ในขณะเดียวกันนั้นแม่บ้านกำลังรายงานกับแพทริคอยู่ชั้นล่าง
“คุณแทมมี่ดูอาการแย่มากค่ะเอาแต่ร้องไห้ และดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะอ่อนแอมากเลยนะคะ”
แม่บ้านเล่าให้นายท่านฟังในใจนั้นก็อดรู้สึกสงสารหญิงสาวไม่ได้
“รู้แล้วไปทำงานต่อเถอะ”
แพทริคเอ่ยเสียงเรียบเขานั่งไขว่ห้างจิบกาแฟหลังมื้อเที่ยงคล้ายกับว่าไม่ได้สนใจแทมมี่แม้แต่น้อย
“ค่ะ”
แม่บ้านโค้งศีรษะลงเล็กน้อยอย่างนอบน้อม
เพล้ง!
เสียงแก้วแตกดังมาจากชั้นบนทั้งคู่หันหน้าขึ้นไปมองตามทิศทางของเสียงนั้นโดยอัตโนมัติ
“เสียงมาจากห้องของคุณแทมมี่”
แม่บ้านอุทานออกมาด้วยความใแต่ชายหนุ่มอีกคนกลับมีสีหน้าหงุดหงิดพลางสั่งเธออย่างหัวเสียว่า
“ขึ้นไปดูหน่อยสิว่าผู้หญิงคนนั้นก่อความวุ่นวายอะไร”
“ค่ะๆ”
แม่บ้านรับคำเสร็จก็วิ่งขึ้นไป้าอย่างรวดเร็ว
แพทริคถอนหายใจออกมาเดิมทีเขาคิดว่าเมื่อจับตัวแทมมี่กลับมาลงโทษให้สาแก่ใจแล้ว เขาจะมีความสุขขึ้นแต่ไม่เลย ในใจเขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่าง ทำให้เขาเป็กังวลเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ตลอดเวลา
กรี๊ดดดดดดดดดดด
เขาได้ยินเสียงกรีดร้องดังขึ้นหัวใจเขากระตุกวูบ ยังไม่ทันที่สมองของเขาจะได้ไตร่ตรองอะไรเรือนกายสูงใหญ่ก็ผุดลุกขึ้นวิ่งขึ้นไปชั้นบนโดยอัตโนมัติ
ทันทีที่ขึ้นมาถึงห้องนอนของแทมมี่ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏก็ทำให้เขาถึงกับตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ
ร่างของหญิงสาวนอนจมกองเือยู่กลางพื้นห้องดวงตาปิดสนิท ริมฝีปากซีดราวกับคนตาย ข้าง ๆ เธอมีเศษแก้วเกลื่อนข้อมือบอบบางนั้นมีแผลบาดลึกจนน่ากลัว
“เรียกรถพยาบาล”
ในที่สุดเขาก็ดึงสติกลับมาได้แล้วรีบสั่งแม่บ้าน
“ค่ะๆ”
แม่บ้านวิ่งลนลานลงไป
แพทริคยืนมองร่างที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเืแล้วก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งคล้ายกับไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่รักตัวเองมากที่สุด และไม่เคยมีความรักให้ใครอย่างแทมมี่จะกล้าฆ่าตัวตายและเขาเองก็ไม่คิดอยากให้เธอตายจริง ๆ เพียงแค่้าลงโทษเธอให้ยอมรับผิดในสิ่งที่เธอได้กระทำต่อเขาก็เท่านั้น
.............................................................