เจียงม่อเซิ่งมองหนุ่มน้อยตรงหน้าที่ประเดี๋ยวก็เผยแววตาเห็นใจเขา ประเดี๋ยวก็เผยสีหน้าขวยเขิน ประเดี๋ยวก็คล้ายนึกถึงเื่ดีงามอะไรแล้วยิ้มซื่อๆ ออกมา สีหน้าผันเปลี่ยนไปมาหลากหลายเสียจริง
ยังคงเป็ครั้งแรกที่เจียงม่อเซิ่งเห็นคนที่มีสีหน้าหลากอารมณ์แบบนี้ ชายหนุ่มเห็นอวี๋จิ่นลี่เป็แบบนี้ เขาที่มักจะขัดจังหวะกลับไม่ขัดอวี๋จิ่นลี่ และเพียงแค่มองดูเงียบๆ อย่างนี้
จู่ๆ ในบ้านก็มีหนุ่มน้อยคนหนึ่งโผล่มา แม้ว่าพ่อแม่จะบอกเขาว่านี่คือญาติห่างๆ ของพวกเขาจะมาอยู่ไม่กี่วัน แต่เขาที่ฉลาดเฉียบแหลมยังคงสังเกตเห็นความผิดปกติเล็กๆ ได้อยู่ดี เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็เพราะอะไร
ทว่าสัญชาตญาณของเขากลับไม่มีความเกลียดชังใดๆ ต่อหนุ่มน้อยตรงหน้าคนนี้ ในเมื่อพ่อแม่ยอมให้เขาเข้ามาที่นี่ เช่นนั้นก็กล่าวได้ว่าหนุ่มน้อยคนนี้เชื่อถือได้ อย่างน้อยภูมิหลังก็ไม่มีปัญหาใดๆ
“นายชื่ออะไร” เจียงม่อเซิ่งเอ่ยถามโดยพลัน
“ฉันเหรอ ฉันชื่ออวี๋จิ่นลี่” ในที่สุดอวี๋จิ่นลี่ก็ได้สติกลับมา แล้วตอบอย่างทึ่มทื่อ
เขาคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนนำอาหารเที่ยงมาให้เขา ผลลัพธ์คือตอนนี้อาหารเสริมยังอยู่ในมือตัวเองอยู่เลย ท่าทางแบบนั้นก็เหมือนกำลังทรมานคนตรงหน้าให้อีกฝ่ายมองได้แต่กินไม่ได้
ใบหน้าเล็กๆ ของอวี๋จิ่นลี่แดงเรื่อทันใด ระคนท่าทางร้อนตัวเล็กน้อย รีบยื่นอาหารเสริมในมือไปตรงหน้าเจียงม่อเซิ่ง
“ข้าวเที่ยงนาย” อวี๋จิ่นลี่กล่าวเสียงเบา
เจียงม่อเซิ่งมองหลอดอาหารเสริมตรงหน้าอยากยกมือไปรับ แต่เ้ากรรมอาการาเ็ของเขาสาหัสเกินไปจริงๆ สาหัสจนร่างทั้งร่างแทบจะเป็อัมพาตไม่ฟังคำสั่งอย่างสิ้นเชิง
อวี๋จิ่นลี่คล้ายสังเกตเห็นความลำบากของอีกฝ่าย จึงนั่งลงตรงข้างเตียงเขา จากนั้นก็เปิดฝาอาหารเสริมออก แล้วป้อนตรงปากของอีกฝ่าย
แม้เขาจะไม่รู้ถึงความเ็ปของการที่เน่ยตานแตกสลาย แต่ก็รู้ว่าเน่ยตานแตกสลายทำให้าเ็ได้
เน่ยตานสำหรับภูตปีศาจแล้วก็คือต้นน้ำแห่งชีวิต เหมือนหัวใจกับมนุษย์ ภูตปีศาจที่สูญเสียเน่ยตาน ภายใน่เวลาสั้นๆ ก็อาจตายได้อย่างรวดเร็ว
แม้ ‘เน่ยตาน’ ของขาทองคำจะไม่ได้สลายไปจนหมด แต่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าว หากคิดจะฟื้นฟูก็ต้องใช้เวลานาน
หากตอนนี้เขามียาวิเศษที่อาจารย์ให้เขาไว้ก็ยังบรรเทาได้บ้าง แต่น่าเสียดาย เมื่อทะลุมิติมาเขาซึ่งเป็ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียรกลับกลายเป็ยาจกสิ้นเนื้อประดาตัว ไม่มีอะไรน่าสมเพชไปมากกว่านี้แล้ว
แต่โชคดีที่เื่ราวไม่ได้หมดหวังไปเสียทีเดียว ตอนนี้เขาพบของวิเศษแล้วไม่ใช่หรือไร ขอเพียงเขากินของวิเศษเยอะขึ้นสักนิด เติมพลังิญญาอีกสักหน่อย แม้จะยังไม่มีวิธีรักษาขาทองคำแต่ทำให้ขาทองคำผ่อนคลายสบายขึ้นเล็กน้อยยังคงทำได้
อวี๋จิ่นลี่คิดถึงตรงนี้ก็รีบวางนิ้วมือที่เรียวเล็กลงบนข้อมือของเจียงม่อเซิ่ง จากนั้นจึงถ่ายพลังิญญาเล็กๆ ที่เพิ่งรับมาเมื่อครู่เข้าไปภายในร่างกายของอีกฝ่าย บรรเทาร่างกายที่ได้รับาเ็และหยุดยั้งพิษในร่างกายของอีกฝ่าย
วินาทีที่อวี๋จิ่นลี่ัั ดวงตาเจียงม่อเซิ่งเบิกกว้างทันใด ความรู้สึกของพลังงานพิสดารที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายเขาปรากฏขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับแตกต่างจากครั้งก่อนเล็กน้อย
ครั้งก่อนเขารู้สึกเพียงพลังงานกลุ่มนั้นไหลเวียนไปทั่วร่างกายหนึ่งรอบ แต่ครั้งนี้หลังจากพลังงานกลุ่มนั้นเข้ามาในร่างก็มุ่งตรงไปยังชีพจรซึ่งเป้าหมายก็ชัดเจนอย่างถึงที่สุด
หากไม่ััได้ว่าพลังงานกลุ่มนั้นไม่มีความมุ่งร้ายใดๆ เจียงม่อเซิ่งคงจะคิดว่าพลังงานกลุ่มนี้้าจะตัดชีพจร ลอบสังหารเขาไปแล้ว
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือ เมื่อพลังงานกลุ่มนี้มาถึงบริเวณโดยรอบชีพจร หัวใจที่เดิมปวดแสบเพราะถูกพิษจนทนไม่ไหวกลับทุเลาลงอย่างมาก เสมือนแช่อยู่ในของเหลวที่อุ่นร้อนซึ่งมันทั้งอ่อนโยนและผ่อนคลาย
ทว่าพลังงานกลุ่มนั้นก็สลายไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นความเ็ปก็ซัดโหมเข้ามาอีกครั้ง แต่กลับเบาลงกว่าก่อนหน้านี้มาก