บทที่ 5: เตาผิงดินเหนียวและผู้มาเยือน
แสงแดด่สายสาดส่องลงมากระทบเกล็ดสีเงินของปลาตัวอวบอ้วนสองตัวที่นอนนิ่งอยู่บนใบเฟิร์นใบใหญ่อีไลอัสในร่างเด็กชายวัยสิบสองปีนั่งจ้องมองผลประกอบการจาก "ไซดักทรัพย์"ของเขาด้วยความภาคภูมิใจ เสียงท้องร้องจ๊อกๆ ยังคงประท้วงอย่างต่อเนื่องเป็จังหวะแต่ก่อนที่เขาจะได้ลิ้มรสโปรตีนมื้อแรกในต่างโลกเขายังมีปัญหาใหญ่ทางวิศวกรรมอีกหนึ่งข้อที่ต้องเร่งแก้ไข
"เรามีวัตถุดิบแล้วแต่เรายังไม่มีเตา"
อีไลอัสพึมพำพลางปรายตามองกองขี้เถ้าสีเทาที่หลงเหลือจากกองไฟเมื่อคืนกองไฟแบบเปิด ที่เขาทำขึ้นอย่างลวกๆนั้นมีข้อเสียร้ายแรงหลายประการในเชิงสถาปัตยกรรมและการเอาชีวิตรอด
"ข้อแรก:การกระจายความร้อน กองไฟแบบเปิดบนพื้นดินจะสูญเสียความร้อนไปกับอากาศรอบทิศทางทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและให้ความร้อนไม่สม่ำเสมอ ข้อสอง:การเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เกิดควันไฟฟุ้งกระจายซึ่งควันพวกนี้แหละคือสัญญาณ SOS ที่จะไปเชิญชวนมอนสเตอร์นักล่าจากป่าชั้นกลางให้แวะมาเยี่ยมเยียนถึงหน้าบ้าน"
สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนเขาสะบัดมือเล็กๆ เพื่อวอร์มอัพร่างกาย "ถ้าจะย่างปลาให้อร่อยและปลอดภัยเราต้องสร้างระบบเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพสูง ควันน้อย และกักเก็บความร้อนได้ดี...ไม่มีอะไรจะตอบโจทย์ไปกว่านวัตกรรมคลาสสิกอย่าง ‘หลุมไฟดาโกตา’ (Dakota Fire Hole) อีกแล้ว"
หลุมไฟดาโกตาคือเทคนิคการก่อไฟของชนพื้นเมืองอเมริกันที่ได้รับการยกย่องจากหน่วยรบพิเศษทั่วโลกว่าเป็สุดยอดเตาพรางตัวทางยุทธวิธี หลักการทำงานของมันคือการขุดหลุมใต้ดินสองหลุมที่เชื่อมต่อกันเพื่อใช้ประโยชน์จากความกดอากาศและแรงลอยตัวของความร้อน
อีไลอัสเริ่มเดินสำรวจพื้นที่บริเวณลานหินริมน้ำตกม่านไพลินเขาไม่ได้้าแค่พื้นดินธรรมดา แต่เขากำลังมองหา ‘ดินเหนียวริมตลิ่ง’ ดินประเภทนี้มีอนุภาคขนาดเล็กละเอียด อุ้มน้ำได้ดีมีความเหนียว สูง และที่สำคัญที่สุด... มันมีคุณสมบัติทนไฟเมื่อถูกความร้อนเผามันจะแข็งตัวกลายเป็เซรามิก ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำฉนวนกันความร้อน
เมื่อพบแหล่งดินเหนียวสีเทาอมส้มที่ชุ่มฉ่ำอยู่ริมน้ำเขาใช้หินแบนๆ ขุดตักมันขึ้นมากองรวมกันไว้ จากนั้นก็เลือกพื้นที่บริเวณหน้าเชลเตอร์เพิงหมาแหงนของเขาซึ่งเป็ดินร่วนปนทรายที่ขุดได้ง่ายเริ่มต้นดำเนินการก่อสร้าง ‘เตาผิงใต้ดิน’ ทันที
"เริ่มจากการขุดหลุมหลัก หรือห้องเผาไหม้ "
เด็กชายใช้ไม้ปลายแหลมทิ่มลงไปในดินขุดหลุมทรงกระบอกแนวดิ่งลงไปลึกประมาณสามสิบเิเและมีความกว้างประมาณยี่สิบเิเหลุมนี้จะเป็ตำแหน่งสำหรับใส่ฟืนและวางอาหารเพื่อย่าง
"ทีนี้ก็มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุด...ระบบท่อไอดี "
อีไลอัสขยับถอยห่างจากหลุมหลักมาตามทิศทางที่ลมพัดผ่าน ประมาณสามสิบเิเเขาเริ่มขุดหลุมที่สอง หลุมนี้เขาขุดในแนวเฉียงทำมุมประมาณ45 องศาเอียงพุ่งลงไปใต้ดินเพื่อไปทะลุเชื่อมต่อกับก้นหลุมของห้องเผาไหม้ที่เขาขุดไว้ตอนแรก
"ตามหลักฟิสิกส์เทอร์โมไดนามิกส์ เมื่อเราจุดไฟในหลุมหลักอากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสู่ที่สูง การลอยตัวนี้จะสร้าง‘พื้นที่ความกดอากาศต่ำ’ ที่ก้นหลุม ส่งผลให้เกิดแรงดูด ดึงเอาอากาศบริสุทธิ์ที่มีออกซิเจนสูงจากหลุมที่สองให้ไหลเข้ามาเติมเต็มอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือไฟจะลุกโชนอย่างบ้าคลั่ง เกิดการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบ อุณหภูมิจะสูงมากจนเผาไหม้อนุภาคที่จะกลายเป็ควันไปจนหมดสิ้น!"
แต่อีไลอัสยังไม่หยุดแค่นั้นิญญาสถาปนิกเ้าระเบียบของเขาทำให้เขามองเห็นข้อบกพร่องของหลุมดินธรรมดา"ถ้าขุดหลุมในดินร่วน พอโดนความร้อนจัด ดินรอบๆ อาจจะแห้งกรอบและพังทลาย ลงมาทับกองไฟหรืออาหารได้เราต้องทำผนังกันดิน "
เขาหยิบก้อนดินเหนียวริมตลิ่งที่เตรียมไว้มาปั้นเป็ก้อนกลมๆแล้วแปะลงไปตามผนังด้านในของ ‘ห้องเผาไหม้’ จนทั่วจากนั้นจึงเรียกใช้งานสกิล [สถาปนิกแห่งพงไพร]
เคอร์เซอร์สีทองสว่างวาบขึ้นที่ปลายนิ้วอีไลอัสใช้ปลายนิ้วที่เรืองแสงลากไล้ไปตามผิวหน้าของดินเหนียวแทนที่สกิลนี้จะทำหน้าที่แค่เชื่อมกิ่งไม้แต่มันกลับตอบสนองต่อแร่ธาตุและเส้นใยธรรมชาติในดินเหนียวด้วย!อนุภาคของดินเหนียวที่เคยแยกตัวกัน ค่อยๆ ผสานตัวและบีบอัดเข้าหากันอย่างหนาแน่นผิวััของผนังหลุมที่เคยขรุขระกลับกลายเป็ผิวเรียบเนียนมันวาวประหนึ่งถูกฉาบด้วยปูนซีเมนต์ชั้นดีโดยช่างปูนระดับปรมาจารย์
"สุดยอด!สกิลนี้มันทำหน้าที่เหมือนเกรียงฉาบปูนพ่วงระบบบีบอัดสุญญากาศเลยนี่หว่า!"อีไลอัสอุทานด้วยความทึ่ง ผนังเตาของเขาตอนนี้แข็งแรงและสมบูรณ์แบบมันจะทำหน้าที่สะท้อนความร้อน กลับเข้าสู่ศูนย์กลางทำให้ประหยัดฟืนและย่างอาหารได้สุกไวขึ้นหลายเท่า
เมื่อเตาพร้อมก็ถึงเวลาเตรียมวัตถุดิบ อีไลอัสใช้หินมีคมค่อยๆ ขอดเกล็ดปลาออกอย่างทุลักทุเล แม้ร่างเด็กจะไม่มีแรงมากแต่ความคมของขอบหินแม่น้ำก็พอจะช่วยให้เขาควักไส้และทำความสะอาดปลาได้สำเร็จเขาเสียบปลาทั้งสองตัวด้วยกิ่งไม้ไผ่สด ที่ยังมีความชื้นอยู่เต็มเปี่ยมเพื่อป้องกันไม่ให้ไม้เสียบถูกไฟไหม้จนหักไปเสียก่อน
เขาเริ่มก่อไฟโดยใช้เศษใบไม้แห้งและหินเหล็กไฟทันทีที่สะเก็ดไฟตกลงบนเชื้อเพลิงเล็กๆ ที่ก้นหลุมหลักเขาก็เริ่มใส่กิ่งไม้แห้งตามลงไป
และแล้วปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ก็แสดงอานุภาพให้เห็นเป็ประจักษ์!
เมื่อความร้อนเริ่มก่อตัวอากาศร้อนพุ่งทะยานขึ้นจากปากหลุมหลัก แรงดูดที่ก้นหลุมก็ดึงเอาอากาศเย็นจากหลุมรับลมให้ไหลทะลักเข้ามาเกิดเป็เสียงวูบ! เบาๆ ราวกับเครื่องยนต์เจ็ทที่ถูกเร่งเครื่องเปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนขึ้นอย่างรวดเร็วและร้อนแรงอยู่ต่ำกว่าระดับผิวดินและที่สำคัญที่สุด... มันแทบจะไม่มีควันไฟลอยขึ้นมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย!มีเพียงเปลวคลื่นความร้อนระยิบระยับ ที่ลอยวนอยู่เหนือปากหลุมเท่านั้น
"เตาผิงมวลความร้อน ฉบับมินิมอลทำงานสมบูรณ์แบบ 100%"
อีไลอัสยิ้มกริ่มนำไม้เสียบปลาไปพาดไว้เหนือปากหลุมหลัก โดยใช้ก้อนหินสองก้อนวางขนาบไว้เป็ขาตั้ง เพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมไม่ให้เนื้อปลาััเปลวไฟโดยตรง แต่ปล่อยให้ ‘รังสีความร้อน’ ทำหน้าที่ค่อยๆเปลี่ยนโปรตีนดิบให้กลายเป็อาหารอันโอชะ
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีปฏิกิริยาเคมีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการอาหารก็เริ่มเปิดฉากขึ้น... ปฏิกิริยาเมลลาร์ด
กรดอะมิโนในเนื้อปลาเริ่มทำปฏิกิริยากับน้ำตาลที่อุณหภูมิสูงกว่า140 องศาเซลเซียสผิวชั้นนอกของปลาที่เคยเป็สีขาวซีดค่อยๆเปลี่ยนเป็สีเหลืองทองและสีน้ำตาลไหม้ที่ดูน่ารับประทานสุดๆไขมันใต้ิัปลาเริ่มเดือดปุดๆ และหยดลงไปกระทบกับถ่านแดงฉานก้นหลุม ฉ่า! ทุกครั้งที่ไขมันหยดลงไปมันจะระเหยกลับขึ้นมาเป็ควันอโรมา สีขาวบางๆที่เคลือบไล้ไปตามเนื้อปลา กลิ่นหอมหวนของปลาย่างสดๆ ที่ไม่มีคาวเลยแม้แต่น้อยลอยคละคลุ้งไปในอากาศ กลิ่นความหวานของเนื้อปลาูเาผสานกับกลิ่นรมควันอ่อนๆ จากไม้ฟืนมันคือกลิ่นที่สามารถทรมานกระเพาะอาหารของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่ได้สูดดม
"ถึงจะไม่มีเกลือไม่มีพริกไทย ไม่มีซอสโชยุ...แต่ความสดของวัตถุดิบระดับพรีเมียมบวกกับการควบคุมอุณหภูมิที่สมบูรณ์แบบมันก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างมิชลินสตาร์ในป่าลึก!"
อีไลอัสกลืนน้ำลายดังเอื้อกแถบความหิวในระบบประสาทของเขาแทบจะทะลุขีดจำกัดเขายื่นมือออกไปเตรียมจะหยิบไม้เสียบปลาที่สุกกำลังดีขึ้นมาลิ้มรส
หน้าจอโฮโลแกรมสีทองสว่างวาบขึ้นเหนือปากหลุมไฟพร้อมกับเสียง ติ๊ง! ที่ดังกังวานใสในโสตประสาท:
[ สิ่งปลูกสร้าง: เตาผิงใต้ดินพรางตัว 'หลุมไฟดาโกตา' ]
[ ระดับคุณภาพ : ระดับมาสเตอร์ ]
[ ความทนทานของโครงสร้าง: 200/200 ] > (โบนัสความทนทาน +100 จากการใช้สกิล[สถาปนิกแห่งพงไพร] บีบอัดอนุภาคดินเหนียวบริสุทธิ์ ผนังเตาได้รับการอัปเกรดเป็ 'เซรามิกทนไฟระดับต่ำ')
[ ค่าสถานะพิเศษของสิ่งปลูกสร้าง: ]
ประสิทธิภาพการเผาไหม้: 99.9%(ระบบท่อไอดีคู่ทำงานสมบูรณ์แบบ อัตราการเกิดควันไฟลดลงเหลือ 0%)
การกักเก็บรังสีความร้อน: ระดับ S (ประหยัดเชื้อเพลิง300%)
บัฟโภชนาการ:อาหารที่ปรุงผ่านเตานี้จะได้รับสถานะ 'อโรมาแห่งผืนป่า'(ฟื้นฟู HP และ ค่าความเหนื่อยล้า เร็วขึ้น 50%)
[ ค่าความพึงพอใจของผู้สร้าง:ทะลุขีดจำกัด ]
สวบ... แกรก...
ทันใดนั้นเองเสียงคล้ายบางสิ่งเหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งและกิ่งไม้ก็ดังแว่วมาจากพุ่มไม้ทึบทางฝั่งทิศตะวันออกเสียงนั้นแ่เบามาก แต่ในป่าที่เงียบสงัด มันกลับดังก้องราวกับเสียงระฆังเตือนภัย
สถาปนิกในร่างเด็กชายชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบปลาร่างกายของเขาแข็งทื่อโดยสัญชาตญาณ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปตามสันหลัง
"เดี๋ยวนะ...หลุมไฟดาโกตามันไม่มีควันก็จริง แต่ฉันลืมคิดถึงเื่ ‘กลิ่น’ไปสนิทเลย!"
อีไลอัสสบถในใจอย่างหัวเสียทิศทางลมที่เขาภูมิใจนักหนาว่าพัดผ่านเชลเตอร์ได้ดีเยี่ยมตอนนี้มันกลับกลายเป็สายพานลำเลียงกลิ่นปลาย่างหอมฉุยพัดพาข้ามแนวทุ่งหญ้าตรงลึกเข้าไปในโซนป่าชั้นกลาง ซึ่งตามหลักการออกแบบผังเมืองของเกมแนวแฟนตาซีแล้วป่าลึกย่อมเป็ที่อยู่อาศัยของมอนสเตอร์ที่ระดับสูงกว่าจุดเกิดเสมอ!
สมองของเขาเริ่มประมวลผลอย่างบ้าคลั่งภาพของ ‘หมาป่าทมิฬ’หรือสัตว์อสูรนักล่าที่เคยอ่านเจอในนิยายผุดขึ้นมาเป็ดอกเห็ดมือเล็กๆ ของเขาค่อยๆ ควานหากิ่งไม้ท่อนที่ใหญ่ที่สุดที่อยู่ใกล้มือเตรียมพร้อมรับแรงปะทะที่อาจจะเกิดขึ้น
พุ่มไม้เบื้องหน้าสั่นไหวแรงขึ้นเรื่อยๆเสียงสวบสาบขยับเข้ามาใกล้จนถึงระยะสิบเมตร... ห้าเมตร... สามเมตร...
อีไลอัสกลั้นหายใจยกท่อนไม้ขึ้นตั้งท่าป้องกันตัวระดับสายตาสายตาจดจ่ออยู่ที่ช่องว่างระหว่างใบเฟิร์น
แล้วสิ่งมีชีวิตปริศนาก็เผยตัวออกมาจากเงามืดของแมกไม้...
ทว่ามันไม่ได้เป็สัตว์ประหลาดสูงสามเมตรที่เขี้ยวหยดด้วยน้ำลายหรือหมาป่าสีดำทมิฬดวงตาแดงฉานอย่างที่เขาจินตนาการไว้
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือ...ก้อนขนปุกปุยสีส้มแดงสดใส ่ล่างของใบหน้า ลำคอและปลายหางมีสีขาว กำลังยืนสองขา รูปร่างของเขากะทัดรัด ปราดเปรียวและเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่น อย่างลงตัวขนาดตัวกะทัดรัดราวกับสุนัขสวมเสื้อสีน้ำตาลมอมแมม ใบหน้าของมันประดับด้วยดวงตากลมโตสีอำพันที่ฉายแววเฉลียวฉลาดซุกซน และแฝงความมั่นใจ ปากแหลมๆใบหูทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่ ปลายหูและด้านในมีสีดำสนิทที่ควรจะตั้งชัน บัดนี้ลู่ตกลงไปด้านหลังอย่างน่าสงสารดวงตากลมโตของมันจับจ้องตรงมาที่ปลาย่างบนเตาด้วยความหิวโหยอย่างปิดไม่มิด
"เอ๊ะ...ลูกหมา? ไม่สิ... ลูกจิ้งจอก?"
อีไลอัสลดท่อนไม้ในมือลงเล็กน้อยความตึงเครียดมลายหายไปกว่าครึ่ง ถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจลูกจิ้งจอกอสูรตัวนี้มีขนที่สวยงามมาก ราวกับเปลวไฟที่กำลังลุกโชน แต่อนิจจาสภาพของมันตอนนี้ห่างไกลจากคำว่าสง่างามอย่างสิ้นเชิง
มันพยายามก้าวเดินเข้ามาหาเตาไฟด้วยท่าทางที่ยากลำบากเพราะกำลังเดินกระเผลกๆ โดยใช้ขาข้างหนึ่งพยุงตัวเอง ขาขวาของมันถูกลากบนพื้นดิน ไม่ขยับ
เมื่ออีไลอัสเพ่งมองผ่านแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาเขาก็พบสาเหตุของความผิดปกตินั้น
ที่บริเวณข้อเท้าหลังของเ้าก้อนขนสีส้มแดงมีรอยแผลบวมเป่งอย่างน่ากลัว และสิ่งที่ปักคาอยู่อย่างโหดร้ายคือ ‘หนามแหลม’ สีดำสนิทขนาดยาวเกือบสองนิ้วหนามนั้นไม่ได้มีแค่ความแหลมคม แต่มันยังแผ่ไอหมอกสีม่วงจางๆ ออกมารอบๆ าแเส้นเืใต้ิัของลูกจิ้งจอกบริเวณนั้นปูดโปนและกลายเป็สีม่วงคล้ำซึ่งเป็สัญญาณทางชีววิทยาที่ชัดเจนที่สุดของอาการ ‘ติดพิษ’ ร้ายแรง
ลูกจิ้งจอกอสูรหยุดยืนอยู่ห่างจากเตาไฟเพียงสอง่แขนมันเงยหน้าขึ้นสบตากับสถาปนิกในร่างเด็กชาย ร่างกายเล็กๆของมันสั่นสะท้านทั้งจากความหิวโหยและความเ็ปจากพิษาแก่อนที่มันจะส่งเสียงร้องครางออกมาเบาๆ
หงิง... หงิง...
เสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเวทนาสลับกับการปรายตามองปลาย่างสีเหลืองทองบนเตาไฟ มันช่างเป็ฉากที่บีบคั้นหัวใจคนดูเสียเหลือเกินท่ามกลางป่ากว้างใหญ่แห่งนี้ จุดเริ่มต้นของสายใยพันธสัญญาที่ไม่มีใครคาดคิด...ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยกลิ่นปลาย่างและาแอาบยาพิษเสียแล้ว