ตอนที่ 5 โกเมน อัคนี ไฟกัลป์
เรานัดกับพวกนั้นกี่โมงนะ เหมือนจะ 8โมง
นิทานลุกขึ้นหาว บิดี้เี ก่อนจะนั่งลงกับเตียง สางขนที่พันกันยุ่งเพราะนอนดิ้นของคีตา เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงลุกทำความสะอาดร่างกาย หยิบเสื้อคลุมแบบมีฮู้ดตัวเก่งที่ยังไม่รีดออกมาสะบัด ๆ พอจะนำมาใส่ นิทานก็ขมวดคิ้วให้กับขนสีดำมากมายที่ติดอยู่บนเสื้อ
“ยังไม่ถึง่ผลัดขนไม่ใช่เหรอ ทำไมขนนายร่วงเยอะงี้ล่ะคีตา”
“โฮ่ง!”
ถึงแม้พลังเชื่อมโยงของนิทานจะเข้าสู่ระดับผู้เรียนรู้แล้ว แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาไม่เข้าใจสักนิดว่าไอ้ โฮ่ง! เนี่ย มันแปลว่าอะไร
เขาเพียงสามารถสื่อสารกับคีตาได้ผิวเผิน บางครั้งเขาก็เข้าใจสิ่งที่คีตาพยายามบอก หลาย ๆ ครั้งเขาก็ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย เขาคิดว่าคีตาก็คงเหมือนกัน เข้าใจเวลาเขาพูดบ้างเป็บางครั้ง
ก็น่ารักดี ถือว่าตกแต่งไง ช่างมันละกัน นิทานยักไหล่ก่อนจะสวมเสื้อเข้าไปทั้งอย่างนั้น
จัดการมัดผมให้เป็หางม้าต่ำอย่างหลวม ๆ เป่าผมหน้าม้านิดหน่อย เมื่อจัดการตัวเองเสร็จ นิทานก็หยิบกระเป๋าใบเล็กสวมไว้บนหลังของคีตา ปล่อยให้ไหลลงมาด้านข้างเป็กระเป๋าสะพายข้าง กระเป๋าใบเก่งของคีตาใบนี้ไม่มีกระดุม เป็แค่ผ้าพาดลงมา นิทานสั่งทำกระเป๋าใบนี้กับร้านด้วยตัวเอง ออกแบบมาให้คีตาสามารถมุดหน้าลงไปคาบของข้างในออกมาเองได้
เสร็จแล้วจึงเตรียมอุปกรณ์เข้าป่ารวมถึงขนมของคีตาใส่กระเป๋าบนหลังตนและคีตา เมื่อครบเสร็จสรรพก็หันไปมองกระจกตรวจความเรียบร้อย
ภายในกระจกคือชายหนุ่มหน้าตาคมคาย ปากและจมูกที่ดูธรรมดาแต่กลับชวนมอง ใส่เสื้อคลุมแขนยาวแบบมีฮู้ดยาวถึงเอว กางเกงขายาว ผมดกดำมัดไว้เป็หางม้าต่ำสั้น ๆ ั์ตาสีน้ำเงินเข้มเหมือนห้วงสมุทรสุดเขตที่แสงจะส่องถึง มีกระเป๋าใบหนึ่งห้อยอยู่บนหลัง สวมรองเท้าบูตสำหรับเดินป่า ข้าง ๆ เป็หมาตัวใหญ่ขนสีดำสนิทห้อยกระเป๋าสะพายข้างไว้ ใส่ถุงเท้าและรองเท้าสำหรับสุนัขเพื่อการเดินป่า เมื่อเรียบร้อยนิทานก็พร้อมออกเดินทาง
อากาศวันนี้ค่อนข้างอบอ้าว ซึ่งที่จริงก็อบอ้าวเป็ประจำทุกวันอยู่แล้วในอาณาจักรไฟกัลป์แห่งนี้
ความร้อนและไฟคือสัญลักษณ์แห่งอาณาจักรไฟกัลป์และราชวงศ์ไฟกัลป์ ประชาราษฎร์หลายร้อยล้านในอาณาจักรต่างอยู่ภายใต้ราชวงศ์ไฟกัลป์มาตลอดหนึ่งพันปี และจะเป็เช่นนี้เสมอไปตราบใดที่อาณาจักรยังถูกปกปักด้วยองค์ราชินี โกเมน อัคนี ไฟกัลป์
ยิ่งหลังจากเขาฝันร้ายเช่นนั้น เขามักจะเห็นภาพลูกไฟั์นั่นและนึกถึงเื่ราวขององค์ราชินีเสมอ
องค์ราชินีเป็ผู้ปกครองสูงสุดเพียงหนึ่งเดียว ปกปักประชาราษฎร์ทั่วอาณาจักร สัตว์อสูรจากหุบเหวแห่งผู้บิดเบี้ยวไม่อาจคืบคลาน ผู้คิดปฏิปักษ์ต่างมอดม้วยภายใต้เพลิงกัลป์
องค์ราชินีคือตัวแทนแห่งไฟ เป็สตรีผู้ควบคุมเพลิงกัลป์ ผู้ปกครองเพียงหนึ่งเดียวแห่งบัลลังก์สีชาด ตำนานและเื่ราวมากมายต่างยกย่องขนานนามให้นางเป็สตรีแห่งไฟ
ความแข็งแกร่งถูกบอกเล่าต่อกันไปทั่วทวีปถึงสตรีแห่งไฟผู้เคยอยู่ภายใต้ราชวงศ์หนึ่ง เวลานั้นเป็เพียงเ้าหญิงธรรมดา ๆ ในหมู่ทายาทมากมายที่เกิดจากเหล่าสนมขององค์เหนือหัว นางพบเห็นความชั่วช้าและความโลภของราชวงศ์ซึ่งเป็ครอบครัวของนางเองในทุกขณะชีวิต
นางไม่อาจทนความเลวทรามของราชวงศ์ที่กดขี่ปวงประชาได้อีกต่อไป การใช้ภาษีอย่างไร้ความหมาย บรรดาศักดิ์ที่แลกได้ด้วยทรัพย์สิน สภาพความเป็อยู่ที่ขาดความปลอดภัย การฉ้อโกงมากมาย ระบบยุติธรรมที่เอนเอียง และผู้ปกครองที่ปกครองเพื่อตนเอง หาใช่ปกครองเพื่อปวงประชา
องค์ราชินีในขณะนั้นที่เป็เพียงเ้าหญิงจากสนมคนหนึ่งขององค์เหนือหัวนั้นไร้ซึ่งความโดดเด่นหรือพิษภัยใด ๆ หากแท้จริงแล้วลอบสั่งสมกำลัง ฝึกปรือฝีมือตนหวังโค่นล้มองค์เหนือหัวผู้มักมาก ปฏิบัติกับประชาชนเยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ผู้เห็นต่างถูกปะาอย่างไร้ค่าต่อหน้าสาธารณชน ชายหญิงมากมายต่างถูกเกณฑ์ไปใช้ต่างทาสโดยราชวงศ์ องค์ราชินีอดทนอดกลั้นเฝ้ารอวันจะโค่นล้มถอนรากถอนโคน
แผนการก่อฏ ล้างบางทั้งอาณาจักรขององค์ราชินีได้รับการสนับสนุนจากประชาชนมากมาย นางคือตัวแทนแท้จริงแห่งปวงประชาหากปัญหาใหญ่ที่สุดไม่ใช่กองทหารอันแข็งแกร่ง แต่กลับเป็ตัวองค์เหนือหัวเอง ถึงแม้ราชวงศ์จะเลวทรามแต่ย่อมไม่ไร้สามารถ โดยเฉพาะตัวองค์เหนือหัวเองที่แข็งแกร่งราวกับทวยเทพ บันทึกกล่าวไว้ว่า องค์าาผู้นั้นอยู่ในระดับที่สูงยิ่งกว่าอริยะ เหนือล้ำยิ่งกว่านักสลักเบญจที่ใช้พลังได้สมบูรณ์อย่างผู้แสวงวิถี เป็ขอบเขตที่นิทานไม่อาจทราบและไม่เคยได้ยินมาก่อน
องค์ราชินีต่างใช้ทุกวิถีทางทั้งทางตรงทางอ้อม แผนลับแผนแจ้ง สั่งสมขุมกำลัง พัฒนาพลังของตน เมื่อถึงจุดแตกหักในาตัดสินที่เกิดขึ้นระหว่างฝ่ายขององค์ราชินีที่มีประชาราษฎร์นับล้านให้การสนับสนุนกับฝ่ายของราชวงศ์และกองทหาร
แม้ในทางการศึก องค์ราชินีจะชนะศึกน้อยใหญ่มากมาย กวาดล้างขุนนางบรรดาศักดิ์ไปกว่าครึ่ง เหล่ายอดฝีมือของราชวงศ์ล้มตายราวใบไม้ร่วง ขุนพลและกองทหารจำนวนมากยอมศิโรราบ ตาชั่งแห่งชัยชนะเอนเอียงมาทางองค์ราชินีมากขึ้นทุกที
หากทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อองค์เหนือหัวออกทำศึกด้วยตนเอง ศึกนั้นกินเวลา 3วัน3คืน จบลงที่ความพ่ายแพ้ย่อยยับขององค์ราชินี ถึงแม้จะสังหารราชวงศ์ไปมากเพียงใด จัดการเหล่าขุนนางไปเพียงไหน สุดท้ายองค์ราชินีก็ไม่อาจต่อกรกับองค์เหนือหัวผู้ปกครองทั้งราชอาณาจักรในขณะนั้นได้
งานปะาขององค์ราชินีถูกจัดขึ้นกลางจัตุรัสกลางเมือง ท่ามกลางศพของเหล่าประชาราษฎร์ที่ล้มตายในา สายตานับล้านจากประชาชนที่เหลือรอดต่างจับจ้องมาที่แท่นปะากลางจัตุรัส
องค์เหนือหัวและเหล่าราชวงศ์ต่างกระหยิ่มยิ้มย่องกับชัยชนะ เพชฌฆาตจุดไฟโยนลงสู่บรรดาศพที่กองทับถม เปลวเพลิงลุกไหม้ขยายใหญ่ขึ้นสูงเสียดฟ้า แผดเผาทั้งซากร่างและองค์ราชินีที่นั่งก้มหน้าอยู่กลางซากศพ องค์ราชินีผู้เกรียงไกรบัดนี้สภาพไม่ต่างอันใดกับซากศพ แขนขาขาดวิ่น าแถึงฆาตมากมายประดับบนร่าง หากลงหายใจและแววตาของเธอกลับไม่โอนอ่อนแม้แต่น้อย
“ขอจงเปลวไฟที่ลุกโหมกระหน่ำนี้ เป็สัญญะเตือนใจแก่ประชาราษฎร์ทั้งมวล ว่าใครคือผู้ปกครองอาณาจักรแห่งนี้ ใครคือผู้อยู่เหนือพวกเ้านับล้าน และย้ำเตือนฐานะของพวกเ้าที่เป็เพียงสัตว์ชั้นต่ำ สัตว์ที่ไม่อาจขัดขืนผู้ปกครอง!”
เสียงดังกังวานจากองค์เหนือหัวกดให้เหล่าประชาราษฎร์ที่เหลือรอดก้มหน้าลงต่ำ กัดฟันท้อแท้กับชะตากรรมที่ไม่อาจเลี่ยง
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโหมกระหน่ำ ปรากฏเสียงหัวเราะดังกังวาน ต้นตอมาจากร่างของสตรีผู้หนึ่งที่ทั้งร่างถูกปกคลุมไปด้วยไฟร้อนราวกับแก่นนรกในหุบเหวแห่งผู้บิดเบี้ยว เสียงหัวเราะนั้นดังอย่างต่อเนื่อง หากกลับไม่ใช่เสียงหัวเราะอย่างคนเสียสติหรือคนที่ยอมจำนน หากแต่เป็เสียงหัวเราะจากการได้ยินเื่ชวนหัวที่สุดในโลก
“ผู้ปกครองงั้นเหรอ เหนือประชาชนนับล้านงั้นเหรอ สัตว์ชั้นต่ำงั้นเหรอ เปลวไฟนี้ย่อมเป็สัญญะเป็แน่แท้ หากไม่ใช่สัญญะของเื่ราวไร้ค่าไร้สาระของเ้า หากแต่เป็สัญญะถึงเื่ของข้า เ้าหญิงคนหนึ่งผู้ลุกขึ้นต่อต้าน เ้าหญิงคนหนึ่งผู้นำพาความหวังมาแก่คนนับล้าน!”
เสียงก้องกังวานขององค์ราชินีกลับกระแทกเข้าที่โสตประสาทของทุกคน ปลุกให้เืร้อนระอุดั่งไฟ เหล่าขุนนางต่างตัวเกร็ง มือสั่นยามนึกถึงความแข็งแกร่งก่อนจะถูกกำราบของสตรีเบื้องหน้า แม้แต่องค์เหนือหัวยังม่านตาหดวูบ ลมหายใจขาดห้วง่สั้น ๆ
แม้ตัวมันเองจะรู้ดีว่าสตรีตรงหน้ายามนี้ไม่อาจต่อต้านอันใดได้แล้ว ร่างของเธอไร้ซึ่งพลังจิติญญาอีกต่อไป เป็เพียงซากร่างที่ไม่ยินยอมรับความตาย หากไร้ทางขัดขืนใด ๆ
แม้จะเป็เช่นนั้นหากมันก็อดสั่นสะท้านเล็กน้อยไม่ได้ยามนึกถึงศึกก่อนหน้า ความบ้าคลั่งและแข็งแกร่งของเธอสลักตราประทับในจิตใจของมันอย่างแท้จริง สตรีตรงหน้านี้แม้ระดับตัวตนจะยังไม่สูงส่งเท่ามัน หากความสามารถ ความมุ่งมั่น พร์นั้นเหนือล้ำจนมันทาบไม่ติด แม้ระดับตัวตนด้อยกว่ากลับสามารถต่อกรกับมันได้ยาวนาน 3วัน 3คืน มันกังวลพลางนึกไปว่าหากสตรีตรงหน้าของมันเกิดเร็วกว่านี้ซัก 20ปี คงไม่มีตัวมันในวันนี้
“ถึงแม้วันนี้ข้าพ่ายแพ้ หากข้าไม่สูญสิ้น เปลวไฟแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ข้าจุดขึ้นมานั้นบัดนี้กลายเป็เชื้อไฟที่จะแผ่ขยายลุกลาม! ต่อให้ข้าตาย แต่ข้าคนต่อ ๆ ไปย่อมตามมา!”
“นับจากวันนี้ข้าไม่ขอใช้สกุลเดียวกับไอ้สวะอย่างพวกเ้าอีกต่อไป ข้าจะเป็เชื้อเพลิงแห่งไฟกัลป์ที่เผาผลาญพวกเ้าไปตลอดกาล!”
“นามของข้าคือ โกเมน อัคนี ไฟกัลป์!”
สิ้นเสียง ร่างของราชินีก็สลายกลายเป็ขี้เถ้า มอดไหม้ลงจนไม่เหลือสิ่งใด เมื่อได้เห็นกับตาว่าสตรีน่ากลัวเบื้องหน้าสิ้นชีพแน่แล้ว องค์เหนือหัวจึงคลายกังวล ก่อนกล่าวด้วยเสียงดังองอาจ แต่ในคราวนี้ความมั่นใจในน้ำเสียงกลับหดน้อยลงไป
“นี่คือชะตาของผู้ที่ริอ่านต่อต้านข้า การขัดขืนมีค่าเพียงความพ่ายแพ้และความตาย ข้าจะส่งทุกผู้ไปสู่ความตายอย่างน่าสังเวช จงดูและจดจำเอาไว้! สตรีนางนี้พ่ายแพ้แก่ข้า!”
จัตุรัสกลายเป็เงียบสนิท ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใด ๆ จากประชาชนนับล้าน ไม่มีแม้แต่เสียงร้องไห้หรือเสียงสะอื้นแห่งความสิ้นหวัง หากแต่สามารถััได้ถึงความร้อนระอุราวกับเปลวไฟจากจิตใจของเหล่าประชาชนนับล้านผู้โกรธแค้น สองตาของประชาชนแดงฉาน
โกเมน อัคนี ไฟกัลป์!
เสียงของประชาชนคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำลายบรรยากาศเงียบเชียบ เสียงนี้ราวกับปลุกอสูรร้ายที่หลับใหล ก่อเกิดคลื่นแห่งความโกรธาพิโรธที่แพร่กระจายจนถึงขีดสุด เสียงสรรเสริญอื่นก็ดังต่อกันมาจนขยายวงกว้างไปทั่วจัตุรัส
โกเมน อัคนี ไฟกัลป์!
โกเมน อัคนี ไฟกัลป์!
โกเมน อัคนี ไฟกัลป์!
ประชาชนนับล้านประสานเสียงะโก้อง เสียงจากคนนับล้านสะท้านะเืฟ้าดิน องค์เหนือหัวสีหน้าเรียบเฉย ลอยขึ้นสู่นภาเหนือจัตุรัส ฝ่ามือขวาเรืองแสง ก่อนขยับฝ่ามือกดลงสู่จัตุรัส หวังจะลงโทษเหล่าผู้ไม่รักดี
พลังอันไพศาลสาดทับลงมาทั่วอาณาจักร กดดันให้ประชาชนนับล้านไม่อาจหายใจ หากแต่สรรพเสียงกลับไม่อาจเบาลงแม้แต่น้อย มีแต่จะยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆ
ในตอนนั้นเองที่ขี้เถ้ามากมายกลางจัตุรัสกลับลอยขึ้นสู่ฟ้า หมุนคว้างราวกับพายุ ขี้เถ้าดำทะมึนปริมาณมหาศาลปกคลุมทั่วผืนนภา ขี้เถ้ามากมายต่างเริ่มติดไฟขึ้นมา ก่อเกิดเป็พายุเพลิงขนาดใหญ่ที่พัดพาไปทั่วแผ่นฟ้า ท้องนภาถูกอาบย้อมด้วยสีแดงฉาน เผาผลาญซึ่งพลังกดดันขององค์เหนือหัวจนสิ้น
เพลิงเหล่านี้มิใช่เพลิงธรรมดา หากเป็เพลิงโชติ่ที่ร้อนแรงยิ่งกว่าสิ่งใดที่องค์เหนือหัวเคยได้พบ ความร้อนสูงของเพลิงแปลกตาสีชาดนี้ถึงกับเหนือล้ำกว่าเพลิงฟ้าแก่นโลกาที่ร้อนแรงที่สุดในโลกเสียอีก เพลิงสีชาดเหล่านี้ลุกติดขึ้นโหมกระหน่ำ ยิ่งเสียงของประชาชนดังเท่าใด เปลวเพลิงก็ยิ่งลุกโหมราวกับปีศาจร้ายที่ตอบสนองต่อเสียงหัวใจนับล้าน
แม้องค์เหนือหัวจะไม่เคยเห็นเพลิงชนิดนี้มาก่อน หากองค์เหนือหัวสามารถเห็นนามที่ถูกสลักไว้ในเพลิงนั้นได้อย่างชัดเจน เป็สัญญะและการถือกำเนิดของเพลิงชนิดใหม่ที่ถูกสลักไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยระดับตัวตนขององค์เหนือหัว เขารับรู้ได้ทันทีว่านามของเพลิงชนิดนี้คือสิ่งใด
"ไฟกัลป์..."
ท่ามกลางพายุเพลิงกัลป์ ปรากฏร่างหนึ่งที่ฟื้นคืนจากความว่างเปล่า เปลวไฟรอบ ๆ ต่างเคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับพยายามยื้อแย่งกันมุ่งไปหานาง เปลวไฟหลอมรวมเกิดกลายเป็ร่างของสตรีนางหนึ่ง ใบหน้าดุดัน ผมสีแดงชาดยาวลงถึงกลางหลัง ั์ตาสีเพลิงร้อนระอุราวกับเพลิงนรก ผิวกายสีน้ำผึ้งไร้ตำหนิแผ่ความร้อนทั่วสรรพางค์กาย
องค์เหนือหัวในขณะนั้นร่วงหล่นลงจากฟ้า เนื้อตัวสั่นเทา ตัวมันรู้ดีว่าการที่มันประกาศต่อหน้าประชาชนถึงชัยชนะอันเด็ดขาด หากแต่สตรีนางนี้กลับฉีกหน้าทำลายอาญาสิทธิ์ของมันกลับมาจากความตายนั้นส่งผลเพียงใดถึงผู้ขีดเขียนชะตาระดับสูงเช่นมัน
เกียรติยศและศักดิ์ศรีของมันเป็เื่รอง หากแต่อาญาสิทธิ์ที่ถูกทำลายของมันก่อเกิดเป็ภาพแก่ประชาชนนับล้านว่าตัวมันในเวลานี้ด้อยกว่าสตรีตรงหน้า! ยิ่งในสถานการณ์ที่นางกลับสามารถทะลวงขีดจำกัด ก้าวข้ามโชคชะตาที่มันเขียนให้ ไม่เพียงขึ้นมาเทียบเคียงมัน หากกลับทะลุไปอีกขั้น เป็ระดับขั้นในตำนานของผู้ขีดเขียนชะตาที่มีเพียงไม่กี่ตัวตนทั่วหน้าประวัติศาสตร์เท่านั้นที่ก้าวถึง นางในเวลานี้อันตรายยิ่งกว่าศัตรูไหน ๆ ที่มันเคยพบเจอ!
"ผู้…ครอง…มหากาพย์" องค์เหนือหัวพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
เื่ราวหลังจากนั้นถูกบันทึกไว้อย่างหยาบ ๆ รู้เพียงแค่ว่าองค์ราชินีพลิกกลับมาเป็ฝ่ายได้ชัยชนะ ชำระสังหารเหล่าขุนนางทุกคน ก่อนสถาปนาตัวเองขึ้นเป็ราชินี เปลี่ยนนามของอาณาจักรเป็ไฟกัลป์ และขนานนามเดียวกันแก่ราชวงศ์ กลายเป็ปกครองสูงสุดเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
นิทานไม่เข้าใจเื่ราวส่วนใหญ่จากตำนาน เพียงคิดว่าเป็เื่ราวผสมเื่แต่งที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มความน่าเกรงขามและศักดิ์ศรีแก่ราชวงศ์เท่านั้น ซึ่งก็ได้ผลดีเป็อย่างมาก ดูได้จากการที่ผู้เรียนรู้กว่า 70เปอร์เซ็นต์ของอาณาจักรมักมีคำแห่งพลัง ไฟ อยู่ในตัว ราวกับว่าประชาราษฎร์ทุกคนในอาณาจักรนี้คือเชื้อสายแห่งไฟที่สามารถค้นพบคำว่า ไฟ ได้โดยง่ายกว่าผู้คนที่อื่น
แน่นอนว่านิทานไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เขารักอาณาจักรนี้และองค์ราชินีก็ปกครองอาณาจักรได้อย่างยอดเยี่ยมสงบสุข
นิทานค่อนข้างนับถือและรู้สึกขอบคุณองค์ราชินี ในฐานะเด็กกำพร้าแล้ว นโยบายที่ว่าด้วยทุกคนสามารถเล่าเรียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจนจบการศึกษานั้นทำให้ชีวิตของเขาง่ายขึ้นเป็อย่างมาก
แต่สิ่งที่เขาแน่ใจคือความแข็งแกร่งของราชินีย่อมต้องสูงล้ำเกินกว่าที่เขาจะคิดได้ เขาไม่ทราบว่า่ท้ายที่องค์เหนือหัวกล่าวหมายถึงอะไรและผู้ครองมหากาพย์คือสิ่งใด
เื่ไกลตัวเ่าั้ยังไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องใส่ใจ สิ่งที่เขาควรใส่ใจตอนนี้คือกลุ่มคนตรงหน้าที่ยืนคุยกันอยู่ที่ประตูทางเข้าเมืองต่างหาก