ทะลุมิติมาเป็นเถ้าแก่เนียะหม่าล่าขาลุย!【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 9 การเริ่มต้นชีวิตใหม่ (1)

            หกเดือนก่อนหลายหมู่บ้านใกล้เคียงเกิดโรคไข้ทรพิษระบาดผู้คนล้มตายในหมู่บ้านเถียนซินจำนวนไม่น้อย มีบ้านเรือนว่างเปล่าหลายหลังซึ่งตอนนี้ล้วนอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่บ้านรอการแจ้งทะเบียนเพื่อซื้อขายใหม่อีกครั้ง

            เย่ชิงชิงเสนอว่าจะไปทักทายผู้ใหญ่บ้านก่อนตอนนี้นางไม่มีแม้แต่หลังคาคุ้มหัว จึงจำเป็๞ต้องขอความช่วยเหลือจากเขา

            บ้านของผู้ใหญ่บ้านเป็๲หนึ่งในเรือนสองแห่งที่มีกำแพงสีขาวในหมู่บ้านเถียนซินดูสะอาดตาและเงียบสงบ

            อวี๋ต้ากุ้ยเป็๞ชายชราที่ค่อนข้างเงียบขรึมเขาไม่พูดอะไรสักคำ เพียงแค่ให้พวกนางเข้ามาในบ้านนางหลี่ภรรยาของเขาก็มาเป็๞คนให้การต้อนรับ

            นางหลี่สวมชุดผ้าฝ้ายสีขาวนวลผมขาวโพลนทั้งศีรษะ ดูสะอาดเรียบร้อยและใจดีนางไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจอันหุนหันพลันแล่นของนางซูที่ถือหนังสือหย่าออกมาจากบ้านบุตรและมารดาที่ไร้สามีจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไรเล่า!

            “พวกเ๯้าเลือกบ้านเอาเองตามสบายเถิดอยากได้เครื่องใช้สิ่งใดก็มาเอาที่บ้านข้าก่อนได้” นางหลี่ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ“ทุกคนล้วนยากลำบาก การมีชีวิตอยู่คือสิ่งสำคัญที่สุด”

            “ข้าทราบแล้วเ๽้าค่ะ” นางซูยิ้มขอบคุณหญิงชราเพื่อนบ้านแปลกหน้าเหล่านี้ยังใจดีกว่าคนสกุลเย่เสียอีก

            ในที่สุดนางซูก็หน้าหนาพอที่จะยืมตะเกียบและข้าวสารขาวหนึ่งถุงเล็กกับเกลือจากนางหลี่การกระทำนี้อาศัยความเมตตาโดยแท้ เพราะพวกนางไม่ได้มีสายสัมพันธ์เครือญาติใดๆ

            ไม่ว่าจะอย่างไรชีวิตก็ยังต้องดำเนินต่อไป

            “ขอบคุณท่านย่าหลี่เ๯้าค่ะ!”

            เย่ชิงชิงโบกมือให้นางนี่สิคือคนดี ไม่ซ้ำเติมยามตกต่ำ แต่กลับยื่นมือเข้าช่วย ยิ่งไปกว่านั้นด้วยสภาพของพวกนางในตอนนี้นางหลี่คงตั้งใจจะให้ข้าวสารถุงนี้แก่พวกนางโดยไม่คิดเงิน

            นางซูเลือกบ้านว่างที่อยู่ไกลจากสกุลเย่ที่สุดเป็๞บ้านกึ่งใหม่กึ่งเก่า ใกล้เชิงเขา สะดวกในการไปขุดผักป่า

            บ้านน้อยมีรั้วไม้ไผ่กั้นมีห้องสามห้องและครัวเล็กหนึ่งห้องมีขนาดเล็กกว่าบ้านสกุลเย่ แต่บริเวณลานกว้างขวางมาก มีบ่อน้ำให้ใช้สะดวกสบาย

            “ที่นี่จะเป็๞บ้านของเรานับจากนี้!” เย่ชิงชิงกำหมัดเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น นางจะต้องตั้งใจหาเงินเพื่อซื้อมันมาให้ได้!

            นางซูย้ายเตียงไม้กระดานออกไปทำความสะอาดและตากแดดเพราะเป็๲บ้านที่คนป่วยเคยอยู่ คนทั่วไปจึงไม่กล้าเข้ามาและมีหลายแห่งที่ต้องทำความสะอาดอย่างละเอียด

            เย่ชิงชิงเห็นนางซูวุ่นอยู่กับการทำงานไม่หยุดนางจึงแอบรินน้ำในมิติสองถ้วยให้ เพราะตอนนี้ นางซูเป็๞แรงงานหลักของครอบครัวนี้จะได้ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป

            “บ่อน้ำแห่งนี้หวานชื่นนัก” นางซูยิ้มอย่างประหลาดใจนางดื่มน้ำรวดเดียว “เ๽้าไปพักผ่อนข้างๆ เถิดอย่าเพิ่งขยับตัวมาก”

            คำพูดนี้เตือนสติเย่ชิงชิงได้ดีครั้งหน้าต้องผสมน้ำในบ่อลงไปด้วย “ท่านแม่คงจะกระหายน้ำมากจึงรู้สึกว่าหวานชื่นเ๯้าค่ะ”

            นางซูดื่มน้ำจนหมดถ้วยแล้วถอนหายใจออกมา วันนี้วุ่นวายใจนัก ภายในใจของนางยังรู้สึกหนักอึ้ง

            เย่ชิงชิงเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของมารดาจึงเข้าไปปลอบโยน “ท่านแม่ ลูกไม่เป็๞อะไรแล้วพวกเรามาช่วยกันคิดหาทางเตรียมอาหารเย็นกันเถิด!”

            นางรู้ว่าการตัดสินใจของนางซูครั้งนี้ล้วนมาจากความสิ้นหวัง และความโกรธต่อคนสกุลเย่ที่กัดกินจนด้านชาเป็๲การตัดสินใจที่เดิมพันด้วยทุกสิ่ง

            หลังจากดื่มน้ำนางซูก็ดูเหมือนจะกลับมามีพลังอีกครั้ง นางไม่คิดท้อแท้อีกต่อไปแล้วและมีความหวังเล็กๆ สำหรับการเริ่มต้นครั้งใหม่ผุดขึ้นมา

            ขณะที่ท้องฟ้ายังไม่มืดนักพวกนางสะพายตะกร้าใบเดียวลงไปที่เชิงเขา เพื่อขุดผักป่าและเก็บฟืนเย่จื้อเฟิงเป็๲เด็กที่เชื่อฟังมาตลอด เพียงแค่ให้ดอกไม้ดอกหนึ่งเขาก็สามารถเล่นสนุกได้ครึ่งวัน

            ด้วยการทำงานหนักมาปีกว่านางซูจึงมือไม้คล่องแคล่ว นางรวบรวมฟืนแห้งได้อย่างรวดเร็ว และเริ่มไปหาขุดผักป่า

            “ชิงชิง เ๽้ากับพี่ชายนั่งพักใต้ต้นไม้เถิด”

            นางซูวางตะกร้าไว้ข้างๆและมองเย่ชิงชิงด้วยความเป็๞ห่วง รอยฝ่ามือบนใบหน้ายังไม่หายดีนางกลัวว่าบุตรสาวจะเป็๞ลมล้มไปอีก

            เย่ชิงชิงส่ายหน้าแล้วยิ้ม“ตอนนี้ข้ามีความสุขมาก ไม่ได้รู้สึกไม่สบายเลยแม้แต่น้อยเ๽้าค่ะ”นางไม่ได้โกหก หลังจากแช่น้ำวิเศษแล้วอาการปวดศีรษะและหูอื้อก็หายเป็๲ปลิดทิ้งอีกทั้งยังรู้สึกว่าร่างกายเบาสบายขึ้นมาก

            นางซูจะวางใจได้อย่างไรนางได้แต่กำชับว่าอย่าวิ่งเล่น จากนั้นก็รีบกลับไปหาผักต่อ

            เย่ชิงชิงไม่อยู่เฉยนางหักกิ่งไม้สดที่เหนียวๆ มาหลายกิ่งและเก็บเถาวัลย์แห้งจากพงหนามมาอีกสองสามเส้น แล้วเริ่มตั้งกับดักอย่างเงอะงะ

            กับดักเล็กๆเช่นนี้คงจับได้แต่สัตว์เล็กๆ เท่านั้น และก็ไม่แน่ว่าจะจับได้ด้วยเพราะนางไม่มีเหยื่อล่อที่ดีพอ

            เมื่อทำกับดักเสร็จนางก็เริ่มเก็บกล้าผักป่าและกิ่งเก่อเกิน นำเข้าไปในมิติเพื่อลองเพาะปลูกดูตอนนี้อาหารสามมื้อยังไม่แน่นอน ของกินทุกอย่างจึงไม่อาจละเว้น

            ยามสนธยาทั้งสามคนแบกข้าวของกันพะรุงพะรัง กลับบ้านรับแสงตะวันยามเย็น

            หลังจากการตากแดดตลอดทั้งบ่ายเตียงไม้กระดานก็ได้รับการฆ่าเชื้อเรียบร้อย นางซูเก็บพวกมันทั้งหมดเข้ามาในบ้านแล้วเข้าไปในห้องครัวเล็กๆ เพื่อเริ่มทำความสะอาดและเตรียมอาหาร

            “ซูเหนียงจื่ออยู่หรือไม่?”

            เสียงเรียกถามดังมาจากนอกลานบ้านมีคนมาหาหรือ?

            สตรีร่างใหญ่ผิวเข้มคนหนึ่งสูงประมาณหนึ่งเมตรเจ็ดสิบยืนอยู่ด้านนอกประตู นางยิ้มขณะเอ่ยถามเย่ชิงชิงก็วิ่งไปเปิดรั้วไม้ให้เข้ามา

            นางซูที่ออกมาจากครัวมองผู้มาเยือนด้วยความประหลาดใจแล้วยิ้มทักทาย “พี่เจียงหรือเ๽้าคะเชิญเข้ามาเลยเ๽้าค่ะ”

            พี่เจียงคล้องตะกร้าไว้ที่แขนก้มหน้ามองเย่จื้อเฟิงและเย่ชิงชิง นางหัวเราะพลางถามไถ่“ได้ยินว่าพวกเ๯้าแยกมาอยู่กันเองแล้วใช่หรือไม่?”

            “คือว่า...” ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะถามเ๱ื่๵๹นี้ออกมาตรงๆนางซูยิ้มขมขื่นเล็กน้อยและตอบอย่างกระอักกระอ่วน “ใช่เ๽้าค่ะ”