ตอนที่ 7
นางร้ายเื่ใดก็อาภัพในรักทั้งนั้น (1/2)
เป็อีกครั้งที่ไป๋อวี้เพ่งมองนิ้วมือของตนเอง
แม้าแไม่ร้ายแรงเท่าวันแรก แต่ก็ถือว่าหายช้ามากสำหรับผู้มีมนตราเดิมทีนางคิดว่ามนตราของร่างนี้จะทำให้าแหายเอง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่...ที่าแของนางไม่ยอมหายอาจเป็เพราะตอนนี้นางไม่สามารถใช้มนตราได้
ไป๋อวี้คนใหม่ไม่รู้วิธีใช้มนตรา! อย่างไรก็ให้มาอยู่ในร่างนางร้ายผู้เพียบพร้อมแล้วเหตุใดไม่ให้ความสามารถมาทั้งหมดเลยล่ะโชคชะตาเ้าเอ๋ย ไหนจะความทรงจำครึ่ง ๆ กลางๆ นี่อีก เซ็ง !
การมาของสวีเพ่ยเพ่ยนางร้ายตัวรองทำให้ชีวิตอันสงบสุขของไป๋อวี้เปลี่ยนไปเพราะการเยอะเย้ยเื่าแที่หายช้านั้นทำให้นางต้องมานั่งหาวิธีใช้มนตราทั้งยังต้องใช้ให้ได้ก่อนจะถึงการคัดเลือกท่านหญิงเหมยฮวาที่ว่า
นางจะไม่ยอมเป็สตรีไร้ความสามารถและต้องสละตำแหน่งนี้ให้ผู้ใดแน่นอน!
ไป๋อวี้เริ่มจากนำตำราการใช้มนตราเบื้องต้นมาอ่านโดยตอบคำถามสาวใช้แสนรู้ว่าเพียงอยากทบทวนบทเรียน ่นี้นางประกาศว่าไม่้าให้ผู้ใดมารบกวนเนื่องจากเหน็ดเหนื่อยจากการคิดค้นสูตรคูณและยัง้ารักษาาแ ทำให้หลายตระกูลการค้าที่้าผูกมิตรจำต้องหยุดแผนการตีสนิทนางแล้วหันไปเคี่ยวเข็ญลูกหลานที่มีมนตราให้ตั้งใจร่ำเรียนสูตรคูณจากสำนักศึกษามนตราแทน
ปกติสำนักศึกษามนตราจะเปิดสอนสำหรับชนชั้นสูงหรือลูกหลานพ่อค้ารายใหญ่ที่มีอายุสิบสามถึงสิบแปดปีบุรุษชนชั้นสูงส่วนใหญ่ไม่นิยมการเรียนวรยุทธ์เพราะถือว่ายุทธจักรและราชสำนักเปรียบดั่งน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง* น้อยคนนักที่จะเรียนวรยุทธ์และเรียนมนตราไปด้วยหนึ่งในนั้นคือโอวหยางิเซียนผู้มีความสามารถโดดเด่นกว่าโอวหยางหย่งเซียนที่เป็ไท่จื่อของแคว้นเสียอีก
ส่วนสตรีชนชั้นสูงนั้นก็น้อยนักที่จะตั้งใจเรียนเพราะด้วยธรรมเนียมประเพณีนั้นถือว่าเป็หญิงมีหน้าที่ปรนนิบัติสามีเลี้ยงดูบุตรและปกครองบ้านเรือน ส่วนใหญ่จึงเรียนเพื่อพอมีความสามารถเท่านั้นซึ่งมักจะออกมาในรูปแบบของการแสดงความสามารถ ดังเช่นการแสดงพิณของไป๋อวี้ นางสำเร็จการเรียนมนตราสำหรับสตรีในอายุสิบห้าและตอนนี้ไม่จำเป็ต้องเข้าเรียนที่นั่นทุกวันอีกแล้วเพียงแต่เข้าไปบ้างหาก้าศึกษาเพิ่มเติมในวิชาอื่น ๆ ซึ่งถือได้ว่าไป๋อวี้เป็สตรีที่ร่ำเรียนมนตราได้สูงกว่าสตรีหรือบุรุษทั่วไป
หากนางที่ไม่รู้จักการใช้มนตราเท่ากับไป๋อวี้คนเดิมไปที่นั่นเพื่อเรียนมนตราเบื้องต้นคงพิลึกน่าดู ไป๋อวี้คนนี้จึงทำได้เพียงเก็บตัวและศึกษาจากตำราอยู่เงียบๆ แม้จะเป็เื่ใหม่ที่นางอ่านแล้วพอเข้าใจบ้างแต่ถึงอย่างไรนางก็ใช้มนตราไม่ได้อยู่ดี แม้แต่เงาของแสงสีแดงอันเป็สีมนตราประจำตัวก็ไม่มีให้เห็น
“คุณหนูเ้าคะ เว่ยหวางเสด็จมาเ้าค่ะ”
“เว่ยหวาง ?” พระรองน่ะหรือ ?
“เ้าค่ะ ครั้งนี้ไทเฮาทรงมีรับสั่งให้เว่ยหวางพาหมอหลวงมู่มาดูาแของคุณหนูเ้าค่ะ”
“ช่วยข้าแต่งตัว”
ไป๋อวี้ยืนให้สาวใช้แต่งตัวให้สมเกียรติกับแขกผู้มาเยือนในหัวพลางคิดถึงเื่ของเว่ยหวางที่อยู่ในความทรงจำของร่างนี้ ซึ่งผลก็คือ...เื่ราวไม่ชัดเจนใบหน้าก็เลือนราง
พอค้นความทรงจำตัวเองที่พอรู้จากซีรีส์ที่เคยเล่นก็จำได้ว่าเว่ยหวางนั้นเป็พระรองแสนดีทำเพื่อนางเอกทุกอย่าง แม้นางเอกจะเป็ของฉินหวางผู้เป็พี่ชายที่ตนภักดี บุคลิกนุ่มนวลอ่อนโยน เป็สุดยอดสุภาพบุรุษตามฉบับพระรองแสนดี...แต่นางเอกไม่เอา
นางจะรอดูว่าเว่ยหวางในภพนี้จะเป็เช่นในซีรีส์หรือไม่ หากเป็เช่นนั้นจริงนางคงลำบากใจน่าดู...เพราะพระรองคนนี้สำหรับนางในชาติก่อนต้องใช้คำว่า ‘ตรงสเปค’
ซึ่งบุรุษเช่นนี้แหละ...ที่ทำให้นางในชาติก่อนตกอยู่ในห้วงความรักมาเก้าปีเต็มๆ
“คุณหนูเ้าคะ”
“หืม”
“ปกติไทเฮาทรงให้ฉินหวางมาเป็ธุระที่จวนบ่อยๆ เหตุใดวันนี้ถึงเป็เว่ยหวางล่ะเ้าคะ”
“ทรงติดราชกิจกระมัง” ติดราชกิจที่วัดประจำตระกูลกับไป๋ฮวาไง
“คุณหนูไม่เสียใจหรือเ้าคะ”
“ข้าโอเค”
“โอเค ?”
“โอเคแปลว่าข้าสบายดี”
“เป็ภาษาใดหรือเ้าคะ”
“ภาษาจากจักรวาลอันไกลโพ้น”
“คุณหนูสอนบ่าวด้วยนะเ้าคะ !”
“โอเค”
“เอ๋ ?”
“มันแปลว่าตกลงด้วยน่ะ”
“โอเคเ้าค่ะ”
หัวไวมากเ้าหมาน้อย !
.
.
.
“อวี้เอ๋อร์ถวายพระพรเว่ยหวางเพคะ”
“ไม่ต้องมากพิธี”
“ขอบพระทัยเพคะ”
ไป๋อวี้อยู่ในอาภรณ์เนื้อนุ่มสีขาวปักลายดอกเหมยสีแดงปลายเสื้อคลุมตัวงามส่งให้ร่างบางในวันนี้ดูงดงามสูงส่งแต่ก็ดูเย้ายวนเป็พิเศษ นางยอบตัวให้ผู้สูงศักดิ์พลางก้มใบหน้าเล็กน้อยตามมารยาทที่ว่าห้ามมองใบหน้าเชื้อพระวงศ์หรือชนชั้นที่สูงกว่าตามใจชอบ
“าแคุณหนูไป๋เป็เช่นใดบ้าง”เสียงทุ้มนุ่มของบุรุษตรงหน้าทำให้ไป๋อวี้อดใจเต้นไม่ได้นิสัยเก่าของนางนั้นพ่ายแพ้แก่บุรุษเช่นนี้เป็ทุนเดิม เมื่อได้เจอเว่ยหวางผู้ขึ้นชื่อว่าอ่อนโยนอยู่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะใจเต้นไหนจะน้ำเสียงคุ้นหูนั่นอีก...ช่างคล้ายกับคนผู้นั้นที่นางเคยรัก
“ดีขึ้นแล้วเพคะ” ไป๋อวี้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานใบหน้าสวยเงยหน้าขึ้นเพื่อหวังจะลอบมองใบหน้าเว่ยหวางในภพนี้ ั์ตาดำขลับของนางสบเข้ากับดวงตาคมของบุรุษตรงหน้าเข้าอย่างจัง....หัวใจดวงน้อยพลันเต้นแรงขึ้นมาทันที
ปะ..เป็ไปไม่ได้ !
“เปิ่นหวางพาหมอหลวงมู่มาตรวจดูาแให้คุณหนูไป๋..”น้ำเสียงนุ่มชวนอบอุ่นหัวใจประกอบกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเสริมให้คนตรงหน้าอ่อนโยนยิ่งขึ้น“...ต้องขอโทษด้วยที่มากะทันหันเช่นนี้”
‘โอวหยางเวินโหรว’ แย้มยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าไป๋อวี้นิ่งเงียบไปแทนที่จะเอ่ยขอบคุณเขาค่อนข้างแปลกใจที่คุณหนูผู้นี้มองตนและนิ่งเงียบไป ทั้งที่นางมักจะวางตัวดีและมีมารยาทเมื่ออยู่ต่อหน้า
“หวังว่าคุณหนูไป๋คงไม่ถือสา” น้ำเสียงนั้นยังคงเอ่ยด้วยความนุ่มนวลหาได้ถืออันใดในการเสียมารยาทของนาง
ท่านมักเป็เช่นนี้เสมอ ‘เวินโหรว’
ไม่ว่าจะเป็เมื่อใด…
ท่านก็มักจะอ่อนโยนและแย้มยิ้มให้กับการกระทำร้ายๆ ของข้าเสมอ !
--- จบตอน ---
E-Book >> https://joo.gl/vnW56T
สนใจรูปเล่มหรือพูดคุยกับนักเขียน
Facebook : หงเฟย 弘飛
Twitter : @hongfei_writer
#นางร้ายสายสวย #หงเฟยคนส
* น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง หมายถึง ทางใครทางมัน ต่างคนต่างอยู่หรือไม่รุกล้ำต่อกัน