"ไม่ต้องห่วงนะคะคนไข้แววตา..."
หมอแพรวพูดพลางขยับชุดกาวน์ให้เข้าที่จนหน้าอกอวบอัดเบียดชิดกันมากขึ้น
"ถ้าเขาไม่ยอมมาหาหมอที่นี่...เย็นนี้หมอจะแวะไปตรวจเขาที่บ้านเอง หมออยากจะรู้นักว่า ไอ้เสือที่ว่าดุ...จะเก่งแค่ไหนเมื่อเจอวิธีบำบัดของคุณหมอที่มีประสบการณ์รักษาคนไข้มานับร้อย ๆรายอย่างหมอแพรวคนนี้"
คำพูดของคุณหมอสาวฟังดูมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมทำให้นางแววตารู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งแต่หากแววตารู้ว่าวิธีบำบัดของหมอแพรวนั้นหมายถึงอะไร เธออาจจะเริ่มคิดหนักมากกว่าเดิม!
…
หลังเลิกงานหมอแพรวจัดเตรียมกระเป๋าเครื่องมือแพทย์ แต่เธอกลับเพิ่ม อุปกรณ์พิเศษบางอย่างลงไป พร้อมกับเติมลิปสติกสีนู้ดฉ่ำวาวที่ริมฝีปากอิ่ม
เธอรู้ดีว่าเย็นนี้...การไปเยี่ยมเยือนบ้านของคนไข้หนุ่มกลัดมันอย่างไอ้่ คงจะไม่ใช่แค่การไปพูดคุยเื่การทำหมันธรรมดาหรือคุมกำเนิดแบบทั่วไปเป็แน่
แสงแดดยามเย็นฉาบย้อมท้องทุ่งจนเป็สีส้มแก่เบื้องหน้าคือบ้านไม้สองชั้นใต้ถุนสูงของนางแววตา
หมอแพรวก้าวเดินผ่านรั้วกระถินทุกย่างก้าวขณะเดินนวยนาดขึ้นไปบนบันไดไม้ส่งเสียงลั่นดังเอี๊ยดอ๊าด สะโพกกลมโตของเธอบิดส่ายซ้ายขวากระโปรงทรงเอรัดรึงจนเห็นส่วนโค้งเว้าอิ่มเต็ม
เมื่อเธอพาสรีระอวบอัดขึ้นมาถึงบนเรือนหมอสาวก็ต้องชะงักเมื่อปะทะเข้ากับกลิ่นเหงื่อไคลของชายฉกรรจ์ที่เต็มไปด้วยฟีโรโมนอันดิบเถื่อน
"ไอ้่"นั่งขัดสมาธิปอกมะพร้าวอยู่บนแคร่ไม้ไผ่กลางเรือน ร่างกายท่อนบนเปลือยเปล่า มัดกล้ามเป็ลอนคลื่นที่กร้านแดดกร้านลมผิวสีทองแดงของเขาชุ่มไปด้วยเหงื่อจนขึ้นเงาวาววับในแสงสลัวทันทีที่เขาสบตาคุณหมอสาวสวยจากเมืองกรุง ไอ้่ถึงกับตกตะลึงจนมีดพร้าที่อยู่ในมือตกลงไปบนพื้นบ้าน
สายตาคมกริบของชายหนุ่มไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบหน้าสวยหยาดเยิ้มของหมอแพรวแต่มันกลับเลื่อนต่ำลงมายังหน้าอกมหึมาที่เบียดเสียดกันอยู่ภายใต้ชุดกาวน์สีขาวสะอาดตา
ความยิ่งใหญ่อลังการของเต้าอวบอึ๋มทำเอาไอ้่ต้องลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่จนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงยิ่งคุณหมอสาวโน้มตัวต่ำลงเพื่อวางกระเป๋าตรวจ หน้าอกคู่ั์นั้นก็แทบจะล้นทะลักออกมาจากคอเสื้อที่ปลดกระดุมไว้
"ได้ข่าวว่า...พี่่ไม่ยอมไปหาหมอที่อนามัยเหรอคะ?"
น้ำเสียงของหมอแพรวหวานละมุนแต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ
"ผม...ผมไม่ไปหรอกหมอ ผมกลัวหมอจับตอน"
ไอ้่ตอบเสียงแข็งแต่สายตายังคงจดจ้องอยู่ที่ร่องอกลึก
"เกิดมาเป็ลูกผู้ชายถ้าโดนจับทำหมัน เื่อย่างว่าก็คงทำได้ไม่เหมือนเดิม ผมยอมตายเสียดีกว่า"
หมอแพรวหัวเราะเบาๆรอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าขณะที่สายตาของเธอเริ่มสำรวจร่างกายของคนไข้รายนี้อย่างละเอียดและแล้วสายตาของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับจุดยุทธศาสตร์กลางกายของเขา
ผ้าขาวม้าเนื้อบางที่ไอ้่สวมอยู่นั้นไม่อาจปกปิดท่อนซุงั์ที่พองขยายดันเนื้อผ้าออกมาจนเป็ลำนูนเด่นชัด ขนาดของมันช่างอลังการงานสร้าง จนหมอแพรวที่เคยเห็นอวัยวะเพศชายมานักต่อนักถึงกับต้องลอบกลืนน้ำลายด้วยความตกตะลึง
‘พระเ้า...พันธุกรรมระดับนี้ ถ้าต้องโดนตัดท่อน้ำเชื้อทิ้งไปเฉย ๆ มันช่างน่าเสียดายของจริง ๆ’
หมอแพรวคิดในใจความรุ่มร้อนเริ่มก่อตัวขึ้นที่ใจกลางความเป็สาวของเธอ
"ถ้าพี่่กลัวการผ่าตัดขนาดนั้นหมอก็พอจะมีวิธีอื่นอีกค่ะ"
“วิธีไหนหรือจ๊ะหมอจ๋า”
ไอ้่ขยับเข้าไปใกล้จนกลิ่นน้ำหอมหวานละมุนเบียดแทรกกลิ่นเหงื่อของชายหนุ่มมันจงใจเบียดท่อนแขนล่ำสันของมันเข้าไปแนบชิดกับทรงอกอวดอัดของหมอแพรวอย่างแนบ
"เราไม่จำเป็ต้องทำหมันก็ได้แต่พี่ต้องเรียนรู้วิธีการคุมกำเนิดแบบอื่น วิธีที่หมอจะสอนให้พี่ด้วยตัวเอง"
ไอ้่รู้สึกร้อนผ่าวด้วยเืในกายสูบฉีดจนความนุ่มหยุ่นจากหน้าอกสองลูกโตของคุณหมอที่เบียดอยู่ทำเอาหน้ามืดตามัว
เขารู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่เป้ากางเกงที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามอารมณ์ชายกลัดมันที่พุ่งพล่าน
"พี่่ฟังหมอนะคะ"
หมอแพรวเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"การที่พี่มีน้ำเยอะจนแทบล้นทะลักแบบที่พี่ว่าเนี่ยมันไม่ได้หมายความว่าพี่ต้องไประบายใส่แววตาเขาทุกคืน
พี่รู้ไหมว่าเมียพี่เขาเหนื่อยแค่ไหน? ทั้งเลี้ยงลูกเล็กตั้งหลายคน งานบ้านงานครัว
สภาพร่างกายคนเรามันมีขีดจำกัดนะคะบางทีแววเขาอาจจะ้าแค่ได้นอนพักผ่อนไม่ใช่เื่บนเตียงที่พี่โหมกระหน่ำเข้าใส่เขาทุกคืน"
ไอ้่ที่นั่งฟังอยู่ทำหน้ายุ่งขยับผ้าขาวม้าที่พันกายไว้อย่างหลวม ๆ จนเห็นท่อนขาแน่นปึ้กด้วยมัดกล้าม
"โธ่หมอผมมันคนหนุ่มไฟแรง หมอก็น่าจะเห็นขนาดของมันคร่าว ๆ แล้วนี่นาถ้าไม่ให้ผมลงกับเมีย จะให้ผมไปลงกับควายที่ไหนล่ะจ๊ะ?
ผมมันพวกถังน้ำมันรั่วขืนให้เก็บไว้มันก็ปวดไข่ไปหมด"
"หมอถึงบอกให้พี่่ควรรู้จักการช่วยเหลือตัวเอง ยังไงล่ะคะ"
หมอแพรวช่วยเสนอทางออก
"ถ้าพี่รู้สึกว่ามันอัดอั้นพี่ก็แค่ใช้มือของพี่จัดการระบายมันออกมาซะมันเป็เื่ธรรมชาติของคนเรานะคะพี่่ ไม่ใช่เื่น่าอาย"
ไอ้่ทำหน้าเบ้พลางส่ายหัวอย่างขัดใจ
"ช่วยตัวเอง? โอ๊ยหมอ ผมไม่เอาด้วยหรอก มันน่าเบื่อจะตายไปให้ผมเอามือลูบคลำท่อนเนื้อตัวเองคนเดียวมันแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้มันไม่มีเนื้อนุ่ม ๆ ให้เบียด ไม่มีเสียงครางให้ฟัง ผมทำไม่ลงหรอกจ้ะมันไม่ได้อารมณ์เหมือนทำกับเมีย"
"พี่่คะ!"
หมอแพรวเริ่มขึ้นเสียงหน้าอกคู่ั์สั่นกระเพื่อมจนไอ้่ตาค้าง
"แววตาเขาไม่ใช่ถังขยะรองรับอารมณ์พี่นะถ้าพี่รักเมีย พี่ต้องหัดถนอมเขาบ้าง ถ้าพี่ทำคนเดียวไม่ได้หมออนุโลมให้พี่ขอให้แววเขาช่วยด้วยวิธีอื่นแทน"
"วิธีอื่น? มันมีวิธีอื่นด้วยเหรอจ๊ะหมอ?"
ไอ้่แสร้งทำหน้าซื่อตาใสทั้งที่ในใจเริ่มคิดหาทางแทะโลมหมอสาวตรงหน้า
"ก็อย่างเช่นให้แววเขาใช้มือช่วยชักรูดให้พี่จนเสร็จ หรือ...หรือจะใช้ปากช่วยอมให้มันแตกออกมาก็ได้ วิธีนี้แววเขาไม่ต้องออกแรงทั้งตัวไม่ต้องรองรับน้ำหนักตัวของพี่ เขาจะได้ไม่เหนื่อยจนเกินไป"
หมอแพรวอธิบายวิชาการแพทย์แบบประยุกต์ใบหน้าสวยสะสวยเริ่มขึ้นสีระเรื่อ
ไอ้่เกาหัวแกรกๆ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้จนหัวเข่าของมันเสียดสีเข้ากับขาอ่อนเนียนนุ่มของคุณหมอคนงาม
"มือเหรอ? ปากเหรอ? โถ่หมอผมนึกภาพไม่ออกจริง ๆ
นังแววเมียผมมันก็สุดแสนจะซื่อวัน ๆ รู้จักแต่ท่ามาตรฐานนอนแผ่ให้ผมจัดหนักอย่างเดียว
ถ้าผมเดินไปบอกมันว่า...แววจ๋า วันนี้ช่วยอมให้พี่หน่อยนะจ๊ะ
มันไม่ด่าผมเปิงเหรอ? ผมเองก็ไม่รู้จะสอนมันยังไง ว่าต้องจับตรงไหนต้องอมยังไงถึงจะถูกหลักอนามัยอย่างที่หมอว่า"
หมอแพรวมองค้อนชายหนุ่มบ้านป่าอย่างหงุดหงิด
"พี่อย่ามาแกล้งโง่ทำเป็ไม่รู้หน่อยเลยพี่่! เื่แบบนี้มันเป็สัญชาตญาณ"
"จริงๆ นะหมอ! ผมสาบานได้"
ไอ้่ทำเสียงสูงพลางขยับผ้าขาวม้าเผยให้เห็นส่วนปลายของท่อนซุงั์ที่เริ่มพองขยายออกมาทักทายแสงตะเกียง
"ถ้าหมออยากให้ผมช่วยถนอมอีแววหมอก็ต้องสอนผมก่อนสิจ๊ะ หมอช่วยสาธิตให้ผมเห็นเป็ขวัญตาหน่อยได้ไหมว่าการใช้มือที่ถูกต้อง หรือการใช้ปากที่หมอว่าเนี่ย มันต้องทำแบบไหนผมจะได้จำเอาไปบอกเมียถูก ถ้าไม่ยังงั้น เมียผมมันคงไม่ยอมทำให้ผมหร๊อก นะ หมอ นะ!"