นายทินที่มีหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดคนสนิททำหน้าที่เป็นสารถีให้คุณบำเพ็ญโดยมีนายบุญส่งคู่หูคุ้มกันนาย นั่งอยู่เบาะหน้าส่วนเจ้าพ่ออ่างอบนวดผู้โด่งดับคับเมืองในจังหวัดภูเก็ตนั่งคู่กับลูกสาวบุญธรรมอยู่ด้านเบาะหลัง
จุดหมายปลายทางถูกเปลี่ยนกะทันหันจากเดิมที่จะกลับบ้านในกรุงเทพฯซึ่งใช้เป็นที่พักอาศัยของโยธิกากับบรรณรสเปลี่ยนเป็นสถานที่ซึ่งนายเรืองลูกน้องคนสนิทรายงานทางปลายสายว่าขณะนี้โยธิกาหายเข้าไปตั้งแต่เมื่อคืนจนตอนนี้ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะโผล่หน้าออกมา
“พ่อจะไปหาโยทำไมล่ะคะ...พ่อก็รู้นี่นาว่าโยเป็นคนยังไง”
บรรณรสหมายถึงการเอาแต่ใจที่โยธิกามีมาตั้งแต่เด็กนั่นเป็นเพราะการถูกเลี้ยงอย่างตามใจจนกลายเป็นคนดื้อไม่มีเหตุผลและไม่เชื่อฟังใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง
เหมือนครั้งที่โยธิกาในสมัยห้าปีก่อนที่เริ่มมั่นใจและรู้ตัวว่าตนเองไม่ใช่ผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ในตอนนั้นเธอต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่างในฉับพลันให้เป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไป แม้จะถูกกีดกันและเกิดการโต้เถียงระหว่างพ่อลูกจนเกือบตัดพ่อตัดลูก แต่คนที่มีทิฐิแรงกล้าต้องการเอาชนะอย่างโยธิกาก็ไม่สนใจฟังคำทัดทาน แม้คนเป็นพ่อจะค้านหัวชนฝา
สุดท้ายการทะเลาะโต้เถียงก็จบลงด้วยการโกรธกันเป็นปีพอมาเห็นลูกชายตนเองในคราบผู้หญิงเต็มร้อย หลังจากการผ่าตัดแปลงเพศสำเร็จรวมถึงการศัลยกรรมทุกส่วนที่สามารถทำให้คนใจเป็นหญิงมีตัวเป็นหญิงอย่างที่ไร้ตำหนิ
แม้จะโกรธตัดเป็นตัดตายแต่พอลูกชายในร่างผู้หญิงเข้ามาขอขมา โดยมีบรรณรสเป็นตัวเชื่อม เวลาที่ล่วงผ่านเป็นแรมปีบวกกับกาวใจชั้นดีอย่างลูกสาวที่รักอีกคนพ่อกับลูกจึงปรับความเข้าใจและประสานรอยร้าวนั้นสนิท
หากแต่บางครั้งก็มีบ้างที่คนเจ้าทิฐิต้นฉบับอย่างนายบำเพ็ญจะออกอาการต่อต้านคนเป็นลูกเหมือนเช่นขณะนี้...
บรรณรสรู้สึกเหมือนกับว่าผู้เป็นพ่อเลี้ยงกำลังจะต่อต้านอะไรสักอย่างเมื่อหันไปสบตาก็เห็นเพียงดวงตาที่ประทับไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ตกลงมันยังไงกันคะพ่อมองโบเหมือนกับว่า...”
บรรณรสหัวคิ้วยุ่งเหยิงวุ่นวายมองไม่ออกถึงการที่คนเป็นพ่อจะบุกไปถึงรังนอนที่โยธิกาหายไปกับผู้ชายคนหนึ่ง
สำหรับเธอไม่นึกแปลกใจเท่าไหร่เพราะที่ผ่านมาโยธิกาก็เคยควงผู้ชายหน้าตาดีมานักต่อนักให้เธอเห็นจนกลายเป็นความเคยชิน
ดังนั้นการที่เมื่อคืนโยธิกาจะไปขลุกอยู่บ้านใครสักคนบรรณรสจึงคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าขืนผู้เป็นพ่อเลี้ยงไปหาเธอตอนนี้ มีหวังเกิดความอลหม่านขึ้นเป็นแน่แท้
แล้วมันก็เป็นดังคาด...
รถยนต์ยุโรปสีตะกั่วคันยาวทะเบียนเลขตอง จอดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์แดร็กคิวล่าเพราะมันดูใหญ่แต่ลึกลับเมื่อตัวบ้านขนาดใหญ่โตปลูกสร้างอยู่ไกลลิบห่างจากประตูยาวเป็นหลักกิโลเมตร
ผู้ดูแลรักษาความปลอดภัยมองทางกล้องวงจรปิดหน้าประตูเล็กด้านนอก พร้อมกับกรอกเสียงผ่านไมค์ด้านในประตู
“มาพบใครครับ” คำถามนั้นพูดขึ้นเมื่อนายทินเลื่อนกระจกรถด้านซ้ายของคันรถลง
“นายครับ...เรามาพบใครครับนายท่าทางบ้านนี้จะดูแลความปลอดภัยเข้มงวดน่าดู”คนเป็นลูกน้องหันไปขอความเห็นจากผู้เป็นนาย
“เออ...นั่นสิวะ ว่าแต่บ้านไอ้ผู้ชายคนนี้มันชื่ออะไรไหนเอ็งลองกดถามไอ้เรืองดูซิว่ามันอยู่ตรงไหน แล้วพอจะรู้บ้างไหม”
ระหว่างที่นายทินต่อสายหานายเรืองอีกครั้งนายบำเพ็ญก็หันไปบ่นกับบรรณรส “บ้านหลังนี้มันใหญ่เอาการท่าทางไอ้ผู้ชายที่มันหิ้วนังโยมานอนคงจะรวยน่าดู”
“รวยก็เท่านั้นล่ะค่ะพ่อถ้าวันหนึ่งเขารู้ว่าโยไม่ใช่ผู้หญิงแท้ๆขี้คร้านจะทิ้งโยเหมือนที่ผู้ชายคนก่อนๆทำ” สาวแว่นถอนหายใจรัวเร็ว
นายบำเพ็ญยกมุมปากขึ้น “ถ้าลูกกลัวว่าไอ้ผู้ชายคนนั้นมันจะทิ้งนังโย...พวกเราก็อย่าไปทำให้มันรู้สิ”
“หมายความว่าไงคะพ่อ...ที่บอกว่าพวกเรา”
แม้จะยังตีความจากคำพูดของผู้เป็นพ่อไม่ออกแต่ก็พอมองเห็นลางๆว่านายบำเพ็ญกำลังคิดอะไรแผลงๆแน่นอน
บทสนทนาจบลงเมื่อนายทินวางสายจากนายเรืองพร้อมกับบอกชื่อเจ้าของบ้านที่คนทั้งหมดกำลังจะมาหา
“นายครับ...ไอ้เรืองมันบอกว่าผู้ชายที่เป็นเจ้าของบ้านชื่อว่าลายเสือครับนาย”
“เออ...งั้นก็ดีบุญส่งเดี๋ยวเอ็งลงจากรถแล้วไปคุยกับยามหน้าบ้านให้เรียบร้อย ว่าพวกเรามาหาใคร”คนเป็นนายสั่งลูกน้องอีกคนที่นั่งเงียบอยู่เบาะด้านหน้า
“ครับนาย”นายบุญส่งลงจากรถไปเรียบร้อย บรรณรสจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความใคร่รู้
“นายทิน แล้วนายเรืองรู้ได้ยังไงกันว่าเจ้าของบ้านชื่อลายเสือ...ฟังชื่อแล้วโบพอจะเดาออกเลยว่านายคนนี้ต้องเป็นคนยังไง”
คนถูกถามได้แต่ส่ายหัว “ผมไม่รู้เหมือนกันครับคุณหนูโบแต่แค่เรื่องชื่อ สำหรับไอ้เรืองมันคงไม่เป็นเรื่องยากเท่าไหร่”
“เอาเหอะลูกไอ้เรืองมันจะได้ชื่อมาด้วยวิธีไหนก็ช่างไม่สำคัญหรอก...นั่นไอ้บุญส่งมันออกมาแล้ว”
ประตูรั้วอัลลอยด์ลายดอกไม้ขดเป็นเกลียวสูงท่วมหัว ขยับเข้าด้านข้างเป็นการเปิดทางพร้อมกับนายบุญส่งขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยรถยนต์ของนายบำเพ็ญจึงวิ่งฉิวเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์
“โบคอยพ่ออยู่ในรถนะลูก...ไม่ต้องลงไป”
นายบำเพ็ญใช้สายตามองไปยังร่างของลูกสาวที่เสื้อผ้ายังอยู่ในชุดเดิมมีเพียงเสื้อตัวนอกคลุมทับหญิงสาวรับรู้ เพราะคงไม่เหมาะสม เธอจึงนั่งคอยในรถ
นายบำเพ็ญเดินนำหน้าลูกน้องคนสนิททั้งสองคนเข้าไปยังตัวบ้าน...บรรณรสได้แต่มองแผ่นหลังของบิดาเดินลับหายเข้าไปข้างในพลางหวังใจอยู่ลึกๆว่าความคิดของบิดากับการมาหาโยธิกาถึงที่นี่คงจะไม่นำพาให้เกิดความยุ่งยากใจ
หญิงสาววัยกระเตาะวิ่งออกมาต้อนรับนายบำเพ็ญด้านนอกผายมือเชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนคนทั้งกลุ่มจึงเดินตามไป...นายบำเพ็ญลงนั่งที่โซฟารับแขกกลางโถงกว้างโดยบอดี้การ์ดร่างบึกยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง
นายบำเพ็ญกวาดตามองการตกแต่งภายในบ้านหลังนี้อย่างไตร่ตรองรสนิยมเจ้าของบ้านนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่ออกแบบภายในได้หรูหราโอ่โถงน่าอยู่พื้นเป็นหินอ่อนสีขาวเล่นระดับตั้งแต่โถงทางเข้าเพื่อแยกการใช้งานระหว่างพื้นที่โถงออกจากส่วนอื่นๆ ฝ้าเพดานสูงโปร่งโล่งผนังส่วนหนึ่งติดกระจกเพื่อนำแสงสว่างจากธรรมชาติมาใช้โดยส่วนที่เป็นผนังทาสีขาวสลับกับสีครีม
ผู้สูงวัยมองตามสายตาเมื่อเห็นว่ามีชายหนุ่มกำลังเดินลงบันไดมาจากชั้นบน...เส้นสายราวบันไดเป็นตัวนำสายตาจนกระทั่งผู้เป็นเจ้าของบ้านมาถึงโซฟาชุดที่เขานั่งอยู่
คุณบำเพ็ญลุกขึ้นยืนตามมารยาทรับไหว้ชายหนุ่มตรงหน้า แม้จะยังดูงัวเงีย ทรงผมนั้นยุ่งเหยิงหน้าตาเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน แต่บุคลิกของคนหนุ่มก็ดูมีสง่าราศีแถมมารยาทในการต้อนรับแขกถือว่าเข้าตา
“ขอโทษด้วยนะครับ...พอดีผมเพิ่งจะตื่นนอนสภาพก็เลยเป็นแบบที่เห็น”เขารีบออกตัวเมื่อตนเองสวมเพียงเสื้อคลุมทับชุดนอนข้างในออกมารับแขก
“ไม่เป็นไรครับ...ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณที่มารบกวนแต่เช้า” เสียงของคุณบำเพ็ญยังคงทรงอำนาจ
“เอ่อ...โทษนะครับ ผมลายเสือไม่ทราบว่า...” คนหนุ่มเอ่ยขึ้น
“ผมบำเพ็ญครับทำธุรกิจอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต” ผู้สูงวัยกว่าแนะนำตนเองบ้าง
“ครับ...รับกาแฟซักแก้วไหมครับ”ลายเสือหันไปเรียกสาวรับใช้ประจำบ้าน ที่ออกมาต้อนรับคุณบำเพ็ญในทีแรกซึ่งยืนหลบมุมอยู่ตรงประตูด้านหน้า
“กาแฟเสิร์ฟแขกหน่อย...ของผมเอาเข้มๆนะ”
คุณบำเพ็ญรีบยกมือขึ้นห้าม “ไม่เป็นไรครับไม่ต้องยุ่งยากคุณลายเสือ ผมมาธุระแค่ประเดี๋ยวเดียว อย่าต้องลำบากกันเลย”
คราวนี้สีหน้าคุณบำเพ็ญจริงจังขึ้นเมื่อพูดจบจนเจ้าของบ้านยังนึกเกร็ง แต่ก็ยังไม่รู้ว่าแขกผู้มาเยือนมีธุระอันใด
“งั้นก็ว่ามาเลยครับมีเรื่องใดที่จะให้ผมรับใช้” ชายหนุ่มนอบน้อม
“ก็ดี...งั้นผมไม่อ้อมค้อมล่ะ...ผมจะมารับลูกสาวผมกลับบ้าน”
เสียงเข้มทรงพลังเอ่ยเต็มปากว่าโยธิกาเป็นลูกสาว...หากแต่คนฟังเริ่มมีสีหน้ามึนงงไม่น้อยผู้ชายคนนี้บอกว่ามารับลูกสาว...แล้วใครล่ะเป็นลูกสาวของเขาหวังว่าคงจะไม่ใช่ผู้หญิงคนเมื่อคืนหรอกนะ
เพราะเท่าที่คุยกัน...โยธิกาบอกกับเขาว่าไม่มีบิดามารดาเป็นเพียงลูกกำพร้าและตอนนี้ก็อยู่ตัวคนเดียว ที่ไปเที่ยวเมื่อคืนก็เพราะกำลังอกหักเรื่องราวสารพัดจากปากโยธิกาเท็จจริงเป็นอย่างไร ชายหนุ่มไม่อาจรู้ จึงถามออกไป
“ลูกสาวของคุณบำเพ็ญเหรอครับ...คงไม่ใช่...”
ชายหนุ่มหน้าตึงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็หันไปตามเสียงเรียกของคุณบำเพ็ญเมื่อเอ่ยเรียกชื่อของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาพากลับมาค้างที่บ้านเมื่อคืนนี้ ทั้งที่แต่แรกตั้งใจจะไปค้างที่คอนโดฯส่วนตัวหากพอเมาจนได้ที่ และมี ‘มูลเหตุ’ ทางกาย ที่ไม่อาจทานอารมณ์ให้ไปถึงจุดหมายอีกแห่งเจ้าตัวจึงเลี้ยวรถกลับมายังตัวบ้านแห่งนี้โดยปริยาย
“นั่นไง...ลูกสาวของผมกำลังเดินลงบันไดมา”
โยธิกาชะงักเท้าแค่บันไดชั้นบนสุด...ตกใจระคนตื่นกลัวเมื่อเห็นว่าแขกผู้มาเยือนที่ยามหนุ่มหน้าประตูรั้วรายงานมา ก็คือพ่อของเธอ
“พ่อ!”
.............................................