บุตรชายคนเล็กไม่ถูกมารดารองเฆี่ยนตีมานานแล้ว ถึงเขาจะเป็ลูกชังอย่างไรจวนนี้ก็มีกฎระเบียบ
การที่คุณหนูตระกูลเสิ่นมาพบเห็นเหตุการณ์เข้า เกรงว่านางจะหาโอกาสไปฟ้องรองเสนาบดีซูเมื่อเขาเดินทางกลับต้าฉี เื่โถพระราชทานแตกเพราะฝีมือสาวใช้คนใหม่คงถูกเปิดโปงแน่ คุณชายจื่อหาวถึงได้จะลงมือกับนาง
อย่าว่าแต่ไปฟ้องเ้าของจวนเลย คราวก่อนนางตั้งคำถามในงานชิมชาของฮองเฮา ไยคุณชายน้อยไม่มีเสื้อผ้าราคาแพงสวมใส่เหมือนบุตรคนอื่น จวนใต้เท้าซูจื่อโม่มีบุตรหกคน บุตรชายหญิงของฮูหยินใหญ่ซูหว่านอิงสองคน สองพี่น้องมีเรือนไม้กว้างขวางรายล้อมด้วยสวนดอกไม้ เครื่องเรือนหรูหราทำจากทองคำก็มี ทรัพย์สินเ่าั้มิใช่ฮ่องเต้พระราชทาน มิใช่จากรองเสนาบดีซูหรือสินเดิมสกุลหลิน
บุตรของอนุเจียอี คุณหนูสี่ลู่หลิงสวมอาภรณ์สง่างามผ้าแพรต่วนราคาแพง เครื่องประดับเทียบเท่าองค์หญิง บุตรของอนุเสี่ยวถิง สองแฝดชายหญิงก็ไม่น้อยหน้า มีร้านค้าถึงสิบร้านในเมืองที่บิดายกให้ ร้านส่วนใหญ่เป็สินเดิมของฮูหยินมู่ซินเหยียน บุตรสาวพ่อค้าอันดับหนึ่งในเมืองหนาน
หลังตระกูลซูแจ้งทางการว่าฮูหยินหายตัวไปอย่างลึกลับ ไม่รู้ว่าเป็ชู้กับองครักษ์หนุ่มหรือไม่จึงหนีตามกันไป บุตรนอกสายเืก็ยึดทุกสิ่งไปเสียหมด บุตรชายแท้ ๆ มิได้ใช้เงินของมารดา ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ในรอยยิ้มใสซื่อ หยาดน้ำตาที่สั่งให้ไหลออกมาได้ทุกเมื่อ คำพูดก็ร้ายกาจถึงเพียงนั้น คนในจวนใครเล่าจะชอบนาง คงมีแค่คุณชายน้อยกับป๋ออวี้
“คุณชายน้อยขอรับ เมื่อคืนนี้คุณหนูเสิ่นเช็ดตัวให้ท่านทั้งคืน สาวใช้นางนำยาที่จวนแม่ทัพมา ได้ยินว่าเป็ยาจากในวังหลวง ฮ่องเต้ทรงมอบให้ท่านลุงของนางมาสองกระปุก ข้าไปนำอาหารจากซิ่วอิงมา วันนี้มีผัดผัก ไก่ดำตุ๋น ข้าวอบหม้อดิน มีเป็ด โจ๊ก...”
ป๋ออวี้ชื่นชมคุณหนูที่ฟุบหลับอยู่ข้างเตียงไม่ขาดปาก เห็นคุณชายน้อยหน้าระรื่น ลูบแก้มนางผู้เป็ดั่งดวงใจ ขณะจัดวางอาหารบนโต๊ะใกล้กับเตียงนอน
ั้แ่มารดาจากไป เรือนคุณชายน้อยมีแค่ผัดผักกับข้าวสวย จะมีเนื้อสัตว์หรือปลานาน ๆ ครั้ง บ่าวชายเพียงคนเดียวต้องไปขอร้องแม่ครัว ติดสินบนนาง ถึงจะได้กินเนื้อสักมื้อ
แน่ล่ะว่าองรักษ์ป๋ออวี้ในคราบบ่าวทนหิวไม่ไหว โชคดีที่คุณหนูเสิ่นนำอาหารอย่างดีมาให้คุณชายน้อยโดยที่คนในจวนไม่พบเห็นนางแม้เงา ส่วนมื้ออื่น ๆ นั้นเขาไปเอาอาหารที่นางสั่งให้คนในโรงครัวจวนแม่ทัพจัดเตรียมเอาไว้
เวลากินก็ต้องแอบกินไม่ให้ใครรู้ คุณชายน้อยตอนนี้ไม่มีสมบัติติดตัว พวกอนุดูิ่รังแก ย่อมไม่อยากให้คุณหนูเข้ามาพัวพัน แต่คุณหนูก็ดื้อรั้นไม่กลัวความเดือดร้อน นางยื่นมือช่วยเหลือคุณชายน้อยมาโดยตลอด
“ฮื่อ... พี่อวิ๋น...” หรูซีขยับตัว บีบกุมมือเย็นเฉียบแน่น บุรุษร่างกำยำที่นอนคว่ำ หน้าตาซีดขาว ใต้ผ้าพันแผลยังมีเืซึม หันไปพูดกับบ่าวชายที่นั่งลงเอาตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก
“เ้าก็เห็นนาง... เอาขนมมาให้พี่จื่อหาว เมื่อวานข้าโดนตีแทบตาย นางเดินผ่านข้าไป ไม่มองข้าเลย”
“โธ่คุณชายน้อย! คุณหนูเสิ่นทำตามแผนการของนางอย่างแเี ไม่ให้คนในจวนสงสัย ท่านควรชื่นชมนางนะขอรับ มิใช่มาทำน้อยใจเช่นนี้ ท่านจะไปสนใจอะไรกับขนม ข้าว่าเป็คำสั่งยายแก่สติเลอะเลือน ลืมว่าสหายตายไปในสนามรบตั้งนานแล้ว จะมาบังคับหลานสาวทำไมก็ไม่รู้”
“ว่าท่านยายนางได้อย่างไรเล่า เดี๋ยวนางก็โกรธเอา...” คุณชายน้อยเสียงแหบแห้ง เขารู้สึกว่าาแดีขึ้นมาก เพราะได้ยาดีจากคุณหนู
ป๋ออวี้ในคราบชายสูงวัยกินอาหารก่อนคุณชายอย่างเอร็ดอร่อย ปากก็บ่น
“ข้อนี้ข้าเห็นด้วยกับคุณชายใหญ่ คนตายก็ตายไปแล้ว ไยจึงต้องบังคับบุตรหลานให้แต่งงาน แต่งไปก็มีแต่จะเป็ทุกข์ ตาข้ามิได้มืดบอด เห็นอยู่ว่าคุณหนูเสิ่นพึงใจคุณชายน้อย หากนางไม่ติดสัญญาหมั้นหมายกับบุตรชายคนโตตระกูลซู นางก็ต้องเป็ฮูหยินท่าน นางปีนเตียงท่านั้แ่ห้าขวบนะขอรับ”
ปีนเตียง! คุณชายยกมือปรามองรักษ์ให้พูดเบา ๆ คุณหนูจะเสื่อมเสียชื่อเสียงเอาได้
คุณหนูหลับไม่รู้เื่รู้ราว เขาเอาผ้าห่มคลุมตัวนางไว้ไม่ให้นางหนาว ครั้นจะจับนางขึ้นมานอนบนเตียง คงลุกไม่ไหว ตาคมหลุบมองใบหน้าหวานยามหลับใหล หวนระลึกถึงวันวานด้วยหัวใจที่เต้นระรัวแรง
‘พี่อวิ๋นเชื่อเื่ชาติก่อนหรือไม่?’
ตอนนั้นเด็กสาวตัวกระจ้อยร่อยลอบมาพบเขา นางย่องเข้ามาทางหน้าต่าง แอบมาซุกตัวนอนในผ้าห่มของเขา
เขาอายุห่างจากนางแปดปี ตอนเขาอายุสิบสามปี นางอายุห้าขวบกว่า นางเล่าให้เขาฟังว่าทันทีที่ได้สำนึกรู้ในร่างนี้ นางไม่อยากพลาดโอกาสทองอีก เลยรีบตรงมาพบเขา
อวิ๋นซีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม ฉายแววบัณฑิตั้แ่วัยเยาว์ จึงไม่เชื่อคนง่ายดาย แต่เพราะเห็นนางเป็เด็กน้อย จะทำอะไรใครได้ จวนแม่ทัพตั้งอยู่ข้างจวนขุนนาง เขาจะไปฟ้องาุโว่านางทำตัวเหลวไหลเมื่อใดก็ได้
เมื่อนางเริ่มเข้าหาเขาก็แสร้งเป็ผู้ฟังที่ดี นางพูดเป็ตุเป็ตะว่าได้กงล้อแห่งโชคชะตามาจากท่านอาจารย์ ย้อนกลับมาแก้ไขอดีตที่ผิดพลาด ชาตินี้นางจะปฏิบัติดีต่อเขา จะต้องกินอาหารดี ๆ ยามป่วยไข้ต้องมียารักษาโรค เื่เงินทองขออย่าให้เขาเป็กังวล
เรียนหนังสืออย่างไรก็ต้องใช้เงิน...
ทั้งค่าเล่าเรียน ค่ากินอยู่ ค่าตำรา ค่าจ้างบ่าว คุณชายน้อยใช้ชีวิตกลางดงจระเข้ อนุขี้อิจฉา บิดาก็ลำเอียง ไม่สนว่าตระกูลซูจะรังแกเขามิให้ได้ดีไปกว่าบุตรคนอื่น ชาติก่อนเขามีความเป็อยู่ที่ลำบากยากแค้นหลังมารดาเสียชีวิตไป ถึงเขาจะเป็บัณฑิตได้ ก็อยู่ในผู้สอบผ่านลำดับต่ำสุด ทั้งที่เขามีความสามารถมากกว่านั้น กว่าเขาจะไต่เต้าขึ้นตำแหน่งสูงในราชสำนัก ล้วนใช้เวลาและความสามารถตน หาได้มีผู้ใดหยิบยื่นมือช่วยเหลือ
เด็กห้าขวบจะมีความคิดลึกซึ้งเท่านี้ได้อย่างไร ขนาดป๋ออวี้ที่มีนิสัยระวังตัว มิให้ใครเข้าใกล้คุณชายน้อย ยังค่อย ๆ ยอมรับนาง
อย่างเมื่อคืนนี้ คุณหนูเสิ่นทำให้คุณชายและป๋ออวี้ประหลาดใจอีกแล้ว
‘ต่อให้ท่านกำเงินร้อยตำลึงไปซื้อยา จะไม่มีใครขายยาให้ท่าน ฮูหยินซูใช้เงินและอำนาจข่มขู่หมอยาในเมืองหมดแล้ว หากท่านจ้างผู้อื่นไปพบหมอให้จ่ายยารักษาาแจากการถูกเฆี่ยน ยิ่งน่าสงสัย ท่านไปพบชายผู้หนึ่ง เป็สหายข้า เขาจะมอบยาให้ท่าน ก่อนเดินทางมาที่นี่ข้าจัดเตรียมยาชั้นดีจากหมอเทวดาเอาไว้ แผลเหล่านี้ไม่นานเกินสามวันก็หาย’
‘นำป้ายหยกนี่ไปตรอกชุนหลี ได้รับของแล้วท่านนำกลับไปต้มที่เรือนเดิม ไม่ก็ไปที่โรงครัวในจวนข้า ค่อยนำมาให้พี่อวิ๋นใน่รุ่งสาง อย่าให้ใครรู้เป็อันขาด บ่าวรับใช้ที่นี่เป็คนของอนุทั้งนั้น รวมหัวกันรังแกคุณชายน้อยไม่เลิกรา!’
‘อย่าลืมตบตาพวกเขาด้วย องรักษ์ป๋อ แสร้งออกไปวิ่งวุ่นซื้อยาให้ครบทุกร้าน ไปขอความเมตตาจากาุโที่เรือนใหญ่ ขอให้ฮูหยินซูปรานีคุณชาย ทำตัวให้น่าสงสาร แต่อย่ามากเกินไป พวกเขาจะสงสัยเอาได้...’
‘ส่วนพี่อวิ๋น... จะแกล้งป่วยกี่วันก็แล้วแต่ จะได้มีเวลาอ่านตำราเรียน’