บทที่ 24 เริ่มต้นวันแรกเดินชมโรงเรียนก็ดี…มั้ง?
“ว่าแต่…ไปไหนดี?”
ถึงจะบอกไปว่าเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศแต่ก็ไม่รู้จะเดินไปไหนดีละที่นี่ แถมที่สำคัญคือ…
“โรงเรียนนี้มันกว้างสุดๆเลย!”
ไม่ใช่กว้างสุดๆ ต้องเรียกว่ากว้างของกว้างสุดๆเลยละ ถึงเคยเห็นในอนิเมะบอกอยู่ว่ามันใหญ่มากก็เถอะแต่นี้มันใหญ่ไปไหมเนี่ย พอเทียบกับโรงเรียนที่เคยเรียนในโลกเก่าที่ว่าใหญ่แล้วพอมาเทียบกับที่นี่เทียบไม่ติดเลยยังไม่ถึงหนึ่งในหน้าของโรงเรียนเวทนี้ด้วยซ้ำ
“จะบอกว่าสมแล้วที่เป็นหนึ่งในโรงเรียนเวทชั้นนำของอาณาจักรก็คงไม่ผิดนักอะนะ”
พอมองไปที่อาคารและตึกทั้งหลายที่สร้างขึ้นสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกหลากหลายแบบอย่างใหญ่โตทำเอารู้สึกทึ่งอย่างบอกไม่ถูกถึงความยิ่งใหญ่และงดงานของงานสถาปัตยกรรม
โดยแต่ละตึกก็จะมีความแตกต่างกันไปอย่างชัดเจนในสไตล์ของมันเองเหมือนที่เคยดูในสารคดีท่องเที่ยวรอบโลกที่เคยนั่งดูสมัยก่อน มันให้อารมณ์เหมือนได้ไปเที่ยวเมืองนอกแต่เป็นแบบทัวร์ต่างประเทศแบบเที่ยวเดียวได้ทั้งวัฒนธรรมตะวันตกเลย!
ถึงมันจะดูยัดอะไรมามั่วซั่วไปหน่อยก็เถอะก็เล่นมีทั้งแบบยุคเก่า สากล ร่วมสมัย ยันบางตึกนี้มันตึกสมัยใหญ่ชัดๆแค่ทำให้มันดูโบราณหน่อยเท่านั้นเอง นี้คนสร้างอนิเมะเห็นอันไหนยิ่งใหญ่ อลังการหรือชอบก็ยัดใส่หมดไม่ได้ดูเลยว่ามันเข้าไม่เข้าใช่ไหมเนี่ย!?
“แต่สำหรับฉันแล้วอันไหนมันก็ตึกฝรั่งเหมือนกันหมดอยู่ดี”
ก็คนมันไม่มีเซ้นด้านนี้ช่วยไม่ได้ แต่ก็ไม่เหมือนโลกเก่าซะทีเดียว เพราะตึกอาคารสไตล์ตะวันตกพวกนั้นมันเพิ่มความแฟนตาซีเข้าไปด้วยทำให้มันงดงามดูอลังการงานสร้างอย่างที่ไม่มีทางหาได้ในโลกเก่า ไว้วันไหนว่างๆจะเดินเที่ยวให้หมดเลย!…ถึงตอนนี้จะว่างอยู่ก็เถอะ
“พอมองความอลังการของพวกอาคารกับตึกแล้ว พวกทางเดินกับสวนนี้ก็ไม่แพ้กัน”
ทางเดินที่ปูพื้นมาอย่างดีถอดยาวออกไปกับสวนขนาดน้อยใหญ่ตามจุดต่างๆที่ให้การตัดแต่งดูแลเป็นอย่างดีจนนั่งมองทั้งวันยังได้
“ไว้วันไหนว่างๆเดียวมาเดินดูสวนเล่นๆให้หมดเลย…ถึงวันนี้จะว่างก็เถอะ”
คิดไปคิดมามันว่างจริงๆนั้นและ พอไม่ได้อยู่ห้องเรียนกับห้องพยาบาลแล้วก็ไม่รู้จะไปไหนดีก็พึ่งเคยมาครั้งแรกด้วยเลยไม่รู้จะนั่งเล่นที่ไหน แถมที่สำคัญ…
“อยากจะรีบหนีไปจากตรงนี้ด้วยสิ”
ตั้งแต่เมื่อกี้นี้ที่ออกมาเดินเล่นแล้วมีสายตาหลายคนจากกลุ่มนักเรียกที่เดินผ่านไปมาต่างชี้มองหน้ากันคุยนินทากันอะไรบางอย่างอยู่…
‘นั้นใช่เอมเบรสคนนั้นใช่ไหมนะที่เคยสู้กับท่านริวจินะ’
‘ใช่นั่นและแก คนที่เคยอาจหาญกล้าไปสู้กับท่านริวจิคนนั้นและแก ชั่งโง่เขลายิ่งนักที่ทำเช่นนั้น’
‘เดี๋ยวสิพวกเธอไปนินทาลูกดยุกแบบนั้นเดียวก็ได้เป็นเรื่องหรอก!’
‘ถ้าเป็นเรื่องนั้นไม่ต้องกลัวแล้วละ ได้ข่าวว่ามันโดนไล่ออกจากตระกูลแล้วตอนนี้มันก็แค่ลูกดยุกตกกระป๋องเท่านั้นเอง ไม่จำเป็นต้องไปกลัวอะไรมันหรอก’
‘เอ๊ แต่ฉันได้ข่าวว่าแค่โดนทำโทษไล่ออกจากคฤหาสน์เฉยๆไม่ใช่เหรอ’
‘ไม่หรอกที่มันพูดก็ไม่ผิดหรอกเพื่อน ที่โดนไล่จากคฤหาสน์ก็ไม่ต่างจากไล่ออกจากตระกูลเท่าไรหรอกในกรณีของเอมเบรส แถมมีข่าวลือด้วยว่าเขาใช้เวทต้องห้ามตอนนี้สู้กับริวจิด้วย’
‘ตายแล้ว!’
‘จริงดิ!’
“……”
กำลังนินทาผมอยู่นี้หว่า! แถมถูกซะด้วย!!
ไม่ใช่แค่กลุ่มเดียว กลุ่มหรือคนอื่นที่ผ่านมาหรือเห็นผมต่างมองนินทาผมไม่ต่างจากกลุ่มเมื่อกี้นี้เหมือนกัน
สายตาดูถูกและสงสัยถึงข่าวลือที่ได้ยินกัน การใช้เวทต้องห้ามถือเป็นสิ่งต้องห้ามเป็นอย่างยิ่งและยิ่งเป็นเวทที่เกี่ยวกับเวทธาตุมืดแล้วยิ่งแล้วใหญ่ จากที่ดูเหมือนพวกเขาจะรู้เรื่องเอมเบรสใช้เวทต้องห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับลักธิมาร
“แต่ก็รีบไปจากที่นี่ดีกว่า”
ทุกคนต่างพากันมองผมกันใหญ่ ว่าผมก็รีบเดินออกจากบริเวณนี้
“แฮกๆ แค่นี้คงหลบพ้นแล้ว”
ผมยืนให้หายใจอย่างหมดแรง หลังจากเดินหนีหลบสายตาที่ต่างจับจ้องผมไปหลายที่จนมาจบที่บริเวณสวนเกษตรที่อยู่หลังโรงเรียนไม่ไกลจากป่าของโรงเรียน
ให้ตายสิ ไม่ว่าไปที่ไหนต่อไหนก็เจอแต่คนจ้องมองตลอดเลยเดินแบบเร่งรีบไปทั่วโรงเรียนกว่าจะหาที่สงบไม่มีผู้คนได้ทำเอาหมดแรงเลย นี่กะว่าถ้ายังหาไม่ได้จะหนีกลับบ้านเลยดีไหมเนี่ยยังดีที่สวนนี้ไม่ค่อยมีผู้คนเดินผ่านเลยหาที่สงบๆพักเจอสักที
“แต่สวนนี้ก็ใช่ย่อย”
ถึงสวนเกษตรนี้จะเป็นเพียงสวนของชมรมเกษตรกรแต่ก็ใหญ่ใช่ย่อยเลย พื้นที่กว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยสวนผักและผลไม้นานาชนิดจนนับไม่หมด ทำเอาไม่แปลกใจเลยว่าทำไม่พวกกลุ่มพระเอกที่ต่างสั่งอาหารอะไรก็มีหมดเพราะมีวัตถุดิบอยู่ครบนี้เอง
“แถมคุณภาพก็ดีมากด้วยนะเนี่ย”
พอลองเดินเข้าไปดูใกล้พวกผักและผลไม้ต่างดูสวยงามน่ารับประทานอย่างกับหลุดมาจากโฆษณาชวนเชื่ออย่างไรอย่างงั้น แอบหยิบมะเขือเทศชิมสักลูกจะเป็นอะไรไหมเนี่ย
“อยากรู้จังว่าใครเป็นคนดูแลสวนพวกนี้บ้าง…หือ?”
ระหว่างที่กำลังหาคนดูแลสวนหรือคนในชมรมเพื่อขอชิมสักลูกกลับเจอหน้าคนรู้จัก เด็กสาวผมทรงโพนี่เทลสีดำที่ผมหน้าเกือบปิดนัยน์ตาสีเขียวสดและหูกับหางแมวที่บ่งบอกว่าเป็นเผ่าหูสัตว์ในชุดนักเรียนกำลังรดน้ำพวกผักสวนครัวอยู่
“นั้นไปเปอร์นี่น่า!”
เด็กสาวหูแมวขี้กลัวที่เจอตอนจักรยานชนกันเมื่อเช้านี้ เธอถือบัวรดน้ำกำลังรดน้ำพวกผักสวนครัวอย่างอารมณ์ดีมีความสุขต่างกับภาพที่เคยหวาดกลัวเจอเมื่อผมลิบลับเลย… คิดแล้วก็รู้สึกเศร้ายังไงไม่รู้แหะ แต่นั่นไม่สำคัญ
นับว่าเป็นโชคดีของผมเลยที่เจอที่นี่ เมื่อเช้าผมยังไม่ได้แก้ไขความเข้าใจผิดที่มีต่อผมหรือเอมเบรสเลยตอนนี้นับว่าเป็นโอกาสที่ดีจะได้คุยปรับความเข้าใจกัน
“นี้ ไปเป…”
พอจะเรียกเธอผมกลับหยุดไว้ก่อนแล้วรีบก้มหลบซ่อนตัวไม่ให้เธอเห็น ไปเปอร์ที่มองหาเสียงที่เหมือนจะเรียกเจ้าตัวพอหันมาไม่มีใครอยู่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจอะไรก่อนกลับไปรดน้ำอย่างสนุกต่อ
เกือบไป เกือบทำพลาดแล้วไงตัวผม
พอนึกถึงเรื่องที่เกิดเมื่อเช้านี้แล้วขนาดตอนที่เธอเจอหน้าผมตอนรถจักรยานชนยังกลัววิ่งหนีทันที ถ้าผมเข้าไปทักอย่างนี้คงได้วิ่งหนีอีกแน่แถมเร็วมากด้วยให้ตายยังไงก็คงวิ่งตามไม่ทัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงไม่ได้เป็นอันคุยพอดีคงต้องหาวิธีดีๆก่อน…
***
“เท่านี้ก็เสร็จแล้วอีกหนึ่ง”
ฉันบอกกับตัวเองอย่างดีใจที่ทำเสร็จก่อนจะใช้แขนเช็ดเหงื่อบนใบหน้ามองพวกผักทั้งหลายตรงหน้าที่พึ่งรดน้ำเสร็จอีกจุดหนึ่ง
วันนี้แดดแรงกว่าทุกวันจนร้อนอยากถอดเสื้อนอกเครื่องแบบนักเรียนออก แต่แดดแรงอย่างนี้และดีสำหรับพวกผักกำลังโต ถึงจะร้อนและเสียเวลาไปกว่าชั่วโมงกว่าจะรดน้ำเสร็จแต่มันก็คุ้มพอนึกถึงผักพวกนี้ที่จะออกผลงอกงามในอนาคตจนอดยิ้มไม่ได้ อยากให้ถึงเร็วๆจัง
“โชคดีที่อาจารย์ให้เรียนด้วยตัวเองนะ เลยแอบมารดน้ำได้”
ฉันว่างั้นพลางรดน้ำพวกผักทั้งหลายอย่างสนุกสนานต่อ
ที่จริงวันนี้เป็นเวรฉันรดน้ำผักพวกนี้ของชมรมที่จริงต้องมาแต่เช้าเพื่อรดน้ำ แต่ดันตื่นสายเกือบมาไม่ทันเลยคิดว่าตอนเย็นต้องโดนพวกรุ่นพี่บ่นแน่ แต่โชคดีที่พวกอาจารย์ถูกเรียกตัวประชุมด่วนให้นักเรียนด้วยตัวเองเลยแอบมารดน้ำได้รอดตัวไป
“ว่าแต่ ยังไงก็ยังเทียบสวนใหญ่ที่อยู่ตรงนั้นไม่ได้อยู่ดี”
พอไปที่สวนใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามก็รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างมือสมัครเล่นและมืออาชีพได้เลย
สวนเกษตรหลังโรงเรียนนี้จะแบ่งเป็นหลายส่วนโดยส่วนหนึ่งจะแบ่งให้ชมรมเกษตรและส่วนที่เหลือส่วนใหญ่แต่เป็นของเหล่าคุณลุงคุณป้าที่ดูแลสวนโดยเฉพาะและเหล่าเมดหรือสาวใช้ของโรงเรียนไว้ปลูกเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับทำอาหารของโรงเรียนด้วย เห็นว่าเป็นนโยบายของผอ.ของโรงเรียนเพื่อสุขภาพของเหล่านักเรียนแต่ก็ยังรับวัตถุพวกผักและผลไม้จากข้างนอกด้วยเช่นกัน
“อีกไม่นานคงกินได้ ทุกคนต้องดีใจกันแน่”
ฉันยิ้มออกมาพอนึกถึงหน้าทุกคนในชมรมตอนที่ดีใจกันตอนได้เห็นผักผลไม้พวกนี้กินได้ ทุกคนในชมรมต่างพยายามดูแลสวนนี้กันอย่างเต็มที่
ถึงจะขึ้นชื่อว่าชมรมเกษตร แต่จริงๆแล้วสวนนี้มีไว้สำหรับคนที่ต้องการปลูกผักกินเองเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างฉันเองก็เช่นกัน เพราะค่าใช้จ่ายภายในโรงเรียนค่อนข้างแพงอยู่พอควร
โรงเรียนยูนิโอร่าซึ่งเป็นโรงเรียนชั้นนำของอาณาจักรเป็นโรงเรียนสำหรับขุนนางหรือผู้มีอำนาจเท่านั้นถึงจะได้เรียนได้ ฉันที่เป็นสามัญชนกลับได้โอกาสที่หาได้ยากนี้ได้เรียนในฐานะนักเรียนทุนมันทำให้ฉันดีใจที่สุดในชีวิตที่ได้เรียนที่นี่
ไม่ใช่แค่ฉัน ครอบครัวฉันทุกคนต่างดีใจที่ฉันได้เรียนโรงเรียนเวทยูนิโอร่าจะเรียกว่าเป็นเกียรติต่อลงตระกูลน้อยฉัน นักที่สามัญชนจะได้เรียนที่แห่งนี้
“แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือดูแลด้วย”
พอมองสวนในชมรมที่มีผักผลไม้เต็มไปหมดนี้ เอาจริงๆก็ได้คุณลุงคุณป้าช่วยสอนและเหล่าเมดช่วยดูแลให้ถึงได้ออกมาดีขนาดนี้ เพราะยังไงฉันก็เป็นมือสมัครเล่นแถมคนในชมรมก็มีน้อยด้วยดูแลสวนกันไม่ทั่วถึง
“เอาไปเก็บดีกว่า”
พอเห็นว่ารดน้ำพวกผักจนครบแล้วเลยจะเอาบัวรดน้ำไปเก็บข้างในห้องเก็บในห้องเก็บอุปกรณ์ของชมรมจะได้นั่งพักให้หายเหนื่อย
“ว่าแต่เหมือนได้ยินเสียงเรียกเลยนะ?”
ก็ได้แต่เอียงคอสงสัย เหมือนได้ยินคนเรียกชื่อแม้มันจะผ่านมาพักใหญ่แล้วก็ตามแต่ก็อดสงสัยไม่ได้อยู่ดี เหมือนเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหนมาก่อนเมื่อเร็วๆนี้แต่คิดไม่ออกน่าสงสัยจังเลย?
“เท่านี้ก็เก็บเรียบร้อย…”
“ในที่สุดก็เข้าไปในห้องเก็บของสักที”
!?
ระหว่างกำลังเก็บบัวรดน้ำบนชั้นวางของในห้องเก็บของอยู่นั้นกลับมีเสียงผู้ชายดังมาจากด้านหลังฉันตรงประตูทางเข้าห้องเก็บของชมรม
“ต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหน แต่ในห้องเก็บของนี้เป็นห้องปิดมีทางเข้าออกทางเดียวเท่านี้เธอก็ไม่มีที่ให้หนีไปจากฉันได้แล้ว ไปเปอร์”
เสียงผู้ชายที่ฟังดูน่ากลัวเรียกชื่อฉันอย่างประกาศเหมือนเป็นผู้มีชัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขารู้จักฉันและเป็นตามที่เขาพูดห้องเก็บของนี้มีทางเข้าออกทางเดียวไม่มีหน้าต่างเรียกได้ว่าจะออกจากห้องที่ต้องผ่านเขาไปเท่านั้น
นี้มันเกิดอะไรขึ้นนี้ฉันติดกับเขาเหรอ!?
“รู้ไม่ฉันต้องรอนานเท่าไรกว่าเธอจะเข้ามาในห้องนี้”
รอเหรอ? หรือว่าเสียงที่คิดว่ามีคนเรียกเมื่อก่อนหน้านี้จะเป็นเขา นี่เขารอฉันเข้ามาในห้องเก็บของนี้แสดงว่าเขาต้องเฝ้ามองฉันมาพักใหญ่แล้วนะสิ!
…เดี๋ยวก่อนฉันเคยได้ยินเสียงนี่
มันเป็นเสียงที่พึ่งได้ยินเมื่อไม่นานนี้เองเมื่อเช้านี้ ตอนที่เกิดอุบัติเหตุชนกันเมื่อเช้านี้! เด็กหนุ่มผมบรอนซ์ซีดกับร่างกายที่ซูบผอมกว่าเมื่อก่อนผู้เป็นลูกงดยุกของอาณาจักรชายผู้มีชื่อเสียงถึงการใช้อำนาจเผด็จการและเชิดชูถึงขุนนางสายเลือดบริสุทธิ์ผู้เกลียดสามัญชนและต่างเผ่าพันธุ์แบบอย่างเธอที่สุดที่มาเรียนโรงเรียนแห่งนี้และเป็นคนที่ฉันหวาดกลัวต้องออกห่างให้มากที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้
“…เอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม”
เขามองมาด้วยนัยน์ตาสีฟ้าที่ดูหยิ่งผยองพร้อมรอยยิ้มกว้างแสนชั่วร้ายให้กับฉัน
“ฉันขอคุยด้วยหน่อยนะ ไปเปอร์”