ตอนที่ 22
ออกเดินทางไป
หลิงเฉินกลับมาที่โรงเตี๊ยมบนถนนสายที่หนึ่งของเมืองหลวง เขากลับมาที่ห้องพักของตนเองพร้อมกับกล่องขนาดใหญ่ที่ด้านในมีเงินจำนวนมากอยู่ด้านใน
เขาได้รับเงินจากนายน้อยเฉิน 2000 ตำลึงเมื่อรวมกับเงินพนันของเหล่าผู้ชมถึงเก้าส่วนอีก 1800 ตำลึง รวมแล้วครั้งนี้หลิงเฉินได้รับเงินกลับมาถึง 3800 ตำลึงมันมาหพอจะตั้งตัวได้เลย
เงินจำนวนขนาดนี้มันมากพอที่จะซื้อที่ดินและก่อสร้างพรรคของตนเองขึ้นมาได้แล้ว หลังจากกลับมาถึงห้องพักเขาก็ขัดเกลาพลังิญญาภายในร่างกายของตนเองต่อทันที
อรุณแรกของวันแสงตะวันเปล่งประกายทอแสงสีส้มอ่อนลอดเข้ามาจากทางหน้าต่างเข้ามาด้านใน เด็กน้อยลู่ิที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนอนอันใหญ่โตค่อยๆรู้สึกตัวอย่างช้าๆ ทั้งชีวิตเด็กน้อยทั้งสองไม่เคยจะได้นอนเตียงนอนที่นุ่มสบายเช่นนี้มาก่อนเป็ไปได้เด็กน้อยลู่ิเองก็ไม่อยากจะตื่นขึ้นมาสักเท่าไหร่ แต่ด้วยติดเป็นิสัยที่ต้องตื่นเช้าทุกวันเพื่อไปหาอาหารเช้าให้มารดาและน้องสาว
เมื่อลุกขึ้นมาจากเตียงนอนแล้วเด็กน้อยลู่ิก็บิดตัวขับไล่ความี้เีภายในร่างกายแล้วรีบะโลงจากเตียงนอน ลู่ิใช้ดวงตาของตนเองกวาดมองไปรอบๆห้องอันใหญ่โตแห่งนี้เขาไม่พบเห็นพี่ใหญ่ของเขาแม้แต่เงา
ลู่ิเดินตรงไปที่ประตูห้องพักเพื่อหวังจะออกไปตามหาหลิงเฉินด้านนอก แต่เด็กน้อยก็ยังไม่ทันได้เปิดประตูออกไปประตูบานใหญ่ด้านหน้าก็ถูกดันบนเข้ามา ผู้ที่อยู่ด้านหลังของประตูนั้นก็คือหลิงเฉิน ลู่ิใผงะถอยหลังไปสองก้าว
“ ตื่นแล้วงั้นรึ ” หลิงเฉินถามหลังจากเห็นเด็กน้อยยืนอยู่ตรงหน้าของตนเอง
ลู่ิตระหนกอยู่เล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไป “ ขอรับ ”
“ พี่ใหญ่ไปไหนมาหรือขอรับ ” เด็กน้อยลู่ิถามด้วยความสงสัย
“ ข้าไปว่าจ้างรถม้ามา ”
“ เอ๋!!! รถม้าท่านพี่จะไปไหนหรือขอรับ??? ” ใบหน้าของลู่ิเต็มไปด้วยความสงสัย
“ ไม่ใช่เพียงแค่ข้าแต่ว่าพวกเราทั้งสามคนจะไปที่ เมืองชิงลู่ กัน ” หลิงเฉินตอบกลับความสงสัยนั้นไปของเด็กน้อยไป บัดนี้เขากำหนดเมืองที่เขาจะไปตั้งรากฐานเอาไว้แล้วนั้นคือเมืองชิงลู่
“ เมืองชิงลู่หรือขอรับ!!! ” ลู่ิเปล่งเสียงขึ้นมาด้วยความใราวกับรู้อันใดบางอย่างเกี่ยวกับเมืองนั้น ลู่หนิงที่นั่งหลับใหลอยู่บนเตียงก็ตื่นขึ้นมาด้วยท่าทางงัวเงียบเพราะเสียงจากพี่ชายของนาง
“ ใช่แล้วมีใดอันงั้นรึ ”
“ พี่ใหญ่มิใช่ท่านไม่รู้เกี่ยวกับเมืองนั้นหรอกนะขอรับ แม้แต่ขอทานน้อยเช่นข้ายังรู้เลย ”
“ รู้สิข้ารู้ดีเลยแหละ ” หลิงเฉินตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
สิ่งที่ลู่ิกำลังกังวลอยู่ก็คือเื่เกี่ยวกับเมืองชิงลู่ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปมากอยู่ ถ้าใช้เวลาในการเดินทางจากเมืองหลวงไปถึงเมืองชิงลู่ด้วยรถม้าก็ต้องกินเวลาถึง 3 วัน 2 คืน เลยทีเดียว เื่ระยะทางนั้นมิใช่ปัญหาแต่สิ่งที่เป็ปัญหาจริงๆก็คือเมืองชิงลู่รอบเมืองเต็มไปด้วยสัตว์อสูริญญามากมายอาศัยอยู่เพราะเช่นนี้คนที่อาศัยอยู่ที่เมืองนั้นถึงน้อยนิด
การที่หลิงเฉินจะไปตั้งรากฐานของตนเองที่เมืองแห่งนั้นไม่ว่าผู้ใดมองก็ต้องคิดว่าเอาชีวิตไปทิ้งชัดๆ นั้นมันความคิดของคนปกติแต่หลิงเฉินนั้นมิใช่เขารู้เื่สัตว์อสูรพวกนั้นอยู่แล้ว เพราะว่าที่เมืองชิงลู่นั้นมีสัตว์อสูรเยอะนั้นแหละมันถึงเหมาะกับการตั้งพรรคของเขา
“ เอาแหละอีกสองชั่วยามพวกเราจะออกเดินทางกัน ” หลิงเฉินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเป็เช่นนั้นเด็กน้อยลู่ิก็ทำเช่นใดมิได้เขาได้แต่ต้องตามพี่ใหญ่ของเขาไปเท่านั้น เพราะพี่ใหญ่คือครอบครัวคนเดียวที่พวกเขาสองพี่น้องเหลืออยู่
หลิงเฉินได้ว่าจ้างรถม้าในการเดินทางไปที่เมืองชิงลู่โดยต้องจ่ายราคาที่สูงกว่าปกติเพราะว่าการเดินทางไปที่เมืองแห่งนั้นมันเต็มไปด้วยสัตว์อสูริญญามันแสนจะอันตราย แต่มันก็มิใช่ปัญหาสำหรับหลิงเฉินสักเท่าไหร่เพราะว่าเขามีเงินอยู่ตั้งมากมาย
เหตุผลที่หลิงเฉินคิดตั้งใจจะไปที่เมืองชิงลู่มีหลายอย่างที่จะทำให้เขาพัฒนาต่อไปได้รวดเร็ว สัตว์อสูริญญานั้นเป็สิ่งที่อยู่ร่วมกับผู้ฝึกตนมาเป็แสนล้านปี เดิมทีพวกมันก็เป็เพียงสัตว์ธรรมดาและไม่รู้เมื่อไหร่พวกมันได้รับพลังิญญาและกลายพันธุ์ต่อกันมา
สัตว์อสูริญญามีทั้งหมด 5 ระดับ แบ่งออกเป็สี สีขาว สีฟ้า สีแดง สีดำ สีทอง สัตว์อสูริญญาเป็ได้ทั้งประโยชน์และผลเสียกับมนุษย์ ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะทำสัญญากับสัตว์อสูรเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเองหรือการนำแก่นพลังิญญาของพวกมันมาขัดเกลาพลังิญญา หลิงเฉินเองก็เป็หนึ่งในนั้น
หลิงเฉินใช้เวลาในการเดินทางไปแบบไม่หยุดพักต่อกันเป็เวลา 3 วัน 2 คืน ในที่สุดเขาก็มาถึงเมืองชิงลู่โดยที่ไม่มีปัญหาอันใด
เมืองขนาดกลางที่ตั้งอยู่เบื้องหน้ากำแพงหินที่แข็งแกร่งล้อมรอบตัวเมืองเอาไว้ แม้ว่าด้านนอกเมืองจะมีเหล่าชาวเมืองอาศัยอยู่บางแต่ก็ไม่มากนักเพราะว่าเขตนอกกำแพงเมืองมิรู้เมื่อใดจะถูกสัตว์อสูรเล่นงาน
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับเมืองหลวงแล้วเมืองชิงลู่เล็กกว่าเป็สิบเท่าตัว เมืองแห่งนี้มิถนนเพียงสิบเส้นเท่านั้นและชาวเมืองก็ยังมีไม่มากอีก ตระกูลขุนนางที่เป็ผู้ดูแลเมืองแห่งนี้อยู่คือสกุลโม่ รถม้าที่ดูแปลกตาสำหรับชาวเมืองวิ่งผ่านถนนเส้นหลักตรงเข้าไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูเมืองที่เต็มไปด้วยทหารยืนเฝ้ายามอยู่ด้านหน้า
หลิงเฉินและเด็กน้อยทั้งสองคนเดินลงจากรถม้าเมื่องานของคนขับรถม้าสำเร็จลุล่วงเขาก็รีบกลับเมืองหลวงโดยเร็ว คนขับรถม้าก็คิดทันที ผู้ใดจะอยู่นานกันเล่าเมืองที่เต็มไปด้วยอันตรายเช่นนี้ ถ้ามิเห็นว่าเงินค่าจ้างเยอะนักเขาคงจะมิมีทางมาเหยียบเมืองชิงลู่เป็แน่
จบตอน