หลังจากที่ถูกปลดปล่อยจากความสิ้นหวัง เถียนสวี่หลันก็รู้สึกว่าิญญาของตนได้ล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย จนกระทั่งได้ยินเสียงที่แสนคุ้นเคยและคิดถึงดังอยู่ไม่ไกล
“หลันเอ๋อ เปิดประตูให้ย่าหน่อย ย่ามีเื่จะคุยด้วย”
เถียนสวี่หลันลืมตาขึ้นด้วยท่าทางมึนงง ท่านย่าเรียกนางอย่างนั้นหรือ หรือว่าท่านย่าเองก็ตายแล้วเช่นกัน ไม่อย่างนั้นนางจะได้ยินเสียงของท่านย่าได้อย่างไร
เถียนสวี่หลันเดินตามเสียงเรียกไปที่ประตูห้องด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตมองสำรวจไปรอบๆ เหตุใดที่นี่ถึงได้ดูคุ้นตานัก หากมิใช่เรือนของนางที่หมู่บ้านหนานซานแล้วจะเป็ที่ใดได้
หัวใจของเถียนสวี่หลันกระตุกเบาๆ นางอยู่ที่บ้านของนางอย่างนั้นหรือ เป็ไปได้อย่างไร สถานที่ที่นางอยากจะกลับมาที่สุดหลังจากที่ถูกจับขังเอาไว้ก็คือที่นี่
หัวใจที่แสนเย็นเยียบของเถียนสวี่หลันรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาทันที นางรีบเปิดประตูห้องเพื่อยืนยันความคิดตน
“ท่านย่า!!”
ทันทีที่ประตูถูกเปิดออก เถียนสวี่หลันก็พุ่งเข้าไปกอดหญิงชราผมสีดอกเลาที่ยืนทำหน้างงที่หน้าห้องของนางทันที ร่างบางในวัยสิบห้าร้องไห้สะอึกสะอื้นแทบจะขาดใจ จางสวีฮวาหรือแม่เฒ่าจางที่ใครๆ ในหมู่บ้านเรียก ตบแผ่นหลังบอบบางเบาๆ อย่างปลอบโยน นางทั้งใและแปลกใจที่หลานสาวคนดีมีอาการเช่นนี้
นางไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ เหตุใดหลานสาวถึงได้ร้องห่มร้องไห้ด้วยท่าทางเศร้าโศกเช่นนี้ สองย่าหลานยืนกอดกันที่หน้าประตูห้องของเถียนสวี่หลันจนสมาชิกในเรือนต้องออกมาดู
“เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ ใครทำอะไรหลันเอ๋อของเรากัน”
ท่านปู่เถียนตงชางอารองเถียนหลิวไห่รีบเดินเข้ามาดู บิดาและมารดาของเถียนสวี่หลันเปิดร้านขายของอยู่ไปในอำเภอ ทำให้ทั้งสองไม่ได้อยู่ที่เรือน
“พี่ใหญ่ใครกล้ารังแกท่านบอกข้ามา ข้าจะไปจัดการกับมันเอง”
เถียนห่าวซวนเ้าอันธพาลน้อย น้องชายของเถียนสวี่หลันอายุเจ็ดขวบทำท่ายกกำปั้นขึ้น ใบหน้ากลมมนเหมือนซาลาเปาของเขาขยับไปมาทำให้มองดูแล้วน่าขันยิ่งนัก
เมื่อเถียนสวี่หลันเห็นหน้าน้องชายนางก็หัวเราะออกมาทั้งน้ำตา ทุกคนในเรือนเห็นนางหัวเราะได้พวกเขาต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก นางอารมณ์ดีขึ้นแล้ว
สำหรับคนตระกูลเถียน เถียนสวี่หลันถือว่าเป็จุดศูนย์กลางของครอบครัว เพราะนางเกิดมาเป็หลานคนโต แถมนางยังฉลาดเฉลียว ตอนที่นางคลอดท่านย่าของนางได้พานางไปทำบุญที่วัดประจำอำเภอ
ท่านเ้าอาวาสได้ทักว่าเด็กทารกหญิงผู้นี้ ในอนาคตนางจะมีวาสนาที่ยิ่งใหญ่ แต่ก่อนหน้านั้นนางจะต้องพบกับชะตากรรมที่ยากลำบากแสนสาหัสเสียก่อน
ได้ยินดังนั้นคนตระกูลเถียนต่างก็ดีใจ จนลืมไปว่าสิ่งที่ท่านเ้าอาวาสทำนายมิใช่เพียงแค่นางจะมีวาสนาที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่นางยังมีเคราะห์กรรมที่ที่แสนสาหัสที่ต้องผ่านมันไปให้ได้อีกด้วย
เมื่อกลับมาถึงหมู่บ้านหนานซาน แม่เฒ่าจางก็ออกไปป่าวประกาศเื่ที่หลานสาวคนโตของตนถูกท่านเ้าอาวาสวัดประจำอำเภอทำนายว่านางเป็ผู้มีบุญวาสนา
ผู้คนในหมู่บ้านบางคนก็เข้ามาแสดงความยินดีกับนางบางคนก็แสดงความอิจฉาฉายชัดออกมาทางสีหน้า แต่แม่เฒ่าจางไม่ได้สนใจเพราะนางกำลังฝันหวานถึงอนาคตที่มั่งคั่ง ที่หลานสาวสุดที่รักกำลังจะนำมาสู่ตระกูลเถียน
ั้แ่นั้นมาคนตระกูลเถียนก็เลี้ยงดูเถียนสวี่หลันไม่ต่างจากคุณหนูในจวนเศรษฐี พวกเขาไม่ปล่อยให้นางหยิบจับหรือทำงานที่อยู่ภายในเรือนแม้แต่นิดเดียว หน้าที่หลักของนางมีเพียงแต่งตัวงดงามไปวันๆ เท่านั้น
และคนที่ทำหน้าที่ดูแลรับใช้นางที่อยู่ในเรือนก็คืออาเล็กเถียนซู่เจิง บุตรสาวคนสุดท้องของแม่เฒ่าจางที่มีใบหน้าแสนธรรมดา เพราะเป็อย่างนั้นจึงทำให้แม่เฒ่าจางไม่ค่อยชอบนางเท่าใดนัก
หากเทียบกับเถียนสวี่หลั่นที่มีผิวขาวผุดผ่องใบหน้าเรียวเล็ก คิ้ว ตา จมูก ปาก ที่รับกันเป็อย่างดีทำให้นางแลดูงดงามั้แ่เด็กนั้น เมื่อเทียบกันแล้วเถียนซู่เจิงถือว่าเป็สตรีที่มีใบหน้าธรรมดาที่เห็นได้ทั่วไป
ยิ่งเถียนสวี่หลันโตขึ้นมากเท่าไหร่ ความงามของนางก็ยิ่งฉายชัดออกมาให้เห็น เื่ที่ท่านจ้าวอาวาสเคยทำนายก็เริ่มที่เข้าเค้าขึ้นไปทุกที เพราะถูกเอาอกเอาใจมาั้แ่ยังเล็กทำให้นางกลายเป็คนเอาแต่ใจและเห็นแก่ตัว
ทุกครั้งที่ไม่ได้ดั่งใจหรือมีใครมาทำให้เกิดโทสะ นางก็มักจะมาลงที่อาเล็กที่อายุมากกว่านางสองปี เพราะต้องดูแลเถียนสวี่หลันทำให้เถียนซู่เจิงไม่ได้แต่งงานออกเรือนเสียที ทั้งที่อายุของนางจะสิบแปดแล้ว
ไม่มีใครในเรือนสนใจเื่การแต่งงานของนาง เพราะทุกคนต่างก็พุ่งความสนใจไปที่เถียนสวี่หลันเพียงคนเดียว
“อาเล็ก”
เถียนสวี่หลันสงบสติอารมณ์ของตนได้แล้ว ดวงตาแดงก่ำมองไปยังสตรีใบหน้าธรรมดาที่ยืนอยู่ไม่ไกล สตรีที่ดูแลนางมาหลายปีผู้นี้นางไม่เปลี่ยนไปเลย แม้แต่ชุดของนางที่ใส่ก็มีแต่รอยปะชุน เถียนซู่เจิงที่อาศัยอยู่ในตระกูลเถียนเป็คนที่มีฐานะต่ำต้อยที่สุดในบ้าน แม้แต่แม่เฒ่าจางผู้เป็มารดาก็ไม่เคยเหลือบแลนางเลยสักครั้ง
“อาเล็ก...ข้าขอโทษ ขอโทษที่หลายปีมานี้ข้าเอาแต่ใจตัวเอง ขอโทษที่ข้ารังแกท่านมาตลอด ข้าขอโทษจริงๆ”
เถียนสวี่หลันกอดเถียนซู่เจิงอย่างไม่นึกรังเกียจ ปากก็พร่ำบ่นว่าขอโทษไม่หยุด เถียนซู่เจิงที่ถูกกระทำเช่นนั้นอย่างกะทันหันนางก็ทำสิ่งใดไม่ถูก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อปล่อยให้เถียนสวี่หลันกอด
ปกติแล้วหลานสาวผู้นี้ของนางมักจะเป็คนที่เย่อหยิ่งและโมโหร้าย นางชอบดูถูกตนเองเื่หน้าตาและการแต่งตัว บางครั้งนางก็จะดุด่าเถียนซู่เจิงว่านางนั้นดูสกปรกจนทำให้นางไม่อยากเข้าใกล้
แต่วันนี้มันเกิดสิ่งใดขึ้นกับนางกันแน่ หญิงสาวผู้ที่ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตากลับกล่าวคำขอโทษตนออกมาทั้งน้ำตา เถียนซู่เจิงััได้ว่าเถียนสวี่หลันมิได้เสแสร้งแกล้งทำ คำขอโทษของนางมันออกมาจากใจของนางจริงๆ
“หลันเอ๋อ ข้าไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับเ้ากันแน่ แต่ที่ผ่านมาข้าไม่ถือโทษหรือโกรธเคืองเ้าเลย อาจจะเคยมีน้อยใจบ้าง แต่ข้าก็ไม่ได้ถือสาในสิ่งที่เ้าเคยทำกับข้าก่อนหน้านี้”
เถียนซู่เจิงตบแผ่นหลังบอบบางของนางเบาๆ เพื่อเป็การปลอบโยน แต่เถียนสวี่หลันปล่อยวางจากเื่นี้มิได้ ถึงแม้อาเล็กของนางจะยอมให้อภัยก็ตาม
เมื่อชาติก่อนนางเคยผลักอาเล็กคนนี้เข้าสู่กองไฟ ทำให้นางต้องตายไปอย่างเดียวดาย แม้แต่คนตระกูลเถียนก็ไม่มีใครสนใจนาง ทุกอย่างเป็เพราะคำพูดของเถียนสวี่หลันคนเดียว
ตอนอายุสิบหก หลังจากที่นางแต่งให้เว่ยเจ๋อิได้สำเร็จ นางจึงย้ายไปอยู่ที่เรือนตระกูลเว่ย แต่เว่ยเจ๋อิกลับไม่ยอมนอนห้องเดียวกับนาง เขาย้ายไปนอนกับเว่ยหลี่หนานน้องชายของเขา เื่นั้นทำให้เถียนสวี่หลันโมโหเป็อย่างมาก นางจึงกลับบ้านเดิมไปฟ้องครอบครัวของตน
ระหว่างทางนางเห็นสามีที่ไม่ยินยอมนอนห้องเดียวกับตน แต่เขากลับไปพูดคุยกับเถียนซู่เจิงสตรีที่นางเคยดูถูกและต่อว่าว่าเป็หญิงอัปลักษณ์ เื่นั้นทำให้เถียนสวี่หลันรู้สึกเสียหน้านางจึงปรี่เข้าไปทำร้ายเถียนซู่เจิงทันที เว่ยเจ๋อิที่เป็คนกลางเข้ามาขวางนางและเผลอผลักนางจนล้ม นั่นยิ่งทำให้เถียนสวี่หลันโมโหมากกว่าเดิม
นางกลับไปฟ้องครอบครัวบ้านเดิมเื่ที่เถียนซู่เจิงยั่วยวนเว่ยเจ๋อิ ทุกคนต่างก็เข้าข้างเถียนสวี่หลันและเชื่อในสิ่งที่นางพูด โดยที่ไม่ฟังคำอธิบายของเถียนซู่เจิงเลยสักคน
แม้แต่เว่ยเจ๋อิที่ออกตัวยืนยันความบริสุทธิ์ให้นางก็ไม่มีใครสนใจ นั่นยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเว่ยเจ๋อิและเถียนสวี่หลันเกิดรอยแยกที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
วันต่อมาเถียนซู่เจิงก็ถูกขายให้พ่อหม้ายขาเป๋ต่างหมู่บ้านที่อายุสี่สิบ ชายผู้นั้นมีชื่อเสียงเลื่องลือในเื่ชอบทำร้ายตบตีภรรยา ที่ทุกอย่างเป็เช่นนี้ก็เพราะคำยุยงของเถียนสวี่หลัน นาง้าแก้แค้นอาเล็กของตนจนทำผิดพลาดอย่างมหันต์
ผ่านไปเพียงแค่ไม่นานนางก็ได้ข่าวว่าเถียนซู่เจิงถูกพ่อหม้ายขาเป๋ทำร้ายจนเสียชีวิต แต่เพราะความโกรธที่ยังคงเหลืออยู่ในใจ ทำให้นางบอกท่านย่าว่าบุตรสาวที่แต่งออกไปแล้วก็เหมือนน้ำที่สาดทิ้ง นางได้ตายไปแล้วอย่าได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวจนนำสิ่งอัปมงคลกลับมาที่เรือนตระกูลเถียน
ทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับคำพูดของนาง มีเพียงเว่ยเจ๋อิที่กล่าวโทษตนเองว่าเื่ทั้งหมดที่เกิดขึ้นล้วนเป็ความผิดของตนเอง จึงทำให้เถียนซู่เจิงต้องมาพบเจอกับจุดจบเช่นนี้
เว่ยเจ๋อิได้นำเงินส่วนตัวของเขาไปซื้อโลงใส่ศพและสร้างสุสานให้นาง แม้เถียนสวี่หลันจะคัดค้านอย่างไร แต่นางก็ไม่สามารถหยุดเขาเอาไว้ได้ ทั้งสองคนทะเลาะกันใหญ่โตและมันได้กลายเป็จุดเริ่มตนที่ทำให้ชะตาชีวิตของนางเปลี่ยนไป
“หลันเอ๋อ เ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือ”
เถียนซู่เจิงยังคงเข้ามาดูแลเถียนสวี่หลันเช่นเดิม ถึงแม้ว่าเถียนสวี่หลันจะบอกให้นางไม่ต้องทำเหมือนที่ผ่านมาแล้ว นางวางแผนว่าต่อจากนี้นางจะดูแลตนเองและนางจะอยู่ให้ห่างจากบุคคลที่อาจจะทำให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยดั่งเช่นชีวิตก่อนของตน
“อาเล็กข้าบอกท่านแล้วว่าข้าสามารถดูแลตนเองได้ ตอนนี้ท่านควรคิดเื่ออกเรือนได้แล้ว เพราะข้าทำให้ท่านล่าช้าไปตั้งหลายปี”
สตรีในหมู่บ้านชนบท ปกติแล้วอายุสิบสี่ก็เริ่มหมั้นหมายอายุสิบหกก็สามารถแต่งออกไปได้แล้ว แต่อาเล็กของนางอายุสิบเจ็ดย่างสิบแปด นางไม่มีแม้แต่คู่ดูตัว
“ท่านมานี่หน่อย”
เถียนสวี่หลันดึงนางให้มานั่งลงที่เตียง เถียนซู่เจิงรู้สึกทำตัวไม่ถูกเล็กน้อยเพราะนางยังไม่ค่อยคุ้นชินกับนิสัยที่เปลี่ยนไปของหลานสาว
“ท่านลองใส่ชุดพวกนี้ดู ข้ายังไม่เคยใส่สักครั้งท่านไม่ต้องห่วง”
เถียนสวี่หลันนำชุดใหม่ออกมาจากตู้เสื้อผ้าของนางสองสามชุด นางวางเรียงเอาไว้บนเตียงเพื่อให้เถียนซู่เจิงเลือก ส่วนสูงของทั้งสองใกล้เคียงกันแม้ว่าอาเล็กของนางจะอายุมากกว่าสองปี แต่เพราะในวัยเด็กค่อนข้างลำบาก ทำให้การเจริญเติบโตของนางไม่ค่อยดีนัก
“นี่มันอะไรกันหลันเอ๋อ ข้ารับเสื้อผ้าพวกนี้เอาไว้ไม่ได้ มันแพงมากเกินไป”
เถียนซู่เจิงรีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็พัลวัน เถียนสวี่หลันเองก็ไม่ยอมจึงต้องใช้มาตรการบังคับ ผ่านไปไม่นานเถียนซู่เจิงก็เปลี่ยนเป็ชุดที่หลานสาวเลือกให้นาง