ภายในลานวงกลมเร้นลับใจกลางป่าเงียบสนิท (寂静森林 - Jìjìng Sēnlín) หลังจากที่เจี้ยนหลิน (剑林 - Jiàn Lín) ได้ทะลวงระดับพลังขึ้นสู่ขั้นรวบรวมปราณระดับห้า (凝气境五层 - Níng Qì Jìng Wǔ Céng) อย่างปาฏิหาริย์ ความรู้สึก "อิ่มเอม" ไปด้วยพลังปราณ (灵气 - Língqì) ที่ไม่เคยััมาก่อนยังคงท่วมท้นอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เขาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ แววตาที่เคยสั่นไหวด้วยความอ่อนล้า บัดนี้กลับทอประกายแห่งความมั่นใจและความตื่นรู้ระคนกัน
'พลังระดับนี้...มันช่างแตกต่าง!' เจี้ยนหลินกำหมัดแน่น ััได้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างชัดเจน การควบคุมพลังปราณภายในร่างกายก็ดูจะ "คล่องแคล่ว" และ "เป็ธรรมชาติ" มากขึ้น ราวกับว่าเส้นชีพจรที่เคยกว้างใหญ่และดูดกลืนพลังงานของเขาไปอย่างไม่รู้จักพอนั้น บัดนี้ได้เริ่ม "คุ้นชิน" กับการไหลเวียนของพลังงานในระดับที่สูงขึ้นแล้ว
เขามองไปยัง "ขาวน้อย" (小白 - Xiǎo Bái) ที่บัดนี้กำลังนอนขดตัวอย่างสงบอยู่บนตักของเขาหลังจากที่มัน "ลิ้มรส" บุปผาสีรุ้งดอกแรกบนต้นไม้ประหลาดใจกลางลานไปแล้ว ร่างเล็กๆ ของมันยังคงมีแสงสีขาวนวลเรืองรองออกมาจางๆ และดูเหมือนจะ "เติบโต" ขึ้นเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด เขาเอื้อมมือไปลูบหัวเล็กๆ ที่มีเขาสั้นๆ หนึ่งคู่นั้นอย่างแ่เบา "เ้าตัวเล็ก...วาสนา (机缘 - Jīyuán) ครั้งนี้ของข้า คงต้องขอบคุณเ้าสินะ" แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา และการปรากฏตัวของ "ขาวน้อย" กับต้นไม้ดอกไม้ประหลาดนี้ ล้วนเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง
เจี้ยนหลินรู้ดีว่าหลังจากพลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการ "ปรับรากฐานให้มั่นคง" (稳固境界 - Wěngù Jìngjiè) เขามิได้รีบร้อนที่จะทดลองทำสิ่งใดที่เกินกำลัง แต่กลับเลือกที่จะนั่งขัดสมาธิอีกครั้ง ค่อยๆ โคจรพลังปราณที่เพิ่งจะยกระดับขึ้นมาใหม่นี้ไปตามเส้นชีพจรอย่างช้าๆ และสม่ำเสมอ เขา้าจะทำความคุ้นเคยกับ "ความรู้สึก" ของพลังในระดับนี้ ััถึงการไหลเวียนที่ทรงพลังขึ้น และเรียนรู้ที่จะควบคุมมันให้ได้อย่างละเอียดอ่อนที่สุด ทุกครั้งที่พลังปราณไหลผ่านตันเถียน (丹田 - Dāntián) เขารู้สึกได้ถึงความ "มั่นคง" และ "หนักแน่น" ที่เพิ่มมากขึ้น ราวกับรากไม้ที่กำลังหยั่งลึกลงไปในผืนดิน
เมื่อรู้สึกว่ารากฐานพลังเริ่มจะมีความเสถียรภาพมากขึ้นแล้ว เจี้ยนหลินจึงเริ่มหันความสนใจไปยัง "การทดลอง" ที่เขาเคยคิดไว้ ด้วยพลังปราณที่เพิ่มมากขึ้นในตอนนี้ เขาน่าจะสามารถทำในสิ่งที่เคยเป็เพียงจินตนาการได้แล้ว
เขาลอง "ก่อรูป" "กระบี่ไม้" (木剑 - Mù Jiàn) ขึ้นมาอีกครั้ง เพียงแค่ความคิดของเขาเคลื่อนไหว พลังธาตุพฤกษา (草木之力 - Cǎomù zhī Lì) ในบรรยากาศรอบกายก็พลันตอบสนองอย่างรวดเร็ว! การดึงพลังงานและการควบแน่นมันให้กลายเป็สสารนั้น "ง่ายดาย" และ "ฉับไว" กว่าเดิมหลายเท่า! ก่อนหน้านี้เขาต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมากในการก่อรูปกระบี่ไม้แต่ละเล่ม แต่บัดนี้ เพียงไม่กี่ลมหายใจ "กระบี่ไม้" ที่มีผิวเรียบเนียน เนื้อไม้ดูอัดแน่น และมีประกายสีเขียวจางๆ ที่เข้มกว่าเดิมก็ปรากฏขึ้นในฝ่ามือของเขา มันให้ความรู้สึก "แข็งแกร่ง" และ "สมดุล" กว่าทุกเล่มที่เขาเคยสร้างมาอย่างเห็นได้ชัด!
'รวดเร็วขึ้นมาก! พลังปราณที่เพิ่มขึ้นมิได้สูญเปล่าจริงๆ!' เจี้ยนหลินคิดอย่างตื่นเต้น 'ด้วยพลังระดับนี้...การสร้างกระบี่ไม้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะน่าจะทำได้ดียิ่งขึ้น และประหยัดเวลาไปได้มากโข' เขาครุ่นคิดพลางนึกถึงข้อมูลในตำรา "สรรพคุณเร้นลับแห่งพฤกษาา" (太古草木秘谱 - Tàigǔ Cǎomù Mì Pǔ) เขาลองหลับตาลง จินตนาการถึงความ "เหนียวแน่นทนทาน" ของเถาวัลย์เหล็กดำ (黑铁藤 - Hēitiě Téng) และความ "แหลมคม" ของหนามพฤกษาเขี้ยวอสูร (妖牙棘 - Yāoyá Jí) ไปพร้อมๆ กัน แล้วค่อยๆ "ผสาน" ความเข้าใจนั้นลงไปในกระบี่ไม้ที่กำลังก่อรูปขึ้นอย่างช้าๆ
มันยังคงเป็กระบวนการที่ต้องใช้สมาธิสูง แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าตนเองสามารถ "ควบคุม" พลังธาตุพฤกษาได้ละเอียดอ่อนกว่าเดิมมาก กระบี่ไม้เล่มใหม่ที่ได้นั้น แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะยังคงความเรียบง่าย แต่เมื่อลองออกแรงบิดงอ มันกลับคืนรูปได้อย่างรวดเร็วโดยไม่เสียรูปทรง และเมื่อลองใช้ปลายกระบี่กรีดลงบนเปลือกไม้แห้ง มันก็สามารถทิ้งรอยลึกได้ราวกับมีดที่คมกริบ! 'ยอดเยี่ยม!'
จากนั้น เขาลองนึกถึงคุณสมบัติของ "ไผ่สายลม" (风吟竹 - Fēng Yín Zhú) ที่เน้นความ "เบา" และ "ความเร็ว" และ "บุปผาหมอกพิษ" (毒雾花 - Dú Wù Huā) ที่มีคุณสมบัติในการปล่อยไอพิษที่ "กัดกร่อน" เขาพยายามจะผสานคุณสมบัติทั้งสองนี้เข้าด้วยกัน ด้วยความคิดที่ว่าหากกระบี่ไม้ของเขาสามารถทั้งรวดเร็วและปลดปล่อยไอพิษได้ในเวลาเดียวกัน มันย่อมต้องเป็อาวุธที่ร้ายกาจอย่างยิ่ง
ทว่า...ทันทีที่เขาพยายามจะ "หลอมรวม" แก่นแท้ของพืชทั้งสองชนิดที่มีคุณสมบัติต่างกันสุดขั้วนี้เข้าด้วยกันในกระบวนการก่อรูป "กระบี่ไม้" พลังธาตุพฤกษาที่เคยไหลเวียนอย่างราบรื่นก็พลันเกิดอาการ "ปั่นป่วน" ขึ้นมาอย่างรุนแรง! กระบี่ไม้ที่กำลังจะก่อตัวขึ้นนั้นสั่นะเือย่างหนักหน่วง ก่อนจะ "ะเิ" ออกเป็เศษไม้พลังงานเล็กๆ สลายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว! พร้อมกันนั้น เจี้ยนหลินก็รู้สึกถึงพลังที่ตีกลับเข้ามาในเส้นชีพจรจนเขามีอาการเจ็บแปลบเล็กน้อยและใบหน้าซีดเผือดลง
'บัดซบ! เกิดอันใดขึ้น!?' เจี้ยนหลินอุทานในใจ พลางตรวจสอบร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็ว โชคดีที่พลังที่ตีกลับมานั้นมิได้รุนแรงมากนัก เขาเพียงแค่รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ 'หรือว่า...คุณสมบัติของพืชบางชนิดมัน "ชนกัน" จนมิอาจผสานรวมกันได้?' เขาครุ่นคิดอย่างหนัก 'ความเบาของไผ่สายลมอาจจะขัดแย้งกับความหนักและไอพิษที่กัดกร่อนของบุปผาหมอกพิษกระมัง...' นี่คือบทเรียนสำคัญที่ตำรามิได้บอกไว้โดยตรง แต่เขาได้เรียนรู้มันจากการทดลองด้วยตนเอง ไม่ใช่ทุกสิ่งที่จะสามารถนำมารวมกันได้อย่างง่ายดาย การจะสร้างสรรค์สิ่งที่ซับซ้อนและทรงพลังอย่างแท้จริงนั้น จำเป็ต้องมีความเข้าใจใน "ความสมดุล" และ "ความเข้ากันได้" ของแต่ละองค์ประกอบอย่างลึกซึ้งเสียก่อน
'น่าสนใจ...' แม้จะล้มเหลวและได้รับาเ็เล็กน้อย แต่ในแววตาของเจี้ยนหลินกลับทอประกายแห่งความท้าทาย 'นี่แสดงว่าการผสานพลังพฤกษานั้นมี "กฎเกณฑ์" ที่ลึกซึ้งกว่าที่ข้าคิดไว้ หากข้าสามารถทำความเข้าใจกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้...นั่นย่อมหมายถึงทักษะขั้นสูงที่รอให้ข้าไปค้นพบ!'
ความคิดนั้นทำให้เขากระตือรือร้นที่จะฝึกฝนเพลงกระบี่ที่จดจำมาทันที เขาเริ่มร่ายรำเพลงกระบี่ "เมฆาไหล" ด้วยกระบี่ไม้เล่มที่สร้างจากคุณสมบัติของเถาวัลย์เหล็กดำและหนามพฤกษาเขี้ยวอสูร ท่วงท่าที่เคยดูเงอะงะ บัดนี้กลับมีความคล่องแคล่วและมั่นคงมากขึ้น พลังปราณที่ส่งผ่านไปยังปลายกระบี่ก็ดูจะ "ต่อเนื่อง" และ "มีพลัง" กว่าเดิม เขาสามารถััได้ถึง "กระแส" ของเพลงกระบี่ที่ศิษย์พี่หญิงเยว่ชิงหลิง (月清灵 - Yuè Qīnglíng) เคยแสดงออกมาได้รางๆ แม้จะยังห่างไกลจากความสง่างามและความเฉียบขาดของนางนัก แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าตนเองกำลัง "เข้าใกล้" แก่นแท้ของมันมากขึ้นทีละน้อย
นอกจากการฝึกกระบี่แล้ว เจี้ยนหลินยังลองใช้พลังธาตุพฤกษาที่เข้มข้นขึ้นของตนเองในการ "สื่อสาร" หรือ "ัั" กับพืชพรรณรอบๆ ลานวงกลมแห่งนี้ เขาลองเพ่งสมาธิไปยัง "หญ้าใบเงินประกาย" ที่ขึ้นอยู่เต็มพื้น ค่อยๆ ปล่อยกระแสพลังของตนเองแผ่ซ่านออกไปอย่างอ่อนโยน ในตอนแรกมิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่เมื่อเขาพยายามต่อไปอีกครู่หนึ่ง เขาก็พลันรู้สึกถึง "การตอบสนอง" อันแ่เบา! ราวกับว่าหญ้าเ่าั้กำลัง "สั่นไหว" เบาๆ เพื่อตอบรับััจากพลังของเขา มันเป็ความรู้สึกที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก! 'หรือว่า...ข้าจะสามารถ "ควบคุม" พวกมันได้ในอนาคต?' ความคิดนั้นจุดประกายความเป็ไปได้ใหม่ๆ ขึ้นในใจของเขา
ขณะที่กำลังจดจ่ออยู่กับการทดลองต่างๆ นั้นเอง เขาก็นึกถึง "เมล็ดสีทอง" (金色的种子 - Jīnsè de Zhǒngzǐ) ขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยที่ "ขาวน้อย" คายออกมาให้เขาก่อนหน้านี้ เขาหยิบมันออกมาจากย่ามผ้าอย่างระมัดระวัง เมล็ดนั้นยังคงเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ และแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์และเก่าแก่อย่างยิ่งยวด ััได้ถึงพลังงานอันอบอุ่นที่แผ่ออกมาจากมัน
'สิ่งนี้...มันคืออะไรกันแน่? และข้าควรจะทำอย่างไรกับมันดี?' เจี้ยนหลินครุ่นคิดอย่างหนัก เขาพยายามจะใช้ "จิต" ัักับมันเหมือนที่เคยทำกับตำราโบราณ แต่กลับไม่รู้สึกถึง "ภาพ" หรือ "ความเข้าใจ" ใดๆ ปรากฏขึ้น มีเพียงความรู้สึกถึงพลังงานอันมหาศาลที่ถูกกักเก็บไว้ภายในเท่านั้น 'บางที...มันอาจจะต้องใช้วิธีอื่นในการ "ปลุก" พลังที่ซ่อนอยู่ หรืออาจจะต้องรอเวลาที่เหมาะสมกระมัง' เขาตัดสินใจเก็บมันกลับเข้าไปในย่ามอย่างดีอีกครั้ง ตั้งใจว่าจะต้องหาทางไขปริศนาของมันให้ได้ในภายภาคหน้า
"ขาวน้อย" ที่บัดนี้นอนหลับปุ๋ยอยู่ข้างๆ เขา ดูเหมือนจะเติบโตขึ้นอีกเล็กน้อย ขนสีขาวนวลของมันยิ่งดูนุ่มฟูและเปล่งประกายมากขึ้น เขาเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ อีกครั้ง เ้าตัวเล็กนี่ช่างเต็มไปด้วยปริศนาเสียจริง...แต่เขาก็รู้สึกได้ว่ามันมิได้มีเจตนาร้ายใดๆ ต่อเขาเลยแม้แต่น้อย
เจี้ยนหลินมองไปรอบๆ ลานวงกลมเร้นลับแห่งนี้อีกครั้ง แสงเรืองรองจากบุปผา์ยังคงสาดส่องอย่างอ่อนโยน สถานที่นี้ราวกับเป็โลกอีกใบที่ตัดขาดจากความโหดร้ายและความวุ่นวายภายนอก มันมอบ "โอกาส" และ "ความหวัง" ให้กับเขาอย่างที่ไม่เคยคาดฝัน เขาตัดสินใจแล้วว่า จะใช้สถานที่แห่งนี้ในการฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะต้องกลับออกไปเผชิญหน้ากับ "โลกแห่งความเป็จริง" อีกครั้ง
'ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้น...แข็งแกร่งพอที่จะไม่ต้องหนีอีกต่อไป แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องสิ่งที่สำคัญ และแข็งแกร่งพอที่จะทำให้ผู้ที่เคยดูแคลนข้าต้อง...ประหลาดใจ!' ปณิธานนั้นถูกสลักลึกลงไปในจิตใจของเด็กหนุ่มอีกครั้ง แววตาของเขาทอประกายกล้าแกร่งและเด็ดเดี่ยว พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกบททดสอบที่รออยู่เบื้องหน้า
(จบตอน 27)