ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 62 สอบสวนคดีความ

    “ผมจะไปอาบน้ำ”“อาบไม่ได้”“งั้นผมจะไปนอน”“รอให้ถุงเลือดมาถึงก่อน”“...”เฉินอันหลานพยายามหาข้ออ้างสารพัดเพื่อไล่ลานเซลอตให้ออกจากห้องไป แต่จนแล้วจนรอดข้ออ้างเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเลยสักนิด บาวดี้ส่งข้อความมาเร่งเขาหลายทีแล้ว ซึ่งเนื้อหาในข้อความเหล่านั้นมีใจความสำคัญอยู่ว่าสินค้าของหรงอันชิ่งพึ่งจะเทียบท่า และหากจะปล้นก็ต้องลงมือตอนนี้เท่านั้น เพราะหลังจากนี้ถ้าหากสินค้าล็อตนั้นเข้าโกดังเมื่อไหร่ การจะไปเอาออกมาอีกครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย ฝ่ายเฉินอันหลานที่ถูกลานเซลอตจ้องเขม็งอยู่ในเวลานี้ยังไม่มีโอกาสโทรกลับไปดังนั้นเขาจึงได้แต่ส่งข้อความไปบอกให้บาวดี้รอเขาอีกหน่อยไม่นานหมิงจวงก็เอาถุงเลือดมาส่ง ลานเซลอตลุกขึ้นออกไปคุยโทรศัพท์อีกทางและปล่อยให้เฉินอันหลานอยู่กับหมิงจวงตามลำพังภายในห้องรับแขก“คุณรู้เหรอว่าผมเลือดกรุ๊ปอะไร?” เฉินอันหลานมองหมิงจวงที่กำลังถ่ายเลือดให้เขาอย่างชำนาญโดยไม่พูดอะไรหมิงจวงฉีกเทปมาแปะเข็มบนหลังมือของเฉินอันหลานพร้อมกับตอบคำถามนั้นไปด้วย “ผมมีข้อมูลของคุณอยู่แล้วครับ”“พูดแบบนี้แสดงว่าคุณสืบประวัติผมมาแล้วสินะครับ”“ทั้งใช่และไม่ใช่ครับ”“คุณหมายความว่ายังไง?”“ก่อนจะขึ้นเรือวิกตอเรีย ทางเจ้าภาพได้จัดส่งลิสต์รายชื่อแขกทั้งหมดที่ได้รับบัตรเชิญให้กับนายน้อยของเราครับ ซึ่งนอกจากในเอกสารชุดนั้นยังมีข้อมูลพื้นฐานอื่น ๆ ของแขก อย่างเช่นชื่อ-นามสกุล ตระกูล กรุ๊ปเลือด และข้อมูลประวัติส่วนตัวอื่น ๆ อีกพอสังเขปครับ...ทั้งหมดนี้แขกที่ได้รับบัตรเชิญเป็นผู้ให้ข้อมูลด้วยตัวเอง คุณชายเฉินไม่ทราบเรื่องนี้เหรอครับ?”แน่นอนว่าเฉินอันหลานไม่รู้เรื่องนี้เพราะเขาได้รับบัตรเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงบนเรือวิกตอเรียมาจากพี่ใหญ่อีกทอดหนึ่ง ที่เหลือเขาก็แค่เก็บกระเป๋าและก้าวขึ้นเรือเท่านั้น คาดว่าข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ของเขาคงเป็นฝีมือของเฉินหยิ่นหลินที่จัดการให้ ส่วนเจ้าภาพที่มีข้อมูลทุกอย่างของแขกอยู่ในมือก็ต้องการประจบเอาใจตระกูลเอสเตเอามาก ๆ เสียด้วย ไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมข้อมูลทั้งหมดถึงตกไปอยู่ในมือพวกเขาได้หมิงจวงลุกขึ้นยืนเพื่อปรับความเร็วในการถ่ายเลือด “คุณชายเฉินครับ ระดับความเร็วประมาณนี้โอเคไหมครับ?”เฉินอันหลานพยักหน้าจากนั้นก็เบนสายตาไปทางลานเซลอตที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่หมิงจวงเห็นท่าทางผิดปกติของเฉินอันหลานจึงมองตามสายตาของเขาไปและพบว่าคนที่คุณชายคนนี้จ้องมองอยู่คือนายน้อยของเขานั่นเอง หมิงจวงขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ไม่ได้เอ่ยว่ากล่าวสิ่งใดออกมา“คุณเป็นหมอเหรอครับ?” จู่ ๆ เฉินอันหลานก็เอ่ยถามออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยหมิงจวงผงะไปเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตากลับมามองเฉินอันหลานที่นอนอยู่บนโซฟา“มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แต่ไม่เคยปฏิบัติงานในโรงพยาบาลครับ”เฉินอันหลานดึงสายตากลับมาจากลานเซลอตแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหมิงจวงแทน “งั้นช่วยบอกผมทีว่ายาระงับฮีทในร่างกายผมหมดฤทธิ์แล้วใช่ไหม?”หมิงจวงไม่ยอมตอบ“คุณฉลาดกว่าเว่ยเชียนเฉิน แม้แต่เขายังรู้สถานะของผมแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะยังไม่รู้ ผมพูดถูกไหม?”“คุณชายเฉิน...”“บนเรือวิกตอเรียคืนนั้น คนที่เฝ้าอยู่หน้าห้องทั้งคืนคือเว่ยเชียนเฉินใช่ไหมล่ะครับ?”“...”เฉินอันหลานเบนสายตาไปมองลานเซลอตแวบหนึ่งก่อนจะกล่าวต่อ “เขาอาจจะดูโง่ไปหน่อย แต่ผมคิดว่าเขาคงเริ่มสงสัยเรื่องสถานะของผมตั้งแต่คืนนั้นแล้วล่ะ ซึ่งคุณที่ฉลาดกว่าเขาน่าจะเริ่มสงสัยผมตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว...ตั้งแต่คืนนั้นในงานเลี้ยงบนเรือวิกตอเรียคุณก็เริ่มสงสัยผม”หมิงจวงยิ้มบาง พลางก้มลงมากระซิบเสียงต่ำกับเฉินอันหลาน “คุณชายเฉินรู้เรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ?”“ตั้งแต่ที่ผมออกจากห้องจัดเลี้ยงเพื่อไปเข้าห้องรอบที่สอง...” เฉินอันหลานมองไปทางลานเซลอตครู่หนึ่งก่อนจะปิดเปลือกตาลงและทิ้งหัวลงนอนบนโซฟาเพื่อพักผ่อน “คนที่สะกดรอยตามผมคือคุณ ใช่ไหมครับ?”“ที่แท้คุณชายเฉินก็รู้อยู่ก่อนแล้ว”“ดังนั้น...ยาระงับฮีทในตัวผมหมดฤทธิ์หรือยังครับ?”“คุณชายเฉินเป็นห่วงเรื่องสถานะของตัวเองมากเลยนะครับ”“ผมไม่ชอบให้ใครมาถามเรื่องส่วนตัวของผมครับ”หมิงจวงพยักหน้าและหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเขาก็ให้คำตอบที่เฉินอันหลานต้องการ “ยังไม่ถึงกับหมดฤทธิ์ไปเสียทีเดียวครับ คนที่เตรียมยานี้ให้คุณเป็นคนมีประสบการณ์มากพอควร ถึงแม้เขาจะเลือกใช้วิธีที่ค่อนข้างเสี่ยงและเลือกให้ยาในปริมาณมากก็ตาม แต่ตัวยาจะออกฤทธิ์บนผิวหนังทันทีที่ฉีดเข้าไปครับ ติดเพียงแค่มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คุณชายเฉินคาดหวังก็เท่านั้น”เฉินอันหลานขมวดคิ้วเล็กน้อย “คุณหมายความว่ายังไงครับ?”“ถ้าเทียบกับยาระงับที่คุณฉีดก่อนหน้านั้น ยาตัวนี้ถือว่ามีฤทธิ์ค่อนข้างนานครับ”“นานแค่ไหนครับ?”“สั้นที่สุดคือ 1 อาทิตย์ และนานที่สุดคือ 1 เดือนครับ”เฉินอันหลานเงียบและไม่ได้พูดอะไรต่อหมิงจวงที่เห็นเฉินอันหลานนอนอยู่ด้วยใบหน้าซีดเผือดจึงได้เงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเริ่มพูดต่อ“มีอยู่สองเหตุผลที่ว่าทำไมรัฐบาลถึงออกกฎห้ามใช้ยาระงับฮีท ข้อแรกคือมันผิดธรรมชาติครับและข้อสองก็คือมันจะส่งผลเสียต่อร่างกายมนุษย์ คุณชายเฉินใช้ยาระงับมาเป็นเวลานานแล้วใช่ไหมครับ?”“พอเถอะครับ”“คุณชายเฉินต้องการหนีจากอะไรกันแน่ครับ?”เฉินอันหลานขมวดคิ้วจากนั้นก็ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ และมองไปทางหมิงจวงด้วย นัยน์ตาของเขาปรากฏแววเย็นชาและดูห่างเหิน“ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่าพยายามถามเรื่องส่วนตัวของผม และเราก็ไม่ได้กำลังคุยกันเรื่องนี้ด้วย”หมิงจวงผงะไปเล็กน้อยก่อนจะแย้มรอยยิ้มบางและกลับไปยืนอยู่ด้านข้างโซฟาเงียบ ๆ โดยไม่ต่อความใด ๆ อีกลานเซลอตที่กลับมาหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จเห็นบรรยากาศระหว่างหมิงจวงและเฉินอันหลานไม่ดีเท่าไหร่จึงได้พาหมิงจวงกลับออกไป เฉินอันหลานนอนมองทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปเงียบ ๆ แม้ว่าจะรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดลานเซลอตบทจะไปก็จากไปทันทีแบบนี้ แต่เขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำอยู่จึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก เมื่อเสียงฝีเท้าจากด้านนอกหายไปแล้ว เฉินอันหลานก็ดึงผ้าขนหนูที่คลุมร่างอยู่ออกและลุกขึ้นจากโซฟา จัดการดึงเข็มที่หลังมือของตนออกและเตรียมจะเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อเปลี่ยนชุด แต่เมื่อก้าวเท้าออกไปได้กี่ก้าวก็เกิดอาการวิงเวียนศีรษะเพราะเสียเลือดมากจนขาทั้งสองข้างอ่อนแรงและล้มลงกับพื้นเฉินอันหลานขบกรามแน่นและพยายามเกาะโซฟาเพื่อพยุงตัวลุกขึ้น รอจนกระทั่งอาการวิงเวียนศีรษะบรรเทาลงจึงได้ลุกขึ้นยืนและสาวเท้าเข้าห้องนอนไป  ※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※เมื่อลานเซลอตกลับเข้ามาในห้องพัก เว่ยเชียนเฉินที่รออยู่ในห้องรับแขกก่อนแล้วก็รีบนำโน้ตบุ๊กมายื่นให้เจ้านายพร้อมกับเอ่ยรายงานในทันที“นายน้อยครับ พวกเราถูกตำรวจที่ท่าเรือยึดสินค้าไป 500 กิโลกรัมครับ แต่เหลืออีก 100 กิโลกรัมหลุดรอดออกมาได้ครับ”ลานเซลอตรับโน้ตบุ๊คมาพิจารณาพลางวิเคราะห์ตัวเลขบนหน้าจอไปด้วยหมิงจวงที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาปรายตามองไปทางเว่ยเชียนเฉินและเอ่ยถาม“แสดงว่าในพวกตำรวจมีหนอนบ่อนไส้สินะ”“ผมตรวจสอบมาแล้วครับ ตำรวจที่ทำการยึดสินค้าของเราชื่อเจียงหยางเป็นหัวหน้าทีมปราบปรามการค้าของเถื่อนครับ”“เขาซ่อนสินค้า 100 กิโลกรัมไว้กับตัวเหรอ?”“ไม่แน่ใจ แต่จากที่ฉันไปสืบเรื่องภูมิหลังและสัญญาด้านการเงินของเขาแล้วก็ไม่มีอะไรผิดปกตินะ”หมิงจวงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองลานเซลอต “นายน้อยครับ ให้ผมไปหาตัวไอ้หนอนบ่อนไส้คนนั้นไหมครับ?”ดวงตาสีดำสนิทฉายแววเคร่งขรึมยากคาดเดา ลานเซลอตไม่ได้ตอบคำถามของหมิงจวงแต่เลือกที่จะยื่นโน้ตบุ๊กคืนให้เว่ยเชียนเฉินก่อนจะเอ่ยถามคำถามอื่นแทน “ช่วงนี้เฉินอันหลานกำลังทำคดีอะไรอยู่?”เว่ยเชียนเฉินนิ่งค้างไปเล็กน้อย แต่หลังจากยื่นมือไปรับโน้ตบุ๊กมาแล้ว เขาก็ทำการค้นหาข้อมูลอยู่สักพักก่อนจะได้แฟ้มคดีมาเรื่องหนึ่ง“ตั้งแต่เขาได้สถานะตำรวจปกติกลับคืนมา สถานีตำรวจก็ไม่ได้ส่งเขาออกไปปฏิบัติหน้าที่อะไรเลยครับ แต่พอผมเจาะเข้าไปในฐานข้อมูลของกรมตำรวจก็พบสิ่งนี้เข้าครับ บางทีมันอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้ก็ได้นะครับ”ลานเซลอตกวาดตามองรูปภาพที่อยู่ในไฟล์คดีความเหล่านั้น ด้านในนั้นคือภาพของเด็กหนุ่มหน้าตาดีและมีแววตาใสกระจ่าง เต็มไปด้วยความมั่นใจและความเชื่อมั่นในอนาคต อย่างไรก็ตามเด็กหนุ่มคนนี้ดันอยู่ในไฟล์ชื่อผู้ตายซึ่งถูกฆาตกรรมที่สถานีรถไฟเมื่อไม่กี่วันก่อน ฆาตกรมีสองคนซึ่งอยู่ระหว่างการหลบหนีทั้งคู่ ดูเผิน ๆ แล้วคดีนี้ก็อาจจะเป็นคดีฆาตกรรมทั่วไป แต่เพราะคนเขียนรายงานคือเฉินอันหลานมันจึงดูไม่ปกติขึ้นมา“ว่าต่อ”“ผมเช็กประวัติของเขาแล้วครับ เด็กคนนี้เป็นเด็กคนหนึ่งในหมู่บ้านบนเขา ตั้งแต่เรียนอยู่มัธยมจนกระทั่งสอบติดมหาวิทยาลัย คนที่คอยอุปถัมภ์เรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้คือเฉินอันหลานครับ”“เป็นโอเมก้า?” ลานเซลอตหรี่ตาแคบและเอ่ยถามเว่ยเชียนเฉินพยักหน้า“เรื่องนี้แปลกมากครับ คุณชายเฉินช่วยอุปถัมภ์เด็กคนนี้และยังคิดจะรับมาอยู่ด้วยกันที่อวิ๋นกังด้วยครับ...แต่ที่แปลกที่สุดไม่ใช่เรื่องนี้ครับ เรื่องที่แปลกที่สุดคือผลชันสูตรศพของเด็กคนนี้ถูกเขียนไว้ในรายงานว่าก่อนตายเขาถูกฉีด M3 เข้าสู่ร่างกาย และจากผลการวิเคราะห์ตัวอย่างเลือดของเขาพบว่าส่วนประกอบและความบริสุทธิ์ของ M3 ที่อยู่ในร่างเหมือนกับสินค้าล็อตที่หายไปของเราเลยครับ”“หาฆาตกรเจอไหม?” ลานเซลอตปรายตามองเว่ยเชียนเฉิน“ทางตำรวจยังไม่มีข้อสรุปออกมาครับ” เว่ยเชียนเฉินล้วงไปหยิบรูปภาพสองใบจากในกระเป๋ามายื่นให้ลานเซลอต “ผมได้ทำการวิเคราะห์เทปวิดีโอในที่เกิดเหตุจนวิเคราะห์ใบหน้าของฆาตกรออกมาได้สำเร็จ นี่เป็นภาพของทั้งสองคนครับ”ลานเซลอตรับภาพนั้นมาดู คนหนึ่งมีรูปร่างอ้วนท้วม ส่วนอีกคนมีรูปร่างผอมบาง ค่อนข้างมีเอกลักษณ์“มันเป็นใคร”“เป็นอันธพาลสองคนครับ แต่เบื้องหลังของพวกเขามีเจ้าพ่อที่ชื่อว่าหรงอันชิ่งคอยคุ้มหัวอยู่ครับ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างมีอิทธิพลพอสมควรในเมืองอวิ๋นกัง”“แล้วคนคนนี้เกี่ยวอะไรกับ M3?”“สินค้า 100 กิโลกรัมที่หายไปจะปรากฏออกมาคืนนี้ที่ท่าเรือชุนเทียนครับ และจะน่าถูกเก็บไว้ในโกดังที่ท่าเรือคืนหนึ่งก่อนจะถูกขนส่งต่อไป และหนึ่งในคนที่เป็นผู้ค้าของล็อตนี้คือหรงอันชิ่งครับ”ลานเซลอตจ้องมองรูปภาพทั้งสองใบในมือโดยไม่พูดอะไรเว่ยเชียนเฉินที่เห็นดังนั้นจึงหันหน้าไปมองหมิงจวงเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคู่หูไม่มีทีท่าจะคัดค้านอะไรจึงได้พูดต่อ“นายน้อยครับ เราลงมือกันคืนนี้เลยไหมครับ”“ไม่จำเป็น”“แต่สินค้าล็อตนั้น?”“คืนนี้น่าจะมีอีกหลายคนที่จับจ้องสินค้าล็อตนั้นอยู่ อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม” ลานเซลอตโยนรูปภาพทั้งสองใบนั้นลงถังขยะจากนั้นก็หมุนตัวแล้วเดินตรงไปที่ประตูห้องนอน“พวกนายกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ”หมิงจวงและเว่ยเชียนเฉินโค้งหัวลงพร้อมกัน กระทั่งลานเซลอตปิดประตูห้องนอนลงแล้ว เว่ยเชียนเฉินจึงได้หมุนตัวเดินเข้าไปใกล้หมิงจวงแล้วพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำ ๆ“ฉันพูดอะไรผิดอีกแล้วเหรอ?”“นายหัดรู้จักสำนึกในตัวเองบ้างถือเป็นเรื่องดีนะ”“อย่ามัวพูดไร้สาระน่า ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไมนายน้อยถึงไม่ลงมือชิงสินค้าล็อตนั้นกลับมาในคืนนี้?”“เด็กที่ตายไปคนนั้น...”“เหลียงลั่วหยิน”หมิงจวงมองไปทางเว่ยเชียนเฉินแล้วพูดต่อ “เขาคือเด็กที่ได้รับการอุปถัมภ์เรื่องค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนจากคุณชายเฉิน หลังจากเขาหายตัวไป คุณชายเฉินก็เป็นคนเขียนรายงานคดีนี้เอง นายจะบอกว่าเขาไม่สำคัญกับคุณชายเฉินงั้นเหรอ?”“สำคัญมั้ง?” เว่ยเชียนเฉินพูดขึ้นอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก“สำคัญสิ” หมิงจวงพูดแทนให้อย่างมั่นใจและพูดต่อ“เหลียงลั่วหยินถูกฉีด M3 ก่อนตาย และ M3 ก็อยู่ในมือของหรงอันชิ่ง นายคิดว่าการขนส่งสินค้าในคืนนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นงั้นเหรอ?”เว่ยเชียนเฉินเข้าใจความหมายในคำพูดของหมิงจวงขึ้นมาในทันที “นายกำลังจะบอกว่าคืนนี้ไอ้ไก่อ่อนนั่นจะออกไปปล้นสินค้าล็อตนั้นงั้นเหรอ?”หมิงจวงยกมือขึ้นตบไหล่เว่ยเชียนเฉินก่อนจะเดินไปที่หน้าประตู “เอาล่ะ กลับไปพักผ่อนกันเถอะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อย่าไปคิดอะไรมากให้เปลืองพื้นที่สมองของนายนักเลย”“...นายกำลังดูถูกฉันเหรอ?”“ฉันแค่ดูถูกสมองของนาย”“มาต่อยกันเลยดีกว่า”“ไม่เอา”“นายกลัวแพ้ฉันล่ะสิ”หมิงจวงไม่สนใจเว่ยเชียนเฉินและเดินออกจากห้องไปทันทีเว่ยเชียนเฉินยังคงยืนหัวเสียอยู่ในห้องอีกพักใหญ่ ตอนแรกเขากะจะรอให้หมิงจวงเดินกลับมาหาเขา นึกไม่ถึงว่าพอหันมามองอีกทีเงาร่างนั้นก็หายไปแล้ว สุดท้ายเมื่อทำอะไรไม่ได้ เว่ยเชียนเฉินจึงได้แต่ข่มความโกรธไว้ในใจแล้วรีบเดินตามเพื่อนสนิทของตนออกไป

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน