“เฮื่อออ!!!!....”
ตวิษาลุกขึ้นจากเตียงนอนในตอนเช้า ร่างกายและจิตใจรู้สึกอ่อนเพลียเป็อย่างมาก เพราะจิตใจคิดถึงแต่เหตุการณ์ก่อนที่จะลงจากรถยนต์ของภูธิปเมื่อคืนนี้ ก็เพราะเื่นี้นี่ไงล่ะทำให้คืนทั้งคืนตวิษานอนไม่หลับเอาซะเลย สมองคิดเห็นแต่ใบหน้าของภูธิป
แต่นั้นยังไม่เท่าไร ที่พีคมากสุดคือ ดันไปคิดถึงรสััอ่อนหวาน นุ่มละมุนผสมความเร่าร้อนและเรียกร้องอยู่ในที ที่ชายหนุ่มจูบประทับอย่างเร่าร้อนด้วยนี่สิ มันจึงทำให้เธอนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงนอน จนถึงเช้าและสว่างคาตาเลยนี่ไง ซึ่งดีแท้ที่วันนี้เป็วันเสาร์ ซึ่งเป็วันหยุดของเธอ จึงทำให้ไม่ต้องฝืนไปทำงานในสภาพอ่อนเพลียแบบนี้
“ไหนๆ ก็ตั้งใจว่าจะไปวิ่งออกกำลังกายแล้วนี่เรา ก็ไปสิ!! รออะไรล่ะ เผื่อวิ่งมาแล้วจิตใจจะได้ปลอดโปร่ง หยุดคิดเื่บ้าๆ นั้นสักที แล้วค่อยมาหลับเอาแรงสักงีบ”
ตวิษาบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างนั้นแล้ว ก็เดินตรงไปหยิบเสื้อผ้า ขึ้นมาผลัดเปลี่ยน และออกจากห้อง ไปยังสวนสาธารณะที่จัดให้ผู้คนไปออกกำลังกาย
ตวิษาวิ่งไปรอบๆ สวนสาธารณะจนเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมา จากที่มีเพียงนิดหน่อยตามไรผม ก็เริ่มเพิ่มมากขึ้นจนเหงื่อไหลย้อนลงมาอาบสองข้างแก้มนวลเนียนใส และเนื้อตัวก็เปียกชุ่มอย่างเห็นได้ชัด ตวิษาแปรเปลี่ยนจากวิ่งเร็วๆ มาเป็เดิน และมาหยุดยืนอยู่ที่ขอบหนองน้ำ หายใจเข้าออกหอบถี่ๆ สูดอากาศเข้าปอดลึกๆ ช้าๆ
สายตากลมโตคู่สวยมองไปที่กลางหนองน้ำ ก็เห็นห่านตัวผู้ตัวเมีย กำลังว่ายน้ำคลอเคลียสวิตหวานกัน อย่างไม่คิดจะอาย หรือสนใจผู้คนที่มองดูเลยแม้แต่น้อย
แล้วความคิดของตวิษาก็พลันหวนคิดไป ว่าถ้าหากเกิดวันใดวันหนึ่ง เธอตกหลุมรักธิปมาก รักมากจนหัวปักหัวปำ รักมากจนถอนตัวไม่ขึ้น เธอจะไม่แย่เลยหรือ แล้วหากเป็เช่นนั้นเธอจะทำยังไงดี หัวใจดวงน้อยเริ่มบีบรัด แน่นอึดอัด สับสน และรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา คือเธอเป็โสดมานาน และเธอก็ยังไปไหนมาไหนกับเพื่อนได้อย่างอิสระ ยิ่งคิดจิตใจก็ยิ่งสับสนและยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น
“โอ้ยยย!!.... เองไงดีวะเรา.... O_O”
อยู่ๆ ตวิษาก็ร้องะโออกมาซะอย่างงั้น มารู้สึกตัวเอง ก็ตอนที่มีผู้คนหันมามองเธอเป็จุดสนใจนั่นแหละ เธอจึงยิ้มแหยงๆ แห้งๆ และรู้สึกอาย จึงต้องเดินออกไปจากจุดนั้นทันทีอย่างไม่รอช้า โดยคิดว่ากลับห้องพักดีกว่า
กริ๊งงง...... กริ๊งงง...... กริ๊งงง......
ในระหว่างที่เดินออกจากสวนสาธารณะ เพื่อกลับไปยังห้องพัก เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ตวิษาจึงยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู ก็เห็นชื่อคนที่ทำให้เธอกำลังสับสนโชว์หราอยู่หน้าจอ ตวิษาเม้มริมฝีปากเข้าหากันจนเป็เส้นตรง ชั่งใจว่าจะกดรับสายดีหรือไม่ดี
“ฮัลโล!! ว่าไงธิป??”
แต่แล้วตวิษาก็หักห้ามเสียงส่วนมาก ที่ดังกึกก้องอยู่ภายในใจไม่ได้ จึงกดรับสายเรียกข้าวของภูธิป ก่อนจะกรอกเสียงไปตามสาย
“สวัสดีไก๊ด์ เมื่อคืนหลับสบายดีไหม??”
ภูธิปถามมาตามสายเหมือนราวกับรู้ว่าตวิษาไม่ได้นอนทั้งคืนยังไงยังงั้นแหละ
“ก็!! หลับสบายตลอดทั้งคืนจนถึงเช้าเลยล่ะ”
ตวิษาพูดไปตามสาย เพราะไม่อยากให้คนอีกฝั่งหลงตัวเอง ว่าเขานั้นสามารถทำให้เธอนอนไม่หลับได้ทั้งคืน
“ว๊า!! ไม่เหมือนเราเลยเนอะ เรานอนไม่หลับทั้งคืนเลย เพราะคิดถึงแต่ไก๊ด์อ่ะ”
ตวิษาได้ยินคำพูดที่ภูธิปพูดมาตามสาย อย่างไม่เคอะเขิน ก็ตาโตเท่าไข่ห่าน ทั้งใบหน้าก็แดงระเรื่อซับสีขึ้นมาด้วย ดีนะว่าพูดคุยกันทางโทรศัพท์น่ะ หาไม่แล้วเธอไม่รู้จะทำหน้ายังไง มันรู้สึกเขินอายจนทำหน้าไม่ถูกเอาเสียเลย
“ธิปก็พูดไปนั้น!! แล้วนี่มีอะไรถึงโทรหาเราั้แ่เช้าอย่างนี้??”
ตวิษาถามไปเื่อื่นทันที เพราะไม่อยากให้ภูธิปพูดอะไรให้เธอเขินอายไปมากกว่านี้
“พอดีว่าเราซื้อคูปองส่วนลดโรงแรมที่ติดทะเลเอาไว้นานแล้ว เราพึ่งมาดู เห็นว่ามันจะหมดอายุวันนี้ เราก็เลยจะชวนไก๊ด์ไปเที่ยวพักผ่อนกัน ไปนะ คูปองนี้เราซื้อไว้แพงอยู่ หากจะปล่อยทิ้งไปเราเสียดายอะนะ ไปด้วยกันนะ”
ภูธิปทำเสียงออดอ้อนมาตามสาย หวังมากถึงมากที่สุด ที่จะได้ยินคำพูดตอบรับจากตวิษา
เอาอีกแล้ว ตวิษารู้สึกสับสนและลังเลมากขึ้นอีกแล้ว เธอเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนเป็เส้นตรง ไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี จะตอบรับหรือจะปฏิเสธดีกันล่ะเนี้ย!!
๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑