อาชาสีขาวลากฝีเท้าขึ้นเขาด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าสุดขีดมันแทบจะก้าวขาไม่ออกแล้ว เป็ระยะเวลาหนึ่งวันสองคืนมันทั้งวิ่งและเดินโดยไม่หยุดพักในที่สุดก็มาถึงเชิงเขาต้าซานซึ่งเป็สถานที่ห่างไกลผู้คนและอยู่ในป่าเขาจุดหมายปลายทางยังอีกไกล
ทาสราชันย์ดีดตัวลงจากหลังม้าในมือยังโอบอุ้มเอี้ยนเฟยซาที่สลบไสลไม่ได้สติอยู่เขารู้ว่าม้าแสนรู้แบกรับน้ำหนักตัวของพวกเขาไม่ไหวแล้วการเดินทางต่อเนื่องโดยไม่มีเวลาหยุดพักทำให้มันหิวและกระหาย ฝีเท้าช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“เ้าปลีกตัวไปพักผ่อนก่อนเมื่อร่างกายพร้อมแล้วค่อยติดตามมา”
ทาสราชันย์ใช้ไหล่กระแทกใส่มันคราหนึ่งโชงิเหมือนจะฟังภาษาคนรู้เื่ มันแยกตัวเดินไปข้างทาง เลาะเล็มหญ้าเขียวขจีอย่างหิวกระหายมันคล้ายจะเข้าใจว่าการเดินทางครั้งนี้ใกล้ถึงจุดหมายปลายทางหน้าที่ที่ได้รับมาเสร็จสิ้นแล้ว
ทาสราชันย์ทุ่มเทใช้วิชาตัวเบาพาตนเองและร่างที่อยู่ในอ้อมอกขึ้นไปตามทางเดินตัวเขาเองก็เหนื่อยล้าอ่อนแรงจนแทบล้มลง พลังลมปราณในร่างเริ่มติดขัดบ้างแล้วการถ่ายเทพลังวัตรเข้าสู่ร่างของเอี้ยนเฟยซาทั้งวันทั้งคืนทำให้พลังวัตรที่สะสมในร่างแทบเหือดแห้งการอดหลับอดนอนก็มีส่วนทำให้พลังวัตรที่ใช้ออกสิ้นเปลืองกว่าเดิม หากตอนนี้มียอดฝีมือที่อยู่ในระดับเดียวกับสามตระกูลเจี่ยที่ประมือกันบนลานผงาดฟ้าโผล่ออกมาแค่คนเดียวก็สามารถเอาชนะเขาได้อย่างง่ายดาย
แต่ยอดฝีมือก็ยังคงยอดฝีมือวันยังค่ำการวิ่งขึ้นเขาด้วยวิชาตัวเบาไม่ได้เป็อุปสรรคอันใดใช้เวลาเพียงชั่วธูปไหม้หนึ่งดอกก็สามารถมาถึงที่ราบที่อยู่กลางเขาต้าซานสถานที่แห่งนี้กลับเงียบสงบ มีบ้านดินเพียงสามหลังตั้งอยู่ตรงกลางรอบบ้านล้วนปลูกไว้ด้วยต้นไม้ใบหญ้านับพันชนิด มีธารน้ำขนาดเล็กไหลผ่านระหว่างบ้านสองหลังใหญ่น้ำในลำธารใสสะอาดจนมองเห็นพื้นดินด้านล่าง กลิ่นหอมของดอกไม้นานาชนิดอบอวลไปทั่ว
ทาสราชันย์เดินผ่านสวนดอกไม้ใบหญ้าจนถึงหน้าบ้านดินที่อยู่ใกล้ที่สุดก็หยุดอยู่กับที่เขาก้มศีรษะลงเล็กน้อย กล่าวว่า
“หวงจิวเมิ่งขอคารวะท่านอาจารย์ข้ามีเื่...”
“เข้ามา”
ยังไม่ทันที่ทาสราชันย์ซึ่งมีชื่อแซ่ว่าหวงจิวเมิ่งจะพูดจบประโยคเสียงอ่อนนุ่มของบุรุษในบ้านดินก็แทรกขึ้นมา พร้อม ๆ กับประตูที่เปิดออกเองหวงจิวเมิ่งกล่าวขอบคุณคำหนึ่งก็อุ้มร่างที่ไม่รู้สึกตัวของเอี้ยนเฟยซาเข้าไปข้างในบ้าน ภายในบ้านเต็มไปด้วยภาชนะดินเผาขนาดเล็กที่วางอยู่บนชั้นวางรอบห้องที่มุมห้องมีเตียงนอนทำจากไม้อยู่เตียงหนึ่งข้างเตียงมีคนผู้หนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ ผมบนศีรษะของคนผู้นี้ขาวโพลนใบหน้ามีร่องรอยเหี่ยวย่นอย่างได้ชัด แต่แววตากลับเปล่งประกายคมกล้าคนผู้นี้จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจากหมอเทวะเซี่ยอวิ้น
“พาเขานอนลงบนเตียงแล้วถอดเสื้อออก”
หวงจิวเมิ่งรีบทำตามคำแนะนำของหมอเทวะเมื่อเสื้อผ้าถูกถอดออกก็เผยให้เห็นรอยฝ่ามือที่ประทับกลางอกเอี้ยนเฟยซาปรากฏสีม่วงปนดำบนร่องรอยฝ่ามือนี้ หมอเทวะใช้ฝ่ามือลูบไล้ทั่วทรวงอกของผู้าเ็กล่าวว่า
“หยิบเข็มมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ฝ่ามือโลกันต์ช่างโหดร้ายอำมหิตยิ่งนัก ทำกระดูกบริเวณอกหักหมดสิ้นแต่แปลกที่อวัยวะกลับสมบูรณ์ครบถ้วน”
“เป็เพราะพลังลมปราณของท่านพ่อที่ฝากไว้ในดาบช่วยคุ้มครองหัวใจและอวัยวะภายในมิเช่นนั้นแล้วมันคงสิ้นใจทันทีที่ถูกฝ่ามือ”
หวงจิวเมิ่งลุกไปหยิบกระเป๋าเข็มให้กับหมอเทวะคล้ายกับว่าเขาเองก็คุ้นเคยกับสนานที่แห่งนี้เป็อย่างดี หมอเทวะสังเกตดูดาบในมือที่ติดแหงกอยู่ในมือของชายหนุ่มเขาเริ่มหยิบเข็มมาสิบห้าเล่ม จากนั้นขยับไปมาเหนือหน้าอกของเอี้ยนเฟยซาสองรอบเข็มทั้งสิบห้าเล่นก็ปักลงในตำแหน่งที่แตกต่างกันสิบห้าตำแหน่งจากนั้นหยิบเข็มมาอีกหนึ่งเล่ม ปักใส่ข้อมือคนเจ็บข้างที่ถือดาบอยู่
ดาบกำราบมารหลุดออกจากมือของเอี้ยนเฟยซาทันทีร่างของชายหนุ่มสั่นสะท้านคราหนึ่ง กระอักเืคำโตออกมาจนเลอะหน้าอกแต่คนเหมือนยังไม่ได้สติ สลบไสลต่อไปดังเดิม
“ข้าจะทำการต่อกระดูกเ้าไปต้มยาตามตำราบทที่สองหนึ่งหม้อ ตำราบทที่ห้าสองหม้อ ตำราบทที่สามสิบเอ็ดหนึ่งหม้อเรียกเจียวซินให้นำมีดผ่าตัดมาเข้ามาด้วย”
หวงจิวเมิ่งขานรับคำหนึ่งก็ออกบ้านดินหลังนี้ไปยังบ้านดินอีกหลังหนึ่งเผอิญสวนทางกับเด็กสาวหน้าตางดงามเคลื่อนไหวคล่องแคล่วผู้หนึ่งทั้งคู่เหมือนจะรู้จักกันมาก่อน เมื่อทักทายกันเสร็จก็กระซิบกระซาบกันสองสามประโยคเด็กสาวนามเจียวซินก็วิ่งเข้าไปในบ้าน พอออกมาก็แบกหีบในหนึ่งออกมาด้วยหล่อนเดินเข้าไปในบ้านดินที่หมอเทวะกำลังทำการรักษาเอี้ยนเฟยซา
หวงจิวเมิ่งอ้อมบ้านดินไปเข้าห้องครัวที่ต่อเติมยื่นออกมาจากบ้านดินเขาลงมือก่อไฟอย่างรวดเร็ว ที่นี่สมกับเป็บ้านของหมอผู้หนึ่งจริง ๆกลับมีเตาไฟอยู่ถึงสี่เตา เมื่อก่อไฟครบแล้วเขาก็ตักน้ำใส่หม้อดินเผาสี่หม้อยกขึ้นวางบนเตาที่ไฟกำลังลุกโชนอยู่ หยิบกระเป๋าผ้าขนาดเล็กสี่ใบมาสะพายจากนั้นก็เดินกลับไปยังบ้านดินหลังเดิมหยิบสมุนไพรตากแห้งในภาชนะดินเผาอย่างละกำสองกำแยกใส่กระเป๋าที่สะพายอยู่บนบ่า เหลียวมองดูหมอเทวะกำลังวุ่นวายอยู่กับการลงมีดผ่าตัดคนาเ็เจียวซินก็คอยเป็ผู้ช่วยไม่ห่าง
หวงจิวเมิ่งกลับยังห้องที่ต้มน้ำทิ้งไว้ก็พบว่าน้ำเดือดได้ที่แล้วจึงนำสมุนไพรในกระเป๋าใส่ลงในหม้อต้มความช่ำชองในงานของเขาทำให้สันนิษฐานได้ว่าต้องเคยอยู่ที่นี่มาก่อนอย่างแน่นอนเขานั่งมองดูหม้อต้มทั้งสี่ใบที่น้ำกำลังเดือดเต็มที่ คอยสังเกตไฟว่าแรงพอหรือไม่หากไม่แรงพอก็เติมฟืนลงไป หากเตาไหนไฟแรงเกิน ก็หยิบฟืนบางส่วนออกเขาทำเช่นนี้เป็เวลาถึงหนึ่งชั่วยาม จึงหยิบฟืนที่ติดไฟออกจากเตาเหลือไว้เพียงแต่ถ่านร้อน ๆ เท่านั้น
หวงจิวเมิ่งเดินกลับไปยังห้องที่หมอเทวะทำการรักษาเอี้ยนเฟยซาซึ่งบัดนี้การรักษาในขั้นต้นเสร็จสิ้นแล้วร่างท่อนบนของเอี้ยนเฟยซาถูกพันด้วยผ้าสีขาวคล้ายศพในสุสานของคนทางใต้หมอเทวะกำลังนั่งสูบใบยาอยู่ด้านข้าง เจียวซินออกไปล้างอุปกรณ์รักษาคนอยู่ด้านนอก
“อาการของมันจะดีขึ้นในสิบวันและจะหายดีภายในเก้าสิบวันแต่ที่น่าเป็ห่วงคือเส้นชีพจรทั่วร่างล้วนตีบตันเสียหายเกรงว่ามันจะไม่สามารถฟื้นฟูพลังฝีมือได้ดังเดิม”
หวงจิวเมิ่งเงียบงันไปทันทีเขาย่อมรู้ว่าการสูญเสียวรยุทธ์นั้นสร้างความเ็ปให้กับชาวยุทธ์เพียงใดคล้ายกับคนปกติที่เดินเหินคล่องแคล่วตลอดมา กลับต้องมากลายเป็คนพิการขาเป๋ในชั่วค่ำคืนบางทีความตายอาจจะเป็ทางออกที่ปราณีกว่าเสียด้วยซ้ำ เขามองดูหน้าขาวซีดของเอี้ยนเฟยซาด้วยความเห็นใจคนผู้นี้เป็ชายหนุ่มที่มีพร์ผู้หนึ่ง ไม่น่าประสบชะตากรรมเช่นนี้เลย
“่เวลาที่ยังนอนติดเตียงแบบนี้ให้เจียวซินเป็คนดูแลมันไปก่อนผ่านไปสักยี่สิบวันก็คงสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้าง”
“ขอบคุณท่านอาจารย์ที่ให้ความช่วยเหลือแท้จริงแล้วข้าเพียงพบหน้าคนผู้นี้เพียงครั้งเดียว ดูออกว่ามันมีฝีมือธรรมดา แต่ไม่รู้ทำไมอาชาคู่ใจของท่านพ่อกับดาบกำราบมารถึงเลือกมันด้วยเหตุนี้ข้าจึงปล่อยให้มันตายไม่ได้ ้าพิสูจน์ให้แน่ชัดว่าเหตุใดอาชาคู่กายของท่านพ่อถึงเลือกมันแทนข้า”
หมอเทวะหัวร่อออกมาคราหนึ่งเอื้อมมือมาตบไหล่ศิษย์รักด้วยความรักและเอ็นดู เมื่อแปดปีที่ผ่านมาหวงเจียอวี่ผู้เป็แม่บุญธรรมของหวงจิวเมิ่งล้มป่วยลงเพราะสภาพอากาศที่แปรปรวนาายุทธจักรหวงหยางหลิวจึงส่งลูกบุญธรรมผู้นี้มาเรียนวิชาแพทย์กับเขาอยู่หลายเดือนเพื่อกลับมาดูแลแม่บุญธรรมหลังจากนั้นคนผู้นี้จะมาหาเขาทุกปีพร้อมกับสุราชั้นดีหนึ่งไหสำหรับอาจารย์ขนมไหว้พระจันทร์หนึ่งกระสอบสำหรับเจียวซิน เป็เช่นนี้ตลอดมาในระยะเวลาเจ็ดปีหลัง
“ท่านอาจารย์ข้ามีเื่ต้องกระทำอย่างเร่งด่วนขอฝากชายหนุ่มผู้ไว้ที่นี่ก่อน เมื่อเสร็จธุระแล้วข้าจะรีบกลับมาช่วยดูแลมัน”
“วางใจเถอะทางนี้มีเจียวซินคอยช่วยเหลือ ไม่ต้องเป็กังวล ไปจัดการธุระตนเองให้เสร็จสิ้นข้าจะรอดื่มสุราเทวารัยของเซียนเมามายอยู่ที่นี่”
หวงจิวเมิ่งก้มหัวคารวะอาจารย์คราหนึ่งก็เดินออกจากห้องพบกับเจียวซินกำลังถือถาดที่มีถ้วยยาต้มมาพอดี เขายิ้มให้กับเด็กหญิงที่รักเปรียบเสมือนน้องสาวผู้นี้ที่ผ่านมาทั้งสองสนิทสนมกันเหมือนพี่น้องร่วมอุทร
“ข้าต้องไปแล้วฝากเ้าดูแลสหายของข้าด้วย”
“ท่าน..จะไปแล้วเรายังไม่ได้นั่งคุยกันรอบกองไฟเลย โอ ช่างน่าเสียดายแท้”
“แล้วข้าจะรีบกลับมาข้าสัญญา”
เจียวซินพยักหน้าคราหนึ่งหวงจิวเมิ่งยิ้มให้กับนางพร้อมกับก้าวออกจากห้องไปเขาต้องกลับไปเฝ้าดูแลตำหนักเทียมฟ้า เขากลัวพวกมารจะกลับมารื้อค้นทำลายข้าวของเขาไม่อยากให้สถานที่ที่เปรียบเสมือนบ้านแห่งนี้ถูกย่ำยีโดยพวกมารร้าย
“ท่านพี่อย่าลืมซื้อเสื้อผ้าสวยๆ มาฝากเจียวซินด้วยนะ”
แว่วเสียงเจียวซินดังไล่หลังมาหวงจิวเมิ่งยกมือโบกสะบัดไปมาเป็คำตอบ ทุกครั้งที่ลงจากเขา เจียวซินจะมายืนะโให้เขากลับมาใหม่เสมอคำตอบที่ได้คือการโบกมือไปมา ซึ่งในที่สุดแล้วเขาก็ได้กลับมาที่นี่อีกครั้งในทุก ๆปี