เมื่อได้เห็นแววตาที่เด็ดเดี่ยวของต้วนเหิงอู๋เซิ่งก็พยักหน้าหลายปีมานี้ด้วยความช่วยเหลือของอู๋เซิ่ง ต้วนเหิงและต้วนเฟิงแข็งแกร่งขึ้นมาก แม้ทั้งสองจะใและสงสัยในความสามารถของอู๋เซิ่งแต่อู๋เซิ่งก็แค่อ้างว่าเป็ความสามารถของดวงจิตศักดิ์สิทธิ์ก็ทำให้ทั้งสองเชื่อได้แล้ว
“ฟู่!!!!!”อู๋เซิ่งผ่อนหายใจลง
“ตอนนี้เ้าอยู่ระดับไหนแล้ว”ต้วนเหิงกล่าวด้วยความสนใจ
“อีกเดี๋ยวท่านก็จะได้รู้”อู๋เซิ่งยิ้ม
จากนั้นไม่นานการวัดระดับพร์รุ่นเยาว์ก็ถูกจดขึ้น อัจฉริยะรุ่นเยาว์ของตระกูลต้วนทั้งหมดมารวมตัวกันที่ลานกว้างด้วยความตื่นเต้นและผู้ที่มาดูการแสดงในครั้งนี้ไม่เพียงแต่คนระดับสูงของตระกูลต้วนแต่ตระกูลอื่นๆเองก็ยังมา
และหนึ่งในนั้นคือสองตระกูลที่เป็ศัตรูของตระกูลต้วนและเป็ต้นเหตุของการลอบสังหารตระกูลหลี่ และตระกูลกวง
“ฮ่าฮ่า ได้ยินว่าเด็กคนนั้นที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ประหลาดจะมาทดสอบด้วย” ผู้นำตระกูลกวงหัวเราะออกมา
“ไม่ใช่ว่าเขาพิการแล้วงั้นเหรอเห็นว่ายังอยู่ระดับกายาอยู่เลย ฮ่า ฮ่า” ผู้นำตระกูลหลี่เย้ยหยันออกมาเช่นกัน
“ฮึ!!!!!!”ต้วนเหิงได้แต่กัดฟัน เขาต้องห้ามใจไม่ให้ตนเองลงมือเพราะอยากจะจัดการกับคนทรยศที่อยู่ภายในเสียก่อน
“ท่านพ่อท่านจะต้องเสียใจที่ไม่ยอมยกตำแหน่งให้ข้า” บิดาของต้วนหยูมองต้วนเฟิงและอู๋เซิ่งที่ตอนนี้มีนามว่าต้วนเซิ่งด้วยแววตาอาฆาตแค้นเพราะจากที่เขาได้ยินมาต้วนเหิงตั้งใจมอบตำแหน่งผู้นำให้กับต้วนเฟิงไม่ใช่เขา
“การทดสอบมีอยู่สองอย่างอย่างแรกทดสอบพร์จะวัดจากระดับอายุและพลังบ่มเพาะ ส่วนที่สองจะเป็การประลอง ผู้ทดสอบจะต้องประลองคนจนกว่าจะหาผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดได้และผู้ที่ชนะจะได้รับรางวัลจากท่านผู้นำตระกูลรวมถึงสิทธิ์ในการเข้าไปในหอตำราชั้นบนได้”
รุ่นเยาว์หลายคนต่างโห่ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้นเพราะหอตำราชั้นบนมีแต่ทักษะหายากทั้งนั้นหากพวกเขาสามารถฝึกฝนได้ความแข็งแกร่งของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก
“เอาละการทดสอบเริ่มได้”ต้วนเหิงกล่าว
“คนแรกต้วนหยู”
ต้วนหยูเดินออกไปด้วยสีหน้ามั่นใจหลายปีมานี้เขาได้รับการฝึกฝนและทรัพยากรจากบิดาของเขาค่อนข้างมากทำให้พลังของเขาโดดเด่นมากในกลุ่มรุ่นเยาว์รุ่นนี้
“วางมือที่บนแท่นหิน”
ต้วนหยูวางมือลงไปก่อนจะะเิพลังออกมา
“ต้วนหยูอายุ 13 ปี พลังระดับรากฐานขั้นสมบูรณ์”
“ไม่เลวเลยต้วนหยูสมแล้วที่เป็หลานของท่านผู้นำ อายุ 13 ปีมีพร์ไม่เลวเลย” ผู้าุโในตระกูลต้วนพากันเอ่ยชม
“เหอะ”สองผู้นำตระกูลหลี่และกวงพากันยกยิ้มเหยียดหยาม
“ขออภัยที่ข้ามาสาย”ขณะนั้นเองปักษาขนาดใหญ่ก็บินเข้ามาในตระกูลต้วนพร้อมกับร่างของหญิงสาวสองคนพุ่งลงมา
“นั่นมันศิษย์จากสำนักเฟยเซียงนิทำไมพวกเขาถึงมาที่นี่”หลายคนใ
ต้วนเหิงขมวดคิ้วเพราะเขาไม่ได้เชิญพวกนางมาเห็นได้ชัดว่าเป็คนอื่นที่ลงมือแต่ตอนนั้นเองต้วนหม่าซึ่งเป็บิดาของต้วนหยูก็ลุกขึ้นเขาไปต้อนรับทั้งสองอย่างรวดเร็วทำให้หลายคนรู้ทันทีว่าคนที่ชวนคนของสำนักเฟยเซียงมาคือต้วนหม่านี่เอง
“ขออภัยที่ไม่ได้ต้อนรับให้ดีข้าไม่รู้ว่าสหายจากสำหนักเฟยเซียงจะมาด้วย” ต้วนเหิงกล่าว
“ไม่เป็ไรพวกเรามาโดยไม่ได้บอกก่อนขอท่านผู้นำตระกูลให้อภัยด้วย” หญิงสาวที่มีพลังแข็งแกร่งแผ่ออกมากล่าวด้านหลังของนางเป็หญิงสาวอีกคนแต่นางมีอายุน้อยพอๆกับต้วนหยูแต่พลังกลับอยู่ขั้นหลอมรวมแล้ว
“เอาละเริ่มการประเมินต่อได้”ต้วนเหิงกล่าว
ต้วนเหรินเข้าไปประเมินและได้ผลระดับเดียวกับต้วนหยูเห็นได้ชัดว่าทั้งสองมีพร์ไม่ต่างกันจากนั้นคนต่อๆไปก็เริ่มประเมินแต่ไม่มีใครเทียบได้กับต้วนหยูและต้วนเหริน
“ดูเหมือนปีนี้จะมีเพียงแค่สองคนที่พอใช้ได้”ผู้าุโจากสำนักเฟยเซียงกล่าว
นางมีนามว่าเมี่ยวจื่อเป็ผู้าุโระดับตัดิญญาขั้นต้นส่วนศิษย์ของนางมีนามว่าหว่านเอ๋อนางถูกต้วนหม่าเชิญมาเพราะอาจจะมีคนที่มีพร์ใช้ได้แต่ก็ทำให้นางผิดหวังเพราะแม้แต่พวกต้วนหยูก็แค่พอใช้ได้เท่านั้นไม่ได้โดดเด่นในสายตาของนาง
คิดดูแม้แต่ศิษย์ของนางจะอายุพอๆกับต้วนหยูแต่พลังกับอยู่ระดับหลอมรวมขั้นกลางแล้ว
“คนสุดท้ายต้วนเซิ่งเริ่มการทดสอบได้”
สิ้นเสียงอู๋เซิ่งที่นั่งสงบอยู่ก็ลืมตาขึ้นดวงตาสาดประกายออกมา ทันใดนั้นเองที่เมี่ยวจื่อและหว่านเอ๋อกลายเป็สนใจด้วยรูปร่างของอู๋เซิ่งแม้จะยังเด็กก็บอกได้ว่าหล่อเหลาอย่างมากและยังมีกลิ่นอายอันลึกลับและยากจะคาดเดาแผ่ออกมาโดยเฉพาะดวงตาที่ล้ำลึกนั่นทำให้พวกนางราวกับมองไปยังก้นของหุบเหวที่ไร้ที่สิ้นสุด
“เขาคือ...”เมี่ยวจื่อหันไปทางต้วนเซิ่ง
“เขาคือลูกชายของข้าเอง”ต้วนเฟิงกล่าว
“เหอะก็แค่เด็กพิการคนหนึ่ง” ผู้นำตระกูลหลี่กล่าว
“เห็นว่าหลายปีมานี้ถูกลอบสังหารมานับ10 ครั้งทำให้ได้รับาเ็และพิการไปแล้ว น่าเห็นใจจริงๆ” ผู้นำตระกูลกวงเย้ยหยัน
ต้วนเหิงและต้วนเฟิงกำหมัดแน่นพวกเขาอยากจะลงมือสังหารทั้งสองคนให้มันจบๆแต่หากทำแบบนั้นแผนการทั้งหมดจะพังลงทั้งสองจึงต้องอดทน
เมี่ยวจื่อเข้าใจทันทีเห็นได้ชัดว่าคนที่ลงมือคือทั้งสองคนและการทำให้สองตระกูลพยายามสังหารั้แ่ยังเด็กแสดงว่าพร์จะต้องน่ากลัว
“เขาได้รับาเ็ร้ายแรงขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ”เมี่ยวจื่อกล่าว
“อีกเดี๋ยวพวกเ้าก็ได้รู้”ต้วนเหิงกล่าว
อู๋เซิ่งวางมือไว้บนแผ่นหินผนึกบนร่างถูกคลายออกพริบตากลิ่นอายที่ทรงพลังก็ปะทุออกมาพลังที่แข็งแกร่งแผ่ออกมาทำให้ใบหน้าหลายคนแข็งค้าง โดยเฉพาะต้วนหม่าต้วนหยูและสองผู้นำตระกูลพวกเขาลุกขึ้นด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“เป็ไปได้ยังไง”เสียงคำรามดังขึ้น
“ต้วนเซิ่งอายุ 10 ปี ระดับหลอมรวมขั้นสมบูรณ์”
พริบตาที่เสียงประกาศดังขึ้นหลายคนต่างตื่นตระหนกตื่นเต้น ดีใจ คนของตระกูลต้วนหลายคนคิดว่านายน้อยคนนี้พอการไปแล้วแต่เห็นได้ชัดว่าเขาปกปิดพลังเอาไว้
“มันเป็ไปไม่ได้เ้านั่นต้องโกงแน่” ต้วนหยูคำรามขึ้นมา
“หุบปาก!!!!!!!!!!!”ต้วนเหิงคำรามออกไปทำให้ร่างของต้วนหยูสั่นด้วยความกลัวดวงตาที่อีกฝ่ายมองมามีจิตสังหารแฝงเอาไว้อยู่ด้วย
“ท่านพ่อท่านซ่อนมันไว้ต่อหน้าทุกคนงั้นเหรอ” ต้วนหม่ากัดฟันกล่าว
“แล้วเ้าคิดว่าไงละ”ต้วนเหิงมองไปยังบุตรชายคนโตของตัวเองดวงตาแฝงไว้ด้วยความผิดหวังความโกรธ ต้วนหม่าที่เห็นดวงตานี้ก็ใจสั่นทันทีเห็นได้ชัดว่าต้วนเหิงในตอนนี้อาจจะกล้าสังหารเขาก็ได้หากรู้ว่าตนเองคือคนที่ทรยศตระกูล
เมี่ยวจื่อมองอู๋เซิ่งด้วยความสนใจด้วยวัยเพียงแค่10 ปีแต่พลังกลับเหนือกว่าศิษย์ของนางไปแล้ว พร์ระดับนี้น่าหวาดกลัวมากแม้แต่ในสำนักเฟยเซียงก็ยังเป็อันดับต้นๆเลยก็ว่าได้