บทที่ 17 : มิติลับา เตาหลอมเก้าักลืน์!
กลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งจางหายไปกับสายลมหมอกพิษ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันอันน่าสยดสยองเบื้องหน้าปากถ้ำเหมือง ซากศพของผู้าุโพิษมรณะและเหล่าศิษย์แห่งสำนักหมอกบรรพต นอนเกลื่อนกลาดไร้ชีวิต เป็ประจักษ์พยานถึงความโเี้และเด็ดขาดของัหนุ่มผู้ก้าวเดินอยู่บนวิถีเทวะ
ซูหลงอวิ๋นเดินก้าวข้ามกองเืสีคล้ำ มุ่งหน้าไปยังเสาหินศิลาสีดำที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางค่ายกลโลหิติญญามาร ร่างของศิษย์สืบทอดแห่งสำนักกระบี่์ทั้งสองคนที่ถูกตรึงไว้ บัดนี้ซีดเผือดไร้สีเื หยาดโลหิตหยดสุดท้ายได้ไหลรินลงสู่ลวดลายอักขระบนพื้นหินจนหมดสิ้น
"ค่ายกลโลหิติญญามาร... ใช้ิญญาและเืบริสุทธิ์เป็กุญแจทะลวงมิติ ช่างเป็วิชานอกรีตที่ต่ำช้าและหยาบกระด้างเสียจริง"
เด็กหนุ่มทอดสายตามองอักขระสีเืที่กำลังเปล่งแสงกะพริบถี่ๆ มันกำลังสูบกลืนพลังงานเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดประตูสู่มิติลับ ทว่าด้วยความรู้ด้านศาสตร์แห่งค่ายกลระดับเทวะ ซูหลงอวิ๋นมองเห็นจุดบกพร่องของค่ายกลนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"หากปล่อยให้ค่ายกลนี้ทำงานจนจบ ประตูมิติที่เปิดออกจะไม่เสถียร ซ้ำยังอาจดึงดูดกระแสอวกาศที่บ้าคลั่งเข้ามาบดขยี้ผู้ที่ก้าวผ่าน ทว่าในเมื่อเืถูกสังเวยไปแล้ว ข้าก็จะขอรับ่ต่อ ยึดครองพลังงานเหล่านี้มาเป็กุญแจของข้าเอง!"
ซูหลงอวิ๋นยกมือขวาขึ้น ปราณยุทธ์สีทองที่ผสานกับ 'แิแห่งมิติ' อันเลือนราง ถูกรีดเค้นออกมาไว้ที่ปลายนิ้ว เขาตวัดนิ้วกลางอากาศด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทัน ขีดเขียนอักขระโบราณสีทองอร่ามลงไปทับซ้อนกับอักขระสีเืบนพื้นศิลา!
"วิถีแห่งค่ายกล... ชิง์เปลี่ยนชะตา! ย้อนกลับ!"
วิ้ง! ตูม!!!
สิ้นเสียงตวาด อักขระสีทองก็ะเิแสงสว่างจ้า กลืนกินลวดลายสีเืบนพื้นหินจนหมดสิ้น เสาหินศิลาสีดำสั่นสะท้านอย่างรุนแรงก่อนจะแตกสลายกลายเป็ผุยผง พลังงานโลหิตและิญญาที่ถูกกักเก็บไว้ ถูกอักขระของซูหลงอวิ๋นบีบอัดและควบแน่น ก่อนจะพุ่งทะยานเข้ากระแทกกับความว่างเปล่าเบื้องหน้าปากถ้ำเหมือง!
ครืดดดด!
เสียงมิติถูกฉีกกระชากดังกึกก้องประดุจฟ้าถล่ม! พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าบิดเบี้ยวและหมุนวน ก่อเกิดเป็รอยแยกมิติสีดำทะมึนขนาดเท่าตัวคน ขอบของรอยแยกเปล่งประกายแสงสีเงินยวง บ่งบอกถึงความเสถียรที่สมบูรณ์แบบ แตกต่างจากค่ายกลมารของสำนักหมอกบรรพตอย่างสิ้นเชิง
กระแสลมปราณอันเก่าแก่ บริสุทธิ์ และหนักหน่วงประดุจขุนเขา พวยพุ่งออกมาจากรอยแยกมิติ กลิ่นอายนี้มิใช่ปราณิญญาในยุคปัจจุบัน ทว่ามันคือ 'ปราณา' ที่หลงเหลือมาจากยุคสมัยที่ทวยเทพและอสูรโบราณยังคงเหยียบย่ำผืนปฐี!
"ปราณา... ช่างเป็มิติลับที่ทรงคุณค่ายิ่งนัก มิน่าเล่าสำนักหมอกบรรพตถึงยอมทุ่มเททุกสิ่งเพื่อเปิดมันออก" ซูหลงอวิ๋นสูดลมหายใจรับปราณาเข้าปอด จุดตันเถียนของเขาสั่นสะท้านด้วยความหิวโหย
เด็กหนุ่มกระชับกระบี่กลืนเงาที่แผ่นหลัง โคจรปราณยุทธ์คุ้มกันกาย ก่อนจะก้าวเท้าทะยานร่างพุ่งเข้าไปในรอยแยกมิติสีดำทะมึนอย่างไร้ความหวาดหวั่น!
วูบ!
ทัศนียภาพรอบกายแปรเปลี่ยนในพริบตา ความรู้สึกวิงเวียนจากการข้ามมิติเกิดขึ้นเพียงเสี้ยวลมหายใจ ก่อนที่เท้าของเขาจะแตะลงบนพื้นดินที่แข็งกระด้างและร้อนระอุ
เมื่อซูหลงอวิ๋นลืมตาขึ้น สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าคือโลกอีกใบหนึ่งที่ตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง!
ท้องฟ้าของมิติลับแห่งนี้เป็สีแดงฉานประดุจโลหิต ไร้ซึ่งดวงตะวันและจันทรา มีเพียงเมฆควันสีเทาหม่นที่ลอยปกคลุมอยู่เบื้องบน พื้นดินแห้งแล้งแตกระแหงและมีสีดำสนิทราวกับถูกแผดเผาด้วยเพลิงนรกมานับล้านปี ูเาไฟขนาดั์หลายสิบลูกตั้งตระหง่านอยู่สุดลูกหูลูกตา พ่นลาวาและเถ้าถ่านขึ้นสู่อากาศอย่างเกรี้ยวกราด
อุณหภูมิในมิตินี้สูงลิบลิ่วจนสามารถหลอมละลายเหล็กกล้าได้ในพริบตา หากเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตรวบรวมปราณทั่วไป ก้าวเข้ามาเพียงก้าวเดียวก็คงถูกแผดเผาจนกลายเป็เถ้าถ่าน ทว่าสำหรับซูหลงอวิ๋นผู้ 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' อุณหภูมิระดับนี้กลับไม่อาจระคายเคืองิัของเขาได้แม้แต่น้อย เพลิงสีขาวบริสุทธิ์ในจุดตันเถียนแผ่ไอเย็นออกมารักษาสมดุลร่างกายของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
"ดินแดนแห่งเปลวเพลิงและการทำลายล้าง... เหมาะสมยิ่งนักที่จะเป็สถานที่ซุกซ่อน 'เตาหลอมเทวะ' ตามที่ตาเฒ่านั่นกล่าวอ้าง"
ซูหลงอวิ๋นกวาดสายตามองไปรอบๆ สัญชาตญาณอันแหลมคมของเขาััได้ถึงกลิ่นอายความตายและอันตรายที่แฝงตัวอยู่ในทุกอณูของมิติแห่งนี้ เขาใช้วิชาตัวเบา 'ย่างก้าวเงามายา' พุ่งทะยานไปตามโขดหินสีดำ มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางของมิติลับ ซึ่งเป็จุดที่ปราณาหนาแน่นที่สุด
ยิ่งลึกเข้าไป อุณหภูมิก็ยิ่งสูงขึ้น ลาวาเดือดพล่านไหลบ่าเป็สายน้ำกว้างใหญ่ขวางกั้นเส้นทาง ทว่าซูหลงอวิ๋นเพียงแค่ตวัดนิ้วกลางอากาศ วาดอักขระวารีเยือกแข็ง แช่แข็งลาวาเ่าั้ให้กลายเป็สะพานหินชั่วคราว แล้วก้าวข้ามไปอย่างง่ายดาย
ทว่า ก้าวเดินไปได้ไม่ถึงสิบลี้ ผืนดินใต้ฝ่าเท้าก็พลันสั่นะเือย่างรุนแรง!
ครืนนน!
ทะเลลาวาเบื้องหน้าเดือดพล่านอย่างบ้าคลั่ง ฟองอากาศขนาดั์ผุดขึ้นและะเิออก พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่พุ่งพรวดขึ้นมาจากใต้ทะเลเพลิง!
ก๊าซซซซ!
เสียงคำรามดังกึกก้องกังวานสะท้านมิติ ร่างที่ปรากฏขึ้นคือสัตว์อสูรขนาดั์ที่มีความสูงกว่าสิบจั้ง รูปลักษณ์ของมันคล้ายคลึงกับัไร้ปีก ลำตัวปกคลุมด้วยเกล็ดสีแดงฉานที่ลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิง ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองผู้บุกรุกด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวงแหนอาณาเขต
"อสูรัเพลิงา!" ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาลง ประเมินความแข็งแกร่งของศัตรูในพริบตา "กลิ่นอายพลังระดับนี้... ขอบเขตแก่นแท้ทองคำขั้นกลาง! ซ้ำยังมีสายเืัาเจือปน ทำให้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของมันเหนือกว่าผู้ฝึกยุทธ์ในระดับเดียวกันหลายเท่านัก!"
มิติลับแห่งนี้ถูกปิดผนึกมาเนิ่นนาน สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ภายในจึงสามารถเติบโตและดูดซับปราณาจนวิวัฒนาการไปสู่ระดับที่น่าสะพรึงกลัว อสูรัเพลิงตัวนี้ คือผู้พิทักษ์ที่คอยปกปักษ์รักษาสมบัติที่อยู่ใจกลางมิติอย่างไม่ต้องสงสัย!
อสูรัเพลิงมิรอช้า มันอ้าปากกว้าง รวบรวมพลังเพลิงาที่ร้อนระอุที่สุด พ่นลูกไฟขนาดั์เท่าูเาขนาดย่อม พุ่งทะยานเข้าใส่ซูหลงอวิ๋นประดุจดาวตก!
ลูกไฟนี้ผลาญอากาศจนบิดเบี้ยว พลังทำลายล้างมากพอที่จะลบยอดเขาให้หายไปในพริบตา!
"ระดับแก่นแท้ทองคำขั้นกลางแล้วอย่างไร ข้าเพิ่งจะทะลวงสู่ขั้นที่เก้าสูงสุด กำลังคันไม้คันมืออยากจะทดสอบความคมของเจตจำนงกระบี่าอยู่พอดี!"
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงเย้ยหยัน ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ ปรากฏบนใบหน้า เขากระแทกเท้าลงพื้น ท่าเท้าเงามายาถูกเร่งเร้าจนถึงขีดจำกัด ร่างของเขาเลือนหายไปจากการล็อกเป้าหมายของอสูรัเพลิงในเสี้ยววินาทีที่ลูกไฟั์ตกกระทบพื้น!
ตูมมม!!!
พื้นดินะเิออกเป็หลุมลึกหลายสิบจั้ง ลาวาสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ทว่าร่างของเด็กหนุ่มกลับไปปรากฏอยู่กลางอากาศ เหนือหัวของอสูรัเพลิงา!
"เจตจำนงกระบี่า... ผสานกระบี่กลืนดารา!"
ชิ้ง!
ซูหลงอวิ๋นชักกระบี่กลืนเงาออกจากฝัก รังสีดาบสีดำทมิฬที่แฝงไปด้วยแรงดึงดูดของหลุมดำและเจตจำนงกระบี่ที่คมกริบประดุจสายฟ้า พุ่งทะยานออกจากใบกระบี่! ความมืดมิดกลืนกินแสงสว่างจากลาวารอบด้านไปจนสิ้น!
"กระบวนท่าที่หนึ่ง... กลืนแสงดับดารา!"
ซูหลงอวิ๋นตวัดกระบี่ฟาดฟันลงมายังคอหอยของอสูรัเพลิง! ปราณกระบี่สีดำทมิฬพุ่งทะลวงฝ่าม่านพลังป้องกันธาตุไฟของสัตว์อสูรอย่างง่ายดายราวกับฉีกกระดาษ!
ก๊าซซซ!
อสูรัเพลิงััได้ถึงอันตรายถึงชีวิต มันพยายามจะบิดลำตัวหลบหลีก ทว่าอำนาจแรงดึงดูดของกระบี่กลืนดารากลับตรึงร่างของมันเอาไว้แ่า!
ฉัวะ!!!
รังสีดาบสีดำทมิฬฟาดฟันลงบนเกล็ดที่แข็งแกร่งที่สุดของมัน ทะลวงผ่านเนื้อเยื่อและกระดูกสันหลัง ตัดคอหอยของอสูรระดับแก่นแท้ทองคำขั้นกลางจนขาดสะบั้นในกระบี่เดียว!
เืสีแดงฉานที่ร้อนระอุประดุจลาวาพุ่งกระฉูดขึ้นสู่อากาศ ทว่าอักขระกลืนิญญาบนใบกระบี่กลืนเงาก็ทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ มันสูบกลืนเืและแก่นแท้พลังของอสูรัเพลิงเข้าไปจนหมดสิ้น ไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวให้ตกลงสู่พื้น! ร่างมหึมาของสัตว์อสูรแห้งเหี่ยวลงและร่วงหล่นกระแทกทะเลลาวาเสียงดังสนิท
"แก่นแท้ทองคำขั้นกลาง... ต่อหน้ากระบี่กลืนดาราของข้า ก็เป็ได้แค่เศษเนื้อเท่านั้น"
ซูหลงอวิ๋นร่อนลงมายืนบนโขดหินอย่างแ่เบา ร่างกายของเขากำลังดูดซับพลังงานอันมหาศาลที่กระบี่กลืนเงาส่งต่อมาให้ จุดตันเถียนของเขาร้อนผ่าว พลังปราณขั้นที่เก้าสูงสุดถูกอัดแน่นจนถึงขีดจำกัดสูงสุด รากฐานเพื่อเตรียมทะลวงสู่ 'สร้างรากฐาน' สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
เขาใช้กระบี่ผ่าร่างที่แห้งเหี่ยวของอสูรัเพลิง ควักเอา 'แก่นอสูรา' สีแดงเพลิงขนาดเท่ากำปั้นออกมา แก่นอสูรนี้เปล่งประกายเจิดจ้า อัดแน่นไปด้วยปราณเพลิงบริสุทธิ์นับหมื่นปี มันคือสมบัติล้ำค่าที่สามารถทำให้ยอดฝีมือธาตุไฟคลุ้มคลั่งแย่งชิงกันได้ ซูหลงอวิ๋นเก็บมันเข้าสู่ถุงิญญาอย่างพึงพอใจ
เมื่อผู้พิทักษ์ถูกสังหาร ซูหลงอวิ๋นก็ก้าวเดินต่อไปยังใจกลางของทะเลลาวา
ณ จุดศูนย์กลางของมิติลับแห่งนี้ มีแท่นศิลาหยกสีดำสนิทตั้งตระหง่านอยู่เหนือบ่อลาวาที่เดือดพล่านที่สุด และบนแท่นศิลานั้นเอง มีสิ่งของเพียงชิ้นเดียวตั้งตระหง่านอยู่...
มันคือเตาหลอมโอสถขนาดั์สูงกว่าสามจั้ง (ประมาณเก้าเมตร)!
ตัวเตาหลอมถูกหล่อขึ้นจากโลหะลี้ลับที่แผ่กลิ่นอายแห่งความเก่าแก่และเป็นิรันดร์ ผิวของมันเป็สีทองแดงเข้ม สลักลวดลายของ 'ัเก้าตัว' ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ท่ามกลางหมู่เมฆและดวงดาว ลวดลายเ่าั้ดูมีชีวิตชีวาราวกับัทั้งเก้ากำลังจะโบยบินออกมาจากเตาหลอม!
ที่ฝาเตา สลักอักขระของสัจธรรมทั้งสามพันรูปแบบ แผ่กลิ่นอายแห่งการสร้างสรรค์และการทำลายล้างที่สอดประสานกันอย่างสมดุล รัศมีแห่งความเป็ 'เทวะ' เปล่งประกายออกมากดทับมิติรอบด้านจนบิดเบี้ยว!
"นี่มัน... 'เตาหลอมเก้าักลืน์'!"
ดวงตาของซูหลงอวิ๋นเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงสุดขีด! ความรู้จากคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ทำให้เขาจดจำสมบัติชิ้นนี้ได้ในทันที!
มันมิใช่เตาหลอมระดับศักดิ์สิทธิ์ธรรมดา ทว่ามันคือ 'เตาหลอมระดับเทวะ' ที่แท้จริง! เตาหลอมที่เกิดมาเพื่อสกัดกั้นพลังแห่งจักรวาลและสร้างสรรค์โอสถระดับเทพ! ในยุคา เตาหลอมนี้เคยเป็สมบัติคู่กายของราชันย์เทพผู้ยิ่งใหญ่ ทว่ามันได้รับความเสียหายอย่างหนักในมหาาเทวะ ทำให้ิญญาของมันหลับใหลและตกลงมาสู่โลกปุถุชน
"แม้จะได้รับความเสียหาย และพลังอำนาจลดทอนลงเหลือไม่ถึงหนึ่งในหมื่นส่วน ทว่าโครงสร้างและกฎเกณฑ์แห่งเทวะที่สลักอยู่ภายใน ก็ยังคงทำให้มันเหนือล้ำกว่าเตาหลอมใดๆ ในมหาทวีปเทียนหยวนแห่งนี้! หากข้าได้มันมา การหลอมโอสถและศาสตราของข้า จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของระดับมนุษย์และิญญาไปได้อย่างสิ้นเชิง!"
ความปรารถนาอันแรงกล้าลุกโชนในดวงตาของัหนุ่ม เขาะโพุ่งทะยานขึ้นไปยืนบนแท่นศิลาหยกดำเบื้องหน้าเตาหลอมขนาดั์
ทว่า ทันทีที่เขาก้าวขึ้นมาบนแท่นศิลา กลิ่นอายอันตรายอย่างถึงที่สุดก็ปะทุขึ้น!
โฮก!!!
เสียงัคำรามดังก้องออกมาจากภายในเตาหลอม! ลวดลายัทั้งเก้าบนผิวเตาเปล่งแสงสีทองอร่าม พวกมันมิได้หลุดออกมาเป็ตัวตนเนื้อหนัง ทว่ากลับปลดปล่อย 'เพลิงัเทวะ' ร้อนระอุพุ่งทะลักออกมาจากช่องระบายไฟของเตาหลอม ก่อตัวเป็พายุเพลิงพุ่งเข้าแผดเผาซูหลงอวิ๋น!
เตาหลอมระดับเทวะย่อมมีจิติญญาและความเย่อหยิ่งเป็ของตนเอง แม้จะหลับใหล แต่สัญชาตญาณการปกป้องตนเองยังคงอยู่ มันไม่มีทางยอมสยบตุ่์ธรรมดาที่มีระดับพลังเพียงรวบรวมปราณอย่างแน่นอน!
เพลิงัเทวะนี้ ร้อนแรงกว่าเพลิงของอสูรัเพลิงเมื่อครู่นับพันเท่า! เพียงแค่รัศมีของมัน ก็สามารถหลอมละลายยอดฝีมือขอบเขติญญาก่อกำเนิดให้กลายเป็ไอได้ในเสี้ยววินาที!
"อึก!" ซูหลงอวิ๋นรู้สึกถึงความร้อนที่แทรกซึมเข้ามากัดกร่อนปราณคุ้มกันของตนเอง ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
"คิดจะแผดเผาข้า? ข้าคือผู้ก้าวเดินบนวิถีแห่งจักรพรรดิเทพยุทธ์! สมบัติของทวยเทพ ย่อมต้องสยบแทบเท้าของจักรพรรดิ!"
ซูหลงอวิ๋นไม่ถอยหนี เขากัดฟันกรอด เปิดเปลือกตาขึ้นกว้าง ั์ตาสาดประกายแสงสีทองอร่ามของอำนาจแห่งการสร้างสรรค์! เขาปลดปล่อย 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' ออกมาปกคลุมร่างกายจนหมดสิ้น ความหนาวเหน็บอันเป็นิรันดร์ปะทะกับความร้อนของเพลิงั ก่อให้เกิดกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งไปทั่วมิติลับ
"คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์... จงปรากฏ!"
ในห้วงจิตสำนึก คัมภีร์สีทองอร่ามที่ลอยนิ่งอยู่ใจกลางทะเลิญญา สั่นะเือย่างบ้าคลั่ง! อักขระสีทองนับล้านตัวพุ่งทะยานออกจากคัมภีร์ ทะลักออกทางฝ่ามือของซูหลงอวิ๋น!
เด็กหนุ่มยื่นมือทั้งสองข้างออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือปะทะเข้ากับตัวเตาหลอมเก้าักลืน์อย่างจัง!
เปรี้ยง!!!
อักขระระดับเทวะจากคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ หลั่งไหลเข้าสู่ตัวเตาหลอมประดุจแม่น้ำสายใหญ่! นี่คือการปะทะกันระหว่างอำนาจแห่งเทวะสองสาย!
เพลิงัพยายามจะแผดเผาอักขระ ทว่าอำนาจของคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์นั้นเหนือล้ำและเก่าแก่กว่ามากนัก มันคือสัจธรรมที่อยู่เหนือสรรพสิ่ง! อักขระสีทองพุ่งทะลวงเข้าบดขยี้การต่อต้านของเจตจำนงในเตาหลอมอย่างเด็ดขาด บังคับให้จิติญญาที่หลับใหลต้องยอมสยบและประทับตรายอมรับนายใหม่!
"จงยอมสยบให้แก่ข้าแต่โดยดี!" ซูหลงอวิ๋นตวาดก้อง โคจรเคล็ดวิชากลืนนภาผลาญจักรวาลขั้นสูงสุด!
ก๊าซซ...
เสียงคำรามของัค่อยๆ อ่อนแรงลง เพลิงัเทวะที่เคยบ้าคลั่ง หดตัวกลับเข้าไปในเตาหลอม ลวดลายัทั้งเก้าบนผิวเตาหยุดดิ้นรนและกลับสู่ความสงบนิ่ง แสงสีทองของคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์เคลือบแฝงไปทั่วทั้งเตาหลอม บ่งบอกถึงการถูกควบคุมอย่างสมบูรณ์!
"สำเร็จ!"
ซูหลงอวิ๋นหอบหายใจอย่างหนักหน่วง หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า การสยบสมบัติระดับเทวะ ผลาญพลังจิติญญาและปราณยุทธ์ของเขาไปจนแทบเหือดแห้ง ทว่าความปีติยินดีที่พลุ่งพล่านในอก ทำให้เขาลืมเลือนความเหนื่อยล้าไปจนสิ้น
"ย่อส่วน!" ซูหลงอวิ๋นส่งกระแสจิตสั่งการ
เตาหลอมขนาดั์สูงสามจั้ง พลันสั่นะเืและหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งมีขนาดเท่าฝ่ามือ มันลอยมาตกอยู่ในมือของเด็กหนุ่มอย่างว่าง่าย น้ำหนักของมันที่เคยหนักอึ้งประดุจขุนเขา บัดนี้กลับเบาหวิวประดุจขนนก ซูหลงอวิ๋นเก็บเตาหลอมเก้าักลืน์เข้าสู่จุดตันเถียน ให้มันลอยล่องอยู่เคียงข้างคัมภีร์เทวะ เพื่อรับการหล่อเลี้ยงฟื้นฟูด้วยปราณยุทธ์และเพลิงปรโลก
"ได้สมบัติระดับเทวะมา ภารกิจในครั้งนี้ คุ้มค่ายิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า!"
ซูหลงอวิ๋นเงยหน้าขึ้น เตรียมตัวจะหาทางออกจากมิติลับแห่งนี้ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวเท้าลงจากแท่นศิลา...
เพล้ง!!!
ท้องฟ้าสีเืของมิติลับเบื้องบน พลัน
แตกร้าวราวกับกระจกที่ถูกค้อนทุบ! รอยแยกมิติขนาดมหึมาฉีกขาดออก พร้อมกับกลิ่นอายพลังปราณที่ยิ่งใหญ่ เกรี้ยวกราด และมืดมิดถึงขีดสุด กดทับลงมายังมิติลับแห่งนี้ประดุจ์ถล่ม!
แรงกดดันนี้ รุนแรงกว่ายอดฝีมือแก่นแท้ทองคำขั้นสูงสุดนับสิบเท่า! มันคือกลิ่นอายของขอบเขตที่ก้าวข้ามความเป็มนุษย์ไปอีกขั้น... ขอบเขต 'ิญญาก่อกำเนิด'!
ท่ามกลางรอยแยกมิตินั้น ปรากฏภาพเงาร่างโปร่งแสงของชายชราผู้หนึ่ง สวมชุดคลุมสีดำสนิทปักลวดลายกะโหลกโลหิต ใบหน้าของมันโเี้อำมหิต ดวงตาลึกล้ำประดุจเหวลึก จ้องมองลงมายังซูหลงอวิ๋นด้วยความโกรธแค้นที่สามารถแผดเผาสมุทรได้ทั้งสาย!
"ไอ้เด็กเหลือขอ! บังอาจสังหารผู้าุโของข้า ทำลายค่ายกลโลหิต ซ้ำยังกล้าขโมยสมบัติาที่สำนักหมอกบรรพตของข้าเฝ้าค้นหามานานนับร้อยปี! เ้า... รนหาที่ตาย!"
เสียงคำรามของร่างเงาดังสะท้านะเืไปทั่วมิติลับ ูเาไฟเบื้องล่างปะทุขึ้นอย่างบ้าคลั่งตอบรับแรงโทสะของมัน!
นี่มิใช่ร่างจริง ทว่ามันคือ 'ร่างจำแลงเจตจำนง'ของตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด... 'ประมุขสำนักหมอกบรรพต' ยอดฝีมือขอบเขติญญาก่อกำเนิด!
เมื่อผู้าุโพิษมรณะตกตาย ป้ายิญญาในสำนักย่อมแตกสลาย ประมุขสำนักหมอกบรรพตจึงใช้วิชาลับ ส่งร่างจำแลงเจตจำนงข้ามมิติมายังสถานที่เกิดเหตุทันที!
แรงกดดันของิญญาก่อกำเนิด แม้จะเป็เพียงร่างจำแลง ก็มากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกยุทธ์รวบรวมปราณกระอักเืและิญญาแตกซ่านได้ ทว่าซูหลงอวิ๋นกลับยืนหยัดอย่างมั่นคงดุจหินผา
เขามองสบตากับร่างจำแลงของประมุขสำนักหมอกบรรพตอย่างไร้ความหวาดกลัว มุมปากยกขึ้นเป็รอยยิ้มโอหังที่ท้าทาย์
"สมบัติของฟ้าดิน ผู้มีวาสนาย่อมได้ สำนักหมอกบรรพตของเ้าไร้ความสามารถเอง จะมาโทษข้าได้อย่างไร?"
ซูหลงอวิ๋นเชิดหน้าขึ้น ั์ตาสาดประกายสีทองเจิดจ้า "จงจำนามของข้าเอาไว้... ซูหลงอวิ๋น ศิษย์สืบทอดหลักแห่งสำนักกระบี่์! วันนี้ข้าเพียงแค่ริบสมบัติของพวกเ้า ทว่าในวันหน้า ข้าจะไปเยือนสันเขาหมอกพิษของพวกเ้าด้วยตนเอง เพื่อลบชื่อสำนักของพวกเ้าออกจากมหาทวีปนี้!"
"ปากดีนักไอ้เด็กสวะ! ข้าจะฉีกิญญาเ้าเดี๋ยวนี้!"
ประมุขสำนักหมอกบรรพตคำรามลั่น ร่างจำแลงของมันยื่นมือขนาดั์ที่ก่อตัวจากหมอกพิษและปราณมาร พุ่งทะลวงลงมาจากท้องฟ้า หมายจะบดขยี้ซูหลงอวิ๋นให้แหลกเป็ผุยผง!
ฝ่ามือมารั์ปกคลุมท้องฟ้า แรงกดดันมหาศาลล็อกพื้นที่รอบกายของเด็กหนุ่มจนไม่อาจหลบหนีด้วยย่างก้าวเงามายาได้!
เผชิญหน้ากับการโจมตีของตัวตนระดับิญญาก่อกำเนิด ซูหลงอวิ๋นมิอาจต้านทานด้วยพลังของรวบรวมปราณได้ ทว่าเขามิได้ตื่นตระหนก เขารอคอยวินาทีนี้อยู่แล้ว!
"อยากฆ่าข้างั้นรึ? ฝันไปเถอะตาเฒ่า! มิติลับแห่งนี้กำลังจะพังทลาย จงอยู่เฝ้าซากปรักหักพังไปก็แล้วกัน!"
ซูหลงอวิ๋นตวาดก้อง มือขวาตวัดกระบี่กลืนเงา ชักนำอำนาจของ 'แิแห่งมิติ' ที่หลอมรวมอยู่ในคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ ฟาดฟันออกไปมิใช่เพื่อโจมตีฝ่ามือมาร ทว่าฟาดฟันเข้าใส่ 'จุดเชื่อมต่อของมิติ' เื้ัตนเองที่เขาได้คำนวณเอาไว้แล้ว!
ฉึก! แกรก...
กระบี่ผ่ามิติ! รอยแยกมิติสีเงินยวงขนาดเล็กถูกฉีกออกอย่างฉับพลัน ซูหลงอวิ๋นทิ้งตัวหงายหลัง พุ่งหลาวเข้าไปในรอยแยกมิตินั้นในเสี้ยววินาทีเดียวกับที่ฝ่ามือมารั์กระแทกลงมา!
ตูมมมมม!!!
ฝ่ามือของประมุขสำนักหมอกบรรพตกระแทกแท่นศิลาหยกดำจนแหลกละเอียดเป็ผุยผง แรงะเิสั่นะเืทำลายมิติลับแห่งเพลิงจนเกิดรอยร้าวลุกลามไปทั่วท้องฟ้า! ทว่าร่างของเด็กหนุ่มชุดขาว กลับอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย หลุดพ้นจากการล็อกเป้าหมายของิญญาก่อกำเนิดไปได้อย่างปาฏิหาริย์!
"อ๊ากกกก! ซูหลงอวิ๋น! สำนักกระบี่์! ข้าจะสังหารพวกเ้าให้สิ้นซาก!"
เสียงคำรามแห่งความโกรธแค้นอันบ้าคลั่งของประมุขสำนักหมอกบรรพต ดังก้องสะท้านไปทั่วมิติลับที่กำลังจะพังทลาย ทว่ามัจจุราชหนุ่มได้หลบหนีไปพร้อมกับสมบัติเทวะเสียแล้ว