เมื่อหลิ่วฮูหยินขออำลากลับไปแล้วลั่วอันฉีก็ถูกเชิญไปที่เรือนใหญ่ของฮูหยินผู้เฒ่าสกุลลั่ว ก่อนหน้านี้นางในฐานะหลานสาวคนแรกของสกุลย่อมจะได้รับความโปรดปรานมากเป็พิเศษจากฮูหยินผู้เฒ่า แต่หลังจากที่เกิดเื่โจรป่าในครั้งนี้ลั่วอันฉีย่อมไม่อาจจะคาดเดาได้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะมีปฏิกิริยาเช่นใดกับนาง แม้ว่าหลิ่วฮูหยินจะออกหน้าช่วยยืนยันความบริสุทธิ์ให้นาง แต่คนในครอบครัวสกุลลั่วต่างก็รู้กันดีว่าเื่ที่โจรร้ายติดตามทำร้ายนางนั้นคือเื่จริงที่นางไม่อาจจะปฏิเสธได้และนางก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธด้วย
“หลานอกตัญญูมาคารวะท่านย่าเ้าค่ะ” ลั่วอันฉีเอ่ยหลังจากที่เข้าไปในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว หญิงชราที่นั่งเด่นเป็สง่าอยู่กลางโถงใหญ่ของเรือนคือจุดศูนย์กลางของทุกคนที่นั่งอยู่ในเรือนใหญ่แห่งนี้ ยามนี้สายตาของนางกำลังจับจ้องลั่วอันฉีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยการพินิจพิจารณา
“เ้ากลับมาก็ดีแล้ว ที่ผ่านมาคงจะได้รับความตื่นใเป็อย่างมากกระมัง” เมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้ลั่วอันฉีก็หลุบดวงตาอันกลมโตลงแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันสั่นเทาเมื่อคิดถึงชีวิตน้อยๆ ของลั่วอันฉีตัวจริงและคนของนางที่ล้วนถูกฆ่าตายไปหมดแล้ว
“จนยามนี้ก็ยังคงตื่นตระหนกอยู่เ้าค่ะ แต่ที่ยังรู้สึกมากที่สุดในยามนี้ก็คือความเสียใจและเสียดายหลายชีวิตที่สูญเสียไปในเหตุการณ์ครั้งนี้มากกว่า” คำพูดของลั่วอันฉีทำให้ฮูหยินผู้เฒ่านิ่งงันไป หากเป็ลั่วอันฉีก่อนเกิดเื่คำพูดแต่สักประโยคที่จะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่พอใจนางไม่เคยคิดจะเอ่ย คำพูดที่นางเอ่ยมักจะเป็คำพูดที่กลั่นกรองมาเป็อย่างดีแล้วว่าน่าจะทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพึงพอใจ นี่นับเป็ครั้งแรกที่นางเอ่ยคำพูดอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า
“เ้ากลับมาได้ก็นับว่าแล้ว กลับเรือนไปพักผ่อนเถิดส่วนเื่โจรร้ายเ่าั้และคนวางแผนลงมือข้าย่อมไม่ปล่อยเอาไว้แน่” คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ลั่วอันฉีส่ายหน้า
“เื่นี้ข้ารู้ว่าหากสอบสวนกันต่อไปอาจจะทำให้ชื่อเสียงของข้าและสกุลต้องย่อยยับ แต่หากท่านย่าไม่สอบสวนต่อวันหน้าหลักเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกจะทำอย่างไรเล่าเ้าคะ น่าแปลกที่โจรร้ายเ่าั้ไม่แตะต้องคนของน้องรองและตัวน้องรองเลย แต่ถึงอย่างไรน้องรองก็ไม่นับว่ารอดพ้นจากการเผชิญหน้ากับโจรร้ายและเป็ผู้ต้องสงสัยว่าลวงข้าไปกำจัดทิ้งอยู่ดี เหตุการณ์คราวนี้ทั้งข้าและน้องรองก็ต่างเสื่อมเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง หากข้าเดาไม่ผิดยามนี้นางก็คงจะถูกลงโทษอยู่ ท่านย่าปล่อยนางเถิดเ้าค่ะ” คำพูดของลั่วอันฉีทำให้ฮูหยินผู้เฒ่านิ่งงันไป ส่วนลั่วอันฉีนั้นนางมั่นใจว่ายามนี้น่าจะมีคนของซุนกุ้ยอิงอยู่บนเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า นางจึงไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาอีก
อันที่จริงนางไม่ได้คิดหวังดีต่อลั่วอันฝูหรอกเด็กสาวคนนั้นแม้ว่าจะไม่น่าจะเป็คนวางแผนแต่นางก็เป็คนที่พยายามจะพาลั่วอันฉีไปไหว้พระให้ได้จริงๆ แถมในตอนที่ลั่วอันฉีถูกไล่ล่านางไม่ยอมแบ่งคนของนางมาช่วยเหลือลั่วอันฉีเลยสักคน แต่การที่นางเอ่ยว่าให้ปล่อยตัวลั่วอันฝูก็เพราะนางอยากทำลายความตั้งใจของคนวางแผนต่างหาก อีกทั้งเด็กสาวหัวอ่อนโง่เขลาที่ชักจูงได้ง่ายแบบลั่วอันฝูก็นับว่าเป็เครื่องมือที่ดีที่จะหลอกใช้ทำลายคนเ่าั้ได้
“ในเมื่อเ้าเอ่ยมาจนถึงขั้นนี้แล้วมีเช่นนั้นข้าก็จะได้ปล่อยตัวนาง แต่ฉีเอ๋อเ้าจงจำเอาไว้ว่าแม้ว่าย่ารักและเอ็นดูเ้ามากที่สุด แต่ถ้าหากเ้าทำเื่ใดที่ส่งผลกระทบต่อเสียงของจวน ย่าก็ไม่อาจจะปกป้องเ้าได้” คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ลั่วอันฉียิ้มออกมา
“ท่านย่าได้โปรดวางใจ หลานย่อมรู้ซึ้งถึงเื่นี้ดี เดิมทีหลานคิดว่าถ้าหากไม่สามารถเอาตัวรอดจากพวกโจรป่าเ่าั้ได้ หลานจะขอยอมตายดีที่กว่าที่จะให้พวกมันิ่เกียรติของหลานิ่เกียรติของจวนสกุลลั่ว โชคดีที่หลานได้พบกับหลิ่วฮูหยินเสียก่อนและได้รับการช่วยเหลือจากนางชีวิตของหลานจึงได้รอดพ้นจากความตาย และได้มีโอกาสกลับมาที่จวนเพื่อแสดงความกตัญญูต่อท่านย่าได้อีกครั้ง” คำพูดของลั่วอันฉีทำให้ดวงตาของฮูหยินผู้เฒ่าพลันอ่อนแสงลงน้ำเสียงของนางก็พลันอ่อนโยนเพิ่มมากขึ้น
“เ้ากลับไปพักผ่อนที่เรือนก่อนเถิด ในเมื่อเ้ากลับมาแล้วเช่นนี้วันหน้าข้าผู้เป็ย่าของเ้าก็จะปกป้องเ้าให้ดีให้สมกับที่เ้าคือหลานสาวคนโตที่ข้ารักมากที่สุด ข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าการเป็หลานรักของข้าไม่ใช่แค่ดึงดูดความริษยาและเคราะห์ร้ายมาสู่เ้าเพียงเท่านั้น แต่เื่ดีล้วนมีมากมายเช่นเดียวกัน” คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้ดวงตาของลั่วอันฉีเปล่งประกายมากยิ่งขึ้นอย่างพึงพอใจ
“เื่นี้หลานย่อมรู้ดีเ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นคนเ่าั้จะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อกำจัดหลานเช่นนี้ได้อย่างไร” คำพูดของลั่วอันฉีทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพลันยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ แล้วจึงได้เอ่ยปากให้ลั่วอันฉีรีบกลับเรือนของตนเพื่อไปพักผ่อน
“นางกลับมารอบนี้ดูเหมือนว่าจะเฉลียวฉลาดเพิ่มมากขึ้นทีเดียว” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยขึ้นเมื่อได้อยู่กันตามลำพังกับหลีมามา ซึ่งเป็มามาคนสนิทที่นางไว้ใจมากที่สุด
“ผ่านพ้นความเป็ความตายมาจนถึงขั้นนี้ หากอยากมีชีวิตอยู่รอดก็ต้องพยายามจะเปลี่ยนแปลงตนเองให้มากเ้าค่ะ หากยังคงเป็เด็กสาวที่อ่อนต่อโลกอยู่ก็ย่อมจะถูกพวกแร้งกาภายในจวนและคงถูกคลื่นลมแห่งการแก่งแย่งชิงดีฉีกทึ้งจนร่างกายแหลกเหลวไปทั้งตัวแล้ว” คำพูดหลีมามาทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าพลันยิ้มออกมา
“คนของเรือนตะวันออกคงจะรีบไปรายงานให้เ้านายของนางทราบแล้วกระมังว่าวันนี้ข้าและฉีเอ๋อพูดคุยสิ่งใดกันไปบ้าง”
“ทันทีที่คุณหนูใหญ่ลงจากเรือน นางก็รีบไปยังเรือนตะวันออกในทันทีเ้าค่ะ”
“ซุนกุ้ยอิงผู้นี้นางชอบคิดว่าตนเองเฉลียวฉลาดทำสิ่งใดก็ไม่มีผู้ใดรู้เห็น แต่จากคำพูดของฉีเอ๋อเมื่อครู่นี้ก็ชี้ให้ข้าเห็นแล้วว่านางสงสัยผู้ใด ดูไปแล้วหลานสาวคนโตของข้าคงไม่ได้ไร่เดียงสาไม่รู้เท่าทันซุนกุ้ยอิงอย่างที่ข้าคิด” คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้หลีมามาพลันขมวดคิ้ว
“วันหน้าไม่รู้ว่าจะเกิดคลื่นลมอันใดในจวนอีกบ้างนะเ้าคะ” คำพูดของหลีมามาทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นยิ้มออกมา
“ไม่ว่าอย่างไรจวนแห่งนี้ก็มีคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะะเิออกมาอยู่แล้ว ข้าก็แค่จะรอดูว่าคนเช่นนางจะสามารถก่อคลื่นลมได้มากเพียงเท่านั้น ขอแค่เพียงไม่กระทบต่อชื่อเสียงของสกุลลั่วนางจะทำสิ่งใดก็ตามใจนางแต่หากวันใดนางกระทำเกินกว่าขอบเขตที่ข้าเคยขีดเส้นเอาไว้ข้าย่อมไม่ปล่อยนางแน่” คำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าทำให้หลีมามายิ่งรู้สึกกังวลมากยิ่งขึ้น
“แล้วเื่การคัดเลือกพระชายาของตำหนักบูรพาเล่าเ้าคะ”
“พระชายาเอกของตำหนักบูรพาจะเป็ผู้อื่นไม่ได้นอกจากหลานสาวจากสกุลลั่วของข้าเท่านั้น เพียงแต่จะเป็หลานสาวคนใดก็ล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกนางแล้ว” พอฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยเช่นนี้หลีมามาก็พลันยิ้มออกมา
“ดูไปแล้วสำหรับท่าน คุณหนูใหญ่ก็ยังคงเหมาะสมมากที่สุดสินะเ้าคะ”
“นั่นก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถของนางแล้ว เดิมทีข้าวางเดิมพันเอาไว้ที่ตัวนางมากกว่าผู้อื่น แต่พอเกิดเื่กับนาง ข้าก็ถอดใจไปแล้ว แต่ยามนี้ในเมื่อข้าเอ่ยปากแล้วว่าจะสร้างเื่ดีๆ ให้นางตอบแทนที่นางต้องประสบเคราะห์เพราะการแสดงออกมากเกินไปของข้า ข้าก็ย่อมที่จะสนับสนุนนางมากกว่าผู้อื่นอีกสักหน่อย อีกทั้งจะได้รู้ด้วยว่านางมีความสามารถคุ้มค่ากับที่ข้าคิดจะออกหน้าสนับสนุนนางหรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางยิ้มออกมา
บุตรชายของนางมั้งสามคนที่ดูจะใช้ได้มากที่สุดก็คือบุตรชายคนรองน่าเสียดายที่เขานั้นเถรตรงมากจนเกินไป ส่วนบุตรชายคนโตก็โง่เขลามากเกินไป บุตรชายคนที่สามก็ลุ่มหลงภรรยามากจนเกินไป ส่วนหลานชายล้วนใช้การไม่ได้เลยสักคน นางจึงพุ่งเป้ามาที่หลานสาวหวังว่าพวกนางจะช่วยค้ำจุนคนในสกุลในยามที่สิ้นนางและสามีได้
แต่ยามนี้หลานสาวทั้งสามคนก็ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือตำแหน่งพระชายาของตำหนักบูรพา นางจึงตั้งใจเอาไว้ว่าจะต้องเลือกคนที่มีความสามารถมากที่สุดนั่งไปในตำแหน่งพระชายาเอก เพราะถ้าหากแค่เพียงพี่น้องของตนยังเอาชนะไม่ได้แล้วในวันหน้าเมื่อต้องแย่งชิงกับคนงามหลายพันนางจะสามารถต่อสู้แย่งชิงเพื่อเอาชนะผู้อื่นได้อย่างไร