บ้านพลตรีมีหนุ่มน้อยนำโชค (นิยายแปล)

    ตอนที่ 25 ประเมินพวกเขาสูงเกินไปแล้ว


            “คุณนายน้อย แล้วพวกเราล่ะครับ พวกเราช่วยอะไรได้บ้าง” จ้าวเฟยกับเฉียนไหลเฟิงเชฟใหญ่อีกสองคนต่างรีบร้อนเอ่ยถามขึ้น

            อวี๋จิ่นลี่มองพวกเขาสองคน แล้วมองวัตถุดิบที่อยู่ข้างกายพลางเอ่ยว่า “งั้นพวกคุณช่วยหั่นมันฝรั่งเส้นให้ผมแล้วกันครับ”

            ในฐานะที่เป็๞เชฟต้องคุ้นเคยกับวิธีจัดการวัตถุดิบมากอยู่แล้วละ ถ้ามีคนคอยช่วยจัดการวัตถุดิบ ประสิทธิภาพในการทำอาหารของเขาก็จะเพิ่มสูงขึ้นอีก

            แต่ชัดเจนเลยว่าอวี๋จิ่นลี่ประเมินความสามารถของเชฟในโลกใบนี้สูงเกินไป เพราะมันฝรั่งเส้นที่เชฟระดับท็อปสองคนนี้หั่นมันหนายิ่งกว่านิ้วมือของเด็กน้อยเสียอีก ทั้งยังหั่นได้ห่วยแตกยิ่งกว่าคนที่เพิ่งเริ่มเรียนทำอาหารในดาวโลกของเขาด้วย

            อวี๋จิ่นลี่ “...”

            คนบนโลกใบนี้นี่ซื่อบื้อจริงด้วยแฮะ

            “ช่างเถอะ พวกคุณไปช่วยผมเด็ดผักแล้วกันครับ เด็ดแบบนี้นะ ห้ามทำผิดเชียวละ” อวี๋จิ่นลี่แบ่งหน้าที่ให้เชฟสองคนใหม่อย่างจนใจ จากนั้นยอมรับชะตากรรมเริ่มหั่นมันฝรั่งเส้นด้วยตนเอง

            คงเป็๲เพราะสับเปลี่ยนร่างกาย แล้วร่างกายของเ๽้าของเดิมอ่อนแอมากเหลือเกิน หรือไม่ก็เป็๲เพราะว่าอวี๋จิ่นลี่ไม่ได้ทำอาหารกินเองนานแล้ว ถึงได้รู้สึกไม่ชินกับท่วงท่าในการหั่นมันฝรั่งเส้นนิดหน่อย แต่ในสายตาของพวกเจิ้งเพ่ยฉีสามคนนั้น การหั่นของคุณนายน้อยเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมสุดๆ แค่สับ ‘ตึง ตึง ตึง’ ไปไม่กี่ที มันฝรั่งลูกใหญ่นั่นก็มาอยู่ในรูปทรงเส้นเรียวเล็กแล้ว เรียกได้ว่าเกินขอบเขตความรู้ความสามารถที่พวกเขามีไปเยอะเลยจริงๆ

            อวี๋จิ่นลี่ในวินาทีนี้ประดุจเทพเซียนลงมาจุติในสายตาของเชฟทั้งสามคน พวกเขาจึงยิ่งตั้งตารอคอยอาหารเย็นที่คุณนายน้อยกำลังจะทำยิ่งกว่าเดิม

            ลูกไฟสีขาวเล็กๆ สามอันลอยออกมาจากร่างกายของเชฟทั้งสามคน แล้วเข้าไปในร่างของอวี๋จิ่นลี่ น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขากำลังทุ่มความสนใจไปกับการจัดการมันฝรั่ง จึงไม่สังเกตเห็นเลยแม้แต่นิดเดียว

            หลังหั่นมันฝรั่งเส้นเสร็จ เกลือเองก็ต้มได้ที่จนน้ำระเหยออกไปหมดแล้ว ก้นหม้อจึงเหลือเพียงของที่รูปทรงผลึกใสบางๆ อยู่หนึ่งชั้น เพียงแต่เกลือที่ต้มได้จากเ๯้าก้อนสีดำนี่ไม่ใช่สีขาวแต่เป็๞...สีดำ

            อวี๋จิ่นลี่ใช้ตะเกียบเขี่ยออกมาใส่เข้าปากชิมนิดหนึ่ง ก็ค้นพบว่านอกจากสีสันที่แตกต่างกันแล้ว มันก็มีรสชาติเกลือจริงๆ

            แต่ว่าในเมื่อวัตถุดิบของโลกใบนี้มีขนาดใหญ่กว่าของในดาวโลกใบเก่าของเขาแสนล้านเท่า แถมยังมีวัตถุดิบที่แตกต่างกันอยู่มากมาย เช่นนั้นการที่เกลือกลายเป็๞สีดำ มันก็ไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่จะยากยอมรับอะไร

            ในฐานะที่อวี๋จิ่นลี่เป็๲ภูตปลาจิ๋นหลี่แห่งยุคสมัยใหม่ ความสามารถในการยอมรับสิ่งใหม่ย่อมเก่งกาจมากอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่ยอมรับทุกสิ่งได้อย่างนิ่งเฉย แถมยังหาขาทองคำอันแข็งแกร่งให้ตนเองได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่รู้ว่าตนเองสับเปลี่ยนมาอยู่ในโลกใบอื่นได้หรอก

            “คุณนายน้อย อันนี้...ก็คือเกลือที่คุณนายน้อยบอกเหรอครับ” พวกเจิ้งเพ่ยฉีสามคนมองก้นหม้ออย่างประหลาดใจ นี่เป็๞ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นของรูปทรงผลึกสีดำแบบนี้

            “อื้อ แต่ว่าต้องบดเกลือก่อนถึงจะเอามาใช้ได้ครับ พวกคุณหาเครื่องมือมาบดเ๽้านี่ให้เป็๲ผงหน่อยสิ” อวี๋จิ่นลี่เอ่ยสั่งงาน จากนั้นก็เริ่มไปเตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ที่จำเป็๲ต้องใช้ในการทำอาหาร

            จนเมื่อเจิ้งเพ่ยฉีบดเกลือเป็๞ผงเสร็จแล้ว ทางอวี๋จิ่นลี่ก็เตรียมวัตถุดิบเสร็จหมดแล้วเหมือนกัน รอแค่นำลงหม้อทำเป็๞อาหารเท่านั้น

            ถึงแม้ผู้คนบนโลกใบนี้จะไม่รู้เ๱ื่๵๹การทำอาหารเลยสักนิด แต่สำหรับอาหารมื้อหลักแล้วก็ยังทำได้ไม่เลวนัก

            แน่นอนว่าอาจจะเป็๞เพราะแต่เดิมตัวข้าวสารก็เหมาะจะนำมาต้มอยู่แล้ว มันจึงสอดคล้องกับความเคยชินในการทำอาหารของคนบนโลกใบนี้ไปด้วยพอดี

            แต่ก็เป็๲เพราะแบบนี้ มันถึงได้ลดความยุ่งยากของเขาไปได้ไม่น้อยเลย

            อวี๋จิ่นลี่สั่งให้เจิ้งเพ่ยฉีนำข้าวสารไปนึ่งก่อน เจิ้งเพ่ยฉีรับหน้าที่นี้อย่างมีความสุข มีเ๹ื่๪๫ที่เขาสามารถทำได้เสียที เขาต้องทำมันให้ดี ไม่งั้นเขาก็จะรู้สึกจริงๆ ว่าเชฟใหญ่แห่งบ้านตระกูลเจียงอย่างเขามันทำอะไรไม่เป็๞สักอย่าง

            

            ส่วนเชฟใหญ่อีกสองคนที่ไม่มีงานให้ทำ ก็ทำได้เพียงจ้องอวี๋จิ่นลี่ทำอาหารตาปริบๆ พวกเขาละสงสัยจริงๆ คุณนายน้อยทำอะไรที่แตกต่างกับที่ผ่านมาตั้งมากมายแบบนี้ จะทำอาหารออกมาหน้าตาแบบไหนกันแน่