หลังจากตรวจสอบแล้วเยี่ยซางรู้สึกหมดหนทางเล็กน้อย แหวนของเฟิงเสินไม่ใช่ว่าไม่มียาแต่มันไม่มีเม็ดยาระดับต่ำ เม็ดยาระดับต่ำที่สุดคือยาหนิงหยวนซึ่งเป็ยาระดับสามปกติแล้วมีไว้ให้ผู้ฝึกตนระดับหนิงตันใช้อย่างไรก็ตามเยี่ยซางพบเม็ดยาชนิดหนึ่งที่เหมาะสมกว่าสำหรับเขามันคือยาจิงเซวี่ยซึ่งเป็เม็ดยาที่ใช้สำหรับเสริมความแข็งแกร่งทางร่างกาย
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเยี่ยซางก็หยิบยาหนิงหยวนออกมา บดให้เป็ผงและกลืนลงไปครึ่งหนึ่งจากนั้นเขาจึงเริ่มฝึก เพื่อ้าดูว่าจะสามารถใช้มันได้หรือไม่
เมื่อเม็ดยาเข้าสู่ช่องท้องพลังปราณก็ถูกปล่อยออกมาคุณสมบัติของยาหนิงหยวนนั้นรุนแรงกว่ายาเผยหยวนหลายเท่าเยี่ยซางรีบโคจรลมปราณตามรูปแบบของคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีเพื่อดูดซับปราณของเม็ดยาหนิงหยวนด้วยความเร็วสูง
ร่างกายของเยี่ยซางปั่นป่วนอย่างรุนแรงเขาประเมินคุณสมบัติของยาหนิงหยวนต่ำเกินไปรากฐานการบ่มเพาะระดับหนึ่งกลับใช้ยาระดับสามมันเป็เื่น่ากลัวหากถูกคนอื่นรู้เข้า
แม้ว่าอวัยวะภายในจะสั่นสะท้านและมีเืไหลออกมาจากมุมปากแล้วเยี่ยซางก็ยังคงอดทนต่อผลกระทบของยาหนิงหยวน
สองชั่วยามต่อมา เยี่ยซางได้เปลี่ยนครึ่งหนึ่งของยาหนิงหยวนเป็ปราณแท้จริงให้แทรกเข้าไปในเืเนื้อของเขา
หลังจากลืมตาขึ้นเด็กหนุ่มก็เช็ดเืที่มุมปากและมองไปยังอีกครึ่งหนึ่งของยาหนิงหยวนที่เหลืออยู่ในมือเยี่ยซางรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย นี่ขนาดเขากินไปเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น หากเขากินเข้าไปทั้งเม็ดตันเถียนของเขาต้องะเิอย่างแน่นอน
หลังจากเดินไปรอบๆสนามหญ้าสองรอบ อารมณ์ของเขาผ่อนคลายลงเยี่ยซางกลับไปที่บ้านไม้ไผ่ก่อนจะนำยาจิงเซวี่ยออกมาแล้วกินเข้าไป
พลังของเม็ดยาจิงเซวี่ยไม่ได้หลอมรวมเข้ากับเม็ดยาหนิงหยวนอย่างรุนแรงหลังจากกินเข้าไปแล้วเยี่ยซางก็โคจรพลังตามคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีเพื่อฝึกฝนไปพร้อมๆกัน
ในขณะที่เยี่ยซางฝึกฝนเขาค้นพบว่ายาจิงเซวี่ยนี้ไม่ได้ช่วยอะไรในการฝึกฝนคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์มากนักแต่มันช่วยในการฝึกฝนคัมภีร์หมื่นวิถีได้อย่างมากทีเดียวหลังจากเยี่ยซางดูดซับปราณจิติญญาฟ้าดินแล้วมันก็เข้าสู่เืเนื้อของเขาและไหลวนภายในร่างอย่างช้าๆ
เยี่ยซางกลั่นยาจิงเซวี่ยภายในร่างของเขาทั้งคืนจนกว่าจะสามารถย่อยและดูดซับพลังจากยาได้หมดแต่ผลของมันก็ชัดเจนมาก
หลังจากยืดตัวขึ้นแล้วเยี่ยซางก็ออกจากบ้านไม้ไผ่ไปอาบน้ำที่ลำธารด้านหลัง
เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเย็นของลำธารเยี่ยซางก็ครุ่นคิดบางเื่ขึ้นมาเขารู้สึกว่าควรใช้ยาหนิงหยวนและยาจิงเซวี่ยในเวลาเดียวกัน เพื่อให้คัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์และคัมภีร์หมื่นวิถีพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากอาบน้ำเสร็จเยี่ยซางก็เห็นหลิ่วหยางอวี่รอเขาอยู่ที่บ้านไม้ไผ่
หลิ่วหยางอวี่ในชุดคลุมสีดำยืนอยู่ในสนามเผชิญหน้ากับกระบวนท่าสังหารต่างๆ ของเทียนอวี่
“เทียนอวี่ รีบหยุดเดี๋ยวนี้!”เยี่ยซางะโอย่างเป็กังวล เขากลัวว่าหลิ่วหยางอวี่จะโกรธและทำร้ายเทียนอวี่
เทียนอวี่ที่กำลังเตรียมจะใช้กระบวนท่าสังหารอีกครั้งในอากาศก็ชะงักทันทีเมื่อได้ยินเสียงของเยี่ยซางมันบินเป็วงกลมรอบๆ ก่อนจะร่อนลงข้างกายเขา
“น่าทึ่งมาก มันสายเืโบราณเป็สายเืของชิงเผิงและเสวียนหลวนพอมันโตขึ้นจะมีพลังต่อสู้มากมายมหาศาลเลยทีเดียว”หลิ่วหยางอวี่บอกที่มาของเทียนอวี่
“คารวะท่านประมุขขอรับ!” เยี่ยซางโค้งคำนับและทักทาย
“ขั้นที่ห้าของเลี่ยนชี่ดูเหมือนหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเ้าจะพยายามได้ดี อืม? ร่างกายของเ้าแข็งแรงมาก เ้าได้ฝึกฝนร่างกายหรือไม่?” เมื่อมองไปที่เยี่ยซางคิ้วของหลิ่วหยางอวี่ก็ย่นเข้าหากัน เขาเห็นสถานการณ์ของเยี่ยซางได้อย่างรวดเร็ว
“ขอรับลูกศิษย์ได้ฝึกฝนร่างกายเพื่อเสริมกำลังกายด้วยขอรับ” เยี่ยซางพยักหน้า
“ดีมาก แม้ว่าลมปราณจะเป็พื้นฐานของผู้ฝึกตนแต่ความแข็งแกร่งทางร่างกายก็มีความสำคัญเช่นกันได้ยินจากกงเสวียนว่าเ้าได้เข้าสู่ระดับแรกของทักษะหอกไล่ลมแล้วแสดงการฝึกฝนของเ้าให้เปิ่นจั้วดูหน่อย”หลิ่วหยางอวี่ที่นั่งบนเก้าอี้ไม้ไผ่ในลานบ้านแล้วพูดขึ้น
เยี่ยซางพยักหน้าให้หลิ่วหยางอวี่หลังจากปล่อยเทียนอวี่ออกไปพ้นทาง เขาก็ดึงหอกเหล็กสีดำออกมาจากข้างหลัง แล้วแทงออกไปด้วยการสะบัดแขน
ความแข็งแกร่งของร่างกายที่เพิ่มขึ้นทำให้พลังแขนของเขาอยู่ที่สองพันจินแล้วซึ่งสามารถแสดงทักษะที่เป็เอกลักษณ์ของหอกไล่ลมได้ชัดเจนเมื่อหอกแทงออกไปครั้งสุดท้าย ปลายหอกก็สั่นจนเกิดเสียง
“ด้วยการบ่มเพาะพลังปราณขั้นที่ห้ากับความแข็งแกร่งของร่างกายตอนนี้การที่สามารถฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในเอกลักษณ์ของหอกไล่ลมได้นับว่าหาได้ยากทักษะที่มีอยู่นั้นสูญสิ้นแล้วถึงผู้คนจะยังมีชีวิตอยู่ก็ตามครั้งหนึ่งเปิ่นจั้วเคยพบปรมาจารย์ผู้ใช้หอก ทักษะของเขาชื่อว่าหอกหักดารามันทรงพลังมากซึ่งจำเป็ต้องใช้แรงสั่นะเื” หลังจากหลิ่วหยางอวี่พูดจบเขาก็ต่อยไม้ไผ่ที่สนาม หมัดนั้นช้ามาก ดูเหมือนมันจะค่อยๆ ัักับไม้ไผ่แต่ทันทีที่หมัดนั้นััถูกไม้ไผ่ ส่วนของไม้ไผ่ที่ถูกััโดยตรงก็แตกกลายเป็ผุยผง
“ศิษย์ได้รับการสั่งสอนแล้วขอรับ”ใบหน้าของเยี่ยซางเต็มไปด้วยความใ วิธีการโจมตีดังกล่าวน่าทึ่งเกินไป
“เส้นทางต่างๆ สร้างขึ้นโดยผู้คนทักษะการต่อสู้ทั้งหมดก็สร้างขึ้นโดยผู้ฝึกตน มีเพียงการค้นหาอย่างต่อเนื่องเท่านั้นจึงจะสามารถทำให้เ้าก้าวขึ้นไปอยู่เหนือผู้อื่นได้เ้าเพียงแค่ต้องค้นหาเกี่ยวกับแรงสั่นะเืนี้ไม่ใช่หรือ? เื่นี้ไม่ขัดแย้งกับทักษะหอกไล่มของเ้าแต่เ้าต้องััถึงมันให้ได้ด้วยตนเอง” หลิ่วหยางอวี่พยักหน้าพลางกล่าว
เยี่ยซางก้มศีรษะลงและคิดว่าจะมอบคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ให้หลิ่วหยางอวี่ดีหรือไม่?
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเยี่ยซางก็เงยหน้าขึ้นและสอดมือเข้าไปในแขนเสื้อเขาเปลี่ยนความคิดและตัดสินใจนำคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ออกจากวงแหวนมิติมาถือไว้ในมือจากนั้นเขาจึงนำมันออกมาจากแขนเสื้อแล้วก้าวไปข้างหน้าสองก้าวก่อนจะส่งคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ให้หลิ่วหยางอวี่เพราะเขา้าซ่อนแหวนมิติไว้ก่อน
“นี่คืออะไร?” หลิ่วหยางอวี่รับคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ไปโดยไม่สงสัยการกระทำของเขา
เมื่อดวงตาของอีกฝ่ายกวาดผ่านหน้าปกของคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ใบหน้าของหลิ่วหยางอวี่ก็เปลี่ยนไปในขณะเดียวกันเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางพลิกคัมภีร์ในมือด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทาเขาจ้องมองไปที่มันเป็เวลาหนึ่งเค่อเต็มๆ
“นี่คือคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์เป็ต้นฉบับของคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ เ้าจะทำอย่างไรกับมัน?” หลิ่วหยางอวี่ดูตื่นเต้นมากนี่คือมรดกของหุบเขาโอสถที่เกือบถูกทำลายไปนับครั้งไม่ถ้วนหากด้วยคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์พลังอำนาจของหุบเขาโอสถที่จะเพิ่มขึ้นเป็เพียงเื่ของเวลาเท่านั้น
หลังจากได้ยินคำพูดของหลิ่วหยางอวี่แล้วเยี่ยซางรู้สึกว่าเป็การตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วในการมอบคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ให้กับหลิ่วหยางอวี่เขาไม่ได้ถามว่าไปได้มันมาจากที่ไหน แต่ถามว่าจะจัดการกับมันอย่างไรนี่แสดงให้เห็นว่าหลิ่วหยางอวี่ไม่้าผลประโยชน์ของหุบเขาโอสถที่จะมอบให้ผู้ที่นำคัมภีร์กลับมาส่งคืนได้
“ท่านประมุข โปรดดูแลและจัดการเถิดขอรับ”เยี่ยซางมอบปัญหานี้ให้หลิ่วหยางอวี่
“เ้าเด็กคนนี้ฉลาดนักคัมภีร์หม้อโอสถศักดิ์สิทธิ์ย่อมต้องมอบให้แก่สำนัก แต่คงไม่เหมาะสมที่จะมอบให้ตอนนี้สถานะของเ้าต่ำเกินไป มันทำให้เ้าไม่สามารถรับประโยชน์ใดๆ ได้เปิ่นจั้วจะเก็บเอาไว้ก่อน เมื่อเ้าเป็ศิษย์หลักค่อยมอบมันให้กับสำนัก”หลิ่วหยางอวี่คิดเกี่ยวกับมันแล้วตัดสินใจ
“ขึ้นอยู่กับท่านประมุขแล้ว” เยี่ยซางไม่เคยคิดเลยว่าหลิ่วหยางอวี่จะคิดเพื่อตัวเขาและมองการณ์ไกลเช่นนี้
“เ้าได้คัดลอกสำเนาหรือไม่? แม้ว่าเ้าจะส่งมอบมันให้สำนักแต่เ้าก็มีสิทธิ์ที่จะฝึกฝนก่อน” หลิ่วหยางอวี่ถามเยี่ยซางด้วยรอยยิ้ม
“ข้าไม่ได้คัดลอก แต่ข้าจำได้”เยี่ยซางพยักหน้าและตอบอย่างตรงไปตรงมา
“อืม... ซื่อสัตย์แต่ไม่อวดดีเ้าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่มันไม่ปลอดภัยมากพอเปิ่นจั้วจะคัดลอกให้เ้าในอีกสองวัน แต่เ้าต้องจำไว้ อย่าให้รั่วไหลอย่าให้ใครรู้” ยามกล่าวถ้อยคำนี้สีหน้าของหลิ่วหยางอวี่ก็เคร่งเครียดขึ้นนี่คือมรดกของหุบเขาโอสถ ไม่ควรจะตกเป็ของใครเพียงผู้เดียว
“ศิษย์เข้าใจขอรับ” เยี่ยซางซางพยักหน้า
“ดี ดีมาก จริงสิเปิ่นจั้วลืมเื่หลักของการมาครั้งนี้ หอกของเ้าค่อนข้างหยาบเ้ามีอาวุธที่้าหรือไม่? ในยอดเขาไท่เสวียนยังพอมีสมบัติอยู่บ้าง”หลิ่วหยางอวี่มองไปที่หอกเหล็กดำในมือของเยี่ยซางแล้วถามขึ้น