ใน่อายุวัยสิบหกปี เป็เวลาที่ธารทิพย์ต้องเลือกสายในการเรียนเธอเลือกเรียนสายวิทย์-คณิตเหมือนเดิม อะไรที่ทำได้ดีและรุ่งอยู่แล้วเธอไม่คิดว่าจะต้องเปลี่ยนอีก แค่ทำไปตามเดิมก็พอ
เธอยังคงใช้ชีวิตอย่างระวังและรู้จักเลือกคบเพื่อนเหมือนเดิมโชคดีที่เธอมีพ่อแม่ที่รักเธอ เธอจึงไม่เคยคาดหวังว่าจะต้องได้รับการยอมรับจากเพื่อนขนาดที่ยอมทำตัวเหลวไหลตามเพื่อน
เพื่อนที่เป็เด็กเรียนบางคนเพราะ้าให้เพื่อนยอมรับ ้ามีตัวตน เลยยอมทำตัวเกเรตามเพื่อนยอมโดดเรียนตามเพื่อน ถ้าไม่ทำก็กลัวเพื่อนจะไม่คบเธอได้แต่มองเด็กพวกนี้อย่างสงสาร เด็กหนอเด็ก ทำร้ายตัวเองอยู่ ยังไม่รู้ตัวอีก
วันปีใหม่ของปีนี้ก็เหมือนทุกปีแม่ยังคงชวนน้านุชมาฉลองเหมือนเดิม เตรียมของกิน สถานที่ทุกอย่างคล้ายๆเดิมไม่มีเปลี่ยน บางทีคนที่อายุมากแล้วคงชอบทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ แบบนี้ละมั้งนะนั่นสิ ตอนเธอเป็ผู้ใหญ่ในชาติที่แล้วก็ชอบทำอะไรเดิมๆ ซ้ำๆ แบบนี้เหมือนกัน
ปีนี้เธอยังเตรียมของขวัญให้น้านุชเหมือนเคยและยังไม่ลืมเตรียมไว้ให้อาร์มด้วย ปีที่แล้วเขาดูยังโกรธเคืองเธออยู่ปีนี้น่าจะหายแล้วล่ะมั้ง นี่ก็ผ่านมาเกือบสองปีแล้วนะ เขาเรียนอยู่ปีสองแล้วเริ่มเป็ผู้ใหญ่แล้ว อย่างน้อยเธอให้ของขวัญเขา เขาก็ควรต้องดีใจและรู้สึกโกรธเธอน้อยลงบ้างใช่หรือเปล่าหรือไม่แน่เขาอาจจะไม่มาก็ได้ เด็กมหาวิทยาลัยปีสองน่าจะต้องเริ่มมีการเข้าสังคมผู้ใหญ่แล้วเขาอาจจะไปฉลองกับเพื่อนก็ได้
ทุกอย่างในวันปีใหม่ผ่านไปเหมือนเดิมน้านุชกับลุงภูมิมาที่บ้านของเธอ มีอาร์มร่วมขบวนมาด้วยเหมือนปีที่แล้วและเขาก็ยังหน้าตาบอกบุญไม่รับเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนที่ต่างไปคือปีนี้เขามีกระเป๋าเป้มาด้วย ในเป้ใบนั้นใส่อะไรไว้กันแน่นะ
เธออดคิดไม่ได้ว่าเขาอาจจะมีของขวัญมาให้เธอก็ได้
แต่สิ่งที่คิดกับความเป็จริงมักไม่ค่อยไปด้วยกันความจริงมักจะโหดร้ายกว่าเสมอ เขาไม่ได้เอาของขวัญมาในกระเป๋าเป้ของเขาบรรจุของมาแค่อย่างเดียวคือเชือกะโสำหรับออกกำลังกายเธอรู้ก็ตอนที่เธอเริ่มชวนเขาคุย เขาตอบว่า ‘อืม’ จากนั้นก็ควักเ้าเชือกะโออกมาจากกระเป๋าแล้วเดินออกไปนอกบ้าน
เขาเดินออกไปทำไมน่ะเหรอ ก็ไปะโเชือกไงเล่า
เขาตั้งหน้าตั้งตาะโเชือกอย่างจริงจังจนเธอแอบคิดว่าเขากำลังจะไปคัดตัวเป็นักกีฬาะโเชือกระดับประเทศซะอีก
การะโเชือกน่ะมันไม่แปลกหรอกแต่นี่เขามากินเลี้ยงสังสรรค์ กำลังคุยกันอยู่ เขาเดินออกไปะโเชือกแบบนี้มันก็ไม่ใช่เวลาที่สมควรหรือเปล่า
เฮ้อ ทำไมผู้ชายที่เธอแอบชอบถึงได้เพี้ยนหนักถึงขั้นนี้ไปได้คุยกับคนอื่นอยู่ดีๆ ก็เดินออกไปะโเชือกหน้าตาเฉย
ตอนนั้นคนที่บ้านเธอได้แต่มองเขาอย่างงงๆจนน้านุชหัวเราะแล้วบอกว่า่นี้เขาติดการออกกำลังกายมากไปไหนต้องพกเชือกะโไปด้วยตลอด
อ้อ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มาะโเชือกแค่ที่บ้านเธอสินะ
ธารทิพย์ไม่รู้ว่าชาติที่แล้วเขาเป็แบบนี้หรือเปล่าเพราะ่อายุสิบห้าถึงสิบเก้าปีเธอไม่ได้เจอเขาเลย หรือว่าชาติที่แล้วเขาก็เป็แบบนี้เหมือนกันเหรอ
ตอนที่เธอเอาของขวัญออกมาให้น้านุชยิ้มแก้มปริเหมือนเคย ปีนี้เธอซื้อลิปสติกยี่ห้อดังให้เป็ของขวัญน้านุชแกะออกลองทาเดี๋ยวนั้น สีเข้ากับหน้ามาก ปีใหม่ปีนี้เธอเลยได้ทั้งของขวัญและค่าขนมจากน้านุช
ส่วนของขวัญของอีตาคนนั้น เธอให้เขาเขาก็ปรายตามอง แล้วพูดแค่คำว่า ‘อืม’ ด้วยสีหน้าบึ้งตึงไม่รู้ว่าโกรธหรือเก็กอะไรอยู่ หรือเขาคิดว่าทำแบบนี้มันเท่ เขาทำหน้าตาเหมือนถูกบังคับให้ถือถ่านที่กำลังไหม้อยู่อย่างนั้นแหละของขวัญของเธอมันน่ารังเกียจนักหรือไง แม้แต่เปิดดูสักหน่อยยังไม่ทำ นั่นเป็ปากกายี่ห้อหรูที่เธอเก็บเงินซื้อให้เขาเชียวนะ
บางทีคนเราทุกคนต่างก็มี่ชีวิตที่ทำตัวแปลกแยกหรือไม่ชีวิตที่มหาวิทยาลัยของเขาอาจจะไม่ราบรื่นก็ได้ละมั้ง เขาถึงได้กลายเป็แบบนี้ไป
ผ่านมาจนเข้าสู่อายุขัยปีที่สิบเจ็ดของเธอปีนี้เธอขึ้นชั้น ม.5 แล้วเป็่เวลาที่ต้องตั้งใจเรียนและพยายามทำคะแนนให้ดีเธอยังคงออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยเพื่อรูปร่างและสุขภาพที่พึงประสงค์ปีนี้เป็่วัยที่ร่างกายของเธอสาวสะพรั่งมีคนมาขายขนมจีบเยอะแยะจนเธอแทบทนใจแข็งไม่ไหว แต่ก็นั่นแหละ เธอมีภารกิจของเธอ และจะไม่ว่อกแว่กกับสิ่งยั่วยุที่มาก่อนวัยอันควรเด็ดขาด
ปีใหม่เวียนมาอีกครั้งแม่ชวนน้านุชมาฉลองเหมือนทุกปีที่ผ่านมา บางทีเธอก็อยากถามแม่เหมือนกันว่าทำไมพวกเธอไม่ไปฉลองที่บ้านของน้านุชบ้างอย่างน้อยก็เปลี่ยนสถานที่สักหน่อย จะได้ไม่ซ้ำซากจำเจ แต่เธอก็ไม่ได้ถามแม่ของเธอเตรียมจัดสถานที่เรียบร้อยแล้ว เธอถามแล้วจะได้อะไรขึ้นมาเอาไว้ถามปีหน้าแล้วกัน เธอเองก็ไม่ได้ไปบ้านน้านุชมานานแล้ว
ทุกอย่างของปีนี้เหมือนเดิมอีกแล้วทุกคนชื่นมื่นรื่นเริง ส่วนอาร์มยังคงมากับกระเป๋าเป้และเชือกะโของเขา
ธารทิพย์เริ่มรู้สึกเป็ห่วงเขาขึ้นมาจริงๆ แล้วเขาเป็อะไรกันแน่นะ
พอเขาเริ่มควักเชือกะโออกมาเธอจึงเดินตามเขาออกไป
“พี่อาร์มมีเื่ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าคะ”เธอตัดสินใจถามเขาไปตรงๆ อย่างน้อยรับฟังสิ่งที่เขาจะพูดคงช่วยทำให้เขาหายเครียดได้บ้าง พวกเธอถือว่าอายุไม่ห่างกันมากน่าจะพอคุยกันรู้เื่ เธอจะยอมทำหน้าที่เป็ผู้ฟังที่ดีของเขาก็แล้วกัน
ใครจะคิดว่าเขากลับทำสีหน้าไม่พอใจใส่เธอ“ยุ่ง” ตอบมาสั้นๆ แค่นั้น เหมือนกับว่าการพูดกับเธอเป็เื่น่ารำคาญ
“น้ำถามเพราะเป็ห่วงทำไมต้องทำท่าทางแบบนี้ด้วย น้ำก็แค่คิดว่าพี่อาร์มมีเื่ไม่สบายใจ”ธารทิพย์เองก็เริ่มไม่ชอบใจแล้ว เธอทำผิดก็ยอมรับผิดแล้วถึงจะรับผิดอยู่ในใจก็เถอะ นี่ก็ผ่านมาจะสามปีแล้ว เขายังโกรธอะไรหนักหนากันหรือว่าเขาอารมณ์เสียเื่อื่นมาเลยจะเอามาลงกับเธองั้นเหรอ
เธอทำท่างอแงใส่เขา หวังนิดๆว่าเขาจะง้อเธอบ้าง พี่อาร์มที่เธอเคยรู้จักเป็คนใจเย็นและใจดีกับเธอเสมอ
แต่เขามีเหรอจะง้อเธอกลับทำหน้าตึงแล้วบอกว่า “คุยกับน้ำต่างหาก ที่ทำให้พี่ไม่สบายใจ”
ธารทิพย์อ้าปากค้างพูดไม่ออกทำไมเขาถึงได้หยาบคายขนาดนี้นะพี่อาร์มแสนดีในชาติที่แล้วถูกอีตาขี้โมโหนี่กลืนลงท้องเข้าไปแล้วหรือยังไงกัน ช่างเถอะเธอี้เีจะยุ่งด้วยแล้ว
เธอสะบัดหน้าใส่เขาแล้วเดินกลับเข้าบ้าน
ส่วนอาร์มตอนนี้เริ่มะโเชือกอีกแล้ว
น้านุชเห็นเธอเดินโมโหเข้ามาเลยชี้นิ้วออกไปข้างนอกตรงที่อาร์มะโเชือกอยู่ “แกล้งน้องอีกแล้วนะกลับบ้านไปโดนแน่” เสร็จแล้วก็หันมาปลอบเธอ “น้ำอย่าถือสาเลยนะเดี๋ยวนี้เป็แบบนี้แหละ น้าเองก็จนปัญญา ดีที่ยังตั้งใจเรียนไม่ทำตัวเหลวไหล”
“หนูว่าพี่อาร์มมีปัญหาอะไรที่มหาวิทยาลัยหรือเปล่าคะทำไมอยู่ๆ ก็เปลี่ยนไปขนาดนี้” ถ้าแค่โกรธเธอก็ช่างเถอะแต่นี่น้านุชบอกว่าปกติก็เป็แบบนี้ แสดงว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับเธอ
“น้าก็ไม่รู้เหมือนกันน้ายังเคยแอบสงสัยเลยแหละว่าอกหักมาหรือเปล่า เด็กร่าเริงคนนึงอยู่ๆก็กลายเป็แบบนี้ไปซะได้”
สิ่งที่ได้ยินทำให้ธารทิพย์ใจกระตุก“พี่อาร์มมีแฟนแล้วเหรอคะ”
“น่าจะมั้งเื่ปกติของเด็กวัยรุ่น อ๊ะ น้ำอย่าเพิ่งมีแฟนนะ น้าหวง” พูดจบก็เอามือลูบแขนธารทิพย์เบาๆ“จะคบใครเป็แฟนต้องพามาให้พ่อแม่กับพวกน้าช่วยกันดูก่อนนะลูก”
ธารทิพย์หัวเราะแหะๆ “น้ำยังไม่คิดเื่พวกนั้นหรอกค่ะตอนนี้สนใจแค่เื่เรียน”
การสนทนาในบ้านลื่นไหลเฮฮาอีกครั้งจวบจนใกล้ค่ำ ก็ถึงเวลามอบของขวัญ ปีนี้ธารทิพย์ซื้อน้ำหอมให้น้านุชพอน้านุชเห็นของขวัญก็ตาโต “หืม น้ำ ทำไมซื้อน้ำหอมล่ะลูก”
“น้านุชไม่ชอบเหรอคะ”
“น้าก็ชอบอยู่ แต่มันแพง หนูเปลืองเงินแย่เลยลูก”
ธารทิพย์ยิ้มกริ่ม เอียงหน้าเข้าหาและยกมือข้างหนึ่งขึ้นทำท่าป้องปากพูดด้วยเสียงเบาแบบรู้กันสองคน“ไม่ต้องเป็ห่วงค่ะ แม่เป็คนจ่ายเงิน”
น้านุชอมยิ้มกลั้นขำจากนั้นก็ให้ทิปและของขวัญกับเธอ
ธารทิพย์ไม่ได้ให้ของขวัญอาร์มแต่ตอนน้านุชจะกลับ เธอแอบไปฝากให้น้านุชเอาให้อาร์มที่บ้านเธอไม่อยากเห็นหน้าบึ้งตึงของเขา เธอซื้อของขวัญให้แท้ๆ เขายังมาทำตัวแย่ๆใส่เธออีก คนบ้าอะไรกัน
ใช่แล้ว พี่อาร์มเวอร์ชั่นนี้บ้าไปแล้วแน่ๆ
ผ่านไปอีกหนึ่งปี ธารทิพย์ขึ้นชั้นม.6 แล้ว ชีวิตส่วนใหญ่ของเธอในปีนี้วุ่นวายอยู่กับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยความขุ่นเคืองในใจที่มีต่ออาร์มแทบจะถูกลบเลือนไปจนหมดสิ้นเธอเลือกจะเก็บสิ่งที่มีความสุขไว้เท่านั้น สิ่งแย่ๆ เื่แย่ๆที่ทำให้ไม่สบายใจจะเก็บไว้ทำไมกัน เขาอยากโกรธเคืองก็ช่างเขาสิเธอไม่คิดจะเป็เพื่อนร่วมทางไปศรีธัญญากับเขาหรอกนะ
บางครั้งเธอยังนึกเป็ห่วงเขา ตอนนี้เขาขึ้นปีสี่แล้วแอบคิดเล่นๆ ว่าเขาจะเลิกหอบเชือกะโไปไหนมาไหนด้วยหรือยัง หรือที่มหาวิทยาลัยของเขาฮิตการะโเชือกกันเหรอ
เพราะว่าปีที่แล้วเธอตั้งใจแน่วแน่ว่าจะปีใหม่ครั้งถัดไปจะต้องไปฉลองที่บ้านของน้านุชบ้างเื่อะไรจะให้เขามาแค่บ้านเธอฝ่ายเดียว เธอต้องไปบุกบ้านเขาดูบ้างสิ
เธอเริ่มเตือนแม่ั้แ่กลางเดือนธันวาคมว่าปีนี้อยากไปฉลองปีใหม่ที่บ้านของน้านุชแม่เธอตกลงกับน้านุชเรียบร้อยเป็อันว่าปีใหม่ปีนี้เธอจะไปฉลองวันเกิดที่บ้านของน้านุชแน่นอนแล้ว
แต่ทว่า วันสิ้นปีของปีนี้ไม่เหมือนกับปีก่อนๆย่าของธารทิพย์หกล้มอีกแล้ว พวกเธอต้องไปดูแลย่าทำให้ไม่ได้ไปที่บ้านของน้านุช
ธารทิพย์ไม่มีเวลาสนใจเื่อื่นอีกเธอจำได้ว่าย่าจะหกล้มใน่ปีใหม่แต่เป็ปีใหม่ที่เธออายุสิบเก้า ไม่ใช่ปีนี้ไม่ใช่ปีที่เธออายุสิบแปด
เพราะว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยและมีที่เรียนเรียบร้อยแล้วเธอจึงไม่ต้องเอาเวลาไปสนใจเื่เรียนอีก เธอเอาเวลามาดูแลย่ามากขึ้นเธอกลัวเหลือเกินว่าย่าจะจากไปเร็วกว่ากำหนด
สิ่งหนึ่งที่คนเรากำหนดไม่ได้ก็คือวันตายผ่านไปแค่สองเดือนกว่าย่าของเธอก็จากไป
ในงานศพธารทิพย์ร้องไห้เสียใจ ก่อนนี้เธอคิดว่าอีกนานกว่าย่าจะจากไป เธอรอเวลาว่างๆค่อยมาหาย่า มาคุย มากอดย่า มาใช้เวลา่สุดท้ายกับย่าแต่วันนี้ย่าไม่อยู่อีกแล้ว เธอนึกตำหนิตัวเองว่ามัวแต่สนใจเื่อื่นจนลืมย่าเอาแต่ร้องไห้จนตาบวมช้ำไปหมดเป็ที่สลดใจแก่ผู้พบเห็น