ซุนิฉวนจัดการงานใน่เช้าเสร็จแล้วจึงออกมานั่งเล่นกับเ้าแมวน้อยเสี่ยวหวง ลูกแมวเสี่ยวหวงคุ้นเคยกับซุนิฉวนมากจนตอนนี้ขึ้นมานอนบนตักให้ซุนิฉวนลูบขนไปมาส่งเสียงครางในลำคออย่างสบายใจ
ซุนิฉวนประหวัดนึกไปถึงหลิวมู่เหยียน ซุนิฉวนจดจำเื่เก่าของซุนิฉวนตัวจริงได้ไม่ทุกอย่าง เื่ราวที่นานจนเกินไป ซุนิฉวนไม่สามารถขุดเข้าไปในความทรงจำของร่างเดิมได้ นอกจากจะมีเหตุการณ์ภายนอกมากระตุ้นเตือนให้รำลึกถึง
ตัวจริงของซุนิฉวนเป็นักศึกษาชั้นปีที่สามอายุยี่สิบปีแล้ว ซุนิฉวนไม่ถือว่าตัวเองเป็เด็กเรียนแต่ก็มีเพื่อนไม่มาก โดยเฉพาะเพื่อนผู้หญิง ในโลกเดิมนั้นซุนิฉวนไม่เคยคบกับใครจนถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็แฟนกัน แต่ก็ไม่ได้ไร้เดียงสาจนไม่รู้เื่พวกนี้ การแสดงออกของหลิวมู่เหยียนในสิบกว่าวันที่อยู่ที่เหมืองเกลือ หากเป็คนในสมัยโบราณนี้อาจจะมองว่าหลิวมู่เหยียนเอาใจใส่รับใช้นายน้อยซุนเป็อย่างดี
แต่ซุนิฉวนมาจากยุคใหม่ที่เื่ความรักค่อนข้างเปิดกว้าง ความรู้สึกแอบชอบแอบรักจะอย่างไรเคยผ่านมาบ้าง ซุนิฉวนคิดว่าหลิวมู่เหยียนแสดงออกได้น่ารัก คงจะแอบชอบซุนิฉวนตัวจริงมานานแล้ว ถ้าหากรู้ว่าซุนิฉวนในตอนนี้ไม่ใช่คนเดิม หลิวมู่เหยียนจะยังชอบอยู่หรือเปล่า
ซุนิฉวนยิ้มให้กับตัวเองก้มหน้าลงไปฟัดพุงของเสี่ยวหวงด้วยความมันเขี้ยว จนถูกเสี่ยวหวงใช้เท้าหน้าตบเบา ๆ เสียงหยอกล้อของนายน้อยซุนกับลูกแมว ทำให้ผู้ที่ยืนเฝ้ายามอยู่ด้านในสวนรับฟังจนต้องเผลอยิ้มตามไปด้วย
“เสี่ยวหวง ข้าจะทำอย่างไรดี”
ซุนิฉวนไม่ทราบจะตอบรับหลิวมู่เหยียนอย่างไร อีกฝ่ายมอบพัดกลับคืนมาให้ คงคาดหวังให้ซุนิฉวนจนจำเื่ราวในตอนนั้น หากพบเจอกันคราวหน้าซุน ิฉวนหากจะตัดรอนน้ำใจอีกฝ่าย ตนเองก็ทำไม่ลงแต่หากให้ตอบรับ ซุนิฉวนยังไม่คิดว่าตนเองจะมีคนรักที่เป็ชายได้
“เอาเถอะ อีกเกือบสองเดือนถึงจะได้เจอกันอีกครั้ง ถึงตอนนั้นค่อยคิดก็แล้วกัน เ้าว่าไหมเสี่ยวหวง”
“เหมียว…ววว” เสี่ยวหวงร้องตอบไล่งับนิ้วของซุนิฉวนที่อยู่ตรงหน้า
หัวหน้าช่างไม้เจียงผิงเริ่มการก่อสร้างกำแพงล้อมรอบเหมืองเกลือทั้งสองด้านแล้ว คนงานในไร่ที่พอมีเวลาว่างออกมาช่วยก่อสร้างกำแพงด้วย คนเกือบร้อยคนช่วยกันตอกไม้ขนดินจากริมแม่น้ำขึ้นมาก่อเป็กำแพงอย่างแข็งขัน ทุกคนในเหมืองทราบดีว่ากำแพงที่กำลังก่อสร้างนี้จะช่วยรับประกันความปลอดภัยของทุกคนในเหมืองเกลือในวันข้างหน้า
ชาวจีนรู้จักการเผาอิฐมาหลายร้อยปีแล้ว กำแพงตามเมืองใหญ่ต่างก่อสร้างด้วยอิฐที่เผาจนแข็งก่อเข้าด้วยกันด้วยดินเหลวผสมกับข้าวเหนียวที่ป่นจนละเอียด ปูนซีเมนต์ยังไม่ถูกคิดขึ้นมาใน่เวลานี้ ข้าวเหนียวเองก็จำเป็ต้องสะสมไว้เป็เสบียงในวันหน้า ไม่อาจนำมาก่อสร้างกำแพงได้
เจียงผิงใช้ไม้ก่อเป็โครงสร้างถมทับด้วยดินเหลืองที่ขุดมาจากริมคลอง ผสมด้วยก้อนหินน้อยใหญ่ที่หาได้ ก่อทับเป็ชั้นไปกับหญ้าแห้งเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนหอระวังภัยทั้งแปดแห่งใช้ไม้เป็หลักส่วนตรงฐานมีการเสริมด้วยดิน บันใดใช้วิธีการชักรอกขึ้นไปเก็บไว้้า ตอนนี้กองกำลังติดอาวุธของเหมืองเกลือมีอยู่เกือบหกสิบคน
จางฉิงถือเป็หัวหน้าของกองกำลังนี้ จางฉิงจัดตั้งกองกำลังพิเศษโดยมีชาวเจี่ยหนูสิบคน ทั้งสิบคนนี้จะรับการฝึกฝนการยิงธนูขี่ม้า ต่างไปจากกองกำลังที่เหลือที่ฝึกฝนแต่เพียงการต่อสู้ในระยะใกล้โดยมีหอกไม้เป็อาวุธ กองกำลังพิเศษสิบคนนี้จะถือเป็อาวุธลับของเหมืองเกลือเพื่อรับมือเหตุร้ายในวันหน้า
เหมืองเกลือไม่มีโรงหลอมสร้างอาวุธ การซื้อหาดาบกระบี่ก็ไม่สามารถกระทำได้ อาวุธของกองกำลังตอนนี้จึงมีหอกไม้เป็หลัก ต้องรอจนกว่าคนของพรรคทรายทะเลกลับมาคราวหน้าจึงจะสามารถลักลอบหาอาวุธมาให้กับกองกำลังที่เหมืองเกลือได้
ผ่านไปสิบกว่าวันกำแพงด้านหน้าก็ใกล้จะแล้วเสร็จ ซุนิฉวนชวนซุนิเจี๋ย ออกมาดูกำแพงที่เสร็จแล้วด้านหนึ่ง ซุนิเจี๋ยฝึกฝนอยู่กับจางฉิงใน่เช้าหลังจากผ่านไปเกือบสองเดือน ซุนิเจี๋ยจากผิวที่ขาวราวหยกกลับกลายเป็ผิวสีทองแดงดูเหมือนเด็กที่เติบโตขึ้นในไร่ แต่แววตากระจ่างสดใสแข็งแรงกว่าเมื่อครั้งที่อยู่ที่เมืองฉางอานนัก
กำแพงดินสูงเกือบสองจิ้ง (ราวหกเมตร) กว้างพอให้คนพอเดินสวนกันได้มีบันใดดินสร้างเอาไว้ตามจุดขึ้นลง ซุนิฉวนมองผ่านจาก้ากำแพงไปที่เบื้องหน้า ดินเหลืองฝุ่นคละคลุ้งปกคลุมแผ่นดินรกร้างจนสุดสายตา ด้านหลังมองผ่านไร่นาออกไปเป็กำแพงเขาเขียวขจี ซุนิฉวนมองเห็นจากไกลสายตาจนถึงไร่นาที่กำลังออกรวงเขียว อีกสี่ห้าเดือนก็คงได้เวลาเก็บเกี่ยวแล้ว
“พี่ใหญ่กำแพงสูงมากเลย ตอนนี้พวกเราไม่ต้องกลัวพวกโจรป่าอีกแล้ว”
ซุนิเจี๋ยวิ่งเล่นไปตามแนวกำแพงสูง ลมร้อนพัดพาในยามบ่าย ซุนิฉวน ปล่อยผมยาวผูกมัดไว้แต่เพียง่ปลายผม เส้นผมปลิวไปตามแรงลม ซุนิฉวนหยิบพัดขึ้นมาช่วยคลายร้อน ตอนนี้ซุนิฉวนพกพัดเล่มนี้ติดตัวแทบจะตลอดเวลา โดยไม่รู้ตัวซุนิฉวนมักคิดถึงผู้ที่มอบพัดเล่มนี้อยู่เสมอ อีกราวเดือนกว่ากระมังกว่าขบวนเกลือจะกลับมาถึง
ซุนิฉวนกลัวว่าน้องชายจะไม่ระวังจนผลัดตกลงไปจากกำแพง กำแพงดินเพิ่งสร้างเสร็จแต่เพียงบางส่วนหากไม่ระวังอาจเดินไปยังจุดที่ดินยังเปราะบางอยู่ได้
“ิเจี๋ยพอแล้ว เ้าตามข้าไปที่หอระวังภัยด้านนู้นดีกว่า”
ซุนิฉวนเรียกน้องชาย เดินนำลงบันไดไปอีกด้านหนึ่ง ด้านหน้ากำแพงที่กำลังก่อสร้าง ซุนิฉวนให้ก่อสร้างหอระวังภัยขึ้น สำหรับตรวจสอบจากระยะไกล ทั้งยังสามารถใช้ยิงธนูหากเกิดเหตุการณ์คับขันได้อีก ตอนนี้หอระวังภัยด้านหน้าสร้างเสร็จแล้ว ้ามีคนของเหมืองเกลืออยู่หอละสองคน หากมีผู้บุกรุกคนที่้าจะตีระฆังเพื่อแจ้งข่าวให้คนที่ด้านในเหมืองรับรู้ หอระวังภัยนี้อยู่ห่างจากแนวกำแพงด้านหน้าเหมืองเกลือออกมาราวสองร้อยก้าว
ซุนิฉวนกับน้องชายไม่ได้ปีนขึ้นไปที่้าของหอระวังภัย บันไดเชือกหวาดเสียวเกินไปซุนิฉวนไม่ได้กลัวความสูง แต่ให้ปีนบันไดที่แกว่งไปมาตามแรงลมแบบนี้ซุนิฉวนยังไม่กล้าพอ ซุนิเจี๋ยยังอยู่ในวัยซุกซนเงยหน้ามองหอระวังภัยที่อยู่สูงขึ้นไปอย่างสนใจ แต่ในเมื่อซุนิฉวนไม่ได้ขึ้นไปที่้าซุนิเจี๋ยย่อมรออยู่ด้านล่างด้วย
“นายน้อย พวกจางฉิงกลับมาแล้วขอรับ” เสียงะโจากคนที่อยู่บนหอระวังภัย
ม้าสี่ตัวควบขับเข้ามาทางเหมืองเกลือ มองเห็นฝุ่นตามรายทางตลบไล่หลังมาแต่ไกล จางฉิงกับชาวเจี่ยหนูอีกสามคนขี่ม้าออกจากเหมืองเกลือไปในตอนสายเพื่อสำรวจพื้นที่รอบข้างของเหมืองเกลือ จางฉิงเป็กังวลเื่ค่ายโจร ในหมู่ผู้อพยพมีคนได้ยินว่ารอบข้างบนูเาไม่ไกลจากเหมืองเกลือมีค่ายโจรหลบซ่อนตัวอยู่ ค่ายโจรนี้มีพรรคพวกอยู่ร้อยกว่าคน ออกปล้นชิงไปตามหมู่บ้านเข่นฆ่าคนในหมู่บ้านที่ขัดขืน แย่งชิงสตรีเยาว์วัยในหมู่บ้านไปที่ค่าย หลายคนที่หลบหนีออกมาทันต้องสูญเสียบิดามารดาบุตรสาวในบ้านไปอย่างไม่มีวันกลับ
เหมืองเกลือตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างไกลจากตัวเมืองถานโจว ไม่ช้าไม่นานคงตกเป็เป้าหมายของค่ายโจรที่ว่าอย่างแน่นอน ซุนิฉวนไม่้าเป็ฝ่ายตั้งรับแต่ก็ยังไม่มีความสามารถมากพอที่จะเป็ฝ่ายบุก การส่งพวกจางฉิงออกไปเสาะหาข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามก่อน อย่างน้อยเพื่อเพิ่มขีดความสามารถป้องกันตนเองของคนในเหมืองล่วงหน้า การเร่งรีบก่อสร้างกำแพง หอระวังภัยเพิ่มเติมกองกำลังของเหมืองเกลือมีไว้เพื่อการนี้
จางฉิงเร่งม้ามาจนใกล้หอระวังภัยด้านหน้าของเหมืองเกลือ พอเห็นซุนิฉวนทั้งสองพี่น้องอยู่ใต้หอระวังภัยก็ชะลอม้าลง ก่อนจะถึงตำแหน่งที่ซุนิฉวนยืนอยู่ก็หยุดลงจากม้าจูงเข้าหาซุนิฉวนที่ยืนรออยู่
“นายน้อย นายน้อยสาม” จางฉิงกล่าวทักทาย พวกเจี่ยหนูทั้งสามคนลงจูงม้ารออยู่ไม่ไกลจากหอระวังภัย
ซุนิฉวนพยักหน้าให้กับจางฉิง กล่าวสอบถาม “พบเจออันใดหรือไม่”
“ขอรับ เชิญนายน้อยเข้าไปด้านในก่อนเถอะขอรับ”
จางฉิงช่วยซุนิฉวนกับซุนิเจี๋ยขึ้นบนหลังม้า จูงผ่านประตูหน้าของเหมืองเกลือกลับเข้าไปที่ด้านใน ดูจากสีหน้าของจางฉิงคงพบเจอเบาะแสของค่ายโจรแล้ว ซุนิฉวนให้น้องชายออกไปตามพวกหวงเหวินเข้ามาที่ห้องหนังสือโดยมีจางฉิงเดินติดตามเข้ามาด้วย
ในห้องหนังสือเหล่าผู้นำของเหมืองเกลืออยู่กันพร้อมหน้า ซุนิฉวนให้น้องชายคนเล็กอยู่ร่วมการสนทนาด้วย ตอนนี้ซุนิเจี๋ยยังเด็กอยู่แต่อีกไม่กี่ปีข้างหน้าคงต้องรับผิดชอบงานในสกุลแล้ว ซุนิฉวน้าปลูกฝังซุนิเจี๋ยเสียั้แ่ในตอนนี้
วันนี้จางฉิงออกสำรวจพื้นที่ไปทางด้านตะวันตกห่างออกจากเหมืองเกลือไปราวห้าสิบกว่าหลี่ ระหว่างทางพบเจอหมู่บ้านรกร้าง ไร่นาถูกทิ้งจนทรุดโทรมอยู่หลายแห่ง ผ่านไปจนถึงหมู่บ้านหนึ่ง ผู้คนในหมู่บ้านดูระแวดระวัง สายตาที่มองจางฉิงส่อแววหวาดกลัวไม่ไว้วางใจ จางฉิงไม่ได้เข้าไปในหมู่บ้าน แต่เอาม้าซ่อนไว้ในที่แห่งหนึ่ง จากนั้นลอบตระเวนดูคนในหมู่บ้าน พบเห็นผู้คนขี่ม้าสะพายดาบเดินเข้าออกหมู่บ้านหายขึ้นไปบนูเาที่อยู่อีกด้านหนึ่ง
ชาวเจี่ยหนูที่ติดตามจางฉิงออกไปด้วยกัน มีความชำนาญด้านการแกะรอย ทั้งสี่คนอาศัยจังหวะลักลอบติดตามคนขี่ม้าสามสี่คนขึ้นไปจนถึงกลางหุบเขา พบเห็นค่ายโจรที่ก่อสร้างไม่เป็ระเบียบ มีบ้านไม้กำแพงล้อมรอบอยู่กลางหุบเขา ที่ด้านหน้าค่ายโจรมีคนเฝ้าระวังหลายสิบคน จางฉิงไม่กล้าเข้าใกล้จนเกินไป แต่จากการประเมินด้วยสายตา สมควรมีผู้คนในค่ายร้อยกว่าคน ทั้งยังมีม้าศึกอยู่หลายสิบตัว
“นายน้อย หากโจรร้ายเป็ฝ่ายบุกเข้ามาก่อน พวกเราตอนนี้ต้องเร่งมือให้กำแพงแล้วเสร็จโดยเร็ว” หวงเหวินกล่าวหลังจากจางฉิงบอกเล่าเื่ราว
เจียงผิงผู้เป็หัวหน้าคนช่างไม้หลุบตาครุ่นคิด พอได้ยินที่หวงเหวินกล่าวจึงเปิดปากด้วยความระวัง
“หัวหน้าหวงกล่าวไม่ผิด การก่อสร้างกำแพงตอนนี้มีคนจากในไร่มาช่วยแล้วก็จริงอยู่ แต่กว่าจะแล้วเสร็จอย่างน้อยยังต้องใช้เวลาอีกครึ่งเดือน ต่อให้ก่อสร้างจนเสร็จแล้ว กำแพงที่ทำจากดินหากจะให้แข็งแกร่งพอยังต้องรอให้ดินแห้งอีกหลายสิบวัน”
หวงเหวินพยักหน้าให้กับเจียงผิง เซี่ยเจียเหยียนที่ตอนนี้รับหน้าที่ดูแลบัญชีภายในเหมืองเกลือกล่าว
“หัวหน้าเจียง ถ้าเช่นนั้นคงต้องรีบเร่งสร้างหอระวังภัยอีกหกแห่งที่เหลือให้เสร็จโดยเร็ว อย่างน้อยช่วยเพิ่มแนวป้องกันได้ก่อนที่กำแพงจะเสร็จสมบูรณ์”
หอระวังภัยสร้างเสร็จไปแล้วสองแห่งอยู่ด้านหน้าเหมืองเกลือ ยังมีอีกหกแห่งอยู่อีกสามด้านของเหมืองเกลือที่ตอนนี้เพิ่งจะขึ้นเป็รูปร่างหอสูงแต่ยังไม่แล้วเสร็จ
ซุนิฉวนเคาะโต๊ะเบา ๆ เป็จังหวะ สีหน้าครุ่นคิด ไม่นานก็เงยหน้ามองผู้คนที่รายล้อมอยู่ในห้องหนังสือ กล่าวถาม
“โจรพวกนี้ไม่ช้าก็เร็วคงต้องบุกมาที่เหมืองเกลืออย่างแน่นอน หากต้องรอโดยไม่รู้ว่าพวกมันจะบุกมาเมื่อไร มิสู้กำหนดวันให้พวกโจรบุกเข้ามา พวกท่านเห็นเป็เช่นไร”