บทที่ 2 : ยกเลิกงานหมั้น
เช้าวันนั้น ฟ้าสีเทาหม่นจากฝนเมื่อคืนยังไม่คลายหมอก ฉันยืนอยู่หน้ากระจกไม้กรอบเก่าที่บานหนึ่งแตกเล็กน้อย เงาสะท้อนของหญิงสาวอายุสิบแปดในกระจกทำให้หัวใจฉันเต้นแรง
ใบหน้าเรียว ขนตายาว ผิวขาวผ่องสดใสนี่คือฉันในวัยที่ความฝันยังไม่ถูกทำลาย ฉันเอื้อมมือแตะปลายผมที่ถูกรวบเรียบง่าย รู้สึกเหมือนกำลังมีชีวิตใหม่
ฉันสูดหายใจเข้าลึก สาบานกับตัวเองอีกครั้ง วันนี้ฉันจะเปลี่ยนชะตา
…
ในห้องโถงใหญ่ของตระกูลซ่ง แเื่เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีแก่ “ซ่งหว่านอิง” บุตรสาวคนโตของตระกูล กับ “หลี่ข่ายหลุน” บุตรชายคนโตของตระกูลหลี่
วันนี้...ฉันยืนอยู่กลางห้องรับแขกด้วยรอยยิ้มที่แ่เบา รอยยิ้มที่ไม่มีใครรู้เลยว่ามันซ่อนอะไรไว้ข้างในในมือของฉันถือ “ซองจดหมาย” สีเหลืองซีดหนึ่งซอง สิ่งที่ฉันเฝ้ารอเวลานี้เพื่อยกเลิกงานหมั้นที่เป็จุดเริ่มต้นของความโง่งมในชาติก่อน
“หว่านอิง ลูก ทำไมยังไม่ขึ้นเวทีอีกล่ะ แขกทุกคนรออยู่แล้วนะ” เสียงของแม่เลี้ยงหลิวเจิน ดังขึ้นอย่างใจเย็นแต่แฝงด้วยความกดดัน
ฉันหันไปมองเธอ พลางยกยิ้มบาง ๆ “อีกเดี๋ยวค่ะคุณแม่ ฉันมีเื่สำคัญต้องพูดก่อน”
หลี่ข่ายหลุนยืนอยู่ข้างเวทีในชุดสูทสีเทาเข้ม หน้าตาหล่อเหลาที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ฉันใจสั่น ตอนนี้กลับทำให้ฉันรู้สึกเพียงความว่างเปล่า ข้างเขามีซ่งหว่านหลิน น้องสาวต่างมารดาของฉันในชุดกี่เพ้าสีชมพูอ่อน ยืนอยู่ในเงาแสงไฟด้วยแววตากระวนกระวาย
เสียงในห้องจัดเลี้ยงเงียบลงเมื่อ ซ่งหว่านอิงในชุดกี่เพ้าสีแดงลวดลายปักที่สวยงามก้าวขึ้นเวที เธอมองตรงไปยัง หลี่ข่ายหลุน กับ ซ่งหว่านหลิน ที่ยืนเคียงกันอยู่ด้วยสายตานิ่งเย็น
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนพูดเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน“ขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงานวันนี้ค่ะ...” เธอพูดเสียงเรียบ “แต่ฉันมีเื่สำคัญจะประกาศ งานหมั้นวันนี้ ฉันขอยกเลิก”
เสียงพูดของฉันดังสะท้อนในห้องโถงเหมือนเสียงระฆังแตก แขกหลายคนอ้าปากค้าง พ่อหันขวับมามองด้วยสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อ
เสียงฮือฮาดังก้องทั่วงาน
แม่เลี้ยงรีบลุกพรวด “หว่านอิง! เธอพูดอะไรออกมา!”
พ่อสีหน้าซีด “หวานอิง ลูกจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ เื่หมั้นนี้ตกลงกันไว้แล้ว!”
พ่อพูดเสียงเข้ม ดวงตาเบิกกว้าง “รู้ตัวไหมว่าวันนี้มีแขกผู้ใหญ่ของตระกูลหลี่อยู่ด้วย!”
“รู้ค่ะ” ฉันตอบเสียงเรียบ “และเพราะฉันรู้ จึงต้องพูดให้ชัดในวันนี้ ฉันจะไม่หมั้นกับหลี่ข่ายหลุน”
หลี่ข่ายหลุนรีบก้าวมาข้างหน้า “หว่านอิง! เธอกำลังพูดเื่ไร้สาระอะไร! เธอไม่คิดถึงหน้าตาครอบครัวตัวเองบ้างเหรอ!”
ฉันยกคิ้วเล็กน้อย “ฉันคิดค่ะ แต่หน้าตาของตระกูลซ่งไม่ได้ต้องรักษาไว้ด้วยการแต่งงานกับคนที่หักหลังกันลับหลังไม่ใช่เหรอ?”
เสียงซุบซิบดังขึ้นรอบห้องทันที พ่อขมวดคิ้วแน่น “หว่านอิง ลูกพูดอะไรให้ชัด!”
“ฉันคิดดีแล้วค่ะพ่อ” ซ่งหว่านอิงพูดอย่างหนักแน่น
“ฉันไม่สามารถหมั้นกับผู้ชายที่ทรยศฉันได้... เขามีคนอื่นอยู่แล้ว และคนนั้นก็คือ...น้องสาวของฉันเอง”
ฉันค่อย ๆ เดินไปกลางห้อง ท่ามกลางแสงไฟที่จับมาที่ฉันเพียงคนเดียว จากนั้นหยิบซองจดหมายขึ้นมาถือไว้สูง
“นี่คือหลักฐานค่ะ จดหมายที่คุณหลี่ข่ายหลุนส่งถึงซ่งหว่านหลิน น้องสาวของฉัน ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา”
“อย่าพูดมั่ว!” ซ่งหว่านหลินร้องเสียงสั่น “เธอไม่มีหลักฐาน!”
ฉันเปิดซอง แล้วหยิบกระดาษบางแผ่นออกมา “นี่ไง...ลายมือของเขา”
ฉันอ่านให้ฟังทีละบรรทัด
“หลินเอ๋อร์...ฉันคิดถึงเธอทุกคืน อยากให้วันหนึ่งเราจะได้อยู่ด้วยกันโดยไม่ต้องแอบอีกต่อไป…”
เสียงฉันนิ่ง แต่ทุกคำกลายเป็คมมีดตัดอากาศในห้องเงียบกริบ หลี่ข่ายหลุนหน้าซีดทันที ส่วนซ่งหว่านหลินยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาไหลพราก
แม่เลี้ยงถึงกับยกมือทาบอก
“นี่มัน...จริงเหรอ?”
ฉันมองตรงไปยังเธอ “คุณแม่ลองดูเองสิคะ ลายมือเดียวกันกับจดหมายแนะนำตัวของเขา”
พ่อคว้าจดหมายจากมือฉันไปอ่านด้วยสีหน้าเข้มจัด
“ข่ายหลุน! นี่มันเื่อะไรกัน! ทำไมถึงมีจดหมายแบบนี้ระหว่างเธอกับหว่านหลิน!”
หลี่ข่ายหลุนพูดเสียงติดขัด “คุณลุง...มันเป็เื่เข้าใจผิด ผมแค่ให้กำลังใจเธอ...”
“ให้กำลังใจ?” ฉันหัวเราะเยาะออกมา “จดหมายที่เขียนว่า ‘ฉันอยากััมือเธออีกครั้ง’ นี่เหรอคะการให้กำลังใจ?”
เสียงกระซิบของแขกดังขึ้นราวกับคลื่นกระแทกผนังห้อง
พ่อหันไปจ้องซ่งหว่านหลิน “พูดมา! มันเื่จริงหรือเปล่า!”
ซ่งหว่านหลินร้องไห้ “คุณพ่อ หนู...หนูไม่ได้ตั้งใจ เขาบอกว่าเขาแค่เห็นใจ หนูไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเลยค่ะ!”
“พอได้แล้ว!” พ่อเสียงดังลั่น
“ทำให้ตระกูลซ่งต้องอับอายขนาดนี้ยังไม่พออีกหรือ!”
แม่เลี้ยงเดินไปประคองลูกสาวอย่างลนลาน “อย่าดุลูกเลยค่ะ คุณไม่เห็นหรือ เธอยังเด็ก ถูกหลอกแน่ ๆ!”
ฉันมองภาพตรงหน้าแล้วค่อย ๆ พูดเสียงเรียบแต่หนักแน่น
“เด็กที่วางแผนเขียนจดหมายรักกับคู่หมั้นของพี่ตัวเอง ทุกคนเรียกว่า ‘ถูกหลอก’ งั้นเหรอคะ?”
เสียงของฉันทำให้ทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง แขกหลายคนมองหน้ากันอย่างอึดอัด
ใบหน้าหลี่ข่ายหลุนเริ่มแข็ง “หว่านอิง เธอกำลังพูดเื่ไร้สาระ!”
“ฉันพูดความจริงค่ะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก “วันนี้ ฉันแค่อยากประกาศให้ทุกคนรู้ ว่าฉันซ่งหว่านอิง ขอถอนหหมั้นอย่างเป็ทางการับหลี่ข่ายหลุน และจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายศักดิ์ศรีของฉันอีก”
เสียงปรบมือเบา ๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของห้อง ก่อนที่มันจะค่อย ๆ ขยายออกทั่วห้อง
ฉันหันไปมองพ่อ เขายืนนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยเสียงแ่ “หว่านอิง...พ่อเข้าใจแล้ว ที่ผ่านมา พ่ออาจมองข้ามความรู้สึกของลูกไป”
ฉันยิ้มบาง “แค่คุณพ่อเข้าใจก็พอค่ะ”
แสงไฟในห้องยังคงสว่าง แต่ภายในใจฉันกลับสงบนิ่งอย่างประหลาด
"คุณพ่อคะ"ซ่งหว่านหลินพยายามอธิบาย
เสียงพ่อดังขึ้น
“หว่านหลิน! เธอจะอธิบายว่ายังไงอีก?”
ซ่งหว่านหลินน้ำตาไหล “พ่อ! หนูไม่ได้”
“พอ!” พ่อพูดเสียงเข้ม “หลักฐานขนาดนี้ ยังจะโกหกอีกเหรอ!”
หลี่ข่ายหลุนพูดแทรก “คุณพ่อครับ เื่นี้ผมอธิบายได้”
“ไม่ต้องอธิบาย!” พ่อของซ่งหว่านอิงะโ “ผมไม่มีวันยกลูกสาวให้คนแบบคุณเด็ดขาด!”
บรรยากาศในงานตึงเครียด แขกทุกคนมองด้วยสายตาเย้ยหยัน
ซ่งหว่านอิงหายใจลึก ยกมือไหว้ทุกคน “ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเห็นเื่น่าอับอาย แต่ฉันไม่ขอทนอีกต่อไปแล้ว”
“คุณหมายความว่ายังไง หว่านอิง!” หลี่ข่ายหลุนขมวดคิ้ว เสียงเข้มขึ้น “ทำไมทำแบบนี้ นี่ไม่ใช่เื่เล่น ๆ”
ฉันหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นดังขึ้นกลางความเงียบ “ฉันไม่ได้ล้อเล่น ฉันเพียงคืนสิ่งที่เป็ของเธอแต่แรกให้เท่านั้น นายกับหว่านหลินรักกันไม่ใช่หรือ”
ใบหน้าของซ่งหว่านหลินซีดเผือด สายตาไหวระริก เธออ้าปากเหมือนจะพูด แต่พูดไม่ออก
หลี่ข่ายหลุนกัดฟัน “เธอทำเกินไปแล้ว!”
ฉันยืนขึ้นช้า ๆ สายตาเยือกเย็นจ้องมองเขา “เกินไปงั้นหรือ? ข่ายหลุน ั้แ่ต้นจนจบคุณไม่เคยมีฉันอยู่ในสายตา ทุกวันเอาแต่ขลุกอยู่กับน้องสาวฉัน แล้วจะโทษฉันได้อย่างไรที่ไม่อยากเป็ตัวตลกอีกต่อไป”
พูดจบ เธอเดินออกจากงานอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและใบหน้าที่ซีดเผือดของทุกคนในตระกูลหลี่และตระกูลซ่ง ท่ามกลางความตกตะลึงและเสียงซุบซิบของผู้คน
---
ท้องฟ้าที่ค่อย ๆ แจ่มใสขึ้น ฉันเดินออกจากงานหมั้นแล้วเดินไปเรื่อย ๆมองผู้คนนถนนในบรรยากาศยุค 80 ที่เดินผ่านไปมาอย่างมีชีวิตชีวา ความรู้สึกเหมือนหลุดพ้นจากกรงที่ขังมานาน หัวใจฉันเบาสบายเป็ครั้งแรกในรอบหลายปี
“ั้แ่นี้ไป…ฉันจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง” ฉันพึมพำกับลมที่พัดผ่าน
ความทรงจำชาติที่แล้วพรั่งพรูเข้ามาอีกครั้งความฝันในวัยเด็กที่อยากเรียนแพทย์ แต่ถูกครอบครัวบังคับแต่งงาน ถูกกักขังจนฝันสลาย ทั้ง ๆที่หลี่ข่ายหลัุนกับซ่งหว่านหลินต่างมีใจให้กันแต่กับไม่เคยบอกเธอ หลอกใช้เธอให้อยู่รับใช้ครอบครัวสามีนานสิบกว่าปีสุดท้ายต้องล้มป่วยตาย แต่หลี่ข่ายหลุนกับพาซ่งหว่านหลินไปอยู่ในกองทัพด้วยกันอย่างมีความสุข
ครั้งนี้ ฉันจะไม่ยอมให้ใครพรากมันไปอีก ฉันจะไปเรียนที่ปักกิ่ง ฉันจะเป็แพทย์หญิงที่ทุกคนต้องยอมรับ!
...
และที่มุมถนนใกล้ ๆ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวคู่หนึ่งกำลังมองมาที่ฉันสายตาที่ต่างจากทุกคน ไม่ใช่ดูถูก ไม่ใช่เ็า แต่เต็มไปด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้ง
ชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบกองทัพสีเขียวเข้มยืนพิงจักรยานเหล็
ก เงาร่างสูงใหญ่ของเขาตัดกับแสงแดดยามสาย เขาคือ เฮ่อจุนเว่ย …นายพลหนุ่มผู้ที่โชคชะตากำลังนำพามาเกี่ยวพันกับชีวิตใหม่ของเธอ ซ่งหวานอิง
ริมฝีปากเขาโค้งขึ้นเล็กน้อยเหมือนพึมพำกับตัวเอง “ผู้หญิงคนนี้…สวยและน่าสนใจ”