บทที่ 28 กลับสู่สังเวียนมวยใต้ดิน… ต่อสู้กับหมาป่าทมิฬ!
เมื่อกลับถึงบ้าน
หลี่มู่กินข้าว จากนั้นก็ฝึกฝนการต่อสู้
วิชานับลมหายใจและท่ายืนม้า คือรากฐานของแปดเสาค้ำ์
อีกทั้งยังเป็หลักสำคัญที่สุดของหมัดแปดทิศ
ดังนั้นหลี่มู่จึงเริ่มฝึกสองวิชานี้ก่อน
"เฮ้อ"
หลี่มู่ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะทรุดตัวลง ท่อนล่างของเขามั่นคงดั่งูเาไท่ซาน
วิชานับลมหายใจหมุนเวียนอย่างมั่นคงแล้ว
เขาออกหมัดกลางอากาศ เสียงแหวกอากาศดังกึกก้องอย่างดุดัน
ฟิ้ว
กระแสลมจากหมัดรุนแรง แต่กลับทำให้หลี่มู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไม่ถูกต้อง
ไม่มีความรู้สึกเหมือนตอนอยู่ในสังเวียนมวยใต้ดินเลย
ความรู้สึกที่ออกหมัดไปแล้วเข้าใจได้ทันที เืลมเดือดพล่าน
จากนั้นอีกหลายหมัดก็ตามมา เสียงแหวกอากาศอันคมกริบดังก้อง
บางครั้งก็มีหมัดหนึ่งที่รู้สึกได้นิดหน่อย แต่ก็ยังห่างไกลจากการต่อสู้จริง
"ดูเหมือนยัง้าการต่อสู้จริง ๆ ..."
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ ‘หมัดค้อน’ ของหลี่มู่ก็ชำนาญขึ้นมาก
"หลังจากยกค้อน ัถึงกับร่อนลงจากฟ้า พยัคฆ์ร้ายถึงกับคุกเข่า..."
แม้จะเป็ท่าพื้นฐาน แต่ฟังชื่อแล้วก็ไม่ธรรมดา
"ห้าขุนเขาทะลวงฟ้า!"
ตอนยังไม่เคลื่อนไหวดุจขุนเขา แต่เมื่อเคลื่อนไหวราวกับัเหินและหงส์ร่ายรำ
"หกทิศทลายพสุธา!"
รวมพลังทั้งหมดในร่างกายไว้ที่จุดเดียว แล้วปล่อยออกมาในชั่วพริบตา
หลี่มู่เข้าสู่สภาวะมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่วงท่าของเขาเปลี่ยนไป แต่ละก้าวหนักแน่นและทรงพลัง
ไม่นานเสียงหนึ่งก็ดังมาจากหน้าต่างชั้นล่าง
"น้องชาย! บ้านของนายกำลังทำากันอยู่เหรอ?! เบาเสียงลงหน่อยได้ไหม?"
"เอ่อ..."
การเคลื่อนไหวของหลี่มู่หยุดชะงักทันที
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย
ความจริงแล้วการฝึกยุทธ์บนอาคารไม่ค่อยสะดวกนัก
อีกทั้งตนก็ระมัดระวังมากแล้ว
ตอนนี้ที่ระดับยังต่ำอยู่นับว่าไม่เป็ไร แต่ถ้าระดับสูงขึ้นอีกหน่อย อาจจะพลั้งเผลอทำให้พื้นพังทลายลงได้เลย
นักรบทรงพลังหลายคนล้วนมีสถานที่ฝึกฝนเป็ของตนเอง จึงไม่จำเป็ต้องระมัดระวังมากนัก และไม่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่น
"ดูเหมือนจะต้องหาสถานที่สำหรับฝึกยุทธ์ใหม่แล้วสินะ..."
...
วันรุ่งขึ้น
หลี่มู่ที่ฝึกฝนอยู่ในบ้านเกือบทั้งวัน ออกจากบ้านตอนห้าโมงเย็น และมุ่งหน้าไปยังเขตสิบแปด
แน่นอนว่าเขายังคงสวมหน้ากากเช่นเคย
สาเหตุหลักก็คืออายุของตนยังน้อยเกินไป หากไม่สวมหน้ากากจะสังเกตเห็นได้ง่าย
เมื่อมาถึงสังเวียนมวยใต้ดิน ก็มีคนพาชายหนุ่มไปยังพื้นที่รอการต่อสู้โดยเฉพาะทันที
เช่นเดียวกับเมื่อวาน เป็ห้องที่อยู่ริมสนาม
แต่ห้องในวันนี้แตกต่างจากห้องเมื่อวานราวฟ้ากับเหว
ห้องเมื่อวานมืดสลัว มีเพียงเก้าอี้ตัวเดียว และเครื่องกดน้ำหนึ่งเครื่อง
แต่ห้องวันนี้กลับสว่างไสว อีกทั้งยังตกแต่งด้วยโซฟาหนังแท้ ภายในตู้เย็นก็มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มต่าง ๆ บนโต๊ะยังมีผลไม้หั่นพร้อมทาน และขนมหวานที่ดูประณีตด้วย
"ท่านเฝินมู่ ทุกอย่างที่นี่สามารถใช้ได้ฟรีเลยนะครับ" เ้าหน้าที่กล่าวพลางค้อมคำนับ ก่อนจะถอยออกไปอย่างนอบน้อม
"ชนะเพียงหนึ่งครั้ง สภาพความเป็อยู่ก็เพิ่มขึ้นมากมายขนาดนี้เลยเหรอ?"
การชนะหนึ่งครั้งหมายความว่าอย่างน้อยก็ไม่ใช่เหยื่อสังเวยแล้ว ดังนั้นการปฏิบัติย่อมดีขึ้นบ้าง
เขาไม่ได้กินอะไรเลย นั่นก็เพราะยังสวมหน้ากากอยู่
เวลาล่วงเลยมาจนถึงหกโมงครึ่ง
ข้อมูลของคู่ต่อสู้ในครั้งนี้ถูกส่งมาโดยเ้าหน้าที่
ในขณะเดียวกัน การเปิดรับพนันก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"เฮยหลาง*[1] "
"เข้าร่วมการต่อสู้ทั้งหมดยี่สิบแปดครั้ง"
"ชนะสิบเก้าครั้ง แพ้เก้าครั้ง"
"สถิติสูงสุดคือชนะติดต่อกันหกครั้ง"
"ปัจจุบันชนะติดต่อกันสามครั้ง"
เมื่อมองข้อมูลตรงหน้า ดวงตาของหลี่มู่ก็สงบนิ่งราวกับผิวน้ำในทะเลสาบ
นอกจากข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้แล้ว
เขายังสามารถดูบันทึกการต่อสู้ก่อนหน้านี้ของคู่ต่อสู้ได้ด้วย
หลี่มู่ดูบางการต่อสู้ที่ถูกเน้นย้ำเป็พิเศษ
ไม่นานมุมปากของเขาก็ยกขึ้นเล็กน้อย
เฮยหลางคนนี้แข็งแกร่งกว่าเยี่ยหมัวซะอีก!
เื่นี้ทำให้หลี่มู่ตื่นเต้นยิ่งขึ้น!
ในขณะเดียวกัน อัตราต่อรองของทั้งสองฝ่ายก็ออกมาแล้ว
เฝินมู่ 1:2
เฮยหลาง 1:1.8
เมื่อเทียบกับเมื่อวาน อัตราการเดิมพันในวันนี้ดูเท่าเทียมกันมากขึ้น
"ดูเหมือนหมัดเมื่อวานจะสร้างความประทับใจให้กับพวกเขาไม่น้อยเลย"
หลี่มู่ไม่ลังเลที่จะเดิมพันเงินทั้งหมดลงบนฝ่ายของตัวเอง
เขาไม่้าทางถอย
เส้นทางของนักรบคือการก้าวไปข้างหน้าอย่างองอาจและกล้าหาญ!
มีเพียงการต่อสู้อย่างถึงที่สุดเท่านั้น จึงจะสามารถบีบตัวเองให้ไปถึงขีดจำกัด และปลดปล่อยพลังที่เหนือกว่าขีดจำกัดออกมาได้!
บนหน้าจอแสดงผล บริเวณแถบความคืบหน้าการเดิมพันของทั้งสองฝ่าย เฮยหลางครองความได้เปรียบอยู่บ้าง แต่ฝั่งของหลี่มู่ก็มีคนเดิมพันเช่นกัน
สัดส่วนอยู่ที่ประมาณหนึ่งในห้า
จากการต่อสู้เมื่อวาน หลี่มู่ได้รับการยอมรับไม่น้อยแล้ว!
ขณะนี้เวลาหกโมงห้าสิบห้านาที
เอี๊ยด
ท่ามกลางเสียงเสียดสีของเหล็ก ประตูเหล็กทั้งสองด้านของสนามถูกยกขึ้น
หลี่มู่ก้าวเดินออกมาอย่างสงบ
ฝั่งตรงข้ามเองก็เดินออกมาแล้ว อีกฝ่ายเป็ชายวัยกลางคนที่ไม่ได้ปิดบังใบหน้า
เขามีรูปร่างปานกลางและดูธรรมดา มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่บางครั้งจะวูบไหวด้วยความกระหายเื
"เฮยหลาง! เฮยหลาง! เฮยหลาง!!"
"เฮยหลาง! ฉีกมันให้เป็ชิ้น ๆ!"
ผู้ชมในครั้งนี้มีมากขึ้น
ผู้ชมจำนวนมากะโด้วยความตื่นเต้น
ดูเหมือนชื่อเสียงของเฮยหลางจะมีมากกว่าเยี่ยหมัวมากเลยทีเดียว!
การเผชิญหน้าจากระยะไกล
ดวงตาสองคู่จ้องมองซึ่งกันและกัน
ณ จุดที่สายตาตัดกัน ราวกับมีเขม่าปืนลอยอยู่ในอากาศ
"เฮยหลาง!!!"
"เฝินมู่!!! สู้มัน!!!"
ท่ามกลางเสียงอึกทึก ไม่เพียงมีผู้สนับสนุนเฮยหลางเท่านั้น
เช่นเดียวกัน ยังมีผู้สนับสนุนหลี่มู่ด้วย!
ผู้นำกลุ่มคือนักพนันที่เมื่อวานนี้กดดันให้หลี่มู่ชนะ
แม้พวกเขาจะะโสุดเสียงราวกับเอาชีวิตเป็เดิมพัน
แต่ผู้สนับสนุนเฮยหลางมีมากกว่า! ไม่นานเสียงของพวกเขาก็ถูกกลบไป
คนที่มาสถานที่แห่งนี้ล้วนมาเพื่อระบายอารมณ์!
แน่นอนว่าพวกเขาไม่จำเป็ต้องสนใจมารยาทหรือท่าทีใด ๆ อีก!
...
ดวงตาคู่นั้นดูกระหายเื
หลี่มู่รู้สึกได้ถึงแรงกดข่มบางอย่าง แต่มันกลับอ่อนกว่าแรงกดข่มของเยี่ยหมัวเมื่อวานเล็กน้อย
ไม่ใช่เพราะคู่ต่อสู้อ่อนแอลง!
แต่เป็เพราะหลี่มู่แข็งแกร่งขึ้น
เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!
แม้จะเป็เพียงการต่อสู้ครั้งเดียว เพียงกระบวนท่าเดียว
แต่ก่อนการต่อสู้ครั้งนั้น เขาเป็เพียงมือใหม่ที่ยังไม่เคยััการต่อสู้
ทว่าตอนนี้ เขามีประสบการณ์แล้ว!
กระบวนท่าของหลี่มู่เริ่มก่อตัวและเติบโต!
จากดวงตาที่สั่นไหวเล็กน้อยของเฮยหลาง ไม่ยากที่จะมองเห็นว่าเขาเองก็รู้สึกถึงแรงกดข่มจากหลี่มู่เช่นกัน!
การเผชิญหน้าไม่ได้ดำเนินต่อไปนานนัก
"เริ่มการต่อสู้!"
เสียงยังไม่ทันจางหายไป
เฮยหลางก็พุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ราวกับลูกธนูที่หลุดออกจากสาย เขามุ่งตรงไปยังหลี่มู่
หากพูดถึงความเร็วแล้ว เขาเร็วกว่าเยี่ยหมัวซะอีก!
เพียงไม่กี่ก้าว เขาก็เข้าประชิดตัวหลี่มู่ได้แล้ว
เฮยหลางกางนิ้วทั้งห้าเป็กรงเล็บ และตรงเข้าจู่โจมใบหน้าของหลี่มู่
และทั้งหมดนี้
ทุกการเคลื่อนไหวของเฮยหลาง หลี่มู่มองเห็นได้อย่างชัดเจน
เขาถอยหลังหลายก้าวอย่างรวดเร็ว พร้อมเอียงศีรษะหลบการโจมตีครั้งนี้ได้อย่างฉิวเฉียด
หลี่มู่ไม่เพียงสงบนิ่ง แต่ยังเคลื่อนไหวที่รวดเร็วอีกด้วย!
นี่เป็วิชาเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว
เมื่อเคลื่อนไหวก็ราวกับัเหินและหงส์ร่ายรำ
รวดเร็ว และไม่ทราบว่าจุดเริ่มต้นคือตรงไหน
"โฮกกก!"
เมื่อการโจมตีนี้พลาด เฮยหลางก็ส่งเสียงคำรามออกมา แล้วรุกคืบเข้ามาอีกครั้ง กรงเล็บของเขาแหวกอากาศจนส่งเสียงหวีดหวิว
หลี่มู่หลบอีกครั้ง
เขาไม่รีบร้อนที่จะลงมือ
เขากำลังสังเกตการณ์
เพียงเผชิญหน้ากันครั้งเดียว หลี่มู่ก็เข้าใจระดับฝีมือของเฮยหลางแล้ว
อีกฝ่ายไม่ได้เป็ภัยคุกคามต่อตนเองเลยแม้แต่น้อย!
แต่การต่อสู้เช่นนี้ก็ไม่ได้ไร้ความหมาย
ตราบใดที่เป็การต่อสู้จริง หลี่มู่ก็สามารถดูดซับประสบการณ์จากมันได้
อีกทั้งยังทำให้เืของเขาเริ่มเดือดพล่านขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากสังเกตการณ์อยู่หลายนาที เขาก็ทำความเข้าใจเกี่ยวกับท่าทาง และนิสัยการโจมตีของเฮยหลาง
ในระหว่างกระบวนการนี้ เฮยหลางไม่สามารถแตะต้องแม้แต่ชายเสื้อของหลี่มู่ได้เลย
สมรรถภาพร่างกายของทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างมหาศาล!
"ถึงเวลาแล้ว!"
ประกายคมกล้าวาบผ่านดวงตาของหลี่มู่
เืของเขาเริ่มสูบฉีดอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มหลบหลีกกรงเล็บของเฮยหลางด้วยการเอียงตัว
ก้าวเท้าลงอย่างหนักแน่น พื้นดินสั่นะเืเล็กน้อย
บิดเอว เหวี่ยงแขน แล้วออกหมัดจากด้านข้างอย่างรวดเร็ว
[1] เฮยหลาง หมายถึง หมาป่าทมิฬ