ณ คอนโดหรูริมแม่น้ำเ้าพระยา ใจกลางกรุงเทพฯ
ตื้อดึง ตื้อดึง...
เสียงเตือนแอพไลน์จากไอโฟนรุ่นล่าสุด เรียกความสนใจจากเ้าของเครื่องที่กำลังนั่งเกากีตาร์โปร่งตัวโปรดแก้เซ็งบนโซฟานุ่มกลางห้องรับแขก ชายหนุ่มชะโงกหน้ามองบนจอ ที่มีตัวหนังสือจากแอพค้างอยู่ เมื่อเห็นว่าเป็ใคร มือขาวสะอาดที่เรียวสวยดุจมือผู้หญิงจึงวางกีตาร์พิงกับโซฟา แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านและพิมพ์ตอบพร้อมรอยยิ้มกว้าง
2nd mom : จะถึงแล้ว เอาไรป่ะ เด๋วหิ้วขึ้นไปให้
Me : ไม่เอา ขึ้นมาเร็วๆ เก๊าเหงา เก๊าคิดถึง
2nd mom : ไปหายากินป่ะ
Me : จัยรวั้ย
2nd mom : ปังยาอ่อง แค่นี้นะ รีบ!!
มัทกร หนุ่มน้อยลูกชายเ้าของร้านทอง นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะบริหารธุกิจ เ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคาย ผิวขาวสะอาดสะอ้าน จมูกโด่งเป็สันได้รูปสวย รับกันพอดีกับริมฝีปากหยักน้อยๆ ดวงตาคมกลมโตผิดแผกไปจากความเป็เชื้อจีนที่ส่วนใหญ่มักจะมีดวงตาที่รียาว
ชายหนุ่มหัวเราะถูกใจ ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ วันๆแค่ได้แหย่ได้เย้าไอ้ตัวเล็กมันโคตรจะมีความสุขเลย วันไหนไม่โดนมันด่าคือเหมือนคนของขาด เฉาไปทั้งวัน
20 นาทีต่อมา
มือบางล้วงเอาคีย์การ์ดในเป้หลุยส์ วิตตองใบย่อม ทาบเข้ากับแผงอิเล็กทรอนิคส์หน้าห้อง
ติ๊ด....กริ๊ก เสียงปลดล็อคดังขึ้น
สาวน้อยผลักประตูห้องบนคอนโดหรูชั้น 9 เพียงย่างเท้าเข้าไป ร่างน้อยก็ปะทะกับอากาศเย็นเฉียบภายในจากเครื่องปรับอากาศ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อพบว่าห้องทั้งห้องมืดสนิท ผ้าม่าน 2 ชั้นถูกปิดสนิทจนมองไม่เห็นวิวสวยด้านนอก มือบางควานหามือถือขึ้นมากดเปิดไฟส่องสว่าง ส่องหาสวิทซ์ไฟแถวหน้าประตูห้อง ก่อนจะพบแล้วกดเปิด
...แป๊ก แป๊ก แป๊ก...
"ทำไมไม่ติดล่ะ" ร่างเล็กจิ๊ปากอย่างโมโห หลังจากที่กดซ้ำๆย้ำๆไปหลายที
พลัน...หูแว่วยินเสียงทีวีดังมาจากห้องรับแขก ไม่รอช้ารีบสาวเท้าเข้าไป แต่กลับไม่พบใคร มีเพียงทีวีที่เปิดภาพยนตร์ฝรั่งสยองขวัญในฉากที่ชวนขนลุก ร่างเล็กเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ขนลุกซู่ชูชันจนต้องใช้มือลูบแขนตนเองไปมา
ทันใดนั้นเอง
"แฮ่...." เสียงแหบแ่ดังใกล้ๆอยู่ข้างหลัง ลมหายใจอุ่นรดประชิดหลังใบหู ร่างเล็กขนลุกเกรียวั้แ่ปลายเท้ายันปลายผม ตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงแข้งขาอ่อน ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมอง
...หมับ...กรี๊ดดดดดดด
มัทนากรีดร้องไม่เป็ภาษาเมื่อหลังคอถูกมือผีคว้าเอาไว้ แถมยังตามมาตะปบปิดปากไม่ให้เสียงของเธอตะเบ็งลั่นออกไปนอกห้อง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงหัวเราะถูกใจที่คุ้นเคยดังขึ้น ทำให้สาวน้อยตาโตก่อนจะแกะมือผีบ้าออกจากปาก แล้วหันไปเล่นงาน
"เฮีย!! ไอ้คนบ้า ไอ้พี่บ้า ไอ้พี่ขี้แกล้ง ไอ้เฮียยยย เค้าจะฟ้องป๊า" มัทกรหัวร่องอหายเมื่อน้องสาวตัวแสบจัดชุดคอมโบให้ แถมยังมีแรงหยิบหมอนอิงบนโซฟาปาใส่เขาไม่ยั้ง
"โอ๊ย พังหมดแล้ว ก็รับน้องใหม่ไง" พี่ชายพูดพลางยกแขนตั้งการ์ดรับหมอนที่ถูกปาใส่หน้า
"เลว...ถ้าเค้าหัวใจวายตายจะทำไง เยี่ยวจะราด โอ๊ยเกลียด! ไปเปิดไฟเลย มายืนหัวเราะอยู่ได้" น้องบังเกิดเกล้าสั่งเสียงแหลม
มัทกรเดินไปสับสวิทซ์ที่แผงคอนโทรล ไฟทั้งห้องจึงสว่างไสวขึ้น พี่ชายขี้แกล้งเดินกลับมาที่ชุดรับแขกยังไม่วายยิ้มขำ
"เยี่ยวเลย เดี๋ยวเฮียเช็ดให้" มัทนาหลุดขำพรืด นึกสภาพถ้าตัวเองกลัวจนฉี่ราด คงจะเละเทะพิลึก
"ไอ้พี่บ้า" ด่าไปด้วยขำไปด้วย
"ใครใช้ให้มาซะดึก ไหนบอกว่าจะมาบ่าย นี่เก็บกวาดห้องอยู่คนเดียวเนี่ย ของก็เอามาซะเยอะแยะ อย่างกะจะหนีออกจากบ้าน" มัทกรบ่นเป็หมีกินผึ้ง
"ก็รุ่นพี่เขาเพิ่งปล่อยอ่า เออน่า เดี๋ยวอาทิตย์นี้เค้าทำความสะอาดเองทั้งอาทิตย์เลย"
"แหงสิ แล้วกินข้าวมายัง"
"กินแล้ว งั้นเค้าเข้าไปจัดห้องก่อนนะ อย่าเพิ่งนอนล่ะ เผื่อเค้า้าแรงงาน"
"อีหมวย! นี่กูพี่มึงนะไม่ใช่ทาส ใช้กูแต่ละอย่าง ขนกระเป๋ามาจากบ้านให้จนขี้จะหักในอยู่แล้ว มึงขโมยทองม๊ามาป๊ะเนี่ย" พี่ชายที่แสนดีโวยวายปนยัดข้อหา
"บ่นๆ ป๊าบอกว่าไง ให้ดูน้องให้ดี จำไม่ได้?" มัทนาพูดพลางชี้หน้า ดูท่ามัน ม๊ายังไม่เคยชี้หน้าเขาอย่างนี้เลย แบบนี้ต้องเถียงกลับ
"เออ จำได้น่า"
"ก็แค่นี้" สาวน้อยชี้หน้าพี่มันอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดหน้ากลมดิกเดินเข้าห้องไป
คอนโดแห่งนี้ พ่อและแม่ของมัทกรซื้อไว้ให้ั้แ่ตอนที่เขาสอบติดมหาวิทยาลัย เพราะเหตุว่าบ้านของเขาอยู่ไกลจากมอมากเกินไป การมาอยู่ที่คอนโดจึงสะดวกกว่า ที่ผ่านมามัทกรพักอยู่คนเดียวมาโดยตลอด นานๆทีจะชวนเพื่อนสนิทมาปาร์ตี้บ้าง เพราะอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย และยังมีห้องว่างเผื่อไว้ในวันที่เพื่อนเขาเมาจนต้องอาศัยนอนเพราะลากสังขารกลับไม่ไหว
จนมัทกรขึ้นปี 3 น้องสาวเขาก็สอบติดที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน ป๊ากับม๊าจึงส่งให้มาพักอยู่กับเขา แต่มีข้อแม้ว่าทั้งคู่ต้องกลับไปนอนบ้านเย็นวันศุกร์ถึงอาทิตย์ รวมถึงวันอื่นๆสุดแล้วแต่ป๊ากับม๊าจะเรียกตัว
เช้าวันรุ่งขึ้น
"แจ เสร็จรึยัง" มัทกระโเรียกมัทนาหรือกุญแจ ชื่อเล่นอันแสนฟรุ้งฟริ้งที่ป๊าตั้งให้
"เสร็จแล้ว เสร็จแล้ว" มัทนาที่อยู่ในชุดนักศึกษาเปิดประตูออกมา มัทกรสำรวจน้องสาวในชุดนักศึกษา
“เมื่อวานไม่ทันสังเกต กระโปรงยาวไปป่ะเนี่ย” พี่ชายหรี่ตามอง พลางถามยิ้มๆ
“จริงอ๋อ เค้าก็ว่างั้นอ่ะ ม๊าน่ะสิ บอกพอดีแล้ว” มัทนาตอบพลางหันหน้าหันหลังสำรวจชายกระโปรง
“ไหนดูอีกทีซิ กระโปรงมันยาวหรือขามันสั้นกันแน่” มัทกรถอยหลังไป 2-3 ก้าว ยกมือขึ้นมาทำท่าวัดระยะ
สาวน้อยในชุดนักศึกษาเหลือบตาขึ้นมองเพดาน ก่อนจะวางกระเป๋าเป้ลงกับพื้น เท้าสะเอวสองข้างอย่างเอาเื่
“จะเอาแต่เช้าเลยใช่มะ”
“ล้อเล่นน่า มีอารมณ์ขันหน่อยดิว้า”
“ไม่ขำนะเฮีย คนยิ่งไม่มั่นใจอยู่ น้ำหนักดันมาขึ้นอีก เฮียนั่นแหละ ทีหลังไม่ต้องมาเคาะเรียกเค้าเลยนะ” สาวน้อยพาลใส่พี่ชายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่โดนเคาะประตูเรียกออกมาจัดการสปาเก๊ตตี้คาโบนาร่าราดชีส อร่อยแท้ๆแม้ไม่ทาอะไร
“ขึ้นนิดขึ้นหน่อยช่างมันเหอะน่า กลมๆแบบเนี้ยะน่ารักจะตาย” มัทกรพูดเอาใจ แต่กลับโดนเบะปากใส่
"ไปกินข้าวเช้าที่มอแล้วกันนะ ทำไม่ทันแล้ว" พี่ชายเปลี่ยนเื่ พร้อมกับเดินไปหยิบเป้กับกีตาร์คู่ใจขึ้นมาสะพาย
"อืม"
สองพี่น้องพากันเดินออกจากห้อง ลงลิฟต์ไปยังลานจอดรถ ทั้งคู่เดินไปยังรถเก๋งสีขาวสะอาดเอี่ยมที่พ่อและแม่ของมัทกรซื้อให้เป็ของขวัญที่ลูกชายคนโตสอบติดมหาวิทยาลัย
มัทกรประจำที่คนขับ โดยมีน้องสาวนั่งข้างๆ
"เย็นนี้เลิกกี่โมงอ่ะ" มัทกรถามขึ้นในขณะพารถเคลื่อนออกสู่ถนนใหญ่
"ยังไม่รู้เลยอ่ะ วันนี้เข้าห้องเชียร์วันแรกด้วย"
"ไม่ต้องไปอินกับมันมากหรอก บอกมันว่าเป็ลมบ้าหมู มันจะได้ไม่ว๊ากเราแรง" พี่ชายให้คำแนะนำ
"คณะเค้าไม่มีพี่ว๊ากหรอกมั้ง มีแต่สาวๆสวยๆนุ่มนิ่มทั้งนั้นแหละ" มัทนาพูดถึงคณะคหกรรมศาสตร์ที่ตนเองสอบติด ด้วยความตั้งใจที่จะเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ เป็ของตนเองหลังเรียนจบ
"เอ่อ...ขอทราบความรู้สึกคุณมัทนาที่เป็หลุมดำของคณะครับ" มัทกรปั้นเสียงเป็นักข่าว กำหมัดแทนไมค์ไปจ่อปากน้องสาว
"ขอบคุณสำหรับคำถามค่ะ ไปเล่นไกลๆเลยไป" เสียงผู้ให้สัมภาษณ์ตอบอย่างไม่สบอารมมณ์ พี่ชายขี้ยั่วหัวเราะร่า สบายใจแระวันนี้ ก็มีแค่คนในครอบครัวกับเพื่อนสนิทเท่านั้นแหละที่เขาจะหยอกล้อด้วยนี้
ไม่นานชายหนุ่มก็เลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัย แล้วเลยไปส่งมัทนาที่หน้าตึกคหกรรม
"เฮีย...เย็นนี้รอเค้าด้วยนะ เดี๋ยวเค้าไลน์ไปบอก" น้องสาวจอมแสบสั่งการเสียงหวาน
"ไหนว่าเข้าห้องเชียร์ไง กลับเองเหอะ" ไม่ใช่ว่าใจร้ายนะ แต่ความี้เีมีมากกว่า
"ก็ถ้ามันมืด เค้าก็กลับลำบากไง นะนะ นะจ๊ะพี่จ๋า" น้ำเสียงอ้อนขั้นสุดและสรรพนามเฉพาะกิจถูกงัดมาใช้ยามจำเป็
"เหอะ...คำนี้มันยังอยู่อีกเหรอ นึกว่ามันตายจากไปนานจนเกิดใหม่เป็ไอ้เฮียแล้ว"
"ของดีใครเขาใช้กันพร่ำเพรื่อ นะพี่จ๋านะ พี่จ๋าของน้อง" แค่เสียงยังไม่อ้อนพอ สาวน้อยลงทุนยกมือสองข้างขึ้นมาทำท่าลูกหมาน้อยอ้อนเ้าของให้ดูน่ารัก
"เออๆ พอเลย บรื๊อออ ขนลุก" มัทกรทำท่าขนลุกขนพองกับคำเรียกขานสุดอ้อนของน้องสาว
มัทนาฉีกยิ้มกว้าง สาวน้อยี้เีโหนรถเมล์เป็อย่างมาก จะเรียกแท๊กซี่ก็กลัว อ้อนให้พี่ชายรอรับกลับพร้อมกันนี่แหละ ปลอดภัยและวางใจได้มากที่สุด
มัทนาเดินทะลุตึกคณะมาจนถึงบริเวณสวนหย่อมที่มีโต๊ะม้าหินอ่อนสลับกับโต๊ะสนามอยู่เรียงราย มองหาเพื่อนใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกันได้ไม่กี่วัน แต่กลับรู้สึกสนิทใจ คุยกันถูกคอเหมือนคบกันมาเป็ปีๆ
"กุญแจ" เสียงใสจากโต๊ะข้างซุ้มแพงพวยะโเรียกชื่อเต็มที่เ้าของชื่อดูจะขัดเขิน มัทนายกมือตอบแล้วรีบวิ่งเหยาะๆเข้าไปหา
"มานานรึยังมุก" มัทนาทักเพื่อนด้วยรอยยิ้ม
มุก หรือมุกตระการ เพื่อนใหม่แกะกล่องที่ไม่รู้ว่าโคจรมาสนิทกันได้ยังไง รู้สึกเหมือนจูปีเตอร์มาเจอกับอุกกาบาตยังไงยังงั้น ก็ยัยมุกน่ะ เอวบางร่างน้อย แขนงี้นิ๊ดนึง โคตรจะคุณหนูน่าทะนุถนอมไปหมด แถมยังตาโตจมูกโด่งยิ้มทีโลกสดใส เดินไปทางไหนก็สว่างไสวอย่างกับดาวพฤหัส ส่วนตัวเธอน่ะเหรอ น้ำหนักไม่เคยต่ำกว่า 55 มาั้แ่ ม.4 หน้ากลมบล๊อคระดับ 10/10 ที่เห็นบานๆนี่ยังไม่ได้ยิ้มเลยนะ ส่วนที่เรียวที่สุดก็คงเป็ดวงตาที่มีอยู่ขีดเดียวนี่ล่ะ เฮียนั่นแหละมันเอาของดีไปหมดเลย คิดแล้วขึ้น
"มาสักพักแล้วจ้ะ แล้วทำไมทำหน้าอย่างนั้น" มุกตระการถามด้วยความสงสัยที่เห็นเพื่อนทำหน้าบอกบุญไม่รับ
"เปล่าหรอกมุก แล้วกินข้าวมารึยัง"
"ยังจ้ะ รอกุญแจน่ะ" มุกตระการตอบพลางส่งยิ้มหวานให้ สวยพอรึยัง?
"กุญแจมันยาวไปมั๊ยอ่ะ เรียกเราว่าแจเฉยๆก็ได้นะ เราไม่ถือ" มัทนาพยายามโน้มน้าวเพื่อน
"อ้าว ทำไมล่ะ เราว่าชื่อกุญแจน่ารักจะตาย คุณพ่อคุณแม่กุญแจต้องรักกุญแจมากๆเลย"
มัทนาถอนหายใจยาว อยากจะเล่าชีวิตที่แสนอาภัพเหมือนม๊าภัสสรในละครทีวีให้ฟังซะจริงๆ มัทนามองบนอย่างยอมจำนน
"ตามใจจะเรียกไรก็เรียก เจ็ดโมงครึ่งแล้วไปหาไรกินกันเถอะ" มัทนาพลิกนาฬิกาข้อมือมาดู เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง
"ไปสิ มุกหิวแล้วเหมือนกัน" มุกตระการลุกขึ้นพลางหยิบกระเป๋าหนังยี่ห้อหรูขึ้นมาสะพาย ก่อนที่ทั้งสองจะพากันเดินไปยังโรงอาหารเล็กๆของคณะ
หลังจากส่งน้องสาวที่คณะเรียบร้อยแล้ว มัทกรก็ขับรถมาจอดบริเวณคณะของตนเอง ล็อครถเรียบร้อยจึงเดินไปที่โต๊ะประจำแถวลานอ่านหนังสือหน้าตึกคณะ ซึ่งเป็แหล่งพักผ่อนหย่อนใจของนักศึกษา
"มาสายจังวะ" โจ๋ หรือจารุภัทรที่กำลังนั่งกดเกมส์ในมือถืออย่างเมามันเงยขึ้นมาถาม
"กูแวะส่งน้องกูก่อน...อ่ะ" มัทกรตอบพลางวางถุงปาท่องโก๋ พร้อมน้ำเต้าหู้ที่เ้าตัวแวะซื้อก่อนถึงมอ
"หืม พี่ชายที่แสนดี แถมยังเป็เพื่อนที่แสนดีด้วย เพื่อน! เรารักนายว่ะ" จารุภัทรพ่นคำหวานใส่ มือก็ฉีกปาท่องโก๋เข้าปาก
"มึงไม่ต้องมาอ้อนแดก กูขนลุก แล้วนี่ไอ้นิก ไอ้ขุนยังไม่มาอีกเหรอ"
"ไอ้นิกไปซื้อหนมเดี๋ยวมา ไอ้ขุนมันว่าวันนี้มีแคสต์งาน น่าจะโดดเช้า กูละเบื่อคนหล่อ"
"เอาั้แ่ต้นเทอมเลยเหรอวะ" มัทกรถามด้วยความเป็ห่วง
"นี่กูก็ห่วงมันนะ อาจารย์ชุลีแกยิ่งเขี้ยวๆ กูละเสียวแม่เช็คชื่อชิบหาย"
"มันคงไม่ซวยหรอกมั้ง" มัทกรพูดพลางดูดน้ำเต้าหู้ไปด้วย
"แล้วนี่มึงนึกไงแดกน้ำเต้าหู้ ร้อยวันพันปีไม่เห็นเคยกิน"
"กูเจ็บคอ อยากกินอะไรร้อนๆ"
"แหม พอน้องมาอยู่ด้วยล่ะอ้อนใหญ่เลยน๊า"
"อ้อนห่าไรล่ะ น้องหรือแม่ก็ไม่รู้ ดุชิบหาย" มัทกรนึกถึงไอ้ตัวแสบที่เขาชอบแหย่ให้มันโมโห
"แล้วเย็นนี้มึงลงบาสไหวป่ะเนี่ย"
"กูขอบายแล้วกัน กูต้องไปรับไอ้แจมันด้วย มันเข้าห้องเชียร์ คงสะบักสะบอมน่าดู"
"เออๆ ไม่เป็ไรเดี๋ยวให้ไอ้นิกลงแทน" มัทกรพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะคว้าน้ำเต้าหู้อีกถุงมาเจาะรู พร้อมกับรู้สึกถึงอาการป่วยที่เหมือนจะค่อยๆเพิ่มมากขี้นทุกที
ตกบ่าย มัทกรได้รับโทรศัพท์จากน้องสาวตัวแสบว่าลืมหนังสือบางเล่มไว้ที่บ้าน คืนนี้เ้าตัวจึงต้องกลับไปเอาและขอนอนที่บ้าน ให้มัทกรกลับคอนโดได้เลยไม่ต้องรอ ซึ่งพี่ชายแทบจะร้องไชโยออกมาเพราะตอนนี้เขาแทบจะไม่มีแรงขับรถด้วยซ้ำ เพราะอาการเจ็บคอตอนเช้า เริ่มจะกำเริบกลายเป็ไข้อยู่รอมร่อ
เช้าวันถัดมา
มัทนาออกจากบ้านแต่เช้า เพราะต้องเดินทางเองด้วยรถประจำทาง สาวน้อยลืมคำสั่งมารดาซะสนิทที่กำชับนักหนาว่าให้แวะซื้อมื้อเช้าไปให้พี่ชายที่ดูเหมือนว่าวันนี้จะโดดร่มเนื่องจากอาการไข้เมื่อคืน
Rrrrrrrrrrrrr
"ม๊า มีอะไรเหรอ" มัทนาถามปลายสาย ขณะนั่งเล่นมือถือที่โต๊ะม้าหินอ่อนบริเวณลานคณะ
"อาหมวยเล็ก ลื้อถึงไหนแล้วเนี่ย"
"ถึงมหาลัยแล้ว ห๊า!! ม๊า...แจลืมซื้อข้าวให้เฮียอ่ะ" เสียงะโด้วยความใดังลั่น เมื่อเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมข้าวพี่ชายซะสนิท
"อาหมวย!! ม๊าสั่งแล้วสั่งอิก ก่องนองก้อสั่ง ออกจากบ้างเมื่อกี๊ก้อสั่ง ลื้อนี่มังจริงๆเลย " เสียงแหลมปนสำเนียงไทยจีน 50/50 ของมารดาส่งมาตามสายไม่หยุด
"เฮียเขาไม่ตายหรอกม๊า อดข้าววันเดียว"
"ซี้ซั้วพูก ตายเตยอะไร ตบปักสามทีเลี๋ยวนี้เลย แล้วจะทำยางไง ป่างนี้อามิคกี้หิวแย่แล้ว ไหนจะต้องกิงยาอิกอ่า ลื้อนี่นา"
"อ่ะๆๆ เดี๋ยวแจจัดการให้" มัทนาคิดหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สงสารอีพี่จ๋าเหมือนกันแหละ เพราะเมื่อวันก่อนก็กวาดเอาสปาเก๊ตตี้ซองสุดท้ายมากินซะเกลี้ยงแล้ว
"ลื้อจะจักกางยังไง วิ่งไปวิ่งมา พอลีเข้าเรียงไม่ทังอิก" มารดายังบ่นกระปอดกระแปด
"เดี๋ยวแจให้เพื่อนซื้อแล้วแวะเอาไปให้เฮีย ทางผ่านเขาพอดีแหละ ไม่ต้องห่วงลูกรักหรอกน่า เดี๋ยวจัดการให้" น้ำเสียงกระแนะกระแหนสุดฤทธิ์
"ประชกประชังไปอิก"
"แค่นี้ก่อนม๊า เดี๋ยวไม่ทันเพื่อนมาถึงมหาลัยก่อน คราวนี้ได้อดตายจริงๆ" มัทนาอยากจะรีบวางหู เพราะต้องต่อสายไปหาคนที่จะฝากซื้อข้าว
"ล่ายๆๆ แค่นี้ล่ะ ม๊าวางน๊า"
มัทนารีบต่อสายไปยังมุกตระการทันที ไม่รู้ป่านนี้เลยคอนโดมารึยัง
"กุญแจ มีอะไรเหรอ" มุกตระการถามมาตามสาย
"มุก...มุกเลยคอนโดเรามารึยังอ่ะ"
"ยังจ้ะ มุกเพิ่งออกจากบ้านเลย วันนี้มีเรียนตั้ง 9 โมงนี่" เสียง์แท้ๆ
"เรามีเื่รบกวนหน่อยได้มั๊ยอ่า"
"ได้สิ กุญแจจะให้มุกช่วยอะไรเหรอ"
"คืออย่างงี้ พี่จ๋าเราไม่สบายอยู่ที่คอนโดอ่ะ แล้วเมื่อคืนเราไปนอนบ้านใช่มะ เราลืมแวะซื้อข้าวเช้าให้พี่จ๋าอ่ะ รบกวนมุกแวะซื้อแล้วแวะเอาไปให้หน่อยได้ป่าว พอดีเรามาถึงมหาลัยแล้วอ่ะ" มัทนาอ้อนวอนผ่านโทรศัพท์
"ได้สิ แค่นี้เอง เดี๋ยวมุกให้คนขับแวะซื้อแล้วมุกเอาเข้าไปให้ ว่าแต่กุญแจพักอยู่ห้องไหนล่ะ" โห แม่พระของแจ
"ห้อง 937 จ้ะ แต่มุกไปฝากไว้ที่ฟร้อนท์ก็ได้ เดี๋ยวเราให้พี่จ๋าลงมาเอาเอง"
"โอเคจ้ะ" มุกตระการรับคำ แล้วจึงวางสายไป
ครึ่งชั่วโมงถัดมา ร่างบอบบางในชุดนักศึกษาก็มายืนอยู่หน้าห้อง 937 ของคอนโดหรู ในมือถือถุงโจ๊กหมูสับใส่ไข่ที่เ้าตัวแวะซื้อจากร้านโจ๊กเ้าประจำ ถึงแม้ว่าเพื่อนสาวจะบอกให้ฝากกับรีเซฟชั่นไว้ แต่ด้วยความมีน้ำใจและยังมีเวลาเหลือเฟือ เธอจึงคิดว่าถือขึ้นมาให้พี่สาวเพื่อนบนห้องเลยดีกว่า จะได้อาศัยเยี่ยมไข้ และไปรายงานอาการพี่สาวให้เพื่อนฟังด้วยเลย โดยให้รถที่บ้านจอดรออยู่ข้างล่าง
กริ๊ง กริ๊ง..กริ๊ง กริ๊ง..
มุกตระการกดกริ่งที่หน้าประตูห้อง ไม่นานนัก สาวน้อยก็ได้ยินเสียงปลดล็อค ตามด้วยประตูบานใหญ่ถูกเปิดออก
ยิ้มหวานบนใบหน้าที่เตรียมจะทักทายพี่สาวของเพื่อนเปลี่ยนเป็ความงุนงง ตามมาด้วยอาการตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้าที่เห็น ดวงตาเบิกโพลงพร้อมกับยกมือบางขึ้นมาอุดปากกลั้นเสียงอุทานของตนเอง
"ตาเถรยายชีหก!!" ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง หล่อออร่าอย่างกับนัมจูฮยอกผสมเ้าขุนลูกแม่ปิ่น ไม่ไม่ไม่!! เธอไม่ได้สนใจตรงนั้น แต่เป็ไอ้กางเกงวอร์มสีแดงแป๊ดตัวเดียวที่เอวไม่รู้จะต่ำไปถึงไหนกับแผงอกล่ำเปลือยเปล่านั่นต่างหาก แถมยังไอ้อาการหอบแฮ่กๆ เหงื่อโทรมไปทั้งตัวแบบนั้นอีกล่ะ คิดดีไม่ได้เลย
'โธ่! กุญแจเอ๊ย รู้รึเปล่าว่าพี่สาวเขามีแฟนแล้ว แถมกำลัง...'
"น้อง...เคาะผิดห้องรึเปล่า" มัทกรที่กำลังหักดิบออกกำลังเรียกเหงื่อเพื่อสู้อาการไข้ ถามพลางยกมือโบกไปมาที่ใบหน้าน่ารักที่ยังตกอยู่ในอาการตื่นตะลึง
"น้อง!!" มุกตระการสะดุ้งเบาๆ หลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงเรียกที่เพิ่มดีกรีขึ้น
"พี่จ๋าอยู่มั๊ยคะ" สาวน้อยถามหาพี่สาวเพื่อน ในขณะที่สายตาก็อดมองเลยเข้าไปในห้องไม่ได้
"ใครนะ?"
"พี่จ๋า พี่สาวของกุญแจน่ะค่ะ"
"น้องมีอะไรกับเขาเหรอ" เสียงทุ้มถามกลับพลางเท้าแขนข้างหนึ่งไว้กับขอบประตู อีกข้างหนึ่งก็ยกขึ้นเท้าสะเอว
วางท่าอย่างกับเป็เ้าของห้อง!! มุกตระการนึกตำหนิอยู่ในใจ
"กุญแจฝากให้แวะเอาข้าวเช้ามาให้ค่ะ บอกว่าพี่จ๋าไม่สบาย คุณเป็ เอ่อ...เป็" เสียงหวานตะกุกตะกัก รู้สึกกระดากปากยังไงชอบกล
"เป็...คิดว่าเป็อะไรเหรอ" มัทกรแกล้งถามกลับพลางหรี่ตามองคนตรงหน้า เริ่มสนุกซะแล้วสิ
"จะเป็อะไรก็ช่างเถอะค่ะ ฝากให้พี่จ๋าด้วยนะคะ" มุกตระการคร้านจะพูดคำว่าแฟนออกจากปาก ก็เข้าใจนะว่าคนเรามีความรักกันได้ แต่เื่บางเื่ควรรอเวลาให้เหมาะสมสิ ยังเรียนกันอยู่เลยนะ มือบางยื่นถุงโจ๊กให้หนุ่มหล่อตรงหน้า
"ไม่รับฝากครับ อยากให้ก็เข้ามาให้เองในห้อง " พูดจบ ร่างสูงก็เบี่ยงตัว เปิดทางให้สาวน้อย
"ตะ...แต่ว่า พวกพี่กำลัง...เอ่อ" แก้มเนียนใสระเรื่อขึ้นยามนึกถึงกิจกรรมที่คนในห้องกำลังทำกันก่อนเธอจะมาถึง
"เอ้อๆ อ้าๆ จะเข้ามั๊ย เนี่ยกำลังรอข้าวเช้าเลย ยาก็ต้องกิน" คนขี้แกล้งพูดลอยๆ บุ้ยหน้าให้เธอเข้าข้างใน
มุกตระการหันรีหันขวางสักพัก เข้าก็เข้า อย่างน้อยพี่จ๋าก็อยู่ในห้อง เข้าไปแป๊บเดียวคงไม่เป็ไร สาวน้อยคิดอย่างคนโลกสวย ถึงแม้ว่าจะตะหงิดใจกับคนตรงหน้าที่มายืนเปลือยท่อนบนรับแขกอยู่ก็ตาม
ร่างบางก้าวเข้ามาหยุดยืนในห้อง รอให้ร่างสูงเดินนำเข้าไป มัทกรเดินนำคนตัวเล็กไปที่ส่วนของห้องครัว จัดแจงหาถ้วยชามขึ้นมาวางเตรียมไว้
"พี่จ๋าอยู่ไหนล่ะคะ" มุกตระการถามหาคนที่้าเข้ามาเยี่ยมไข้ทันที
"ในห้องมั้ง เข้าไปดูสิ ห้องที่เปิดประตูอยู่นั่นล่ะ" เสียงทุ้มตอบเรื่อยๆ ทำทีไม่สนใจ
สาวน้อยเดินไปหน้าห้อง แต่ไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปภายใน ทำได้แค่ะโเรียกเบาๆอยู่ปากประตูเท่านั้น
"พี่จ๋า พี่จ๋าคะ พี่จ๋า" เสียงหวานใสร้องเรียกคนป่วย
"จ๋า"
"ห๊ะ นาย!!" มุกตระการหันขวับมาทันทีที่ได้ยินเสียงตอบรับใกล้แสนใกล้ เพียงแต่ไม่ใช่เสียงของคนที่เธอคิดว่านอนอยู่ในห้อง
มือบางยกขึ้นผลักหน้าอกหนาเต็มแรง ถึงแม้จะไม่ค่อยได้ผลเท่าไรนัก
"นายจะทำอะไร แล้วพี่จ๋าอยู่ไหน ไม่เห็นมีใครออกมาเลย นายหลอกฉันใช่มั๊ย" มุกตระการใจเต้นไม่เป็ส่ำกับเหตุการณ์ตรงหน้า นี่เธอถูกหลอกให้เข้ามาอยู่สองต่อสองกับผู้ชายได้ยังไง
"เป็ผู้หญิง ทำไมถึงเดินเข้าห้องผู้ชายง่ายๆอย่างนี้ฮึ?" มัทกรถามปนดุ
"ก็นายหลอกฉันเข้ามา นายบอกว่าพี่จ๋าอยู่ในนี้" มุกตระการเถียงสู้ ถึงแม้เสียงจะสั่นน้อยๆด้วยความกลัวก็ตาม
"ยังไม่ได้พูดสักคำ น้องพูดเองเออเองอยู่คนเดียวนะ"
"แล้วนายเป็ใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง"
"นึกยังไงมาถามตอนนี้ มันสายไปแล้วรึเปล่า" มัทกรย่างสามขุมเข้ามาหา ั์ตาคมจ้องมองเหยื่อสาวไม่กะพริบ สาวน้อยค่อยๆก้าวถอยหลังทีละก้าว เหมือนกำลังโดนเ้าป่าจ้องจะตะครุบเหยื่อยังไงยังงั้น
"กรี๊ดดดด อย่าเข้ามานะ" มุกตระการร้องเสียงหลง เมื่อมือแกร่งยื่นเข้ามากระชากแขนเธอ แล้วปล้นถุงโจ๊กไปต่อหน้าต่อตา
"เอาคืนมานะ ไม่ใช่ของนาย" ร่างเล็กพยายามคว้าถุงกลับ แต่ชายหนุ่มกลับชูมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ
"เอ๊า ก็ซื้อมาให้พี่จ๋าไม่ใช่เหรอ"
"ก็นายไม่ใช่พี่จ๋านี่ เอาคืนมานะ" มุกตระการแหวกลับ ลืมความกลัว นาทีนี้ศักดิ์ศรีต้องมาก่อน
"ชื่ออะไรน่ะเราน่ะ เป็เพื่อนกุญแจงั้นเหรอ"
"นายรู้จักกุญแจด้วยเหรอ" ไม่เห็นกุญแจเคยเล่าให้ฟังเลย
"บอกชื่อมา แลกกับโจ๊ก"
"มุก" มุกตระการบอกไปสั้นๆ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมต้องยอมบอกด้วย อยากได้โจ๊กคืนขนาดนั้นเลยเหรอเรา
"ชื่อจริงสิ"
“มุกตระการ”
“ห๊ะ!! ชื่อไรนะ” มัทกรถามย้ำไปอีกครั้ง พร้อมกับพ่นเสียงหัวเราะดังลั่น พระธิดาจากวิกลิเกที่ไหนวะเนี่ย
“มุกตระการ...ทำไม นายขำอะไร” สาวน้อยเริ่มจะอารมณ์คุกรุ่น ชื่อเธอมันน่าขำตรงไหนกัน
“ชื่ออย่างกับ...ฮ่า ฮ่า ฮ่า เปิดวิกที่ไหนบอกด้วยนะ”
“นี่นาย!! ไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว จะไปเทให้สุนัขกินให้หมดเลย” ข้อมือบางยื่นไปยื้อถุงโจ๊กหมูในมือคนปากดี ไม่สนแล้วว่านายคนนี้เป็ใคร
“สุนัข กร๊ากกกก ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มัทกระเิหัวเราะดังกว่าเก่า มีคนเรียกหมาว่าสุนัขด้วยโว๊ย หมาบรรดาศักดิ์แน่ๆ
เสียงหัวเราะเยาะบาดหู ทั้งยังทำหน้าเป็ใส่ ยิ่งทำให้มุกตระการอารมณ์ปรี๊ดขึ้นจนถึงขีดสุด เงื้อกำปั้นขึ้นเตรียมฟาดใส่คนตรงหน้า
“น่ะ น่ะ น่ะ ตบมาจูบกลับนะ อยากโดนแลกลิ้นก็ตบมาเลย” ร่างสูงเท้าสะเอวข้างหนึ่ง ยกนี้วชี้หน้า ท่าทางบ้าบิ่นเอาจริงนั่น ทำให้สาวน้อยถึงกับหน้าถอดสี ปากคอสั่น ถอยกรูดมาชนชิดผนัง
Rrrrrrrrrrrrrrrrr
มุกตระการลนลานล้วงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากระโปรงนักศึกษาขึ้นมากดรับ
“กุญแจ” เสียงสั่นน้อยๆเรียกเพื่อนไปตามสาย สายตาก็คอยเหลือบมองเ้าของใบหน้าเ้าเล่ห์ตรงหน้าที่ยืนกอดอกมองเธอยิ้มๆไม่วางตา
“ยัยมุก อยู่ไหนแล้ว เราโทรถามที่ฟร้อนท์เขาบอกว่าไม่มีใครมาติดต่อเลยอ่ะ หลงรึเปล่า” มัทนาถามกลับด้วยความเป็ห่วง
“มุกอยู่ในห้องกุญแจแล้ว แต่พี่จ๋าไม่อยู่อ่ะ เจอใครก็ไม่รู้ แฟนพี่สาวกุญแจแน่ๆเลย แถมเสื้อก็ไม่ใส่ แต่งตัวน่าเกลียด” มุกตระการป้องมือกระซิบกระซาบกับโทรศัพท์
“ห๊า! ยัยมุก!!”
Writer talk
ท๊าดา!!!! นิยายเื่ที่ 2 ของเราเองค่ะ เื่แรกลบไปล่ะ 55555
นว๊องงงง รีบหนีออกมาลูก ก่อนจะโดนอิพี่จ๋าจับกินน๊า//อรั๊ยยย
เปิดตัวเบาๆ กับนักแสดงหลักนะคะ
ฟังม๊าพูดกันรู้เื่มั๊ยอ่ะ 55555555555 อ่านไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็ชินเองน๊า
ตอนแรกไม่ทอล์คเยอะเนอะ นอกจากขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่เปิดใจอ่านเื่นี้นะคะ
รีดอ่านสนุกไรท์ก็มีความสุขเด้อ...Have a good time ค่ะ