ยังก้องอยู่ในหัวของพระพาย
ปลายจมูกทรงหยดน้ำเริ่มแดงเรื่อดวงตาเริ่มรื้นไปด้วยน้ำที่เอ่อออกมาจากภายใน ลำคอเหมือนตีบตันด้วยก้อนสะอื้นจนพูดอะไรไม่ออกริมฝีปากล่างที่เคลือบด้วยสีแดงอมส้มจากลิปสติกถูกกัดเอาไว้ด้วยฟันกระต่ายสีขาวสะอาด ใบหน้าทรงกลมก้มลงพร้อมกับมือเล็กที่ยกขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อปาดน้ำใสที่หยดออกจากกระบอกตาทิ้งเหมือนตั้งใจหลบซ่อนความรู้สึกจากภายในไม่ให้คนที่จ้องมองเธออยู่เห็น
“ผมขอโทษ”น้ำเสียงที่เปล่งออกมาอ่อนลงตามใจของชายหนุ่มที่อ่อนยวบเมื่อต้องเห็นน้ำตาของคนตรงหน้า มือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นจับศีรษะทุยโน้มเข้ามาซบกับอกเขา“อยากร้อง ก็ร้องตรงนี้”
เมื่อได้รับอนุญาตร่างของคนที่กำลังคุดคู้อยู่แนบอกแกร่งก็ สั่นไหว กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมากั้นความอ่อนแอ ท้อแท้เอาไว้ พังทลายหมดสิ้นเธอเหนื่อย เธอท้อเหลือเกินแล้ว หลายวันมานี้เธอต้องแบกรับความกดดันทั้งหมดเอาไว้คนเดียวเพื่อนรักที่เคยแลกรับความทุกข์ความสุขกันเสมอมาก็ไม่อยู่ให้เธอได้ระบายเสียด้วย
นิ้วยาวเรียวที่ยิ่งเสริมให้ฝ่ามือดูใหญ่มากขึ้นไปอีกลูบไปมาตามเรือนผมสลวย เพื่อปลอบประโลมคนที่กำลังร้องไห้ตัวโยนเป็เด็กน้อยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นสลับกับเสียงสูดน้ำมูกของคนบนตัก ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกวูบไหวไม่ใช่น้อยวัสสะบอกกับตัวเองว่านับจากนี้ไป เขาจะดูแลและปกป้องเธอ
หลังจากที่หลับไปพร้อมกับคราบน้ำตาพระพายตื่นขึ้นมาอีกทีพร้อมกับความรู้สึกหิวหญิงสาวเหลือบตาดูนาฬิกาที่อยู่บนข้อมือ
“ตายแล้ว!!สามทุ่มแล้วเหรอเนี่ย” สาวร่างเล็กลุกขึ้นเดินตัวปลิวเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าล้างตา ก่อนจะกระวีกระวาดออกจากห้องนอน
สายตาที่ส่งผ่านความสลัวไปกระทบกับสิ่งต่างๆ ที่รวมกันอยู่เป็บ้านหลังนี้ ทำให้เธอถึงกับมีอาการอึ้งไปเล็กน้อยกับสิ่งที่ต่างไปจากความคิดของเธอ เมื่อได้ยินประโยคที่บอกว่า “ที่นี่เป็บ้านผมเอง” ตอนนั้นเธอคิดว่าบ้านของหนุ่มโสดก็น่าจะเป็ขนาดกะทัดรัด อยู่คนเดียวได้สบายและทำความสะอาดก็ง่ายด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาดก็เถอะพระพายก็ไม่คิดว่าผู้ชายตัวคนเดียวจะต้องมีบ้านหลังใหญ่โตที่สามารถจะอยู่กันได้เป็สิบๆ คน
เธอไม่รู้ว่าด้านนอกบ้านเป็ยังไงเพราะตอนเข้ามาเธอยังอยู่ในห้วงนิทรา แต่ภาพที่เธอเห็นผ่านแสงที่ส่องเข้ามาจากเสาไฟที่อยู่นอกบ้านจนมาเป็ความสลัวอยู่ภายในคือความโอ่โถงกว้างขวาง ที่เธออยู่เป็ชั้นสองที่เหมือนชั้นลอย มีห้องอยู่สี่ห้องตามประตูที่เธอเห็นซึ่งเป็พื้นที่แค่หนึ่งส่วนสี่ของบ้าน ที่เหลือปล่อยโล่งให้กลายเป็บ้านหลังสูงไป หากเป็่เวลากลางวัน การอยู่ในจุดที่เธอกำลังยืนนี้อาจจะทำให้เธอได้เห็นพื้นที่ทั้งหมดภายในบ้านทว่าตอนนี้เธอเห็นเพียงสลัว ๆ ตามแสงที่ลอดเข้ามาเท่านั้น
พระพายเดินเกาะราวบันไดลงไปด้านล่างแต่แค่เพียงก้าวหนึ่งก้าวของเธอ ก็ทำให้มีแสงสว่างขึ้นอัตโนมัติทำเอาหญิงสาวใจนต้องมองหาคนเปิด ด้วยคิดว่าเ้าของบ้านเป็คนมาเปิดให้แต่แล้วก้าวต่อ ๆ มาก็ทำให้เธอได้รู้ว่า บ้านหลังนี้มีระบบเปิดและปิดไฟอัตโนมัติเพราะหลังจากที่เธอก้าวผ่านบันไดลงมาถึงชั้นล่าง ครู่เดียวแสงที่สว่างอยู่ก็มืดไปเปลี่ยนมาสว่างตรงจุดที่เธอยืนแทน...
การตกแต่งของบ้านเป็สไตล์โมเดิล เน้นความโล่งโปร่งเพราะจากที่เธอมองไปรอบ ๆ เห็นผนังบ้านเป็กระจกเสียแปดสิบเปอร์เซ็นต์มีการแบ่งโซนบ้านเป็สัดส่วน ส่วนรับแขกที่ด้านหน้าเป็โซฟาชุดใหญ่วางยาวนั่งได้เป็สิบคน มีเคาน์เตอร์เครื่องดื่มกั้นกลาง กับโซนโต๊ะอาหารตัวยาว
“ไหนว่าชอบปลีกวิเวกจัดบ้านอย่างกับชอบปาร์ตี้” เสียงพึมพำหลุดออกมาจากกลีบปากบางที่อวบอิ่มหลังนึกถึงสิ่งที่เคยได้ยินมา ว่าชายหนุ่มเ้าของบ้านนั้นหวงแหนความเป็ส่วนตัวมากกว่าอะไรทั้งสิ้น
เท้าเล็ก ๆก้าวต่อไปด้วยความแ่เบา จนแทบกลายเป็ย่อง พร้อม ๆกับการสอดส่ายสายตาสำรวจบ้านไปด้วย ยิ่งเดินยิ่งลึกเข้าไปเรื่อย ๆ เหมือนบ้านหลังนี้จะมีรูปทรงเป็สี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งเธอกำลังเดินจากฝั่งหนึ่งไปยังฝั่งหนึ่งและสิ่งที่ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างอย่าง ทึ่ง ๆ ก็คือรถหรูที่จอดอยู่ภายในตัวบ้านราวกับว่าเป็โชว์รูมรถยนต์ก็ไม่ปาน มีรถซุปเปอร์คาร์สามคันที่อยู่ตรงหน้าเธอยังไม่รวมรถ เมอร์เซเดสสีบรอนซ์เงินรูปร่างโฉบเฉี่ยวที่เขาใช้ขับพาเธอมาที่นี่ซึ่งคงจอดอยู่ข้างนอกอีก...นี่เขารวยขนาดไหนกันเนี่ย!
หลังจากยืนชื่นชมซุปเปอร์คาร์ทั้งสามคันพอแล้วพระพายก็กวาดตามองหาเ้าของบ้านอีกครั้ง แต่สิ่งที่เจอกลับเป็ชุดเครื่องออกกำลังกายในบ้านที่ตั้งอยู่ข้างผนังกระจกอีกฝั่งที่มองทะลุออกไปด้านนอกก็จะเป็สระน้ำที่ตอนนี้เปิดไฟให้แสงสว่างสะท้อนกับน้ำสีฟ้าในสระที่ยาวประมาณครึ่งหนึ่งของตัวบ้านซึ่งก็หลายเมตรอยู่ เป็สระน้ำที่อยู่ติดกับตัวบ้าน แค่ออกจากประตู แล้วก้าวต่ออีกเพียงสามก้าวก็ลงว่ายน้ำต่อได้เลยอีกด้านของสระโอบล้อมด้วยต้นไม้ที่ถูกตัดแต่งให้เป็พุ่มเตี้ย ๆ ทรงสี่เหลี่ยมแนวยาวและมีต้นใม้ใหญ่ปลูกแซมให้ความร่มรื่นอยู่อีกด้วย
พอเห็นวิวนอกบ้านฝั่งนี้ก็อยากจะเห็นอีกฝั่งตาม พระพายอยากจะเดินเข้าไปแง้มผ้าม่านที่ทิ้งตัวลงมาจากบนเพดานสูงดูว่าด้านนอกจะเป็อย่างไรทว่ากลิ่นอาหารหอม ๆ ที่ลอยมาเตะจมูกเธอตอนนี้ กระตุ้นน้ำย่อยในท้องให้ทำงานอย่างขันแข็งเสียงร้องดังออกมาประกาศความว่างเปล่าจากด้านในเตือนให้เธอรู้ว่าต้องหาอาหารใส่เข้าไปก่อนที่ร่างกายจะประท้วงมากกว่านี้ จนทำให้เธอต้องเหลียวมองซ้ายขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครให้เธอได้อับอาย ก่อนสาวร่างเล็กจะผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอกแล้วเดินตามกลิ่นหอม ๆ นั้นไป
“หิวหรือยังครับ”เสียงทุ้มส่งออกมา พร้อมกับรอยยิ้มที่เปี่ยมเสน่ห์ อย่างผู้ชายที่อบอุ่นใจดีทำให้พระพายไพล่คิดไปถึงวัสสะคนเมื่อบ่ายที่กราดเกรี้ยวจนน่ากลัวราวกับคนละคนกับตอนนี้ ผู้ชายที่สวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานลายคิตตี้กับรอยยิ้มหวาน ๆ ที่ทำให้เธอเผลอยิ้มตาม
“ว่ายังไงครับหิวหรือยัง?” เสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อไม่มีเสียงตอบกลับมาชายหนุ่มเงยหน้าจากจานสีขาวที่มีอาหารและตกแต่งอย่างสวยงามราวกับเป็ผลงานจากร้านอาหารหรูขึ้นมามองเธอจนหญิงสาวแทบเก็บยิ้มไม่ทัน
“เอ่อนิดหน่อยค่ะ” ไม่ได้มีเพียงเสียงจากปากที่ตอบยังมีเสียงจากท้องที่ดังขึ้นมาอย่างไม่รักษาหน้าเ้าของอีกด้วย
“หึหึไม่นิดหน่อยแล้วมั้งครับ” ใบหน้าหล่อบอกยิ้ม ๆ ที่มากับเสียงหัวเราะเบา ๆแต่ก็ทำให้คนที่ยังไม่ได้กินอะไรมาั้แ่กลางวันใบหน้าเห่อร้อนและอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เสียเลย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เ้าของบ้านหนุ่มนึกเอ็นดู“ไปครับ ทานกันดีกว่า”
มือใหญ่จัดการปลดผ้ากันเปื้อนลายน่ารักออกจากตัวแล้วยกจานที่มีอาหารจัดวางอยู่อย่างสวยงามสองจาน เดินนำออกจากครัว
โต๊ะอาหารตัวยาวที่นั่งรวมกันได้เป็สิบคนถูกใช้เพียงพื้นที่ หัวโต๊ะแค่สองที่เท่านั้น
หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จพระพายก็อาสาจัดการที่จะเป็คนเก็บล้างถึงแม้ว่าผู้เป็เ้าของบ้านจะบอกว่าไม่ต้อง เพราะ ตอนเช้าจะมีแม่บ้านเข้ามาจัดการให้แต่หญิงสาวก็ยังคงยืนยันที่จะทำเอง เพราะอย่างน้อย เธอก็อยากจะตอบแทนเขาบ้าง เท่าที่เธอจะทำได้ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าจะกลายเป็การดึงให้เขาต้องมาลำบากช่วยเธอไปด้วย
“เศษอาหารเทลงไปในอ่างได้เลยด้านล่างเป็เครื่องย่อยอาหารครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นเมื่อเห็นว่าพระพายกำลังหันซ้ายหันขวาหาอะไรอยู่สักอย่างในขณะที่ในมือก็ถือจานที่มีเศษอาหารอยู่ด้วย
คนที่อาสาจะทำงานตอบแทนจึงได้เทเศษอาหารลงไปและจัดการล้างจานและเครื่องครัวที่เขาใช้งานไว้จนหมดซึ่งชายหนุ่มก็มาช่วยล้างน้ำสะอาดและเช็ดอยู่ข้าง ๆ ด้วยเช่นกัน ทั้ง ๆที่เธอบอกแล้วว่าเธอทำคนเดียวได้ แต่ชายหนุ่มก็ยังแสดงน้ำใจซึ่งนั่นก็เกือบทำให้เธอซาบซึ้ง หากหลังจากที่เสร็จแล้วเธอไม่เหลือไปเห็นสิ่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ จนเกิดความสงสัย
“เอ๊ะ..ตู้นี้มันคืออะไรเหรอคะคุณวัส”สาวหน้ากลมตาโต เอ่ยถามด้วยแววตาไปปิดบังความข้องใจ
“เครื่องล้างจานครับ”เสียงทุ้มตอบนิ่ง ๆ แล้วก็เดินนำออกจากห้องครัวไปหน้าตาเฉยปล่อยให้คนอาสาล้างจานยืนมองอ้าปากค้างก่อนจะเปลี่ยนมาเป็เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเคือง ๆ
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับวันนี้แต่ว่าฉันต้องขอตัวกลับก่อนแล้วค่ะ” พระพายเดินตามออกมายกมือไหว้ขอบคุณคนที่กลายมาเป็ที่พักใจให้กับเธอในวันนี้อย่างน้อยเขาก็ทำให้รู้สึกว่าวันหนัก ๆ ของเธอเบาขึ้นได้บ้างแต่ชีวิตยังต้องก้าวต่อ เธอยังต้องกลับไปเผชิญกับความจริงที่รออยู่
“กลับไปไหน?”เสียงทุ้มกระด้างขึ้นเล็กน้อย