บทที่ 17
อีกหนึ่งราตรี
เรอารู้สึกสติพล่าเลือน บรรยากาศรอบข้างกลายเป็สีขาววูบวาบฉายสลับกับภาพความทรงจำในอดีตที่ไหลย้อนเข้ามาแบบไม่ได้ตั้งใจ
"เ้าหนู! มัวเหม่ออะไรอยู่?" เสียงอันคุ้นเคยแว่วเข้ามาในหัวของเรอา รอบๆตัวเธอมีแต่ซากศพนอนเรียงรายกระจายไปทั่ว
"ไม่เอาน่าจูเลี่ยน เราเพิ่งฆ่าคนในครอบครัวของเธอไปจนหมดให้เวลาเธอปรับตัวซักหน่อย เธอยังเด็กอยู่เลย" เสียงสตรีอีกคนดังขึ้นไม่ไกล
"เพราะเธอเป็แบบนี้ไงยูซ่าเธอถึงไม่ชนะฉันซักที เวลาอย่างนั้นหรือเธอไม่มีมันหรอก!" ดาบสีแดงสดจี้ลงใต้ปลายคางของเด็กน้อยที่แต่งตัวภูมิฐานในชุดกระโปรง เธอดันมันเบาๆจนใบหน้าของเด็กน้อยเชิดขึ้น
"จะวัดกันตอนนี้ก็ได้นะจูเลี่ยนว่าที่พูดมานั่นจริงหรือเปล่า" สตรีผมหางม้าคิ้วย่นเข้าหากัน
"ไม่ล่ะ...หาเหล้ามาสิแล้วฉันจะยอมสู้ด้วย" จูเลี่ยนขยิบตาให้
"เรามาดูกันดีกว่ายูซ่า ว่าคุณหนูแบบเธอจะมีพลังแบบไหนกัน" น้ำเสียงของจูเลี่ยนดูตื่นเต้น
เด็กน้อยได้แต่จ้องเข้าไปในดวงตาของสตรีผมหยักศก เธอรู้สึกว่าดาบสีแดงนั่นช่างสวยงามพร้อมััได้ถึงความอิสสระเสรีของการมีชีวิตออกมาจากสตรีผมหยักศกผู้นี้
"เหวออ!! นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ" จูเลี่ยนร้องดังลั่นเมื่อเด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้โดยไม่สนใจปลายดาบแม้แต่น้อย มันทิ่มทะลุลำคอของเธอไปจนสุด มือเล็กๆยื่นขึ้นมากุมมือของจูเลี่ยนเอาไว้ ก่อนเอื้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพันบริเวณปากแผลบนข้อมือ จูเลี่ยนรีบดึงดาบกลับมาตัวดาบสีแดงสดกลายเป็ของเหลวหยดลงบนพื้น เหลือทิ้งไว้ความงุนงงของสตรีทั้งสอง
"ฉันไม่เอาแล้วแบบนี้! เธอจัดการต่อทียูซ่า" ไม่ทันจบคำพูดจูเลี่ยนก็ะโหายไป ทิ้งดวงตาของเด็กน้อยไว้เื้ั สายตาของเธอมองตามแผ่นหลังสตรีที่ดูตื่นตระหนกหายลับไป มือเล็กๆััถึงไออุ่นจากเืของจูเลี่ยนที่อยู่ในมือมันให้ความรู้สึกน่าหลงใหลจนยากอธิบาย
"เบื้องบนต้องถูกใจเธอแน่นอน" ยูซ่าหัวเราะเบาๆ
บนที่ราบห่างจากแรงะเิอีเธอร์ วัตถุทรงกลมสีแดงสดค่อยๆคลายออกร่างสองร่างกลิ้งออกมาสู่ด้านนอก แผ่นหลังของจูเลี่ยนกำลังเยียวยาฟื้นคืนสภาพ เส้นเืหลายสายขดเลื้อยเชื่อมติดิัอย่างรวดเร็ว เธอใช้สองแขนยันร่างขึ้นจากพื้นหมายเข้าไปดูอีกร่างที่ยังไม่ได้สติ
"ยัยนี่ชอบทำอะไรเกินตัวจริงๆ..." จูเลี่ยนพูดพร้อมเดินกุมใบหน้าซีกหนึ่ง
ร่างของเรอานอนแน่นิ่ง เพียงเสี้ยววินาทีก่อนหน้าเรอารีดเค้นพลังที่มีทั้งหมดออกมา ลูกบอลเืถูกห่อหุ้มอีกชั้นหนึ่งด้วยพลังของเรอา ส่งผลให้ท่อนล่างของเรอาในตอนนี้ดูบิดเบี้ยวเส้นเืจำนวนมากห้อยระโยงระยาง มันกำลังเลื้อยกลับเข้าใต้กระโปรงดั่งมีชีวิต จูเลี่ยนพยายามลุกขึ้นแบกสตรีผู้นี้ขึ้นบนหลัง ถึงแม้จะรอดจากแรงะเิไปได้แต่เธอไม่รู้เลยว่าต่อจากนี้จะมีอะไรรออยู่อีก
"โธ่เว๊ย! ทำไมต้องมาเป็ตอนนี้ด้วย" ภายในหัวของจูเลี่ยนรู้สึกวิงเวียน เนื่องจากเธอเสียเืไปในปริมาณมหาศาล ถึงร่างกายภายนอกของเธอจะไร้าแใดใด อาการของเธอไม่แตกต่างจากเรอาเพียงเธอยังครองสติไว้ได้ คงต้องใช้เวลาซักพักกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็ปกติ
ไม่ทันจะได้คิดสิ่งใดต่อเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากก็เข้ามาใกล้ จูเลี่ยนพยายามหรี่ตามองโฟกัสสายตาไปทางต้นเสียงดังกล่าว เธอพยายามก้าวเท้าไปข้างหน้าหมายจะออกจากจุดที่ตนอยู่ ไม่ว่าเ้าของฝีเท้าเ่าั้จะเป็ใครการหลีกเลี่ยงแล้วหาทางไปสมทบกับเด็กน้อยทั้งสองจะเป็การดีที่สุดแต่ไม่ทันการณ์เสียแล้ว
"ชิ!" จูเลี่ยนสบถพร้อมถุยเืออกจากปาก
กองกำลังขนาดใหญ่ได้ตีโอบล้อมปิดเส้นทางการหนีแทบทั้งหมด ภายใต้ความมืดแสงจันทร์ส่องพาดผู้คนนับร้อยเกราะสีเงินขัดเป็มันวาวสะท้อนสลับไปมากับคมอาวุธ หากเธอเพียงคนเดียวการฝ่าวงล้อมออกไปมันไม่ใช่เื่ยากเย็นนัก เธอมองซ้ายแลขวาหาทำเลเหมาะๆวางเรอาไว้บนพื้นแล้วก้าวขาออกมายืนข้างหน้า ซี่ฟันกัดกระชากเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างฉีกเนื้อบริเวณนั้นออกไปอย่างใจเย็น ไม่ว่าราตรีนี้จะพาอะไรผ่านเข้ามามีแต่ต้องฝ่าฟันต่อไป เธอหลับตาตั้งท่าเตรียมพร้อมเอาไว้ ใช้เพียงความรู้สึกรับรู้ถึงสายลม พยายามควบคุมลมหายใจให้มั่นคง ตาทั้งสองข้างถ่างออกอย่างรวดเร็วสะท้อนกองทัพศัตรูทั้งหมด สำหรับเธอมันจะเป็อีกหนึ่งราตรีโชกเืใต้คมดาบของเธอ
ชายฝั่งติดกับทะเลอยู่ไม่ไกลสายลมประทะเข้าใบหน้าเด็กทั้งสอง ไอร่าเริ่มหายใจหอบถี่ส่วนเด็กน้อยผมแดงอยู่ใต้วงแขนที่รัดแน่น มันเป็ครั้งแรกที่จุติมาได้เห็นผืนน้ำสีน้ำเงินเข้มไกลเหมือนไร้จุดสิ้นสุด เธอรู้สึกตื่นตัวเมื่อได้เห็นโลกอันกว้างใหญ่
"ไอร่า...นั่นคืออะไร?" จุติมาถามด้วยความสงสัย
"ก็แค่น้ำ...อย่ามาถามให้มาก...ตอนนี้เราต้องหาที่ปลอดภัย..." ไอร่าเลือกจะไม่สนใจ เวลานี้รอบข้างมืดโล่งไปเสียทั้งหมด มีเพียงจุดเดียวถัดจากหาดทรายขึ้นมาบริเวณชายฝั่งลักษณะเป็กระท่อมหลังเล็กมีแสงไฟสลัวออกมาจากด้านใน มันตั้งอยู่โดดเดี่ยวไม่ไกลจากริมหาด เธอบินวนบริเวณนั้นโดยรอบเมื่อเห็นว่าบริเวณนั้นไร้ผู้คนเธอจึงร่อนลงไม่ไกลจากตัวกระท่อมมากนัก
จุติมารีบะโกลิ้งลงบนผืนทราย สิ่งที่เธอััได้ข้างใต้ตัวคือเม็ดทราย เด็กน้อยรีบโกยมันขึ้นมาด้วยความประหลาดใจหมายจะเรียกให้เด็กสาวผมทองดู แต่ไอร่าก็เดินออกไปไกลแล้ว เส้นทางที่เธอเดินไปปลายทางคือกระท่อมขนาดเล็ก จุติมาพยายามก้าวขาบนพื้นทรายเพื่อวิ่งตาม พร้อมกันนั้นมือขวาของไอร่าก็ยื่นออกมาทันที เธอส่งสายตาจริงจังหมายให้เด็กน้อยผมแดงหยุดอยู่กับที่ จุติมาเห็นท่าทางดังกล่าวจึงหยุดชะงักได้แต่มองตาม ผมสีทองพลิ้วไหวไปตามแรงลมเดินตรงไปยังกระท่อมหลังเล็ก
บนเส้นทางที่ฝากรอยเท้าเอาไว้บนผืนทรายไอร่าเดินเข้าใกล้ตัวกระท่อมมากขึ้นเรื่อยๆ บริเวณโดยรอบมีแหขึงพาดตรึงกับตัวบ้านพร้อมปลาจำนวนหนึ่งแขวนผึ่งลมเอาไว้ แขนข้างขวาของเธอมีเส้นเืชอนไชเปลี่ยนรูปเป็วัตถุปลายแหลมขนาดยาว เธอก้าวอย่างหนักแน่นไปหน้าบริเวณกระท่อม มือซ้ายของเธอเลื่อนไปบริเวณบานประตู
"นั่นใครน่ะ?" เป็เสียงของชายผู้หนึ่งน้ำเสียงดูแหบพล่าดังขึ้นจากด้านใน
จุติมาเพิ่งค้นพบบางอย่างที่ดูน่าสนุก นิ้วเล็กๆของเธอจิ้มไปบนผืนทรายลากมันไปมาด้วยความสนอกสนใจเกิดเป็เส้นบิดเบี้ยวในขณะที่น้ำทะเลซัดกระทบฝั่งเส้นดังกล่าวก็ถูกลบออกไป เธอพยายามลากให้เร็วขึ้นเพื่อเอาชนะสายน้ำที่ซัดเข้ามา
ฝ่าเท้าอันทรงพลังล่วงลงมาจากบนท้องฟ้าประทับลงบนพื้นทรายอย่างรุนแรงฝุ่นผงกระจายไปทั่ว กับชายร่างโตที่กลิ้งไปกับพื้น จุติมาจ้องออกไปยังคนทั้งสองที่เพิ่งตามมาถึง เธอลืมเสียสนิทว่าทั้งสองคนนี้ได้ติดตามมาด้วย
รินรู้สึกเหนื่อยหอบพยายามหายใจให้ทั่วท้อง ส่วนเฮเด้นใช้มือยันกับพื้นดันร่างของตนขึ้นมา เขารู้สึกเจ็บ่บนไปทั่ว ด้วยอายุของเขาแล้วทำได้เพียงหวังในใจว่ามันคงจะเป็ครั้งสุดท้ายกับการโลดโผนอะไรแบบนี้
รินปาดเหงื่อบนใบหน้ามองไปทางจุติมาแต่กลับไม่พบเด็กสาวผมทอง เธอสอดส่ายสายตาไปรอบๆ แล้วหยุดอยู่บริเวณหน้ากระท่อมหลังเล็ก ผมสีทองพลิ้วไหวมาแต่ไกลกับวัตถุคล้ายหอกสะท้อนแสงยกขึ้นจนสุด รินไม่รีรอรีบกระโจนไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง