บทที่ 3 ถูกเข้าใจผิดว่าเป็มือสังหาร
อวิ๋นอินอินเดินตามไปอย่างว่าง่าย ระหว่างที่เดินไปยังตำหนัก นางก็นึกถึงคำพูดที่พระมเหสีจิ่งพูดถึงผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิไปด้วยว่าเขาไม่ชอบเข้าสังคมและเป็คนโเี้
แต่มันจะสำคัญอะไร อำนาจของเขานั้นมีมากมายล้นฟ้า ในแคว้นต้าอวิ๋นแห่งนี้ เขาจะพูดสิ่งใดก็ไม่มีผู้ใดกล้าขัด รวมถึงองค์จักรพรรดิเองด้วย
พูดถึงผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิ หากเขายินยอมที่จะเป็องค์จักรพรรดิเสียเองนั่นก็เป็เื่ที่ขี้ปะติ๋วมาก ๆ
ผู้ที่ยิ่งใหญ่ราวเทพพระเ้าถึงเพียงนี้ หากอวิ๋นอินอินอย่างนางประจบประแจงเขาได้สำเร็จ จนได้อยู่ใต้ร่มเงา เมื่อถึงตอนนั้นสนมเหมยยังจะกล้าฆ่านางอีกหรือ? แล้วจะมีองค์หญิงองค์ใดที่กล้าทุบตีนาง หรือจะมีองค์ชายองค์ใดที่จะยังกล้าดูถูกนางอีก?
ไม่ว่าผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิผู้นี้จะโเี้ราวสัตว์ร้ายมากเพียงใด นางก็ต้องไปหาเขา ไม่ว่าจะยากสักเท่าไรนางจะต้องคิดหาวิธีอยู่ข้างกายเขาให้จงได้
“องค์หญิงเก้าขอรับ ท่านนั่งรออยู่ในห้องนี้ก่อน ข้าจะไปแจ้งต่อขันทีฉี”
“อืม ไปเถิด ข้ารับรองว่าจะไม่ไปไหน”
นางรอจนองครักษ์จากไป จากนั้นอวิ๋นอินอินหุบยิ้มบนใบหน้าลงในทันที และเงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ห้องนี้ ที่นี่เป็เพียงห้องโถงที่ไม่มีผู้คนอยู่เลย แต่กลับใหญ่กว่าที่อยู่ของนางถึงสิบส่วน สิ่งของและเครื่องประดับภายในห้องนั้นแม้ว่าจะดูเรียบง่าย แต่ของทุกชิ้นกลับดูไม่ธรรมดา
ท่านอาผู้นี้ ไม่เพียงมีอำนาจล้นฟ้า แต่เขายังร่ำรวยมหาศาลอีกด้วย!
เพียงแต่นางไม่รู้ว่าท่านอาผู้นี้นั้นหน้าตาเป็เช่นใด อายุเท่าไร แต่อย่างไรเสียเขาก็เป็ถึงท่านอาอย่างน้อย ๆ ก็น่าจะอายุสักสามสิบกว่าปีได้กระมัง
พระมเหสีจิ่งบอกว่าเขายังไม่ได้แต่งงาน อวิ๋นอินอินลูบคางของตัวเองพลางครุ่นคิด ชายวัยกลางคนแต่ยังไม่แต่งงาน ไม่มีแม้กระทั่งทายาท ดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย ท่านอาผู้นี้จะต้องมีโรคร้ายอะไรแอบซ่อนอยู่ จนทำให้เขามีลูกไม่ได้เป็แน่
ช่างน่าเสียดายและน่าสงสารเสียจริง!
แต่ไม่เป็ไร ขอแค่เขาช่วยนาง นางจะเป็ลูกสาวให้เขาเอง นางจะคอยอยู่รับใช้เขา และดูแลเขาจนแก่เฒ่า
ใช่ หรือบางทีพูดกับเขาแบบนี้ไปเลยคงดีเสียกว่า ไม่แน่เขาอาจจะรู้สึกขาดลูกสาวก็เป็ได้ หรือไม่แน่พวกเราอาจจะเป็ความสัมพันธ์ที่พอดีของกันและกัน
“องค์หญิงเก้า? องค์หญิงเก้า!”
“อ๊ะ? ทำไมรึ? ท่านอามาแล้วหรือ?”
เสียงเรียกขององครักษ์ทำให้อวิ๋นอินอินกลับมาจากความเพ้อฝันของตนเอง นางหันหน้ามองไปยังประตู เมื่อเห็นชายวัยกลางคนที่สวมชุดสีน้ำเงินอยู่ด้านหลังขององครักษ์ อวิ๋นอินอินจึงรีบกลับเข้าสู่บทบาทการแสดงโดยพลัน และรีบก้าวเดินเข้าไปอย่างกระตือรือร้น จับมือชายผู้นั้นพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงอันหวานเยิ้ม
“ท่านอาเพคะ ในที่สุดข้าก็ได้พบท่านเสียที…”
สีหน้าของชายวัยกลางคนเปลี่ยนเป็ซีดเผือด รีบถอนมือออกจากมือของอวิ๋นอินอินอย่างรีบร้อนพร้อมแสดงความรังเกียจ
“ท่านอา… ข้าคืออินอิน…”
อวิ๋นอินอินยังคงทำตัวเหมือนเด็กน้อยน่ารัก หากแต่สีหน้าของท่านอาตรงหน้ากลับดูย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ จนท้ายที่สุดองครักษ์ที่หน้าดำคร่ำเครียดก็ทนไม่ไหว ดึงตัวองค์หญิงเก้าออกไป
“องค์หญิงเก้าขอรับ ท่านมองผิดคนแล้วขอรับ”
“เอ๋? เขาไม่ใช่ท่านอาอย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นอินอินมึนงงอย่างมาก ตั้งใจกะพริบตาปริบ ๆ สองครั้งอย่างไร้เดียงสาเพื่อปกปิดความผิดพลาด
“ท่านนี้คือท่านผู้ดูแลฉี ท่านเป็หัวหน้าผู้ดูแลของท่านผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิ มีหน้าที่ดูแลเื่ภายในตำหนักผู้สำเร็จราชการแทน”
“ท่านผู้ดูแล?”
นั่นมันหมายความว่าเขาเป็ขันทีไม่ใช่หรือ? อวิ๋นอินอินมองไปยังร่างสูงตรงหน้า ชายวัยกลางคนมีรูปลักษณ์สง่างาม จนนางอดไม่ได้ที่จะเผลอเลียริมฝีปาก
นี่… มันช่างน่าเสียดายจริง ๆ นะ…
“ได้ยินมาว่าองค์หญิงเก้ามาหาท่านผู้สำเร็จราชการแทนองค์จักรพรรดิอย่างนั้นหรือขอรับ?”
นางถูกจับจ้องจนรู้สึกเกร็งไปทั้งตัว ส่วนขันทีฉีถามขึ้นมาก่อนอย่างเบื่อหน่าย
เมื่อได้ยินเสียงแหลมสูงนี้ อวิ๋นอินอินอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น นี่สินะขันทีตัวจริง!
“ใช่ รบกวนท่านขันทีฉีแจ้งท่านอาด้วย บอกไปว่าหลานคนที่เก้ามาแสดงความเคารพต่อท่าน”
อวิ๋นอินอินยกยิ้ม พูดกับท่านขันทีด้วยความเคารพอย่างน่ารักน่าเอ็นดู ในใจกำลังครุ่นคิด ในละครแสดงกันแบบนี้ใช่มั้ยนะ หากอยากจะเอาใจคนใหญ่คนโต ก็ต้องเอาใจคนข้างกายตัวเล็ก ๆ ของเขาเสียก่อน
ขันทีฉีได้ยินเสียงอันชัดเจนเช่นนั้น จากที่หันหน้าด้านข้างให้นางก็อดไม่ได้ที่จะหันหน้ากลับมาช้า ๆ เพื่อมองสำรวจดูเด็กสาวตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน
หลังมองสำรวจอวิ๋นอินอินั้แ่หัวจรดเท้าแล้ว ในดวงตาอันชาญฉลาดของเขากลับมีร่องรอยของความสับสนปรากฏขึ้น หลังจากนั้นก็เป็ประกายของการเย้ยหยัน
“ในเมื่อองค์หญิงเก้าลำบากพาตัวเองมาที่นี่เพื่อมาแสดงความเคารพต่อท่านผู้สำเร็จราชการแทน เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถิด ข้าคิดว่าหากท่านผู้สำเร็จราชการแทนทราบถึงความกตัญญูขององค์หญิงเก้า ท่านจะต้องพึงพอใจและมีความสุขมากแน่ ๆ ขอรับ”
“จริงหรือ? ท่านขันทีฉีจะพาข้าไปพบท่านอาจริง ๆ หรือ? ท่านขันทีฉีช่างเป็คนดียิ่งนัก!”
อวิ๋นอินอินเดินตามขันทีฉีไปด้วยความปลื้มปีติ โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นรอยยิ้มเ็าจากมุมปากของเขาเลย
ใบหน้าขององครักษ์ที่เหลือดูสับสน ท่านขันทีฉีที่แสนรับมือยาก เหตุใดวันนี้กลับพูดจาดีขึ้นมาได้เล่า?
ด้วยการนำทางของขันทีฉี อวิ๋นอินอินเดินออกไปจากห้องโถง ผ่านศาลาริมน้ำอันสวยงาม เดินผ่านสวนดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมอบอวล ทิวทัศน์ของที่แห่งนี้สวยงามมากขึ้นเรื่อย ๆ หากแต่ผู้คนในตำหนักกลับน้อยลงไปเรื่อย ๆ เช่นกัน
อีกทั้งระยะห่างระหว่างห้องโถงกับตำหนักหลักนั้นก็ช่างห่างไกลกันมากเหลือเกิน
จนอวิ๋นอินอินอดสับสนขึ้นมาไม่ได้
“ท่านขันทีฉี ยังไม่ถึงอีกหรือ?”
“องค์หญิงเก้าอย่าได้รีบร้อนไปขอรับ ไปด้านหน้าอีกนิดก็จะถึงแล้ว”
“อืม ข้าไม่รีบร้อนหรอก ข้าแค่อยากจะเจอท่านอาเร็ว ๆ เท่านั้น”
มุมปากของขันทีฉีกระตุกขึ้นยิ้มจาง ๆ นำทางอวิ๋นอินอินให้เดินต่อไป ทั้งสองเดินผ่านป่าไผ่ จนสุดท้ายก็พานางมาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าประตูหิน
“ท่านขันทีฉี นี่คือที่ไหนกัน? ท่านอาอยู่ในนี้อย่างนั้นหรือ?”
อวิ๋นอินอินมองดูใบหน้าอันเ็าของเหล่าองครักษ์ชุดดำที่ยืนเรียงกันรอบ ๆ ในใจอดไม่ได้ที่จะระแวง นางรู้สึกว่าความรู้สึกแบบนี้มันแปลก ๆ แต่กลับพูดไม่ถูกว่ามีอันใดที่ผิดปกติ เพียงแค่รู้สึกว่าในใจนางตื่นตระหนกเป็อย่างมาก
“องค์หญิงเก้า ท่านผู้สำเร็จราชการแทนอยู่ด้านใน ท่านเข้าไปแสดงความเคารพต่อท่านเถิดขอรับ”
ทันทีที่ขันทีฉียกมือขึ้น องครักษ์คนหนึ่งรีบกดเปิดประตู จากนั้นประตูหินที่ดูหนักอึ้งขยับเลื่อนไปด้านขวา เผยให้เห็นทางเดินอันมืดสนิท
“เอ่อคือ อยู่ดี ๆ ข้าก็นึกขึ้นมาได้ว่าข้ามีเื่ที่ต้องไปจัดการ ข้าว่าไว้วันหลังค่อยมาแสดงความเคารพต่อท่านอาใหม่ดีกว่า”
อวิ๋นอินอินพูดขึ้นพร้อมหมุนตัวเตรียมวิ่ง หากแต่ยังไม่ทันได้วิ่งไปได้ไกล ท่านขันทีฉีกลับเหยียดมือของเขามาดึงร่างอันผอมบางของนางเอาไว้ พร้อมทั้งผลักนางเข้าไปภายในประตูหินราวกับโยนไก่ตัวหนึ่ง
นางคลานอยู่บนพื้นราวกับสุนัข เ็ปจนดวงตาทั้งสองข้างเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
“ท่านขันทีฉี ข้าเป็ถึงองค์หญิงเก้า ท่านทำเช่นนี้กับข้า อยากตายอย่างนั้นหรือ?”
“หึ องค์หญิงเก้า? แคว้นต้าอวิ๋นของข้ามีองค์หญิงเก้าอยู่จริง แต่น่าเสียดาย นางไม่สามารถพูดจา และไม่มีทางคล่องแคล่วได้เช่นเ้าหรอก”
“หมายความอย่างไร? นี่ท่านสงสัยว่าข้าคือองค์หญิงตัวปลอมหรือ? ไม่ใช่นะ ข้าคือองค์หญิงตัวจริง ท่านขันทีฉี ข้าคือองค์หญิงเก้าตัวจริง!”
“จะจริงหรือปลอมข้าย่อมรู้ดี หากแต่สามารถแอบเข้ามาถึงตำหนักผู้สำรวจราชการแทนได้เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าความสามารถของเ้านั้นไม่ธรรมดา หากไม่ใช่เพราะเมื่อก่อนข้าเคยเจอองค์หญิงเก้า เกรงว่าครั้งนี้เ้าคงจะลงมือได้สำเร็จไปแล้ว”
“ไม่ใช่นะ ท่านขันทีฉีท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าคือองค์หญิงเก้า ข้าคือองค์หญิงองค์จริง ๆ!”
อวิ๋นอินอินพยายามอธิบาย หากแต่สิ่งที่ตอบกลับมามีเพียงรอยยิ้มเย้ยหยันบนมุมปากของขันทีฉีเท่านั้น จากนั้นเขาก็โบกมือลง
อวิ๋นอินอินที่นอนอยู่บนพื้น มองดูประตูหินที่ค่อย ๆ ปิดลงอย่างสิ้นหวัง แต่แม้แต่แรงที่จะลุกขึ้นก็ไม่มี
กรร…
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาที่ข้างหู