เว่ยเมิ่งเดินที่กระโดดหนีออกมาจากวังเดินเล่นตามซอกซอยของเมืองหลวงแคว้นชิง ชายหนุ่มเดินไปพลางคิดในใจทำไมข้าต้องหนีหน้าบิดาด้วย? ชายหนุ่มถอนหายใจ ความรู้สึกต่างๆปรากฎขึ้นในจิตใจ ความโหยหา ความน้อยใจ ความโกธร ความเสียใจ ทุกกอย่างอัดแน่นเข้าในหัวของชายหนุ่ม เว่ยเมิ่งขมวดคิ้วเขาไม่ชอบความรู้สึกพวกนี้ ชายหนุ่มหลับตาลงข้ามีพี่สาว ข้ามีมารดา ข้ามีท่านปู่ ข้ามีทุกคนในหมู่บ้าน เฉพาะฉะนั้นท่าน...........ไม่จำเป็นตอนนี้อารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวบิดาในใจของเว่ยเมิ่งค่อยๆเลื่อนหายไป ความโหยหาที่บิดาจากไป ความน้อยใจที่ถูกทอดทิ้ง ความโกธรที่ไม่เคยได้รับความรัก ความเสียใจที่ตนไม่ยอมฝืนอยู่เจอหน้าบิดา ทุกๆอย่างค่อยๆหายไป กลายเป็นความว่างเปล่า....ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูโล่งและสบายใจที่สุด เว่ยเมิ่งบิดตัวไปมา พลางคิด‘อืม...วันพรุ่งนี้ค่อยแวะไปคารวะบิดาก็แล้วกัน ตอนนี้ไปหาของกินกับที่นอนก่อนดีกว่า~’ ชายหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ดี
เว่ยเมิ่งเดินไปเรื่อยๆตามซอกซอย เดิมทีเขาคิดที่จะไปกินมื้อดึกที่ภัตตราคารสามสุขอีกครั้ง ทว่าเมื่อไปถึงคนดันเต็มเสียได้ ชายหนุ่มเดินไปเรื่อยๆจนสะดุดตากับร้านๆหนึ่ง“kitchen’s anne(ร้านอาหารของแอนน์)”‘ร้านอาหารของแอนน์? นี่มันภาษาในโลกของพี่สาวนี่?’ หลายปีมานี้มันสนิทกับพี่สาวมากเสียจนตัวแทบไม่ห่าง พี่สาวเล่าอะไรๆหลายอย่างให้มันฟังเยอะทีเดียวรวมถึงที่ครั้งหนึ่งนางเคยอาศัยอยู่ในโลกที่ต่างไปจากนี้ด้วย‘น่าสนใจแฮะ’ ไวพอๆกับความคิดในหัว เว่ยเมิ่งซอยเท้าเดินตรงเข้าร้านเก่าๆที่ดูแล้วไม่สะดุดตาทันทีกริ๊ง กริ๊งเสียงกระดิ่งดังขึ้นมาเมื่อชายหนุ่มเข้ามาในร้าน ภายในร้านชั่งแตกต่างกับภายนอกภายราวนรกกับสวรรค์ แสงสีส้มจากเชิงเทียนส่องผ่านโต๊ะไม้สีเข้ม ภายในร้านมีโต๊ะอยู่สี่โต๊ะ ทางด้านซ้ายมีตู้ไม้ยาวที่วางไว้ด้วยสุราหลากหลายชนิดเรียงกันเป็นแถบ ‘แบบนี้มันร้านอาหารกึ่งบาร์ที่พี่สาวเคยเปิดให้ดูนี่?’ภายในร้านมีลูกค้าอยู่แค่สองคน เป็นสตรีงามทั้งสองที่ดูแล้วอายุหน้าจะไล่เลี่ยกันคือประมาณ 18-19 ปี คน สตรีคนแรกผมยาวดำขลับรวบผมไปข้างหลังอย่างง่ายๆ สีหน้าค่อนข้างไร้อารมณ์และสีผิวค่อนข้างซีดขาว รวมๆแล้วก็เป็นความงามแบบแปลกๆในความคิดของเว่ยเมิ่งสตรีคนที่สองก็มีรูปลักษณ์ในแบบของตนเอง ถึงแม้ใบหน้าจะไม่งามเท่าสตรีคนอีกคนแต่ก็จัดเป็นคนงามคนหนึ่ง แต่ที่ทำให้นางดูโดดเด่นคือการแต่งกายของนาง เสื้อคลุกนอกของนางเป็นสีดำสนิทมีลวดลายดอกไม้สีม่วงวาดผ่าน เสื้อตัวในเป็นสีขาวที่มีลายดอกไม้ เว่ยเมิ่งเดินมาทั่วเมืองหลวงยังไม่เห็นชุดที่ดูดีเช่นนี้เลย‘ขากลับค่อยหาซื้อให้ท่านแม่กับพี่สาวแล้วกัน’แม้จะดูเหมือนยาวนานแต่สายตาที่เว่ยเมิ่งเหลือบไปมองพวกนางก็แค่เสี้ยววิเท่านั้นเว่ยเมิ่งเดินไปนั่งที่โต๊ะไม่ได้สนใจสายตาของสองสตรีที่มองมาด้วยความสงสัย ชายหนุ่มหยิบแผ่นไม้ที่ถูกเขียนด้วยน้ำหมึกถึงรายการอาหารต่างๆ ‘ภาษาอังกฤษล้วนเลยแฮะ’“ไม่ทราบว่าท่านจะสั่งอาหารอะไรดี?” เสียงสตรีที่ดูผสมระหว่างความแข็งกระด้างกับความนุ่มนวลดังขึ้น“ข้าพจะสั่-” ครั้งนี้แม้แต่เว่ยเมิ่งก็ต้องชะงัก ผิวขาวนวลยิ่งกล้าสตรีใดๆที่เว่ยเมิ่งเคยพบ ริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่ม ดวงตาสีเขียวน้ำเงินจางๆ เรือนผมสีชมพูอ่อนปล่อยพาดบ่ามาข้างหน้าอย่างลวกๆ“ท่านจะรับอะไรดี?” สตรีตรงหน้าถามอีกครั้ง“..........ข้าพขอสตูว์เนื้อ ซุปหัวหอม สเต็กกับเฟรนช์ฟรายส์” เว่ยเมิ่งเม่อไปชั่วครู่ก่อนตอบสตรี‘ต่างชาติ’ตอบรับคำเบาๆก่อนเดินเข้าไปในครัวที่อยู่ถัดไป ครัวที่นี่ไม่ได้อยู่ในห้องปิด อันที่จริงมันอยู่ติดกับส่วนทานอาหารด้วยซ้ำอีกทั้งยังไม่มีกำแพงกั่น จากตรงนี้เว่ยเมิ่งสามารถมองเห็นนางทำอาหารได้เว่ยเมิ่งรู้สึกตัวอีกทีก็มีอาหารจานหนึ่งถูกยกมาวางแล้ว สเต็กกับเฟรนช์ฟรายส์น่าตกใจที่อุปกรณ์ในการกินอาหารของที่นี่เป็นเครื่องเงิน เว่ยเมิ่งหยิบมีดและซ้อมเงิน ซ้อมแทงไปที่เนื้อสีชมพูชุมฉ่ำ มีดกรีดตัดชิ้นเนื้อให้พอดีคำเข้าปากรสชาติสาปเล็กน้อยของเนื้อมาพร้อมกับไขมันที่แตกกระจายอยู่ปาก ซอสที่ถูกราดมาช่วยเสริมให้ชิ้นเนื้อชิ้นนี้อร่อยมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มใช้ซ้อมจิ่มเฟรนช์ฟรายส์เข้าปาก ความเค็มของเกลือและความมันกับเนื้อสัมผัสของมันฝรั่งช่วยสร้างความทรงจำที่แปลกใหม่ให้กับชายหนุ่ม เว่ยเมิ่งมองสตรีเรือนผมสีชมพูที่น่าจะอายุราวๆ 22-23 ปี ที่อยู่ในครัว พลางคิดในใจ
สเต็กกับเฟรนช์ฟรายส์ ล่ะครับEDIT: เปลี่ยนอายุสาวสองคนที่นั่งอยู่ในร้านจาก 22-23 เป็น 18-19 นะครับ