“คุณนายน้อย แล้วพวกเราล่ะครับ พวกเราช่วยอะไรได้บ้าง” จ้าวเฟยกับเฉียนไหลเฟิงเชฟใหญ่อีกสองคนต่างรีบร้อนเอ่ยถามขึ้น
อวี๋จิ่นลี่มองพวกเขาสองคน แล้วมองวัตถุดิบที่อยู่ข้างกายพลางเอ่ยว่า “งั้นพวกคุณช่วยหั่นมันฝรั่งเส้นให้ผมแล้วกันครับ”
ในฐานะที่เป็เชฟต้องคุ้นเคยกับวิธีจัดการวัตถุดิบมากอยู่แล้วละ ถ้ามีคนคอยช่วยจัดการวัตถุดิบ ประสิทธิภาพในการทำอาหารของเขาก็จะเพิ่มสูงขึ้นอีก
แต่ชัดเจนเลยว่าอวี๋จิ่นลี่ประเมินความสามารถของเชฟในโลกใบนี้สูงเกินไป เพราะมันฝรั่งเส้นที่เชฟระดับท็อปสองคนนี้หั่นมันหนายิ่งกว่านิ้วมือของเด็กน้อยเสียอีก ทั้งยังหั่นได้ห่วยแตกยิ่งกว่าคนที่เพิ่งเริ่มเรียนทำอาหารในดาวโลกของเขาด้วย
อวี๋จิ่นลี่ “...”
คนบนโลกใบนี้นี่ซื่อบื้อจริงด้วยแฮะ
“ช่างเถอะ พวกคุณไปช่วยผมเด็ดผักแล้วกันครับ เด็ดแบบนี้นะ ห้ามทำผิดเชียวละ” อวี๋จิ่นลี่แบ่งหน้าที่ให้เชฟสองคนใหม่อย่างจนใจ จากนั้นยอมรับชะตากรรมเริ่มหั่นมันฝรั่งเส้นด้วยตนเอง
คงเป็เพราะสับเปลี่ยนร่างกาย แล้วร่างกายของเ้าของเดิมอ่อนแอมากเหลือเกิน หรือไม่ก็เป็เพราะว่าอวี๋จิ่นลี่ไม่ได้ทำอาหารกินเองนานแล้ว ถึงได้รู้สึกไม่ชินกับท่วงท่าในการหั่นมันฝรั่งเส้นนิดหน่อย แต่ในสายตาของพวกเจิ้งเพ่ยฉีสามคนนั้น การหั่นของคุณนายน้อยเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมสุดๆ แค่สับ ‘ตึง ตึง ตึง’ ไปไม่กี่ที มันฝรั่งลูกใหญ่นั่นก็มาอยู่ในรูปทรงเส้นเรียวเล็กแล้ว เรียกได้ว่าเกินขอบเขตความรู้ความสามารถที่พวกเขามีไปเยอะเลยจริงๆ
อวี๋จิ่นลี่ในวินาทีนี้ประดุจเทพเซียนลงมาจุติในสายตาของเชฟทั้งสามคน พวกเขาจึงยิ่งตั้งตารอคอยอาหารเย็นที่คุณนายน้อยกำลังจะทำยิ่งกว่าเดิม
ลูกไฟสีขาวเล็กๆ สามอันลอยออกมาจากร่างกายของเชฟทั้งสามคน แล้วเข้าไปในร่างของอวี๋จิ่นลี่ น่าเสียดายที่ตอนนี้พวกเขากำลังทุ่มความสนใจไปกับการจัดการมันฝรั่ง จึงไม่สังเกตเห็นเลยแม้แต่นิดเดียว
หลังหั่นมันฝรั่งเส้นเสร็จ เกลือเองก็ต้มได้ที่จนน้ำระเหยออกไปหมดแล้ว ก้นหม้อจึงเหลือเพียงของที่รูปทรงผลึกใสบางๆ อยู่หนึ่งชั้น เพียงแต่เกลือที่ต้มได้จากเ้าก้อนสีดำนี่ไม่ใช่สีขาวแต่เป็...สีดำ
อวี๋จิ่นลี่ใช้ตะเกียบเขี่ยออกมาใส่เข้าปากชิมนิดหนึ่ง ก็ค้นพบว่านอกจากสีสันที่แตกต่างกันแล้ว มันก็มีรสชาติเกลือจริงๆ
แต่ว่าในเมื่อวัตถุดิบของโลกใบนี้มีขนาดใหญ่กว่าของในดาวโลกใบเก่าของเขาแสนล้านเท่า แถมยังมีวัตถุดิบที่แตกต่างกันอยู่มากมาย เช่นนั้นการที่เกลือกลายเป็สีดำ มันก็ไม่ใช่เื่ที่จะยากยอมรับอะไร
ในฐานะที่อวี๋จิ่นลี่เป็ภูตปลาจิ๋นหลี่แห่งยุคสมัยใหม่ ความสามารถในการยอมรับสิ่งใหม่ย่อมเก่งกาจมากอยู่แล้ว ไม่งั้นเขาคงไม่ยอมรับทุกสิ่งได้อย่างนิ่งเฉย แถมยังหาขาทองคำอันแข็งแกร่งให้ตนเองได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่รู้ว่าตนเองสับเปลี่ยนมาอยู่ในโลกใบอื่นได้หรอก
“คุณนายน้อย อันนี้...ก็คือเกลือที่คุณนายน้อยบอกเหรอครับ” พวกเจิ้งเพ่ยฉีสามคนมองก้นหม้ออย่างประหลาดใจ นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นของรูปทรงผลึกสีดำแบบนี้
“อื้อ แต่ว่าต้องบดเกลือก่อนถึงจะเอามาใช้ได้ครับ พวกคุณหาเครื่องมือมาบดเ้านี่ให้เป็ผงหน่อยสิ” อวี๋จิ่นลี่เอ่ยสั่งงาน จากนั้นก็เริ่มไปเตรียมวัตถุดิบอื่นๆ ที่จำเป็ต้องใช้ในการทำอาหาร
จนเมื่อเจิ้งเพ่ยฉีบดเกลือเป็ผงเสร็จแล้ว ทางอวี๋จิ่นลี่ก็เตรียมวัตถุดิบเสร็จหมดแล้วเหมือนกัน รอแค่นำลงหม้อทำเป็อาหารเท่านั้น
ถึงแม้ผู้คนบนโลกใบนี้จะไม่รู้เื่การทำอาหารเลยสักนิด แต่สำหรับอาหารมื้อหลักแล้วก็ยังทำได้ไม่เลวนัก
แน่นอนว่าอาจจะเป็เพราะแต่เดิมตัวข้าวสารก็เหมาะจะนำมาต้มอยู่แล้ว มันจึงสอดคล้องกับความเคยชินในการทำอาหารของคนบนโลกใบนี้ไปด้วยพอดี
แต่ก็เป็เพราะแบบนี้ มันถึงได้ลดความยุ่งยากของเขาไปได้ไม่น้อยเลย
อวี๋จิ่นลี่สั่งให้เจิ้งเพ่ยฉีนำข้าวสารไปนึ่งก่อน เจิ้งเพ่ยฉีรับหน้าที่นี้อย่างมีความสุข มีเื่ที่เขาสามารถทำได้เสียที เขาต้องทำมันให้ดี ไม่งั้นเขาก็จะรู้สึกจริงๆ ว่าเชฟใหญ่แห่งบ้านตระกูลเจียงอย่างเขามันทำอะไรไม่เป็สักอย่าง
ส่วนเชฟใหญ่อีกสองคนที่ไม่มีงานให้ทำ ก็ทำได้เพียงจ้องอวี๋จิ่นลี่ทำอาหารตาปริบๆ พวกเขาละสงสัยจริงๆ คุณนายน้อยทำอะไรที่แตกต่างกับที่ผ่านมาตั้งมากมายแบบนี้ จะทำอาหารออกมาหน้าตาแบบไหนกันแน่