“ฮูหยินของพวกเ้าร่างกายอ่อนแอ ข้าตรวจดูแล้วอาการปวดหัวของนางน่าจะมาจากสาเหตุนี้ เนื่องด้วยหลังคลอดนางไม่ได้อยู่ไฟให้ครบเดือนเป็แน่เพราะเหตุนี้นางถึงเจ็บป่วยได้ง่าย พวกเ้าต้องให้ระวังไม่ให้นางต้องลมหนาวอีกด้วย เพราะนางจะหนาวง่ายกว่าพวกเ้านัก เรียกได้ว่าหนาวไปถึงกระดูกเลยดีกว่า ่นี้ลมหนาวเริ่มมาแล้ว พวกเ้าต้องระวังให้มาก ” ท่านหมอไป๋ หมอประจำหมู่บ้านเอ่ยขึ้นหลังจากตรวจดูอาการของหลี่อวิ๋นเจียวเรียบร้อยแล้ว
ปี้ถิงและปี้ถังรีบถามถึงข้อห้ามต่างๆ รวมถึงพวกของบำรุงทันที ทั้งสองคนช่วยกันจำเนื่องจากไม่รู้หนังสือ
ขณะที่กู้เสียวเสี่ยวเอาแต่นั่งเล่นตุ๊กตาผ้าเนื่องจากนางยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจสถานการณ์ในตอนนี้ เด็กน้อยผู้น่าสงสารไม่รู้เลยว่าหลี่อวิ๋นเจียวคนเก่าได้จากไปแล้ว ในยามนี้มีแต่หลี่อวิ๋นเจียวจากอีกโลกสวมร่างเข้ามาแทน
เมื่อหลี่อวิ๋นเจียวลืมตาขึ้นมาท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว นางยังคงนอนเหม่อไปพักใหญ่ มันยากเหลือเกินที่จะทำใจให้ยอมรับได้เพราะเหตุใดนางถึงมาอยู่ที่นี่
‘ยังคงเป็ที่เดิม’ หลี่อวิ๋นเจียวน้ำตาไหลออกมาทันที
‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่’ หลี่อวิ๋นเจียวนั่งประมวลผลแล้วพบว่า ลูกสาวตัวน้อยของนางมีชื่อว่า กู้เสียวเสี่ยว และตอนนี้นางออกมาอยู่นอกจวนตามลำพัง นั้นหมายความว่า ตอนนี้นางทะลุมิติเข้ามาในละครหรือ
ใช่แล้วหลังจากที่นางได้รับความทรงจำทั้งหมดก็ทำให้นางได้รับรู้อย่างเต็มอกว่า นี่คือเื่ราวที่เกิดขึ้นของแม่ของนางเอกและนางเอกในละครผู้นั้นมีนามว่า ‘กู้เสียวเสี่ยว’ ตรงกับเด็กสาวขาวอวบผู้นี้ยิ่งนัก
เื่ราวในละครเป็เื่ของกู้เสียวเสี่ยวที่สูญเสียมารดาไปอย่างมีเงื่อนงำในยามที่นางอายุ 14 ปี บิดาซึ่งเป็ท่านแม่ทัพใหญ่ไม่เลี่ยวแล มารดาต้องมาสิ้นชีวิตอย่างไม่เป็ธรรม แต่เด็กสาวกลับโชคดีได้พบบุรุษรูปงามที่เข้ามาช่วยและทำให้หัวใจของนางต้องเต้นแรง เพียงแต่บุรุษพวกนั้นมีถึง 3 คน และทุกคนต่างทำร้ายหัวใจเด็กสาว โดยเฉพาะคนสุดท้ายที่หลังจากทำนางตั้งครรภ์ก็ชิ่งหนีหายไปแต่งงานกับสตรีอื่น จนกู้เสียวเสี่ยวในละครผูกคอตายทั้งที่กำลังท้องโต
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในละครที่นางดูไม่นานมานี้และข้อมูลที่สำคัญที่นางจดจำได้ดีแม้ไม่มีฉากนี้ในเื่ก็คือในนางเอกของเื่นั้นไปอยู่ที่บ้านนอกั้แ่เกิดจนอายุ 14 ปี หลังมารดาตายจึงได้ย้ายกลับจวนตระกูลกู้และนั่นจึงทำให้หลี่อวิ๋นเจียวตระหนักได้ว่านางทะลุมิติเข้ามาอยู่ในละครแล้วจริงๆ เพียงแต่เป็เื่ราวก่อนที่ละครจะเริ่ม ในตอนนี้เด็กน้อยกู้เสียวเสี่ยวมีอายุได้ขวบกว่า ดังนั้นหลี่อวิ๋นเจียวจะมีเวลาอีกราวๆ 12 ปีที่จะแก้ไขทุกอย่างให้เสร็จสิ้นก่อนที่นางจะต้องตายตามในละคร เพียงแต่ก่อนที่จู่ๆ นางก็ทะลุมิติเข้ามาในนี้นั้นไม่ใช่นางจะยอมรับได้โดยง่าย ชีวิตที่ไร้อินเทอร์เน็ต อีกทั้งยังมีขนบธรรมเนียมมากมายที่หลี่อวิ๋นเจียวมองว่าล้าหลังและยากในการดำรงชีวิต
บุรุษแต่งอนุภรรยาได้หลายคน สำหรับหลี่อวิ๋นเจียวนั้นไม่ได้มองแบบเดียวกับผู้คนในยุคนี้ที่มองว่าเป็การเพิ่มทายาทสืบสกุลให้ตระกูลแต่นางมองว่าเป็แค่ข้ออ้างของพวกบุรุษที่้ามีเมียเพิ่มโดยที่ภรรยาหลวงว่ากล่าวไม่ได้มากกว่า และหากภรรยาหลวงไม่ยอมรับกลับต้องถูกตราหน้าว่าเป็สตรีจิตใจคับแคบ
มันไม่ยุติธรรมเลยแม้แต่น้อย
หลี่อวิ๋นเจียวรู้สึกะเืใจเป็อย่างมาก นางไม่สามารถที่จะยอมรับได้ในทันที อีกทั้งตอนนี้ร่างนี้ดันแต่งงานมีลูกแล้วเสียด้วยสิ หากนางทะลุมิติไปเป็ทารกแรกเกิดหรือเด็กน้อยวัย 5 ขวบ คงจะดีกว่านี้ อย่างน้อยนางก็ไม่ต้องถูกผูกมัดกับใครก็ไม่รู้ อีกอย่างสามีของเ้าของร่างนี้ไม่มีทางที่จะเป็คนดีแน่ ทั้งจากในความทรงจำและจากเนื้อเื่ในละคร สามีของเ้าของร่างนี้มีแต่คำว่า ชั่ว แปะเต็มตัวไปหมด
หลี่อวิ๋นเจียวที่เพิ่งฟื้นจากอาการเจ็บป่วยดูซีดเซียวอยู่แล้ว เมื่อนางยิ่งคิดมาก ใบหน้าของนางจึงยิ่งดูซีดเซียวและผอมแห้งยิ่งกว่าเดิม กว่านางจะแสดงความสามารถจนได้ทำงานในโรงแรมชื่อดัง อดทนกับป้าในครัวที่พร้อมจิกหัวใช้และลับหลังยังให้ร้ายนางกับหัวหน้า นางอุตส่าห์อดทนทำโอทีทั้งวันทั้งคืน จนมีเงินก้อนหนึ่งหวังจะเปิดร้านอาหารตามที่ใจฝัน แต่มันต้องจบลงเมื่อนางทะลุมิติมาที่นี่
หลี่อวิ๋นเจียวคอตก แต่อย่างไรก็ตามไม่นานนางก็คิดได้ อย่างน้อยนางก็มีความรู้มากกว่าคนอื่น นางสามารถนำความรู้ที่มีมาปรับใช้และหาเงินได้แล้วนำมาลงทุนเปิดร้านอาหารก็ได้นี่
“เยส… คนอย่างฉันทำได้อยู่แล้ว ฉันจะต้องกลายเป็เชฟกอร์ดอน แรมซีย์แห่งยุคนี้ให้ได้” หลี่อวิ๋นเจียวกำมือแน่น หน้าตามุ่งมั่น
ปี้ถิงแง้มประตูออกมาเล็กน้อยก่อนชะโงกออกมาว่า “คุณหนูพูดอะไรนะเ้าคะหรือว่าคุณหนูอยากกินขนมชีเฉี่ยว”
หลี่อวิ๋นเจียวได้ยินดังนั้นรีบเอามืออุดปากตนเองที่พูดจาเพ้อเจ้อ ไม่อย่างนั้นหากคนพวกนี้รู้ว่านางไม่ใช่หลี่อวิ๋นเจียวของพวกเขาแล้วไปหานักพรตมาไล่ิญญา ถึงคราวนั้นนางจะทำอย่างไรได้ นางอาจจะหลุดออกจากร่างจริงๆ ก็ได้ เพียงแต่หากหลุดออกจากร่างจริงๆ แล้วน่าจะได้กลับร่างเดิมไหม
“ข้าปวดหัวนิดหน่อยนะ เออ… แล้วทำไมเ้าถึงเรียกข้าคุณหนูอยู่ได้ละ ข้าแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือ”
ปี้ถิงกะพริบตาปริบๆ มองหลี่อวิ๋นเจียวด้วยสีหน้าแปลกประหลาด “ก็คุณหนูเป็คนบอกเองไม่ใช่หรือเ้าคะว่าต่อจากนี้ให้เรียกว่าคุณหนู ไม่ใช่ฮูหยิน เพราะอย่างไรเสียในเรือนนี้ก็มีคุณหนูเป็ใหญ่ที่สุดแต่เพียงผู้เดียว”
หลี่อวิ๋นเจียวนิ่งค้างไปสักครู่ก่อนนึกถึงความเป็จริง ตัวนางแต่งงานแล้วแม้สามีจะไปอยู่ไหนก็ไม่ทราบแต่จะให้คนอื่นมาเรียกว่าคุณหนูนั่นก็ดูไม่ควรเท่าไหร่นัก
“ต่อจากนี้เรียกข้าว่าฮูหยินเถอะ อย่างไรเสียได้เป็ภรรยาขุนนางทั้งที คำแบบนี้ไม่ใช่ว่าชาวบ้านจะได้ใช้กันเสียเมื่อไหร่ เ้าก็จำไว้แล้วไม่กำชับคนอื่นๆ ด้วย” คนอื่นๆ ที่ว่าก็มีเพียงปี้ถัง ฝาแฝดอีกคนของปี้ถิงก็เท่านั้น
ปี้ถิงพยักหน้า “ ได้เลยเ้าคะ บ่าวจะจำให้ได้ ไม่มีวันลืมแน่นอนเ้าค่ะ”
“เอาละ เ้าออกไปก่อนเถอะข้าอยากพักผ่อน อืม แล้วที่นี่มีกระจกหรือไม่”
ปี้ถิงเดินไปหยิบกระจกที่ลิ้นชักก่อนที่มอบให้หลี่อวิ๋นเจียว พอปี้ถิงออกจากห้องไปแล้วหลี่อวิ๋นเจียวรีบส่องดูใบหน้าตนเองทันที แม้จะมองเห็นไม่ชัดนักจากกระจกที่ล้าสมัยและแสงที่มีไม่เพียงพอ แต่นางจำได้ดีว่าในความทรงจำเ้าของร่างกับนางมีหน้าที่คล้ายกันมาก หลี่อวิ๋นเจียวกลั้นหายใจแล้วเพ่งมองกระจกทันที
ในกระจกคือหญิงสาวที่แม้หน้าตาซีดเซียวแต่ก็ยังคงดูงดงามมาก ตาดอกท้อที่ดูเย้ายวนใจ จมูกโด่งรั้น ริมฝีบางเป็กระจับสีชมพูอ่อนๆ รูปหน้าเรียวเล็กเท่าฝ่ามือ ผิวขาวดั่งหิมะ กล่าวได้ว่าหลี่อวิ๋นเจียวมีหน้าตาคล้ายเ้าของร่างอยู่ถึงแปดส่วน เพียงแต่ร่างนี้มีความงามที่ดูสมบูรณ์แบบกว่าเท่านั้นเอง ความงามของร่างนี้เต็มไปด้วยความอ่อนหวานและเนียนนุ่ม
หากแตะเบาๆ ก็อาจเละคามือได้ หลี่อวิ๋นเจียวลูบไล้ใบหน้าที่ขาวผ่องอีกทั้งยังเนียนละเอียดไร้รูขุมขน คิ้วและดวงตาเด่นเป็ประกาย ริมฝีปากอมชมพูเข้ากับริมฝีปากบางกระจับนี้เป็ที่สุด ยังไม่รวมรูปร่างที่ผอมเพรียวแต่มีอกมีเอวและสะโพกอีกนะ
'สวยขนาดนี้แต่ต้องมาใช้ชีวิตเหมือนเป็หม้ายั้แ่ยังสาว แสดงว่าพระเ้าต้องเกลียดฉันมากแน่ๆ' หลี่อวิ๋นเจียวคร่ำครวญ แม้นางจะดีใจที่ได้อย่างน้อยก็ได้อยู่ในร่างหญิงงาม หากต้องกลายเป็หญิงที่สามีไม่รัก ช่างน่าอนาถจริงแท้
นางทบทวนความทรงจำกลับพบว่าขนาดหลี่ชิงหลวนพี่สาวต่างมารดายังงามได้เพียงครึ่งหนึ่งของเ้าของร่างด้วยซ้ำแต่นางกลับถูกสามีหมางเมิน เ้าลูกเต่ากู้จือเสวี่ยนั่นช่างกล้าดีเหลือเกิน หากเจอหน้าจะขอหย่าเสียเลย
หลี่อวิ๋นเจียวนึกย้อนว่านางทะลุมิติมายังร่างนี้ได้อย่างไร ร่างนี้แค่นอนหลับเหมือนกันกับนาง หรือจะสลับร่างกัน ก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ หลี่อวิ๋นเจียวนอนคิดทั้งคืน จนรุ่งสางวันถัดไปมาถึงปี้ถิงและปี้ถังมาดูแลหลี่อวิ๋นเจียวแต่เช้า โดยในอ้อมแขนของปี้ถังอุ้มกู้เสียวเสี่ยวมาด้วย เด็กน้อยให้ความร่วมมือเป็อย่างดีไม่ส่งเสียงดังรบกวนแต่อย่างใด เนื่องจากถูกกำชับมาว่าห้ามส่งเสียงดังรบกวนท่านแม่ เด็กน้อยจึงทำตาแป๋วอยู่ในอ้อมอกของปี้ถังอย่างดี เนื่องจากในห้องมีคนอยู่เยอะหลี่อวิ๋นเจียวที่หลับอยู่จึงรู้สึกตัวจนตื่นขึ้น
“อาการเป็เช่นไรบ้างคะฮูหยิน” ปี้ถิงที่กำลังพยุงนางให้ลุกขึ้นเอ่ยถาม
“ข้าไม่เป็อะไรแล้ว แค่เหนื่อยนิดหน่อย” หลี่อวิ๋นเจียวส่ายหน้าเพื่อบอกไม่ให้ปี้ถิงพยุงนาง
“แม่ แม่” จู่ๆ เ้าตัวน้อยก็ทำท่าจะโผเข้าหานาง ปี้ถังรีบห้ามทันที
“ท่านแม่กำลังป่วยอยู่นะเ้าคะ รอท่านแม่หายป่วยแล้วค่อยเล่นกับท่านแม่ ตอนนี้อยู่กับพี่ปี้ถังก่อนนะเ้านะเ้าคะ” เด็กน้อยเอียงคอมองที่ปี้ถังพูด ดูท่าคงจะไม่เข้าใจเพราะเด็กน้อยทำท่าจะโผเข้าหานางเหมือนเดิม
“มาเถอะ ข้าไม่เป็ไรแล้ว” ว่าแล้วหลี่อวิ๋นเจียวก็เอื้อมมือมาอุ้มกู้เสียวเสี่ยว กู้เสียวเสี่ยวยิ้มดีใจที่ได้อยู่กับท่านแม่ เด็กน้อยปีนป่ายไปทั่วตัวของหลี่อวิ๋นเจียว พร้อมทั้งส่งเสียงอ้อแอ้ไปมา
“เสียวเสี่ยวขวบกว่าแล้วสินะ ปกติเด็กวัยนี้เขาเริ่มพูดกันหรือยัง” หลี่อวิ๋นเจียวไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน แต่นางก็รักเด็กน้อยคนนี้ั้แ่แรกเห็น ไม่ใช่แค่รู้สึกชอบเพราะหน้าตาของเด็กน้อยนั้นช่างน่ารักเกินทน อีกทั้งยังเป็เด็กที่ผิวพรรณสวยงามและขาว ขาวเสียยิ่งกว่าผิวของหลี่อวิ๋นเจียวเสียอีก
แม้นางจะรู้ดีว่าการที่เ้าของร่างย้ายมาอยู่ที่นี่จะไม่ได้สบายนักแต่อย่างน้อยเด็กน้อยกู้เสียวเสี่ยวก็เติบโตมาอย่างดี เนื้อตัวอวบขาวดูน่ารัก น่าเอ็นดู หลี่อวิ๋นเจียวรู้สึกได้ถึงสายใยสัมพันธ์แม่ลูกนั้นช่างแข็งแกร่ง นางจึงรู้สึกรักกู้เสียวเสี่ยวั้แ่แรกเห็น จึงอยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกสาวตัวน้อย มีลูกโดยไม่ต้องคลอดเองถือว่าดีไม่น้อย
หลี่อวิ๋นเจียวเป็คนมองโลกตามความเป็จริง ไม่พยายามคิดลบเกินไปหรือมองโลกสวยงามเกินไป ในเมื่อนางทะลุมิติมาอยู่ที่นี่แล้วนางก็ต้องยอมรับมัน ใช้ชีวิตให้ดีที่สุด
ปี้ถิงและปี้ถังส่ายหน้า พวกนางไม่ทราบจริงๆ แม้จะเห็นพวกนางทำงานได้คล่องแคล่วแต่พวกนางนั้นอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น พวกนางเป็ฝาแฝดที่ทำงานอยู่ที่บ้านเดิมของหลี่อวิ๋นเจียวั้แ่เด็ก เนื่องจากพ่อของพวกนางแต่งงานใหม่้าเงินเป็ค่าสินสอดสู่ขอแม่เลี้ยง พวกนางทั้งคู่จึงถูกขายออกมาเป็สาวใช้ในเรือนนอก
หลี่อวิ๋นเจียวคนเก่าเห็นแล้วสงสารจึงรับพวกนางทั้งสองมาทำงานอยู่ใกล้ตัว จะได้ไม่ต้องคอยตักน้ำไปมา หลังจะได้ไม่ค่อมั้แ่ยังเด็ก หลี่อวิ๋นเจียวคนนี้อายุแค่ 17 ปีเท่านั้น และถ้านับจากอายุจริงของนางคือ 24 ปี ทำให้นางรู้สึกว่านอกจากนางจะมีลูกน้อยวัยขวบครึ่งให้ต้องเลี้ยงลูกแล้วนางยังมีน้องสาววัยมัธยมที่ต้องเลี้ยงดูอีก 2 คน
“ข้างจวนของเรามีคนเพิ่งจะย้ายเข้ามานะเ้าคะ เหมือนว่าจะเป็ฮูหยินหม้ายสามีตาย เห็นว่ามีบุตรอีกหลายคน น่าจะเป็เพื่อนเล่นกับคุณหนูได้ด้วยเ้าค่ะ” ปี้ถิงกล่าว หลี่อวิ๋นเจียวพยักหน้า เป็หม้าย ก็ไม่ต่างจากนางสักเท่าไหร่ สภาพนางตอนนี้ก็เหมือนเป็หม้ายอยู่กลายๆ น่าจะไปขอคำแนะนำในการเลี้ยงดูกู้เสียวเสี่ยวได้ไม่มากก็น้อย อีกทัังหากมีเพื่อนเพิ่มก็คงจะดีเหมือนกัน
“พรุ่งนี้พวกเ้าไปเตรียมของเยี่ยมละกัน เป็เพื่อนบ้านกันถือโอกาสผูกมิตรน่าจะเป็เื่ดี”