เมื่อเห็นว่าคงไม่มีใครยอมเล่นกับข้าต่อเป็แน่ ข้าก็รีบเก็บเหรียญทองแดงที่ข้าชนะได้มาในวันนี้ใส่ถุงผ้าและลุกขึ้นยืนเพื่อสนทนากับหลี่เสี่ยวหานได้ถนัดยิ่งขึ้น
เกือบปีแล้วกระมังที่เขาไม่ได้มาหาข้าที่นี่ นับว่าเร็วกว่าในชาติก่อนมากนักที่กว่าจะมาหาอีกคราก็ปาไปสองปีเข้าให้แล้ว ที่แย่ยิ่งกว่าคือครั้งนั้นที่มาก็เพราะพาสนมมาทำความเคารพข้าที่ตำหนัก
คงไม่ใช่ว่าชาตินี้สนมมาเร็วกว่าเดิมหรอกนะ
“พระองค์มาที่นี่ มีเื่ใดจะตรัสกับหม่อมฉันหรือเพคะ”
หลี่เสี่ยวหานไม่ได้ตอบโดยทันทีเขามองข้าในอาภรณ์สีขาวบางเบาพร้อมนอนพลางถอนหายใจ
เื่ใดกันทำให้เขาต้องมาหาข้าถึงตำหนักในคืนนี้
“หรือพระองค์มาที่นี่เพื่อตำหนิหม่อมฉันซ้ำ”ข้าเห็นแววตาของหลี่เสี่ยวหานแฝงไปด้วยความประหลาดใจ “พอเถิด ๆตอนนี้หม่อมฉันหูชาไปหมดเสียแล้ว”
“เ้าเองก็รู้หรือว่าที่เ้าทำผิด”
“หม่อมฉันต้องรู้อยู่แล้ว”
อันที่จริงข้าไม่ได้คิดว่าตนเองผิดหรอกเพียงแต่เถียงไปก็เปล่าประโยชน์ คนในวังก็มักเป็เช่นนี้ชอบทำเื่เล็กให้กลายเป็เื่ใหญ่
“แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น”
หลี่เสี่ยวหานเดินไปนั่งบนเตียงของข้าพลางสั่งให้นางกำนัลทั้งหมดออกไปข้ามองหลิวเฉิงเจี๋ยด้วยหวังจะให้นางอยู่เป็เพื่อนข้า แต่นางก็ยังคงเชื่อฟังหลี่เสี่ยวหานมากกว่าข้า
เฉิงเจี๋ยนะเฉิงเจี๋ย เ้าคนทรยศ!
ข้ามองหลี่เสี่ยวหานอีกครั้งเขายังคงมีสีหน้าบึ้งตึงเช่นเดิม
ข้ารีบเดินไปนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ พลางเกาะขาเขาเอาไว้ หลี่เสี่ยวหานชะงักเล็กน้อยเดิมทีข้าคิดว่าเขาอาจจะสะบัดตัวข้าออกแต่เขากลับปล่อยให้ข้าเกาะอยู่เช่นนั้นขณะที่ก้มมองการกระทำของข้าด้วยแววตาราวกับคนกำลังสับสน
จะสับสนก็มิแปลกหรอกข้าเคยทำเช่นนี้ที่ไหนกัน
ข้าก็ไม่ได้อยากทำหรอกนะแต่หากจะใช้วิธีเถียงเขากลับเช่นแต่ก่อนหลี่เสี่ยวหานมีหวังฆ่าข้าหมกตำหนักกันพอดีเวลานี้ข้าต้องทำดีเข้าไว้ เขาจะได้หันมารักข้า ดีกับข้าแล้วต่อไปนี้ชีวิตของข้าก็จะอยู่รอดสงบสุขเสียที
“รัชทายาท หม่อมฉันสำนึกผิดแล้วจริง ๆนะเพคะ” ข้ามองเขาด้วยแววตาหวานลึกซึ้ง หลี่เสี่ยวหานนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นยืนพรวดเดียวจนข้าแทบจะกลิ้งกระเด็น
แกล้งข้าหรือ!
คิดว่าที่ข้าทำดีกับท่านเพราะกลัวท่านหรือไง
ก็ใช่!ข้ากลัวว่าถ้าท่านไม่เชื่อใจข้า ชาตินี้ข้าจะโดนท่านบั่นคออีกรอบอย่างไรเล่า!
“เช่นนั้นก็อย่าทำให้ข้าต้องได้ยินว่าเ้าถูกกักบริเวณเพราะเ้าก่อเื่เช่นนี้อีก”หลี่เสี่ยวหานเอ่ยวาจาที่ทำให้ข้ารู้สึกประหลาดในใจยิ่งนัก
หากฟังผ่าน ๆ แบบขอไปที คงคิดว่าเขาตำหนิที่ข้าก่อเื่หลายครั้งหลายคราแต่หากฟังให้ดีและตีความหมายแล้ว กลับแฝงไปด้วยความห่วงใย
เหรือว่าแท้จริงแล้วหลี่เสี่ยวหาน…
“เพราะคนที่จะลงโทษเ้าได้มีเพียงข้าก็พอแล้ว”
อ้อ!ที่แท้ก็กลัวว่าจะไม่ได้เป็คนลงโทษข้าด้วยตัวเอง
ข้าหรืออุตส่าห์คิดว่าหลี่เสี่ยวหานตกหลุมรักข้าและเห็นใจที่ข้าโดนฮองเฮากักบริเวณ เพราะที่ผ่านมานั้นตัวเขาอาจจะหาเื่ลงโทษข้าอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยเป็การลงโทษที่รุนแรงแล้วแม้สักครั้งเพียงแต่ทำให้ข้ารู้สึกรำคาญใจ
ครั้งหนึ่งที่ข้าหนีไปเที่ยวข้างนอกและโดนหลี่เสี่ยวหานจับได้เขาสั่งไม่ให้ผู้ใดในตำหนักบูรพาสนทนากับข้า ข้ากลายเป็เพียงอากาศธาตุอยู่สามวันแต่อย่างน้อยข้าก็ได้เดินออกไปนั่งเล่นที่สวน หรือไปหาองค์หญิงซื่อเฟิงเพื่อสนทนากับนางแทนได้เพราะนางไม่นับว่าเป็คนของตำหนักบูรพานั่นเอง
หากลองคิดดูดี ๆ แล้วเขาก็คงไม่ได้ชอบข้าจริงๆ นั่นแหละ เพราะหากเขาชอบข้าจริงมีหรือจะไม่เคยสนใจไยดีข้า และที่สำคัญเขาเป็คนฆ่าข้ากับมือเขาเองเชียวนะ!
“ได้ๆ หม่อมฉันสัญญาต่อไปจะไม่ก่อเื่อีก”
หลี่เสี่ยวหานพยักหน้าแต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้เชื่อข้าเท่าใดนัก
“ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ดึกมากแล้ว ข้า...”
“พระองค์ค้างที่นี่สิเพคะ” ข้ารีบชวนก่อนที่หลี่เสี่ยวหานจะกลับตำหนักเฟิ่งเซียนของเขา
ถึงอย่างไรเดิมทีคืนนี้ข้าก็คิดจะไปหาเขาที่ตำหนักอยู่แล้วเพียงแต่ไปไม่ได้เนื่องด้วยหลิวเฉิงเจี๋ยไม่ยอมให้ข้าออกไปในเมื่อหลี่เสี่ยวหานเป็ฝ่ายมาหาข้าด้วยตัวเอง ข้าจะยอมปล่อยให้เข้ากลับไปง่าย ๆ ได้เช่นไร
“อืม”
ข้าไม่ได้คิดว่าเขาจะตอบตกลงหรอกเพียงแค่เอ่ยชวนเพื่อยั่วยวนเขาเล่นเพียงเท่านั้น แต่หลี่เสี่ยวหานกลับทำในสิ่งที่ข้าคาดไม่ถึงด้วยการตอบรับสั้นๆ แววตาของเขายังเรียบเฉยเช่นเดิม แต่ข้าก็หาสนใจไม่ เมื่อเหยื่อตกหลุมพรางแล้ว ข้าก็ไม่รีรอที่จะรีบอ้อมไปทางอีกฝั่งหนึ่งของเตียงและฉุดมือของหลี่เสี่ยวหานให้ล้มลงนอนพร้อมข้าด้วย
ข้าอมยิ้มพลางคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นที่ตำหนักเฟิ่งเซียนในครานั้น
หลี่เสี่ยวหานไม่เคยเอ่ยถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นในคืนนั้นข้าเดาว่าเขาคงไม่รู้ว่าข้าคิดจะทำอันใดเขา หรือจำไม่ได้กระทั่งว่าเขาเคยจูบข้า!
พอนึกถึงความพยายามที่ข้าอุตส่าห์แต่งกายไปหาถึงที่ตำหนักแล้วนั้นข้านึกเสียดายยิ่งนักที่คืนนั้นข้าเองไม่มีแรงที่จะผลักเขาออกสุดท้ายก็เผลอหลับไปด้วยโดยไม่ได้ทำอันใดต่อรู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อนางกำนัลของหลี่เสี่ยวหานมาปลุกข้าตัวเขานั้นไปนอนบนเตียงเสียแล้วโดยทิ้งให้ข้านอนกองอยู่ที่พื้นเพียงลำพัง
เอาใหม่ ๆ
คืนนี้หากหลี่เสี่ยวหานหลับแล้วข้าจะแก้ตัวอีกครั้งเป็แน่
ไม่ว่าจะง่วงเพียงใดข้าก็ห้ามหลับอีกเด็ดขาดทนอีกเพียงไม่นานเท่านั้น
“เ้ายิ้มอันใด”
ข้าสะดุ้งด้วยความใ อยู่ดี ๆ หลี่เสี่ยวหานก็พลิกตัวมามองข้าั้แ่เมื่อใดไม่รู้ข้ารีบส่ายใบหน้าไปมาขณะมองสบตาของเขาที่ยังคงมองข้าด้วยแววตาแปลกประหลาดเช่นเดิม
“เปล่า ๆ ๆ นอนเถอะ ๆ ”
หลี่เสี่ยวหานไม่ตอบอะไรแต่กลับเอื้อมมือมารั้งข้าไว้ในอ้อมกอดข้าใมากจนตัวแข็งทื่อ ทว่าเขาดูเหมือนจะรู้สึกจึงเปลี่ยนจากการกอดข้าเฉย ๆเป็การตบแผ่นหลังของข้าเบา ๆ ราวกับจะกล่อมให้ข้าหลับไปพร้อม ๆ กับเขา
ลู่ซูเซียว!
เ้านี่มันหน้าตีนัก!
จากเดิมที่้าจะขืนใจชายตอนหลับเพียงแค่เขากอดเ้าแค่นี้ เรี่ยวแรงของเ้าก็หายไปหมดสิ้นเสียแล้ว!
ไม่ได้ ข้าจะไม่ยอมแพ้
ข้ารอจนกระทั่งััได้ถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของหลี่เสี่ยวหานจึงวิ่งไปหยิบขนนกที่ข้าสะสมเอาไว้สำหรับเป็เชื้อเพลิงในการเผาเล่น มาแตะที่ปลายเท้าของหลี่เสี่ยวหาน
ค่อย ๆ เขี่ย ค่อย ๆ เขี่ย ค่อย ๆ เขี่ย
หลับสนิท!
เขาไม่มีแม้แต่จะขยับเท้าหนีขนนกเลยแม้แต่น้อย ข้ายิ้มออกมาอย่าลำพองใจเมื่อเห็นว่าหลี่เสี่ยวหานหลับไปแล้วอย่างแน่นอนหากเขาจะแกล้งหลับ ข้ามั่นใจว่าเขาคงไม่เก่งพอที่จะทานทนต่อััสุดวาบหวิวบริเวณปลายเท้าเมื่อครู่ได้อย่างแน่นอน
“คืนนี้แหละ เสร็จข้าแน่” ข้าค่อย ๆ เอื้อมมือไปพยายามถอดเสื้อนอกของหลี่เสี่ยวหานแต่ด้วยความดวงไม่ดีหรือสิ่งใดไม่อาจรู้ได้ ไม่ทันที่ข้าจะสุขใจได้นานขณะที่พยายามเอื้อมมือไปแกะปมผ้าของหลี่เสี่ยวหานนั้นข้าก็ล้มทับตัวเขาอย่างเต็มแรง
ตายแล้ว ๆ ข้าตายแน่ ๆ
“เ้าทำอะไร”
นั่นไง เขาตื่นจนได้
หลี่เสี่ยวหานมองตามมือของข้าที่ยังจับแน่นอยู่ที่ปมเสื้อของเขา ข้ารีบลุกขึ้นและดึงมือกลับมาหากแต่ไม่ทันเสียแล้วข้าอับอายยิ่งนัก ยังดีที่หลี่เสี่ยวหานไม่ได้โมโหข้าอย่างที่ข้ากลัวเขาเพียงแต่มองข้าด้วยแววตาเรียบเฉยเท่านั้น
อะไรกัน! ข้าทำถึงขนาดนี้จะไม่รู้สึกอะไรหน่อยหรือ!
“เอ่อ...” ข้าก็ไม่รู้จะตอบเช่นไรดี
“เ้าคิดจะขืนใจข้า”
ไม่ได้แค่คิด ข้าเกือบจะลงมือทำแล้วต่างหาก
“เดี๋ยวก่อน ๆ พระองค์จะทำอะไร ปล่อยหม่อมฉันนะเพคะ” ข้าร้องใเมื่อเห็นว่าหลี่เสี่ยวหานโน้มตัวลงมาหาข้าด้วยท่าทางน่ากลัวยิ่งนัก
“ไม่!” หลี่เสี่ยวหานตอบเสียงแข็งก่อนจะฉีกชายแขนเสื้อของข้าจนขาดเป็เส้นแล้วนำมันมา
มัดมือข้า…
เขามัดมือข้าเอาไว้ทั้งสองข้างเมื่อเห็นว่าข้าไม่สามารถหลุดพ้นออกมาได้เป็แน่ก็นั่งอมยิ้มบางๆ ด้วยความพึงพอใจ
ทำไมกันนะ รอยยิ้มที่หายากนักของหลี่เสี่ยวหานเหตุใดมักมาในเวลาที่ทำให้ข้าหงุดหงิดใจยิ่งนัก
“ปล่อยหม่อมฉันเถิดเพคะ หม่อมฉันไม่ทำอะไรพระองค์แล้วก็ได้”
หลี่เสี่ยวหานยังคงอมยิ้มมองข้าดิ้นไปมาอยู่เช่นนั้นก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแล้วดึงข้าเข้าไปในอ้อมกอดอีกครา เขาขยับใบหน้ามาชิดและกระซิบข้างหูข้าอย่างแ่เบา
“นอนได้แล้ว”
......
ั้แ่ตอนหน้าเป็ไปจะเก็บกำลังใจ นะคะ
มีขายอีบุ๊คใน Meb วันที่ 15/1/67 เวลา 00.00 ค่ะ
ราคาโปร 149 บาทหลวง