เริ่มปรับปรุงที่ดิน
หลังจากเสร็จสิ้นมื้ออาหารกัสก็เริ่มจัดการกับกองหญ้าที่เด็กสาวผมทองทั้งสามคนเก็บมาเขาเริ่มใช้เวทมนตร์ง่ายๆ รีดเอาความชื้นออกมาจากใบหญ้าทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนมันให้กลายเป็หญ้าแห้ง
ส่วนเด็กสาวคนอื่นๆก็พากันเก็บของ ล้างจานและเริ่มต้นเตรียมที่นอนให้กัสอย่างขยันขันแข็งจากนั้นจึงเริ่มเตรียมที่นอนของตัวเองด้วยเช่นกัน
บ้านที่มาพร้อมกับดินแดนแห่งนี้มีขนาดเล็กพอๆกับห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง มีความกว้างเพียง 3 เมตร ยาว 5 เมตร
หากใช้อยู่อาศัยเพียงคนเดียวก็นับว่าพอใช้ได้แต่เมื่ออยู่รวมกันในบ้านถึง 6 คน มันก็คับแคบไปในทันที
โดยเฉพาะเตียงที่มีเพียงเตียงเดียวและแทบไม่มีพื้นที่ว่างอื่นเลย
สิ่งของที่อยู่ภายในบ้านนั้นมีเพียง3 อย่างเท่านั้น หนึ่งเตียงนอนที่กัสนอนอยู่ในตอนแรกสองกล่องเก็บของขนาดเล็กที่มีความพิเศษในด้านของความจุที่สามารถเก็บสิ่งของต่างๆได้มากเป็พิเศษและสุดท้ายคือแท่นหินสำหรับวางของที่มีไว้เพื่อขายและซื้อของต่างๆจากดันเจี้ยนด้วย DP
แท่นหินสำหรับขายและซื้อนั้นมีเพียงแท่นหินที่อยู่ในบ้านเท่านั้นส่วนข้างนอกจะมีแท่นหินที่คล้ายๆ กันอยู่ ทว่าทำได้เพียงขายผลผลิตเพียงอย่างเดียว
หลังจากที่กัสจัดการเอาความชื้นออกจากกองหญ้าเสร็จเขาก็ขนมันเข้าไปในบ้านแล้วเริ่มปูลงบนพื้นด้านข้างเตียงนอนก่อนจะปูซ้ำลงไปด้วยหนังสัตว์ผืนใหญ่ที่เตรียมเอาไว้ั้แ่แรกตามติดด้วยเครื่องนอนเช่นหมอน
เด็กสาวทั้งหลายเมื่อเห็นกัสทำแบบนั้นก็มองไปทางกัสด้วยใบหน้าที่ซาบซึ้งน้อยๆด้วยความรู้สึกขอบคุณที่กัสช่วยเตรียมของเหล่านี้เอาไว้ให้พวกเธอ
แต่ก่อนที่เด็กสาวทั้งห้าจะได้เข้าไปจัดที่นอนของพวกเธอต่อกัสก็ล้มตัวลงนอนไปก่อนแล้ว
เห็นแบบนั้นเด็กสาวทั้งห้าก็นิ่งไปน้องสาวของกัสถึงกับอ้าปากค้างอยู่ในท่าที่กำลังจะกล่าวขอบคุณ
“ท..ท่านพี่กัส..ทำไมลงไปนอนแบบนั้นละคะขึ้นไปนอนบนเตียงสิคะท่านพี่”
กัสกลิ้งไปมาอยู่สองตลบเพื่อปรับตัวให้คุ้นชินกับที่นอนใหม่ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ก่อนจะลุกขึ้นมามองน้องสาวของเขาแล้วยิ้มน้อยๆ
“ไม่ละ ข้าจะนอนตรงนี้แหละ..ส่วนพวกเ้า นอนบนเตียงไปเถอะ”
ได้ยินแบบนั้นดวงตาของเด็กสาวก็เบิกกว้างขึ้นปากรีบกล่าวปฏิเสธอย่างร้อนรนโดยเฉพาะเด็กสาวผมทองทั้งสามที่อยู่ในสถานะข้ารับใช้ซึ่งตระหนักดีว่าพวกเธอนั้นมีฐานะที่ต่ำกว่ากัสจึงไม่กล้าแม้แต่จะคิดที่จะให้กัสนอนบนพื้นในขณะที่พวกเธอนอนเตียง
“ไม่ได้นะคะท่านกัส! ได้โปรดขึ้นไปนอนบนเตียงกับคุณหนูทั้งสองเถอะค่ะให้พวกเรานอนบนพื้นเอง!”
“ใช่ค่ะพี่กัส พี่ขึ้นไปนอนบนเตียงเถอะค่ะ ส่วนพวกน้องจะนอนบนพื้นเอง”
ท่าทีไม่ยอมใครนี้ทำให้กัสยิ้มกว้างเขาไม่พูดอะไรทั้งสิ้นแต่เลือกที่จะล้มตัวลงนอนแล้วห่มผ้าหยาบๆ ที่ซื้อมาแทนคำตอบ
เห็นแบบนั้นเหล่าเด็กสาวก็เริ่มร้อนรนสถานะของกัสนั้นสูงที่สุดในบ้าน ณ ตอนนี้ เขาอยู่ในฐานะของผู้นำครอบครัวพวกเธอย่อมไม่มีทางทำอะไรแบบนี้กับกัสได้
แต่ไม่ว่าน้องสาวทั้งสองจะพยายามดึงแขนยังไงกัสก็ไม่ยอมลุกทั้งยังทำตัวเหมือนเด็กดื้อที่ไม่ยอมฟังใครทำเอาน้องสาวทั้งสองคนทั้งดึงทั้งดันจนหน้าแดงก็ไม่ขยับ
“อย่ายุ่งน่า..พวกเ้านอนๆ ไปเถอะ เตียงเล็กๆแบบนั้นข้านอนคนเดียวยังไม่พอเลย แต่พวกเ้านอนรวมกันได้ 5 คนเลยด้วยซ้ำสละหนึ่งเพื่อห้าแบบนี้แหละถูกต้องแล้ว”
“ไม่ได้ค่ะ!! ท่านพี่กัสเป็หัวหน้าครอบครัวแล้วนะคะพี่เป็ผู้นำของพวกเราพี่จะมานอนพื้นแล้วให้พวกเรานอนเตียงไม่ได้”
“ใช่แล้วพี่กัส ถ้าพี่นอนแบบนี้หนูจะนอนหลับได้ไงกัน ไม่เอาด้วยหรอก”
พอโดนว่ามากๆ เขากัสก็ฝืนหลับไม่ได้อีกเขาลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่งมองดูสีหน้าของน้องสาวที่ดูจะไม่ยอมแพ้จากนั้นเหลือบมองเด็กสาวผมทองทั้งสามที่มีท่าทีลำบากใจ
เห็นแบบนั้นกัสก็ถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งพลางส่ายหน้าน้อยๆให้กับเด็กสาวทั้งหมด
‘ไม่ไหวๆ เด็กพวกนี้..ครั้งก่อนก็เป็แบบนี้ทีหนึ่งแล้วคราวนี้ก็ยังไม่ยอมอีกหรือ’
กัสถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะตัดใจลุกขึ้นไปนอนบนเตียง
พอเห็นแบบนั้นเด็กสาวทั้งห้าก็มีท่าทีผ่อนคลายแล้วพากันจับจ้องตำแหน่งของตัวเองก่อนจะล้มตัวลงนอนในที่สุด
ไม่นานนักเสียงลมหายใจที่ดังเป็จังหวะของเด็กสาวก็ดังมาให้ได้ยินกัสก็ลืมตาขึ้นมาแล้วมองไปยังน้องสาวและเด็กสาวผมทองทั้งสาม
‘พวกเ้ารู้ไหม..ยิ่งพวกเ้าดีต่อข้ามากเท่าไหร่ข้าก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ปกป้องพวกเ้าไม่ได้มากขึ้นเท่านั้น’
กัสถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วลุกขึ้นอย่างช้าๆ ก้าวลงจากเตียงด้วยฝีเท้าที่แ่เบาขัดกับน้ำหนักตัวจากนั้นย่อตัวลงไปอุ้มน้องสาวของเขาขึ้นมาอย่างเบามือ
ถึงตอนนี้กัสก็รู้แล้วว่าเด็กสาวกลุ่มนี้เหนื่อยกันขนาดไหนเพราะขนาดถูกอุ้มขึ้นมาแบบนี้พวกเธอก็ยังไม่ตื่น
กัสใช้เวลานานหลายนาทีกว่าจะอุ้มเด็กสาวทั้งห้าขึ้นไปนอนบนเตียงได้จากนั้นจึงห่มผ้าให้พวกเธอแล้วลงไปนอนบนพื้นแทน
พอล้มตัวลงนอนกัสก็ได้แต่ยิ้มฝืนๆความทรงจำในอดีตย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง
่เวลาเริ่มต้นนั้นยากลำบากที่สุดแล้วครั้งนี้ยังดีที่รักษาเหล็กกล้าลาวาเอาไว้ได้ทำให้มี DP เริ่มต้นถึง100 หน่วยรวมกับประสบการณ์ที่เขามีอยู่ต้นทุนเท่านี้สมควรที่จะผ่าน่ที่ยากลำบากที่สุดไปได้ไม่ยาก
และเพื่อให้การเริ่มต้นดำเนินไปได้อย่างราบรื่นกัสก็จำต้องอดทนและพยายามดูแลเด็กสาวทั้งห้าให้ดีที่สุด
อาหารการกินและการพักผ่อนคือสิ่งสำคัญที่สุดใน่แรกจนกว่าร่างกายของเด็กสาวทั้งห้าจะปรับตัวให้เข้ากับการทำงานหนักได้กัสต้องดูแลพวกเธอให้ดีที่สุด
ส่วนตัวเขานั้นด้วยพลังของพรกัสมีวิธีดูแลและฝึกฝนร่างกายของเขาอยู่แล้วการกินและการพักผ่อนย่อมไม่สำคัญต่อเขามากนัก
ยิ่งถ้ามองในด้านของแรงงานแล้วกัสที่ไม่เคยฝึกฝนอะไรมาก่อนเลยกับเด็กสาวห้าคนที่ผ่านการทำงานมาตลอดย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว
จะมารักความสบายเหมือนชีวิตก่อนแล้วปล่อยให้เด็กสาวกลุ่มนี้ลำบากคงไม่ได้
เป้าหมายของเขาในชีวิตนี้คือทุกคนต้องรอดและต้องไม่หิวโหยอีกต่อไปความคิดนี้หยั่งรากลึกลงในจิตใจของกัสและเป็ดังความปรารถนาสูงสุดในชีวิตของเขาในตอนนี้
เพื่อการนั้นเขาจำต้องทำในสิ่งที่เกื้อหนุนต่อความปรารถนาให้มากที่สุดและการดูแลเด็กสาวกลุ่มนี้ให้ดีเพื่อผลักดันให้พวกเธอปรับตัวได้อย่างรวดเร็วก็เป็สิ่งที่จำเป็ที่สุด
คิดมาถึงจุดนี้กัสก็หลับไปในที่สุดก่อนจะตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของเด็กสาวผมทองทั้งสามที่ตื่นขึ้นมาก่อนใคร
พวกเธอตกอยู่ในสภาพสับสนเพราะตื่นขึ้นมาอย่างสุขสบายบนเตียงนอนก่อนจะมองเห็นกัสที่นอนขดตัวอยู่บนพื้นในสภาพที่ไม่น่าดูเท่าไหร่
ภาพนี้ทำให้เด็กสาวทั้งสามที่เป็ข้ารับใช้มาตลอดชีวิตถึงกับตกตะลึงราวกับโลกถล่มพวกเธอถึงกับส่งเสียงร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวและรีบลงไปคุกเข่ากับพื้นในทันที
กัสที่โดนปลุกขึ้นมาเพราะเสียงร้องนี้ก็ยังสับสนอยู่เขาลุกขึ้นมามองไปรอบๆก่อนจะหยุดลงเด็กสาวผมทองทั้งสามที่ก้มหัวอยู่บนพื้นในสภาพหวาดกลัวจนตัวสั่น
ภาพนี้ทำให้กัสอึ้งเป็ที่สุดเพราะเขาไม่คิดว่าเด็กสาวกลุ่มนี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองรุนแรงถึงขนาดนี้
ถึงเขาจะรู้ว่าพวกเธอเกิดมาเพื่อเป็ข้ารับใช้และทำงานให้กับตระกูลอันดูวเดธแต่เขาก็ไม่คิดว่าฐานะพวกนั้นจะหยั่งรากลึกถึงกระดูกของเด็กสามคนนี้ได้ขนาดนี้
ในขณะที่กัสลุกขึ้นมาด้วยความสับสนน้องสาวของเขาก็โดนปลุกขึ้นมาพร้อมกันก็มีสภาพที่แตกตื่นไม่น้อยไปกว่ากัน
ทว่าพวกเธอยังดีกว่าเด็กสาวผมทองทั้งสามพวกเธอเป็น้องสาวถึงจะไม่ชอบใจที่พี่ชายของพวกเธอทำแบบนี้แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรักที่ยิ่งใหญ่
“ท่านพี่กัส..ทำแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ..แล้วแบบนี้น้องจะกล้านอนหลับได้ไงถ้าท่านพี่ยังคิดจะแกล้งกันแบบนี้”
กัสได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่เกาหัวแล้วหันไปมองเด็กสาวทั้งสามที่ยังก้มหัวติดพื้นในสภาพที่ตัวสั่นงกๆด้วยความหวาดกลัว
“พอแล้วๆเื่นั้นไม่ใช่ความผิดของพวกเ้าสักหน่อย..ทั้งหมดเป็ความ้าของข้าเองไม่ต้องก้มหัวแล้ว ลุกขึ้นๆ”
ทว่าเด็กสาวทั้งสามก็ยังส่ายหน้าทั้งที่หัวยังแนบติดกับพื้นทำเอากัสและน้องสาวถึงกับพูดไม่ออกจนต้องหันมามองหน้ากันอีกนานสองนาน
“เ้าจะคุกเข่าแบบนั้นอีกนานไหม..ข้ายังมีงานที่ต้องทำอีกนะลุกขึ้นแล้วไปทำงานซะ! ได้ยินไหม”
เมื่อเห็นว่าวิธีปลอบโยนใช้ไม่ได้ผลกัสก็เลยจำใจออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เข้มกว่าเดิมเด็กสาวผมทองทั้งสามก็ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา
เห็นแบบนั้นกัสก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเขาไม่คิดว่าเด็กสามคนนี้จะมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รุนแรงขนาดนี้ได้
“ทราบแล้วเ้าค่ะ..แต่ได้โปรด..อย่าทำกับพวกเราแบบนี้อีกเลยนะเ้าค่ะพวกเราไม่สามารถรับได้จริงๆ”
เห็นสภาพแบบนี้แล้วกัสก็ได้แต่ฝืนยิ้มแล้วพยักหน้าน้อยๆ โดยไม่พูดอะไรในขณะที่ภายในใจเริ่มวางแผนใหม่เพื่อเตรียมที่นอนที่ดีที่สุดให้กับเด็กสาวกลุ่มนี้ก่อนที่เขาจะรวบรวมDP ได้มากพอที่จะสร้างบ้านเพิ่ม
ความวุ่นวายในตอนเช้าสงบลงในที่สุดเด็กสาวทั้งห้าก็ออกไปเตรียมอาหารเช้า ส่วนกัสก็ล้างหน้าล้างตาอยู่ข้างบ่อน้ำก่อนจะเดินเข้าป่าเพื่อหาของป่าประจำวัน
เขาใช้เวลาราวๆ20 นาทีในการเดินรอบนี้เพื่อหาของอย่างอื่นนอกเหนือจากของป่ากลับมาด้วย
กิ่งไม้จำนวนหนึ่งถูกรวบไว้ในแขนใบไม้ขนาดใหญ่ถูกใช้แทนห่อผ้าในการห่อของป่าของวันนี้เอาไว้ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านแล้วแบ่งบางส่วนไปขายเป็DP จากนั้นซื้อของบำรุงที่มีประโยชน์มา
สิ่งแรกที่กัสคิดในตอนนี้คือการซื้อน้ำผึ้งทว่าน้ำผึ้งนั้นต่อให้ราคาถูกที่สุดก็ยังแพงถึง 10 DP ทำให้กัสซื้อไม่ลง เขาเลยหันไปหาเมล็ดดอกไม้แทนและซื้อมันมา 10ถุงซึ่งมีราคา 10 DP เช่นกันเพียงแต่ความคุ้มค่าของมันแตกต่างจากน้ำผึ้งเพียงกระปุกเดียวมากนัก
ต่อจากนั้นเขาก็มองหาเมล็ดพันธุ์ของผักชนิดต่างๆที่ปลูกได้ทุกฤดูโดยแบ่งชนิดและสายพันธุ์ตามแผนที่เขาวางเอาไว้ั้แ่ตอนเดินทาง
สัดส่วนของจำนวนเมล็ดพันธุ์ที่กัสซื้อแบ่งเป็ประเภทโตเร็วเก็บเกี่ยวครั้งเดียว50 เปอร์เซ็นต์ ประเภทโตช้าแต่ให้ผลผลิตราคาแพง 20 เปอร์เซ็นต์ประเภทให้ผลผลิตหลายครั้ง 20 เปอร์เซ็นต์และสุดท้ายประเภทที่ให้ผลผลิตทุกวันอีก 10เปอร์เซ็นต์
การซื้อของครั้งแรกกัสก็จ่ายไปแล้วถึง50 DP แต่เขาก็ยังไม่หยุดและมองหาปุ๋ยเพิ่มอีกเล็กน้อยแล้วจ่ายไปอีก10 DP สำหรับปุ๋ย 100 ถุงที่มากพอจะใช้สำหรับที่ดิน 5 ไร่
ดินแดนแห่งนี้มีความกว้างประมาณ10 ไร่ก็จริง แต่สภาพของดินแดนนั้นเป็วงกลมโดยมีบ้านและบ่อน้ำอยู่ตรงกลาง
ในขณะที่มีป่าอยู่ที่้ากินพื้นที่ไปถึง1 ไร่โดยประมาณ พอตัดพื้นที่ที่เพื่อไว้สำหรับสร้างบ้านใหม่และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆแล้วกัสก็กำหนดพื้นที่ในการสร้างแปลงเพาะปลูกไว้เพียง 5 ไร่เท่านั้น
แต่ก่อนที่จะปรับปรุงพื้นที่กัสก็ได้จัดการย้ายบ้านออกไปอยู่ข้างป่าก่อนด้วยการจ่าย1 DP
เมื่อจัดการพื้นที่เรียบร้อยแล้วกัสก็เหลือDP ไม่ถึง 40 หน่วยทำให้กัสต้องหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนมีอุปกรณ์ใช้
เริ่มจากจอบสำหรับขุดดิน5 อัน 25 DP บัวรดน้ำ 2 อัน 10 DP รวมกัน35 DP ทำให้แต้ม DP ของกัสเหลือเพียง 2DP เท่านั้น
DP 100 หน่วยใช้อึดใจเดียวก็หมด ทำเอากัสถึงกับยิ้มไม่ออกเลยทีเดียวแต่พอได้เห็นของที่เขาซื้อมาเขาก็มีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่นานนักเหล่าเด็กสาวก็กลับเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าตื่นเต้นใเนื่องจากบ้านถูกย้ายมาอยู่ข้างๆป่าทำให้พวกเธอที่กำลังทำอาหารอยู่ข้างบ่อน้ำต้องขนอาหารและโต๊ะมาไว้ข้างบ้านอีกครั้งหนึ่ง
กัสก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆด้วยความรู้สึกผิดที่รีบย้ายบ้านเร็วไปแทนที่จะย้ายหลังจากที่น้องๆของเขาจัดอาหารเสร็จก่อน
และเพื่อไม่ให้เสียเวลากัสกับเหล่าเด็กสาวก็เริ่มจัดการอาหารเช้ากันอย่างรวดเร็วจากนั้นกัสก็แบ่งงานให้ทุกคนทำ
เริ่มจากการแจกจ่ายอุปกรณ์จอบคนละ 1 อัน รวมกับของที่มีมาั้แ่แรกด้วย 1 ทุกคนก็มีอุปกรณ์ครบ ส่วนบัวรดน้ำกัสให้ไว้กับเด็กสาวผมทองทั้ง3 และมอบหมายหน้าที่รดน้ำให้กับพวกเธอไปพร้อมกัน
การได้งานมากเป็พิเศษนี้ดูเหมือนจะช่วยให้เด็กสาวทั้งสามมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากและทำให้กัสกับน้องสาวต้องแอบมองหน้ากันอย่างมีความหมายจากนั้นจึงแยกย้ายกันออกไปทำงาน
“เริ่มต้นจากข้างบ่อน้ำก็แล้วกันเว้นพื้นที่รอบบ่อน้ำไว้ 1 เมตรนะ แล้วขยายออกไปโดยอาศัยบ่อน้ำเป็ศูนย์กลาง”
กัสเริ่มกางแผนที่ออกมาแล้วขีดเส้นลากเป็วงกลมเพื่อกำหนดพื้นที่ในการเตรียมดินให้กับเด็กสาวทุกคน
พื้นที่ที่กัสวางเอาไว้นั้นเป็แปลงแบบวงกลมซึ่งผิดปกติทำให้เด็กสาวทั้งห้าต้องขมวดคิ้วน้อยๆด้วยความสับสน
กัสไม่ได้แบ่งแปลงเป็พื้นที่สี่เหลี่ยมหากแต่เรียงเป็วงกลมแทนทำให้พื้นที่ในการปลูกจริงๆ ลดลงเขาสร้างแปลงเป็วงกลมโอบล้อมบ่อน้ำเอาไว้และขยายออกไปเป็ชั้นๆ
แปลงวงกลมนี้เว้นช่องทางเดินเอาไว้ส่วนหนึ่งโดยแบ่งแปลงออกเป็4 ส่วนใหญ่ๆ ด้วยทางเข้าออกที่ทอดยาวออกไป 4ทิศทำให้เกิดเป็แปลงรูปโค้งที่เรียงเป็ชั้นๆ ออกไปหลายต่อหลายแปลง
พื้นที่ในส่วนที่อยู่ใกล้บ่อจะสั้นที่สุดและจะยืดยาวออกไปเรื่อยๆตามจำนวนชั้นที่เพิ่มขึ้น
กัสได้จัดวางแปลงทั้งหมดให้เป็รูปวงกลมโดยกำหนดพื้นที่ไว้ประมาณ5 ไร่ซึ่งทำให้เด็กสาวทั้งห้าสับสนมาก
“ไม่ต้องห่วง..ข้ามีแผน เชื่อข้าเถอะ.”
เมื่อเห็นว่าเด็กสาวทั้งห้ายังคงมีท่าทีสับสนและสงสัย กัสก็ตัดสินใจใช้ไม้ตายของเขาทำให้ทุกคนจำต้องทำตามโดยไม่ถามอะไรอีกเพราะถ้าพวกเธอยังคิดที่จะถามอยู่ก็หมายความว่าพวกเธอไม่เชื่อในตัวเขา
แน่นอนว่าเด็กสาวทุกคนไม่มีใครที่กล้าจะไม่เชื่อแต่ความสงสัยก็ยังเป็ความสงสัยอยู่ดี มันยากที่จะจำกัดทิ้งไปได้
ทว่าทุกคนก็ยังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งด้วยการร่วมแรงร่วมใจกันปรับหน้าดินเพื่อสร้างแปลงเพาะปลูกในรูปแบบที่กัสวางเอาไว้
พอตกเย็นพื้นที่5 ไร่ก็ถูกปรับหน้าดินจนเสร็จ พื้นหญ้าที่เขียวชอุ่มก็กลายเป็หน้าดินสีน้ำตาลจนหมดแต่ทั้งนี้ก็ยังไม่สามารถปลูกพืชได้เลยเพราะต้องใส่ปุ๋ยและยกแปลงเสียก่อน
ยิ่งไปกว่านั้นทุกคนก็หมดแรงแล้วอาหารมื้อเย็นจึงทำได้ช้ากว่าเดิมพอสมควร แต่ก็ทดแทนด้วยปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นแทน
มื้อเย็นนั้นทุกคนกินกันอย่างหิวโหยเลยทีเดียวเพราะทำงานหนักมาตลอดทั้งวันตอนกลางวันเองก็ไม่ได้ทำอาหารกันจริงจังนอกจากทำซุปกับเนื้อแห้งและขนมปังแข็งๆที่ใช้กินเพื่อให้มีแรงก่อนกลับไปทำงานอีกครั้งเท่านั้น
ค่ำคืนวันนั้นกัสยอมแพ้ที่จะบังคับให้เด็กสาวทั้งห้าแล้วเขาเลยนอนบนเตียงอย่างไม่เต็มใจ ส่วนเด็กสาวทั้งห้านอนบนพื้นที่มีการปูหญ้าเพิ่มอีกเล็กน้อยทำให้นุ่มและนอนสบายกว่าเดิม
วันต่อมาทุกคนก็ตื่นเช้าออกมาทำงานอีกครั้งคราวนี้กัสออกมาตรวจสอบพื้นที่ก่อนเป็อย่างแรก เขาวางเส้นแนวในการทำแปลงแล้วแจกจ่ายปุ๋ยให้ทุกคนนำไปผสมกับดินก่อนจะทำการยกแปลงตามแนวที่วางเอาไว้เป็เส้นโค้งโอบล้อมบ่อน้ำเอาไว้ตรงกลาง
งานในวันนี้แม้จะไม่ได้ใช้แรงเท่ากับเมื่อวานแต่ก็กินเวลานานกว่า หลังจากทำไปได้ราว 1 ใน 3กัสก็บอกให้ทุกคนพักเพื่อเตรียมอาหารกลางวันส่วนตัวเขาก็เข้าป่าอีกครั้งเพื่อหาของป่ามาขายเพิ่ม DP
รอบนี้กัสขายของป่าออกไปเยอะหน่อยจนได้มา 5 DP จากนั้นนำไปซื้อนมถังเล็กมา1 ถังในราคา 5 DP จากนั้นหิ้วนมสดถังเล็กที่มีความจุ 10ลิตรออกไปนอกบ้านแล้วส่งให้น้องสาวของเขาจัดการต้มนมรวมกับผักป่าที่เขาเก็บกลับมาและเนื้อแห้งทำเป็สตูเพื่อกินกันและเพิ่มนมให้ทุกคนอีกคนละ1 ลิตรเอาไว้ดื่มเติมพลังระหว่างทำงาน
การใส่ปุ๋ยและยกแปลงนั้นกินเวลานานมากทีเดียวรวมกับความเหนื่อยล้าที่ทุกคนได้รับทำให้เวลาที่ใช้มากขึ้นไปอีก
กว่าแปลงทั้งหมดจะทำจนแล้วเสร็จก็วันที่3 ของการเตรียมแปลงซึ่งช้ากว่าที่กัสวางแผนเอาไว้ถึง 1 วันเต็มๆ
ความผิดพลาดนี้ทำให้กัสต้องประเมินแผนการของเขาใหม่กำหนดการและวันเวลาต้องเปลี่ยนใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพของพวกเขาในตอนนี้
‘แย่แฮะ..เราประเมินพลังของทุกคนผิดไป..ลืมไปเลยจริงๆว่าตอนนี้ทุกคนยังเด็กอยู่’
กัสส่ายหน้าน้อยๆ พลางขีดเขียนบนแผนที่อย่างตั้งใจพลางกำกับข้อความลงบนแปลงแต่ละชั้นและแบ่งแปลงแต่ละชั้นเป็ส่วนๆอย่างใจเย็นเพื่อเตรียมการในขั้นสุดท้ายอย่างการหยอดเมล็ดพันธุ์พืช