องก์ 1 ตอนที่ 1 ถูกรังแก
องก์ 1 ศึกเรือนใน
ตอนที่ 1 ถูกรังแก
ยามเย็นที่พายุฝนรุนแรง อสนีฟาดฟ้าก้องคำราม เวลานี้ตรงประตูจวนซือหนานอ๋องมีเงาร่างเล็กจ้อยเดียวดายคุกเข่าอยู่ตรงนั้น สายลมบ้าคลั่งพัดผ่านเส้นผมของนาง น้ำฝนสาดซัดเสื้อผ้าจนเปียกชื้น ทว่านางกลับยอมให้เม็ดฝนที่ปะปนกับสายลมกรรโชกปะทะร่างกายของตนราวแส้ก็ไม่ปาน และยังคงคุกเข่าไม่ขยับอยู่หน้าประตูหลักของจวนซือหนานอ๋อง ั์ตาดำขลับคู่นั้นจับจ้องประตูใหญ่แกะสลักเคลือบน้ำมันขัดเงาที่ปิดสนิทนั่น แววตาของนางเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกคาดหวังต่ออนาคต
ยามนี้สาวใช้เชียนเชียนยืนอยู่ข้างหลังนาง ทว่าสีหน้ากลับเต็มไปด้วยความปวดใจระคนกังวล เกิดเสียงคำรามของฟ้าผ่าดังขึ้นอีกสาย ในที่สุดเชียนเชียนก็ทนไม่ไหว นางย่อตัวลงโน้มน้าวเสียงเครือคล้ายจะร้องไห้ “คุณหนู พวกเรากลับกันเถอะเ้าค่ะ ร่างกายของท่านเดิมทีก็อ่อนแอ ฝนตกหนักถึงเพียงนี้ แล้วท่านจะทนไหวได้เช่นไร!”
ริมฝีปากของเหนียนอิ๋งสี่ซีดขาวเล็กน้อยด้วยไม่อาจทนน้ำฝนที่สาดซัดร่าง จึงเริ่มตัวสั่นเบาๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ ทว่ายังคงส่ายหัวอย่างหนักแน่น นางจับจ้องประตูใหญ่ที่หัวใจวาดหวังให้เปิดออกมาตลอดบานนั้นพลางเอ่ยปากอย่างอ่อนแรง “ไม่กลับ ข้าไม่กลับ พี่หญิงซูหลานพูดไว้แล้ว ขอเพียงข้าคุกเข่าอยู่ท่ามกลางฝนตกหนักเช่นนี้ได้สองชั่วยาม พี่อวี่เฉินจะสู่ขอข้า”
เชียนเชียนไม่เอ่ยอะไรอีก เพียงทอดสายตามองประตูใหญ่ที่ปิดสนิทบานนั้น ั์ตาของนางเปี่ยมด้วยความชิงชังเข้มข้น
จวนซือหนานอ๋อง เรือนซูหลาน
“พระชายา คนโง่ผู้นั้นถึงกับคุกเข่าอยู่หน้าประตูอย่างขลาดเขลาเพคะ” สาวใช้ปี้เหอที่เพิ่งออกไปตรวจดูลอบยิ้มอย่างยินดีในคราวร้ายของผู้อื่น ด้านหนึ่งนางสะบัดโคลนที่ติดขาออก อีกด้านก็ปัดเม็ดฝนออกจากร่าง
อวี๋ซูหลานวางเข็มปักผ้าในมือลง ั์ตาเผยความเกลียดชังสายหนึ่ง เหนียนอิ๋งสี่ผู้นี้อาศัยความใสซื่อโง่งมของตนเอาแต่เกาะติดอยู่ข้างหลังสามีของนางทั้งวัน ทั้งที่ถูกถอนหมั้นไปตั้งนานแล้ว ยังมาทำเื่หน้าไม่อายเช่นนี้อยู่อีก
นางหยัดกายขึ้นยัดผ้าคลุมกันลมที่เพิ่งจะเย็บเรียบร้อยดีใส่มือของปี้เหอ อวี๋ซูหลานยิ้มอย่างอำมหิตเ็า “ส่งผ้าคลุมกันลมนี้ให้กับคุณหนูรองแห่งจวนรองผู้บัญชาการเหนียนเสีย แล้วบอกไปว่าข้ากลัวนางจะถูกความหนาวจนป่วย”
ปี้เหอรับผ้าคลุมกันลมมา เมื่อเห็นว่าผ้าคลุมกันลมนี้คือผ้าแพรผืนน้อย ที่ซือหนานอ๋องส่งมาให้ด้วยตัวเองก่อนหน้า ทันใดนั้นนางก็พึมพำขึ้นมาอย่างปวดใจเล็กน้อย “ใช้วัสดุดีๆ เช่นนี้สิ้นเปลืองไปเฉยๆ นักเพคะ ให้นางคนโง่นั่นได้เปรียบไป”
อวี๋ซูหลานไม่ถือสาอะไร นางทำสิ่งใดไม่มีความจำเป็ต้องบอกกล่าวกับสตรีชั้นต่ำคนหนึ่ง นางโบกมืออย่างรำคาญใจ พลางหันกายเดินเข้าไปหลังฉากบังลม อีกสักครู่สามีของนางเซวียนอวี่เฉินก็จะกลับมาแล้ว นางต้องคิดให้ดีๆ สักหน่อยว่าควรสวมใส่อะไรดี
แม้ว่าปี้เหอจะเป็สาวใช้แต่งเข้าตระกูลของอวี๋ซูหลานและยามปกติก็รักเอ็นดูปี้เหอ แต่นางเข้าใจสถานะของตัวเองดี เมื่อเห็นเ้านายแสดงท่าทีรำคาญใจ แม้ว่าจิตใจจะไม่สงบอย่างยิ่งทว่านางก็ไม่กล้าชักช้า รีบกางร่มวิ่งออกไปข้างนอกอีกครั้ง
ประตูใหญ่ที่ปิดสนิทนั้นมีบ่าวรับใช้ที่เข้าเวรแง้มเปิดเป็ช่องว่างเล็กแคบ ปี้เหอหอบหิ้วผ้าคลุมกันลมพลางเดินออกมาอย่างช้าๆ
“คุณหนูรองเหนียน คุณหนูของพวกข้าเกรงว่าท่านจะได้รับไอหนาว ดังนั้นจึงจงใจกำชับให้ข้าเอาผ้าคลุมกันลมผืนนี้มาให้ท่านเ้าค่ะ” ปี้เหอกล่าววาจาเช่นนี้ ทว่ามือข้างหนึ่งของนางกลับจับเสื้อคลุมกันลมแน่น ไม่มีเจตนาจะปล่อยมือสักนิด
เชียนเชียนมองความใจแคบของปี้เหอออก นางลุกขึ้นเพื่อดึงผ้าคลุมกันลมนั้นมาก่อนจะคลุมลงบนร่างที่แข็งค้างไปแล้วของเหนียนอิ๋งสี่ เมื่อก้มหน้าลงเห็นว่าเหนียนอิ๋งสี่อ่อนแรงกระทั่งวาจาไม่อาจเอ่ยออกมาได้แล้ว ตัวนางจึงเชิดคางขึ้นพลางเอ่ยกับปี้เหออย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ขอบใจ”
ปี้เหอไม่ชอบหน้าเชียนเชียนมาตลอด เห็นชัดว่าผู้ที่นางรับใช้นั้นเป็แค่คนโง่ที่ไม่ได้รับความโปรดปรานผู้หนึ่ง แต่กลับทำท่าหยิ่งผยองเสมอมา ทว่าตอนนี้นางก็ไม่ยินยอมจะรั้งอยู่ใต้ห่าฝนหนักนี้แม้แต่อีกวินาทีเดียวแล้วจริงๆ นางจึงถลึงตามองเชียนเชียนอย่างรุนแรงครั้งหนึ่ง ก่อนจะจงใจกระทืบเท้าพลางสะบัดโคลนที่ติดอยู่สาดใส่ร่างของเชียนเชียนสองนายบ่าว แล้วหมุนตัวจากไป
เชียนเชียนที่ถูกโคลนสาดร่างนั้นจะสนใจจัดการร่างของตนเองได้ที่ใดกัน นางรีบคุกเข่าลงพลางเช็ดเศษโคลนบนใบหน้าของเหนียนอิ๋งสี่ เช็ดไปพลางร้องไห้ไปพลาง นางคิดไม่ตกว่าคุณหนูของนางเหตุใดถึงมีชีวิตที่ลำบากเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าก็แค่ใสซื่อไปเล็กน้อยมิใช่หรือ เหตุใดจึงยอมให้คนรังแกอยู่ตลอดเสียล่ะ
เมฆดำเคลื่อนตัวบนฟ้า ฝนทำท่าจะกระหน่ำลงมาหนักอีกหน ทันใดนั้นเมฆฝนที่เบียดแน่นท้องฟ้าก็สาดสายฟ้าประกายม่วงดำลงมาสายหนึ่ง ฟาดลงไปที่เงาร่างเล็กผอมบางสองร่างที่บัดนี้คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าจวนซือหนานอ๋อง