ณ พระราชวังเปอร์เซียในกรุงโคราซาน (Khorasan) จักรวรรดิซาซานียะ ปี ค.ศ.651
สาวงามผิวขาว ผมสีน้ำตาลยาวสลวย ั์ตาสีฟ้าในชุดคลุมยาวเรียบง่ายแบบสตรีชาวบ้านเปอร์เซียธรรมดา กับสตรีอีกสองนางที่ดูจะเป็คนรับใช้กำลังนั่งพรวนดินปลูกผักในแปลงท่ามกลางอุทยานแห่งราชนิเวศน์นั้น
พลันก็มีชายหนุ่มในชุดคลุมยาวถึงน่องแบบชนชั้นสูงชาวอาหรับมีผ้าโพกศรีษะเดินเข้ามาเบื้องหน้าของสตรีผู้เลอโฉมแล้วกล่าวกับเธอว่า
“ท่านเป็อย่างไรบ้างล่ะเ้าหญิงนาสรินเป็เวลาสี่ปีแล้วนับั้แ่อุษมาน พระบิดาของข้านำกองทัพมุสลิมเข้ายึดครองกรุงโคราซานจากยัซเดเกิร์ดที่สามผู้เป็บิดาของท่าน จนต้องหลบลี้หนีภัยไปเมืองแล้วเมืองเล่าและท่านก็ต้องถูกกักบริเวณอยู่ในวังแห่งนี้
และข้าก็เฝ้าติดตามอ้อนวอนขอให้ท่านตกลงปลงใจแต่งงานกับข้ามานานปีเช่นกันไยท่านจึงใจแข็ง ไม่ยอมรับความปรารถนาดีจากข้าเล่า”
เ้าหญิงวางอุปกรณ์พรวนดินลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มก่อนจะเอ่ยกับเขาว่า
“ท่านเองก็มีชายาอยู่แล้วมิใช่หรือ เ้าชายกามิลหากข้าแต่งงานกับท่านก็คงตกอยู่ในฐานะภรรยาน้อย ซึ่งข้ารับสภาพนั้นมิได้ถึงแม้ศาสนาอิสลามของท่านจะอนุญาตให้ผู้ชายมีเมียได้หลายคนก็ตาม แต่ข้าซึ่งนับถือศาสนาโซโรอัสเตอร์ที่บูชาไฟและเทพเ้าอหุระมาซดะ (Ahura Mazdā)คงมิอาจเปลี่ยนไปนับถือพระเ้าของท่านได้หรอก ประกอบกับข้ายังเฝ้ารอจะได้พบกับพระบิดาของข้าซึ่งมิรู้เป็ตายร้ายดีอย่างไร จึงมิอาจตกลงรับข้อเสนอของท่านได้ ขอโปรดอภัยให้ข้าด้วยเถิด”
เ้าชายอาหรับย่อตัวลงแล้วกล่าวกับเ้าหญิงว่า
“ข้าเสียใจที่จะต้องแจ้งข่าวร้ายให้ท่านทราบคนของเราเพิ่งรายงานมาว่า ยัซเดเกิร์ดบิดาของท่านถูกคนสีข้าวซึ่งมาโฮ ซูรี ( MahoeSuri) นายทหารชายแดนที่ร่วมมือกับนิซัค ผู้ปกครอง ชาวเฮฟทาไลต์ทำการต่อต้านบิดาของท่าน สังหารเสียแล้ว ที่เมืองมาว (Marw)
อย่างไรก็ตาม ศพของบิดาท่าน ได้ถูกฝังอย่างสมพระเกียรติที่เมืองเมิร์ฟโดยบาทหลวงชาวคริสเตียน และมาโฮก็ถูกแทงตายโดยคนสีข้าวคนเดียวกับที่สังหารพ่อของท่าน ศพของมาโฮถูกพวกเติร์กตัดแขนขา ใบหู จมูกก่อนจะนำไปผูกไว้กับเสาไม้แล้วเผาพร้อมร่างของลูกชายทั้งสาม ถือว่าได้แก้แค้นแทนบิดาของท่านแล้ว
สำหรับเปโรซ (Peroz) พี่ชายของท่าน ได้ข่าวว่าหนีไปพึ่งบารมีของฮ่องเต้แห่งต้าถังและได้รับแต่งตั้งเป็กองทัพเปอร์เซียประจำพระองค์ที่นั่น
ดังนี้แล้ว ท่านจงเปลี่ยนใจใหม่ยอมเป็ชายาของข้าเถิด เ้าหญิงที่รัก”
เมื่อนาสรินได้ทราบข่าวการตายของบิดา จึงร้องไห้คร่ำครวญชั่วขณะหนึ่งก่อนจะปาดน้ำตาแล้วกล่าวกับเ้าชายกามิลว่า
“ขอเวลาสามเดือนให้ช้าไว้ทุกข์ให้พระบิดาของข้าก่อนแล้วหลังจากนั้นค่อยมาเจรจากันใหม่ เื่แต่งงานกับท่าน”
กามิลรู้สึกพึงพอใจที่ได้ยินคำตอบของเ้าหญิงจึงยิ้มก่อนจะกล่าวว่า
“ข้ายินดีนักที่ท่านให้คำตอบเช่นนี้ ตกลงข้าจะรอเวลานั้น เชิญพักผ่อนในอุทยานนี้ตามสบายเถิด ขาดเหลือสิ่งใดก็จงกล่าวกับนางกำนัลข้าจะจัดหาให้ทุกอย่าง ข้าขอตัวก่อน”
เมื่อคล้อยหลังจากกามิล นาสรินก็กล่าวกับสาวใช้ประจำตัวทั้งสองคนว่า
“ดานา และซาห์รา บัดนี้บิดาของข้าก็หาชีวิตไม่แล้วราชวงศ์ซาซานิยะอันเคยรุ่งเรืองเกรียงไกร บัดนี้ถึงคราวอวสานอาณาจักรเปอร์เซียอันเคยยิ่งใหญ่มาหลายพันปี ต้องจบสิ้นแล้ว ตัวข้าจะตำรงชีพต่อไปในฐานะเชลยหรือทาสกามในฮาเร็มของกามิลได้อย่างไรข้าขอตายตามบิดาข้าไปดีกว่า”
ว่าแล้วนาสรินก็วิ่งไปยังบ่อน้ำข้างแปลงผักนั้นแล้วะโลงไปท่ามกลางความตกตะลึงของสาวใช้ทั้งสอง ก่อนที่สองนางนั้นจะวิ่งไปะโลงบ่อน้ำเพื่อตายตามเ้านาย
ณ โรงงานแห่งหนึ่ง ในกรุงโคราซาดประเทศซาอิดอาระเบีย
ชายไทยสามคนกำลังช่วยกันติดตั้งปล่องควันขนาดใหญ่ของโรงงานที่กำลังก่อสร้างโดยหนึ่งในสามคนทำหน้าที่ขับรถเครนยกตัวปล่องโลหะนั้น และอีกสองคนกำลังช่วยกันประคองให้เข้าที่
ทันใดเ้าหญิงนาสรินพร้อมสาวใช้ทั้งสองก็สไลเดอร์ออกมาจากปล่องนั้นกลิ้งไปที่พื้นโรงงาน ท่ามกลางความประหลาดใจของหนุ่มไทยทั้งสาม
“เฮ้ย อะไรกันวะ” ชายคนที่ผิวเข้ม หน้าตาหล่อสุดเอ่ยขึ้น
“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย พวกเราตายไปแล้วใช่มั๊ยเป็์หรือนรกกันล่ะ” นาสรินเอ่ยถามเป็ภาษาไทย
“อ้าว พูดไทยได้ด้วยเหรอพวกหนูเป็คนแถวนี้หรือที่ไหน แล้วเข้าไปอยู่ในปล่องนี้ั้แ่เมื่อไหร่”ชายผิวขาวหัวเถิกเอ่ยถาม
“ฉันพูดได้ทุกภาษาน่ะแหละ เพราะฉันมีสิ่งนี้ “นาสรินกล่าวพร้อมยกจี้ห้อยคอทำด้วยอัญมณีสีน้ำเงินขึ้น
“นี่เรียกว่า บลูไดมอนด์ เป็เครื่องรางที่ช่วยให้ฉันฟังและพูดได้ทุกภาษาในโลกแม้แต่ภาษาสัตว์อย่างนก หมา แมว ฉันก็คุยกับมันได้รู้เื่หมด”
“โอ้ว วิเศษจริง แล้วพวกหนูชื่ออะไร บ้านช่องอยู่ที่ไหน”ชายผิวสองสี หน้าตาคล้ายคนจีนเอ่ยถามขณะก้าวลงมาจากรถเครน
“ฉันชื่อนาสริน และสองคนนี้ชื่อ ดานา กับ ซาห์ราฉันเป็เ้าหญิงจากเปอร์เซียแห่งจักรวรรดิซาซานิยะซึ่งบิดาของฉันเป็าาองค์สุดท้าย ก่อนจะถูกกองทัพมุสลิมยึดครอง พระบิดาก็ถูกฆ่าตายเ้าชายอาหรับพยายามจะให้ฉันแต่งงานด้วย แต่ฉันไม่ยอม พวกเราจึงตั้งใจะโบ่อน้ำฆ่าตัวตายแต่ไม่รู้ทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ เรายังไม่ตายจริงหรือ วานบอกเราหน่อย”
ทั้งสามหนุ่มงุนงงกับคำตอบของเ้าหญิงทั้งเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ก็แนะนำตัวเองของแต่ละคนบ้าง
“ฉันชื่อหาญกล้า เรียกหาญก็ได้ เป็คนไทยมาจากโคราช” หนุ่มหล่อผิวเข้มบอก
“ฉันชื่อเขียว เพื่อน ๆ เรียกหนานเขียวเพราะเคยบวชพระ มาจากดอกคำใต้ พะเยา”
“ส่วนฉันมาจากบ้านบึง ชลบุรี ชื่อทองฮะเป็ลูกครึ่งจีนไทย”
“อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักพี่ชายทั้งสามคนนะ”
“เออ ว่าแต่พวกท่านจะทำอย่างไรต่อไปจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ” หาญเอ่ยถาม
“ฉันก็ยังไม่รู้เลยคงต้องขออาศัยพี่ทั้งสามที่นี่ไปก่อน”
“ถ้าอย่างนั้นเชิญพวกหนูเช้าไปพักในห้องพักของพวกเราก่อนตรงห้องแถวนั่นน่ะ” หนานเขียวกล่าว ก่อนจะนำทางพาพวกนางทั้งสามไปยังที่พัก
แต่ยังไม่ทันที่จะทำอะไรต่อไป กามิลพร้อมบริวารอีกสามคนก็ออกมาจากปล่องควันนั้นอีก
“พวกเ้าจะหนีไปไหน องค์หญิง”เ้าชายอาหรับเอ่ยปากขณะยืนจังก้า
“อะไรกันอีกวะเนี่ย” ทองฮะอุทานด้วยความฉงน
“นั่นแหละ คนที่ฉันหนีมันมา ช่วยพาฉันหนีเร็ว”นาสรินกล่าวกับหาญ
หนุ่มโคราชจึงะโขึ้นรถเครน แล้วบังคับบูมกับตะขอให้กวักแกว่งเข้าใส่กลุ่มของกามิลพร้ะโกนบอกพวกหนานเขียว
“รีบพาเ้าหญิงไปขึ้นรถบรรทุก” หนุ่มพะเยาจึงรีบทำตามคำสั่งพาสาว ๆ ไปที่รถ 6 ล้อ ซึ่งจอดอยู่ไม่ไกล
ชายชราที่มากับกามิลก็ปล่อยญิน 2 ตนออกมาทำร้ายหนุ่มหาญแต่ชายโคราชก็ปล่อยกุมารสามตาออกมาต่อสู้ด้วย ก่อนที่เขาจะวิ่งไปสมทบกับพวกเพื่อนที่จอดติดเครื่องยนต์รออยู่
หนานเขียวขับรถบรรทุกพาเ้าหญิงและเพื่อนไปตามถนนต่างๆ ทั่วกรุงโคราซาด ในขณะที่กามิลก็หารถตู้ขับติดตามไปอย่างกระชั้นชิด มีบ้างครั้งที่เฉี่ยวชนกับรถของคนอื่นฝ่าไปท่ามกลางตลาดขายผักผลไม้ จนแผงปลิวกระจัดกระจาย เป็ที่ชุลมุนวุ่นวายบรรดาแพะแกะ เป็ดไก่วิ่งหนีกันอุตลุด
หนานเขียวขับรถออกนอกเมืองโดยมีรถตู้ของกามิลติดตามมาอย่างต่อเนื่อง หนุ่มพะเยาจึงปล่อยของเป็วัวธนูออกไปขัดขวางพวกเ้าชายอาหรับพวกนั้นก็ปล่อยญินออกมาต่อสู้ช่วยให้ถ่วงเวลาหลบหนีของเ้าหญิงนาสรินไปได้สักระยะหนึ่ง
รถบรรทุกออกมาถึงเขตทะเลทรายมีอูฐเดินไปมาเป็ฝูง ท่ามกลางเปลวแดดอันร้อนระอุแล้วพวกเขาก็มาถึงโอเอซิสแห่งหนึ่ง มีสระน้ำแวดล้อมไปด้วยต้นไม้ดูน่ารื่นรมย์จึงจอดพักล้างหน้าล้างตาและดื่มน้ำแก้กระหาย
สายตาของหาญเหลือบไปเห็นถ้ำแห่งหนึ่งในูเาที่อยู่ใกล้ๆ จึงเอ่ยปากกับผองเพื่อนว่า
“นั่นถ้ำอะไรน่ะ ดูใหญ่ดี เราน่าจะเข้าไปดูเผื่อเป็ที่หลบซ่อนของเ้าหญิงได้นะ”
“อืม ลองดูก็ดีนะ ไปดูกัน ” นาสรินกล่าว แล้วจูงมือสาวใช้ทั้งสองให้เดินตามหนุ่มหาญเข้าไปหนานเขียวกับทองฮะก็เดินคุ้มกันทางท้ายขบวน เมื่อทุกคนเดินเข้าถ้ำไปแล้ว ก็พอดีพวกกามิลเดินทางมาถึงโอเอซิสพอดี
“พวกมันเพิ่งมาถึงไม่นาน ดูรอยเท้าของมันเดินไปทางถ้ำใหญ่เชิงเขานั่น”ชายชราที่มากับกามิลกล่าว
“ท่านอารีฟ ต้องหาทางจับตัวเ้าหญิงให้กลับไปกับข้าให้ได้นะ”
“มิต้องกังวลหรอกท่าน ข้าจะทำให้ท่านสมหวังให้ได้ส่วนเ้าทั้งสอง จาฮัดกับฟาฮัด พวกเ้าต้องจับตัวสาวใช้ทั้งสองของเ้าหญิงให้ได้เพื่อใช้เป็ตัวประกันหรือเหยื่อล่อ บังคบให้เ้าหญิงยอมแพ้ต่อเรา”
“ครับท่าน” สองสมุนของกามิลกล่าวตอบ
ในถ้ำโถงใหญ่แห่งนั้น
มีรูปสลักเทพเ้าอะหุระมาซดาในท่ายืนขนาดใหญ่สูงราวสิบเมตร เบื้องหน้าเทวรูป มีกระถางน้ำมันขนาดใหญ่ ที่น่าจะใช้สำหรับจุดไฟให้แสงสว่างทว่าบัดนี้มันเหือดแห้ง ไร้น้ำมัน ดูจะเป็ถ้ำร้างไร้ผู้คนมาเยือนนับพันปี
ท่ามกลางความสลัวลางของบรรยากาศภายในถ้ำ เ้าหญิงนาสรินและคณะก็พากันเดินสำรวจไปรอบถ้ำกระทั่งพวกกามิลติดตามเข้าไปถึง
พวกเขาทั้งหมดก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่งพร้อมกับเสียงทักทายจากใครบางคนที่มองไม่เห็นตัว
“ยินดีต้อนรับพวกเ้าทุกคนสู่ระบบแห่งซ้าบ” ( SAABSemi AI Host)
“แกเป็ใคร ้าอะไรจากเรา”เสียงกามิละโถาม
“เ้าไม่จำเป็ต้องรู้ว่าข้าเป็ใครจงรู้แต่เพียงว่า หากเ้าไม่ยอมเชื่อฟังข้า พวกเ้าจะต้องถูกขังอยู่ในระบบนี้ตลอดไปเ้าอาจจะเรียกว่าข้าพระเ้าก็ได้ ผู้ควบคุมระบบก็ได้ หรือจะเรียกว่า ซ้าบก็ได้”
“จัดการมันได้มั๊ยท่านอาริฟ ใช้ญินของท่าน อิบลีสกับไซต้า เล่นงานมันเลย” กามิลหันไปสั่งอาริฟ พ่อมดประจำราชสำนักอาหรับ
“ข้าคงทำอะไรมันไม่ได้หรอก ข้าลองดูแล้วเวทย์มนตร์ของข้าทำอะไรมันไม่ได้เลยเ้าชาย”
“เอาละ ต่อไปนี้คือภารกิจที่พวกเ้าจะต้องทำ โดยจะแบ่งออกเป็สองทีมทีมแรกเรียกว่าทีม A ประกอบด้วยเ้าหญิงนาสริน ดานา ซาห์รา หาญกล้า หนานเขียวและทองฮะ”
“รู้จักชื่อพวกเราหมดเลยเหรอ หรือจะเป็พระเ้าจริงๆ “ ทองฮะเอ่ยด้วยความใปนหวาดกลัว
“ทีมที่สอง ให้ชื่อว่าทีม B ประกอบด้วย เ้าชายกามิล อาริฟ จาฮัด ฟาฮัดอิบลิสและไซต้า
ภารกิจที่ต้องทำชื่อว่า ช่วยเส้าคังฟื้นฟูเซี่ยซึ่งจะต้องไปทำที่แผ่นดินจีนสมัยราชวงศ์เซี่ย เมื่อ2100 ปี ก่อนคริสตกาล”
“หา ไปเมืองจีนเลยเหรอ” นาสรินอุทานด้วยความแปลกใจ
“ภูมิหลังของเื่มีอยู่ว่า
เมื่อพระเ้าเซี่ยอวี่ (夏禹ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์เซี่ยผู้แก้ปัญหาอุทกภัยในสมัยพระเ้าซุ่นแห่งชนเผ่าหัวเซี่ย)สิ้นพระชนม์ลง เซี่ยฉี่ (夏启) ได้ครองราชย์ต่อจากบิดา นับเป็ครั้งแรกในประวัติศาสตร์จีนที่มีการสืบทอดอำนาจการปกครองทางสายโลหิตแต่เซี่ยฉี่ ก็ได้รับการต่อต้านจาก ฮู่ซื่อ (扈氏) ซึ่งไม่พอใจเซี่ยฉี่ที่ยกเลิกระบบการคัดสรรผู้มีความสามารถเพื่อดำรงตำแหน่งผู้นำที่มีอยู่เดิมจึงไม่ได้เข้าร่วมในงานเลี้ยงนั้น เซี่ยฉี่จึงยกกองทัพออกไปปราบฮู่ซื่อได้สำเร็จ
หลังจากครองอำนาจมาได้ระยะหนึ่งเซี่ยฉี่สิ้นพระชนม์ บรรดาบุตรชายห้าคนก็แย่งชิงอำนาจกัน ผู้ชนะคือ ไท่คัง (太康) ได้ขึ้นครองบัลลังก์ต่อจากฉี่ แต่เมื่อเขาได้ครองบัลลังก์กลับหมกมุ่นแต่สุรานารี ไม่สนใจบ้านเมือง จึงถูกหัวหน้าเผ่าฉงชื่อว่า อี้ ฉวยโอกาสที่ไท่คังออกไปล่าสัตว์บุกเข้ายึดอำนาจสำเร็จ ทำให้ไท่คังต้องระหกระเหินไปลี้ภัยในต่างแคว้น
ต่อมา อี้ก็ถูกขุนนางของตัวเองชื่อหานจั๋ว (寒浞) สังหาร แล้วหานจั๋วก็ขึ้นปกครอง ขณะเดียวกัน เส้าคัง(少康) ทายาทของไท่คัง (บางแห่งว่าเป็ลูกบางแห่งว่าเป็เหลน) ซึ่งหนีไปลี้ภัยในแคว้นหลุนอี้ ( บางแห่งว่าโหย่วหวี)ได้รวบรวมกองกำลังรอวันจะฟื้นฟูเซี่ยอีกครั้ง
ทีม A ของเ้าหญิงต้องไปช่วยเส้าคัง
ทีม B ของกามิลต้องไปช่วยหานจั๋วป้องกันดินแดน
และนี่คือหนังสือใบบอกที่เ้าต้องนำไปมอบให้เ้าแคว้นแต่ละฝ่าย
ต่อไปนี้เราจะส่งพวกเ้าไปยังจุดหมาย ขอให้เล่นเกมอย่างสนุกนะ”
เมื่อเสียงลึกลับกล่าวจบแต่ละทีมก็ถูกวาร์ปไปยังแคว้นที่ตนเองจะต้องทำภารกิจทันที
ทีม A ไปปรากฏตัวที่จวนของเ้าแคว้นหลุนอี้เมื่อมอบหนังสือให้พนักงานรักษาประตูแล้ว พวกเขาก็ถูกเชิญให้เข้าไปพบกับเส้าคัง
ผู้นำทางพาเข้าไปในห้องโถงใหญ่ก่อนจะแนะนำให้รู้จักชายผู้นั่งอยู่ตรงกลางและผู้ที่นั่งถัดไป
“นี่คือท่านเ้าแคว้น ส่วนนั่นคือท่านเส้าคังคารวะเสียสิ”
“พวกข้าน้อยขอคารวะท่านเ้าแคว้น คารวะท่านเส้าคัง”นาสรินกล่าวนำ
ผู้นำทางมอบหนังสือใบบอกให้เ้าแคว้นอ่านแล้วท่านอ๋องก็กล่าวต้อนรับ“ตามสบายนะ ข้าขอขอบใจที่พวกท่านมาช่วยพวกเรา เชิญเจรจาพูดคุยกับเส้าคังว่าจะดำเนินแผนการรบกันอย่างไรข้าจะไปทำธุระทางอื่นก่อน”
เมื่อเ้าแคว้นเดินออกไปแล้ว เส้าคังก็เล่าเื่ของตนให้ฟัง
“นับั้แ่บิดาของข้าถูกพวกหานจั๋วและลูกชายสองคนของมันฆ่าตายแม่ของข้ายังอุ้มท้องข้า ต้องลอดผ่านช่องประตูหมาที่กำแพงวัง กลับไปซ่อนตัวที่บ้านของตาและยายจนให้กำเนิดข้าออกมา ข้าเติบโตมากับแม่และตา ได้เรียนรู้ศิลปวิทยาทั้งบุ๋นและบู๊จากท่านทั้งสองจนอายุ 16 ปี ข่าวคราวของข้าก็รู้ไปถึงหูของหานจั๋ว ทำให้พวกเราต้องหลบหนีอีกครั้งขึ้นไปทางเหนือเคราะห์ดีที่หัวหน้าเผ่าเมตตาชุบเลี้ยง มอบที่ดินทำกินพร้อมบุตรสาวให้แต่งงานกับข้าจนสามารถรวบรวมกำลังผู้คนและทรัพยากรขึ้นมาได้จำนวนหนึ่ง รอวันที่จะกลับไปล้างแค้นให้พ่อและฟื้นฟูราชวงศ์บัดนี้พวกท่านมาช่วยอีกแรงหนึ่ง ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก ข้าหวังว่าเราจะประสบชัยชนะในไม่ช้านี้ขอคารวะท่านด้วยใจ” เส้าคังกล่าวจบก็ก้มกราบพวกของเ้าหญิง
“ท่านโปรดวางใจ พวกเราจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับท่านอย่างเต็มที่”หาญกล้าประกาศอย่างห้าวหาญสมชื่อ
ทางฝ่ายหานจั๋ว เมื่อพวกกามิลเดินทางไปเช้าพบครั้นได้อ่านหนังสือใบบอกแล้ว ก็กล่าวกับผู้มาเยือนว่า
“ถึงพวกเ้าไม่มาช่วย ข้าก็ต้องประสบกับชัยชนะอย่างไม่ต้องสงสัยแต่ก็ช่างเถอะ ไหน ๆ เ้าก็มากันแล้ว ไปเป็กำลังเสริมในทัพหลังก็แล้วกัน เฮ้ยนายกองมาพามันไปซิหาข้าวปลาอาหารเลี้ยงพวกมันหน่อย”
กามิลรู้สึกหมั่นไส้ปนชิงชังในความเย่อหยิ่งของหานจั๋วแต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไร พาพรรคพวกไปพักผ่อนในค่ายทหาร รอเวลาออกศึกต่อไป
ในค่ายทหารแคว้นหลุนอี้
นาสรินทำหน้าที่แม่ครัวปรุงอาหารแล้วนำมาให้พวกหนุ่มไทยได้รับประทานร่วมกัน
“โอ้โห น่ากินทั้งนั้นเลยวันนี้จะได้ชิมอาหารเปอร์เซียแล้ว” หนานเขียวเอ่ยชม ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเนื้ออบมาชิมแล้วพยักหน้า ยกนิ้วโป้งให้ ทำนองว่าอร่อยมาก
“ดีใจจังที่พี่กินอร่อย เออ ว่าแต่พวกพี่ทำไมถึงได้มาทำงานอยู่ซาอิดอะราเบียล่ะเล่าให้ฉันฟังได้ไหม” เ้าหญิงเอ่ยถามขณะนั่งลงข้างโต๊ะกินข้าวเตี้ย ๆ ซึ่งทุกคนนั่งกับเบาะปูพื้นอันเป็วัฒนธรรมการนั่งของจีนโบราณ
“ผมจะหาเงินไปรักษายายที่ป่วยเป็มะเร็ง”หาญกล้าบอกขณะคีบผักกินกับข้าวเปล่า
“ส่วนผมจะหาเงินไปใช้หนี้ ธกส.” หนานเขียวกล่าว
“หือ อะไรคือธกส.เหรอ” ซาห์ราถาม
“ธกส.ก็คือธนาคารที่ให้เกษตรกรกู้เงินไปใช้จ่ายแล้วทำไร่ทำนามาใช้หนี้ไงล่ะ แต่ถึงตอนต้องหาเงินใช้หนี้บางคนก็เรียกว่าธรณีกันแสงนะ” ทองฮะอธิบายแทนหนานเขียว
“อ๋อ ในยุคของฉันก็มีคนรับฝากเงินและให้กู้เงินนะแต่ไม่ได้เรียกว่าธนาคาร” ดานาเล่าให้ฟังขณะตักข้าวใส่ถ้วยของทองฮะ
“แล้วพี่ทองฮะล่ะ จะเอาเงินไปทำอะไร” นาสรินถาม
“ผมจะเอาไปส่งลูกเรียนหมอน่ะ”
“อืม ก็ดีนะ จะได้กลับมารักษาพ่อเวลาป่วย”เ้าหญิงกล่าว
ในอีกมุมหนึ่งของค่ายทหารหานจั๋ว
กามิลและพวกกำลังตักอาหารเลี้ยงม้าศึกในคอกตามคำสั่งที่นายทหารมอบหมาย
“ทำไมเราต้องมารับหน้าที่นี้ด้วยวะไอ้คนควบคุมระบบก็คิดมาได้ เวรจริง” เ้าชายบ่นกับลูกสมุน
“เอ้านี่ อาหารของพวกเ้า มีแค่นี้แหละ ดีกว่าไม่มีกิน”นายกองยกถาดอาหารที่มีแค่มันต้ม ไข่ต้ม ข้าวเปล่า ปลาตัวเล็ก ๆ ทอดมาให้พวกอาหรับ
พวกเ้าชายกล้ำกลืนกินไป แค้นใจไปรอเวลาที่จะเอาคืนกับหานจั๋ว
เมื่อถึงวันออกศึก
ทัพของเส้าคังประกอบด้วยทหารราบห้าหมื่นนาย ทหารม้าสองหมื่นโดยมีทัพหน้าประกอบด้วย
เ้าหญิงนาสรินในชุดเกราะ ถือขวานด้ามยาวที่ตรงปลายเป็ทวนแหลมคม นั่งมาบนหลังสัตว์ประหลาดที่ลำตัวเป็สิงโต มีปีกเหมือนนกหัวเป็จระเข้ หางเป็ปลา
หาญกล้านั่งมาบนหลังกุมารทอง ถือธนูเป็อาวุธ
หนานเขียวนั่งมาบนหลังวัวธนู มีง้าวเป็อาวุธ
ทองฮะ ขี่หลังหุ่นพยนต์ ถือดาบเป็อาวุธ
ดานา ขี่หลังเสือดาว ถือคทาที่ปลายเป็ลูกกลมมีหนามแหลมคล้ายทุเรียน
ซาห์รา ขี่หลังเสือดำ ถือโล่และดาบ
เส้าคังคุมทัพหลวงอยู่ตรงกลาง
ทางฝ่ายทัพของหานจั๋วประกอบด้วย
หานเจียว บุตรคนโตของหานจั๋วขี่ม้าถือทวนปลายคดเหมือนงู
หานอี้ บุตรคนรองของหานจั๋ว ขี่กิเลนถือกระบองเหล็กอันใหญ่
กามิล ขี่นกั์ของชาวอาหรับ ชื่อว่า ร็อก มีหน้าเป็ช้างถือดาบ
อาริฟ ถือหอก ขี่กริฟฟอน ที่เป็ครึ่งนกอินทรีครึ่งสิงโต
จาฮัด ถือขวานคู่ ขี่ไคเมียรา หัวเป็สิงโตลำตัวเป็แพะ หางเป็งู
ฟาฮัด ถือเคียว ขี่โกเลมซึ่งเป็หุ่นพยนต์ของพวกยิว ทำจากดินปั้น
ส่วนญินสองตนคืออิบลีสและไซต้า ไม่ได้ขี่อะไร เพราะเหาะเองได้อยู่แล้ว
าเริ่มขึ้นที่ทุ่งกว้างใกล้แม่น้ำหวงเหอทัพหน้าของทั้งสองฝ่ายพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด
เส้าคังต่อสู้กับหานเจียว
หาญกล้ารบกับหานอี้
นาสริน ปะทะกับกามิล
หนานเขียวต่อสู้กับอาริฟ
ทองฮะปะทะกับจาฮัด
ดานาต่อสู้กับฟาฮัด
ซาห์ราต่อสู้กับทหารอื่น ๆ ของทัพหานจั๋ว
กามิลและนาสรินขี่สัตว์ของตนซึ่งบินได้ขึ้นไปฟาดฟันอาวุธกันบนนภากาศ เสียงขวานและดาบกระทบกันดังะเืไปถึง์เกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบ รบกันไปได้สักสิบกระบวนท่านกั์ของกามิลกระพือปีกใส่สัตว์ของนาสรินแต่โดนหัวจระเข้งับเข้าที่ต้นปีกทีละข้างจนนกนั้นบินไม่ไหวร่วงลงกามิลก็พลอยดิ่งไปด้วย เคราะห์ดีที่ญินสองตนช่วยประคองร่างไม่ให้กระแทกพื้น
“ยกนี้นาสรินเป็ฝ่ายชนะ ได้ค่า XP เพิ่ม 20คะแนน บวกไอเทมโบนัสเป็ะเิสังหาร 20 ลูก”เสียงระบบกล่าวดังกังวานไปทั่วท้องฟ้า
หานอี้ขี่กิเลนควงกระบองเหล็กเข้าใส่หาญกล้า แต่หนุ่มโคราชศิษย์หลวงพ่อขำไม่หวาดหวั่นคว้าคันศรขึ้นมายิงธนูวิเศษไปหนึ่งดอก พลันแตกออกเป็สองร้อยดอกพุ่งเข้าปักร่างกายของหานอี้ จนดูราวกับเม่นตัวหนึ่งและตกลงมาจากหลังกิเลนแต่ก็ยังแข็งใจยืนสู้ต่อ หาญกล้าปล่อยให้กุมารทองไปต่อสู้กับญินของอาริฟส่วนตัวเขายิงธนูไปอีกหนึ่งดอก แตกเป็อีก 200 ดอกพุ่งเข้าใส่หานอี้เป็คำรบสอง จนบุตรคนรองของหานจั๋วถอยไปพิงกำแพง
“หาญกล้าชนะได้รับค่า XP 20 คะแนน บวกโบนัสะเิ 20 ลูก”
ทางฝ่ายพ่อมดอาริฟขี่กริฟฟินแทงหอกเข้าใส่หนานเขียวไม่ยั้ง
“ปั้ดโธ่ ศิษย์ครูบาเกี๋ยงอย่างข้านี้ มีหรือจะหวาดกลัวกับหอกเท่าไม้จิ้มฟันแค่นี้เอ้า เอาง้าวไปชิม” หนุ่มพะเยาก็สับง้าวลงกลางกระหม่อมพ่อมดจนหอกหักคามือ อาริฟเห็นดังนั้นก็ปล่อยญินออกมาต่อสู้แต่หนานเขียวก็ปล่อยภูติพรายสายพม่าที่เลี้ยงไว้ออกมารับมือได้ จนพ่อมดท่าไม่ดีจึงรีบขี่สิงโตมีปีกบินเลี่ยงไปทางอื่น
“หนานเขียวชนะได้รับค่า XP 20 คะแนน โบนัสะเิ20 ลูก”
ด้านทองฮะก็ใช้ดาบคู่ฟาดฟันกับขวานคู่ของจาฮัดดังโช้งเช้งแล้วหนุ่มบ้านบึงก็ปล่อยหุ่นพยนต์สายวิชาหลวงปู่ฮงนับร้อยตัวออกไปก่อกวนจนจาฮัดสู้ไม่ได้ต้องล่าถอยไป
“ทองฮะชนะได้รับค่า XP 20 คะแนน โบนัสะเิ20 ลูก”
“ขอเปลี่ยนเป็เงินไม่ได้เหรอค่าเอ็กซ์พีเอ๊กซ์เพออะไรน่ะ” หนุ่มชลบุรีต่อรอง แต่ระบบบอกว่า
“ถ้าไม่เอาเ้าจะไม่ได้อะไรเลย”
“เออ เอาก็ได้”
ฝ่ายสาวใช้ดานาถึงแม้ในโลกแห่งความเป็จริงจะต่อสู้ไม่เป็ แต่ในโลกเสมือนแห่งระบบเกมนี้เธอคือผู้เยี่ยมยุทธที่ใช้คทาหนามทุเรียนทุบจนคมเคียวของฟาฮัดบิดงอเสียรูปทรงไปหมดหนุ่มอาหรับจึงสั่งให้หุ่นโกเลมเข้าไปต่อสู้แทน ก็โดนดานาใช้ตุ้มรูปทุเรียนทุบจนตัวแตกกระจายกลับไปเป็ดินดังเดิม
“ดานาชนะได้รับค่า XP 20 คะแนน โบนัสะเิ20 ลูก”
สาวซาห์ราก็ใช่ย่อยขี่หลังเสือดำ ถือโล่ห์และดาบไล่ฟาดฟันญินของอาริฟจนแตกสลายกลับไปเป็ธาตุไฟตามที่อัลลอฮ์สร้างมันมา
“ซาราห์ชนะได้รับค่า XP 20 คะแนน โบนัสะเิ20 ลูก”
นาสรินเมื่อเอาชนะกามิลได้ก็โยนะเิโบนัสที่ได้รับไปใส่กองทัพของหานจั๋ว จนไพร่พลล้มตายจำนวนมาก
“นาสรินได้ค่า XPเพิ่ม 100 คะแนน อาวุธโบนัส 100 ชิ้น”
เมื่อรบกันไปได้ครึ่งวันไพร่พลของฝ่ายหานจั๋วก็ล้มตายร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ ค่า XP ของฝ่ายกามิลลดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฝ่ายนาสรินได้เพิ่มขึ้นแถมด้วยไอเทมอาวุธหลากหลายเป็โบนัสเพิ่มขึ้นด้วย
ในที่สุดเส้าคังก็ตัดหัวของหานเจียวได้หานอี้ก็โดนธนูของหาญกล้าปักร่างจนพรุนตายในท่ายืนอยู่หน้ากำแพงเมืองพวกกามิลล่าถอยเข้าเมืองไปพบกับหานจั๋วที่นั่งกระดิกเท้ารอฟังผลการรบ
“เป็อย่างไรบ้างล่ะฝ่ายเราชนะแล้วใช่ไหม”
“หามิได้พวกเรารบสุดความสามารถแล้ว บุตรชายทั้งสองของท่านก็ถูกพวกเส้าคังสังหารหมดแล้ว”
“บัดซบเป็อย่างนี้ไปได้ยังไง” หานจั๋วเดือดจัด หยิบจอกเหล้าสำริดสามขาเขวี้ยงใส่หน้าของกามิลจนเขาบันดาลโทสะ เอาดาบในมือตัดคอหานจั๋วขาดกระเด็นคาที่นั่งนั่นเอง
พ่อมดอาริฟใะโว่า
“ท่านทำอะไรลงไปแล้วผู้คุมระบบจะทำอย่างไรกับเรา”
แต่กามิลไม่ฟังหิ้วหัวของหานจั๋วออกไปเหนือกำแพงเมืองร้องะโว่า
“หานจั๋วตายแล้ว”พร้อมกับชูให้ไพร่พลและชาวเมืองดู ฝ่ายเส้าคังก็เห็น ต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจพวกนายทหารฝ่ายหานจั๋วก็เปิดประตูเมืองให้เส้าคังเข้าไปนับเป็การคืนสู่อำนาจของทายาทราชวงศ์เซี่ยอย่างสมบูรณ์
เส้าคังได้รับการสถาปนาเป็กษัตริย์ราชวงศ์เซี่ยองค์ที่หก
แล้วก็มีเสียงจากผู้คุมระบบว่า
“GAMEOVER”
จากนั้น พวกนาสรินและกามิลก็ถูกวาร์ปกลับไปอยู่ในถ้ำกลางทะเลทรายเช่นเดิม
“เก่งมากขอต้อนรับการกลับมาของทุกคน” ผู้คุมระบบกล่าว
“ฝ่ายทีม Aของเ้าหญิงนาสรินได้ค่า XP 220 แต้มอาวุธอีก 220 ชิ้น
ส่วนทีม Bของกามิลในฐานะที่สังหารหานจั๋วจึงได้คะแนนโบนัส50 แต้ม
และสเตจต่อไปนาสรินมีสิทธิเลือกว่าจะไปภารกิจไหนระหว่าง
คณะหมอลำ2.คณะลิเก 3.คณะโนราห์
เอ้าเลือกได้”
นาสรินหันไปปรึกษากับหาญกล้าเขาแนะนำให้เลือกหมอลำ ซึ่งเขาพอจะมีพื้นฐานอยู่บ้าง จะฝึกสอนให้ เ้าหญิงจึงหันไปตอบว่า
“เลือกหมอลำค่ะ”
“โอเคทีม Aไปอยู่คณะเด่นดวงบันเทิงศิลป์เมืองร้อยเอ็ด
ทีม B ไปอยู่คณะดวงใจ เพชรบ้านนา เมืองขอนแก่น
พวกเ้าไม่เพียงแต่จะต้องไปหัดร้องหมอลำแล้วยังต้องไปเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวอีสานของไทยทั้งการกิน การอยู่ ความเชื่อ ศิลปะการร้องการเต้นการฟ้อนรำ จัดไปโลด”
จบตอนที่ 1โปรดติดตามตอนที่ 2 เปอร์เซียลำเพลิน
( วางเค้าโครงเื่เดือนกันยายนปี 2556 ดัดแปลงจากเื่สามเสือถล่มบัลลังก์ชีค ของผู้เขียนเอง แต่งจบตอนแรกวันที่8 มกราคม 2568 )