บทที่ 20 จัดการตระกูลไป๋ (รีไรท์)
ในตอนเย็น ซ่งชิงหลันกำลังจะทำอาหาร นางพลันได้ยินเสียงเคาะประตู
ปัง ปัง ปัง
เมื่อเปิดออกไปจึงพบกับคนกลุ่มใหญ่
ผู้นำของตระกูลไป๋ ไป๋ต้าฉุย มาพร้อมกับลูกชายคนเล็กของเขา ไป๋เย่เฮย
ข้างหลังพวกเขามีชายร่างกายกำยำอีกสี่คน ซึ่งก็คือลูกเขยทั้งสี่ของตระกูลไป๋
ซ่งชิงหลันเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ “มีอันใด?”
อันที่จริง นางพอคาดเดาได้ว่าคนพวกนี้มาตามหาเจี่ยงชุ่ยเหลียน
ไป๋เย่เฮยนั้นหน้าตาดูเ้าเล่ห์ เขาะโว่า “ข้ามาถามว่า ท่านแม่ของข้าอยู่ที่ใด?”
“แม่ของเ้าอยู่ที่ใด แล้วเกี่ยวอันใดกับข้า?”
“เกี่ยวอันใดกับเ้าหรือ เมื่อเช้า นางบอกว่าจะไปหาเ้า แต่จนถึงตอนนี้ นางยังไม่กลับบ้าน เ้าทำอันใดกับนางกัน?”
ไป๋ต้าฉุยหยิบห่อยาสูบของเขาออกมาพลางชำเลืองมองไปยังซ่งชิงหลันด้วยความเบื่อหน่าย
“แม้ว่าเ้าจะเข้ามาเป็สะใภ้เพียงสิบเดือน แต่หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับท่านแม่ของข้า ตระกูลไป๋ของเราย่อมไม่ไว้ชีวิตเ้าเป็แน่ ข้าขอแนะนำให้เ้ามีสติสักนิด แล้วคืนตัวท่านแม่ของพวกเรามา!”
ซ่งชิงหลันกำลังจะเอ่ยคำ พอดีกับที่ท่านย่าซ่งเดินออกมาจากลานบ้านพร้อมกับเคียวในมือของนาง
“ตระกูลไป๋รังแกหลานสาวของข้าอย่างร้ายกาจ อีกทั้งยามนี้ยังมีหน้ามาสร้างปัญหาถึงหน้าบ้านเราอีก พวกเ้าไปเสียให้หมด! ผู้ใดไม่ออกไป ข้าจะฟันเสียให้หมด!”
ไป๋เย่เฮยคำรามในลำคอ ก่อนเอ่ยเสียงเหี้ยม “ยายแก่นี่คงใช้ชีวิตมาพอแล้วกระมัง หากพวกเ้ายังไม่คืนท่านแม่ของข้ามาอีก เราจะพังบ้านตระกูลซ่งให้พินาศ!”
จากนั้นเขาจึงเอื้อมมือไปคว้าเคียวในมือของท่านย่าซ่ง
ซ่งชิงหลันแค่นหัวเราะอย่างเ็า ก่อนจะยกเท้าเตะชายหนุ่มลงไปกองกับพื้นเสียงดังตุ้บ
ลูกเตะนี้ทำให้ตระกูลไป๋รวมถึงเพื่อนบ้านที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ต่างตะลึงงัน
“ไอ๊หยา หลันหลันแม้จะดูอ่อนแอแต่ผู้ใดจะคิดว่าจะสามารถเอาชนะบุรุษได้”
“เ้าไม่เคยได้ยินหรือว่ากระต่ายจะกัดคนในยามที่หมดความอดทน ตระกูลไป๋เคยรังแกข่มเหงหลันหลัน ทั้งยังให้หย่าร้าง แล้ววันนี้ยังมารังแกกันถึงหน้าประตูบ้านอีก ผู้ใดจะทนได้?”
“ชีวิตของหลันหลันช่างขมขื่น ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้น!”
...
ไป๋เย่เฮยที่ทรุดตัวอยู่บนพื้น คิ้วพันเป็ปมเนื่องจากความเ็ป
“ซ่งชิงหลัน เ้ากล้าดีอย่างไรมาถีบข้า ข้าจะฆ่าเ้า!”
เขาหยิบก้อนหินข้างตัวก่อนจะขว้างมันไปทางซ่งชิงหลัน
“อา!... หลันหลัน... ” ท่านย่าซ่งกลัวเสียจนตื่นตระหนก
ในขณะที่คนพวกนั้นคิดว่าซ่งชิงหลันกำลังจะถูกหินทุบศีรษะจนได้เื พวกเขากลับเห็นว่านางย่อตัวลงอย่างเป็ธรรมชาติ ก่อนจะคว้าหินก้อนนั้นไว้
อย่างไรนี่ก็คือหิน หากโดนเข้าจริง ๆ ย่อมถึงตายได้
ใน่หลายวันมานี้ นี่เป็ครั้งแรกที่ซ่งชิงหลันรู้สึกโกรธอย่างแท้จริง
นางก้าวไปตรงหน้าของไป๋เย่เฮย ดึงผมของเขา ก่อนจะผลักเขาลงบนพื้น
นางกำหมัดขวาของนางแน่น จากนั้นส่งหมัดไปกระแทกที่ปากของเขาจนเสียงดัง ปัก!
ปากของเขาพลันเต็มไปด้วยเื
“อ๊าก... ฮือ... อ่า...”
ไป๋เย่เฮยกระอักเืออกมา พร้อมกับมีฟันกรามใหญ่สองซี่หลุดออกมาด้วย
แต่ถึงกระนั้น ซ่งชิงหลันยังไม่ปล่อยเขาไปโดยง่าย นางจึงชกเข้าที่ใบหน้าเขาอีกสองสามครั้ง ปัก ปัก...
“ไอ้สารเลว บอกข้าสิว่าพวกเ้ายังกล้ามารังแกข้าอีกหรือไม่?”
“อ๊าก... อา! ซ่งชิงหลัน ซ่งชิงหลัน ข้าจะฆ่าเ้า!”
ไป๋เย่เฮยต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วนั้แ่เด็กจนโต แต่ใครกันจะคาดคิดว่าครั้งนี้เขาจะเป็ผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว อีกทั้งอีกฝ่ายยังเป็สตรี!
ในใจเต็มไปด้วยความอัปยศอดสูจนแทบอดทนรอไม่ไหวที่จะหักกระดูกของซ่งชิงหลัน
“ไม่ยอมตอบหรือ?” ดวงตาซ่งชิงหลันหรี่ลงเล็กน้อย ราวกับราชินีเืเย็นจากขุมนรก
ปัก ปัก...
เขาถูกชกเข้าที่หน้าอีกราวสองสามหมัด
“โอ๊ย โอย... ท่านพ่อ พี่เขย เหตุใดพวกท่านถึงยังยืนเฉย? รีบจัดการนางสารเลวนี่สิขอรับ!”