สายลมบนช่องเขาขาดพัดโบกสะบัดจนต้นหญ้าแห้งลู่ราบไปกับผืนดิน เส้นทางลาดชันที่มุ่งตรงคืนสู่เมืองหลวงบัดนี้เต็มไปด้วยความเงียบสงัด สองพี่น้องตระกูลหยุนก้าวเดินตามทางหลวงศิลาอย่างไม่รีบร้อน เสี่ยวหัวยังคงสะพายฝักกระบี่ไม้ไผ่ไว้ข้างกาย ท่วงท่านิ่งสงบไม่ต่างจากนักพรตผู้ละทิ้งโลก ข้างกันนั้นเสี่ยวิกำลังใช้มือเล็ก ๆ ล้วงลงไปในตะกร้าหวายใบเก่ง พลางถอนหายใจยาวเหยียด
"พี่ใหญ่... พริกแกงสูตรลับของท่านพ่อหมดเกลี้ยงกระปุกแล้ว เหลือแต่คราบติดก้นโหล ข้าอยากกินข้าวต้มปลาใส่พริกสดฝีมือแม่ใหญ่ใจจะขาดแล้วครับ" เด็กชายทำหน้ามุ่ย แก้มสองข้างห้อยลงด้วยความหิวโศก
"รีบกลับเมืองหลวงเถิด ยิ่งเ้าเดินช้า ทุ่งหญ้าข้างทางจะกลายเป็อาหารของเ้าเจ็ดจนหมดสิ้น" เสี่ยวหัวเอ่ยเสียงเรียบ สายตาเหลือบมองเ้าไก่ชนขนสีทองที่กำลังใช้จะงอยปากจิกกินหญ้าปราณข้างทางอย่างตะกละตะกลาม
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าคึกคักและเสียงควบม้าศึกก็ดังสนั่นมาจากทางโค้งเบื้องหน้า ฝุ่นดินตลบอบอวลขึ้นสู่ท้องฟ้าบดบังแสงตะวันยามบ่ายจนมืดมิด
In เวลาเดียวกัน ณ ห้องครัวหลังร้านข้าวต้มตรอกคอกไก่ เมืองหลวง
ควันไฟสีขาวอ่อนลอยละล่องออกจากเตาดินเผาขนานใหญ่ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของข้าวกล้องต้มเดือดพล่าน หยุนฟานยืนอยู่เบื้องหน้าอ่างไม้ใบโต สองมือหนาแฝงรอยหยาบกร้านกำลังนวดแป้งหมี่อย่างเป็จังหวะจะโคน ท่วงท่าของเขามั่นคง สายตาคมกริบจับจ้องเพียงก้อนแป้งตรงหน้า แฝงความระมัดระวังอันเป็นิสัยของยอดคนผู้เร้นกาย
ฟึ่บ...
ผืนผ้าเช็ดหน้าสีครามผืนสะอาดถูกยื่นเข้ามาในกรอบสายตา "หลิ่วหรู่เยี่ยน" ภรรยาแรกก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้างกายเหนือก้อนแป้ง นางไม่ได้เอ่ยคำทักทายหรือเอ่ยปากบ่นถึงความเหน็ดเหนื่อย ทว่าดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นลึกซึ้งกลับจับจ้องไปที่ใบหน้าของสามี นางขยับก้าวเข้าไปชิดติดแผ่นอกกว้างช้า ๆ ยื่นมือเรียวบางไปซับเหงื่อที่ผุดพรายอยู่บนหน้าผากของเขาอย่างแ่เบา
หยุนฟานชะงักมือ เอี้ยวใบหน้ากลับมาเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำหมึกของเขสบเข้ากับั์ตาของนาง ไร้ซึ่งคำพูดพร่ำเพรื่อ ทว่ากระแสความห่วงใยแล่นผ่านสายตาจนบรรยากาศรอบด้านที่เคยร้อนระอุด้วยไอไฟพลันนุ่มนวลลง ชายหนุ่มละมือจากอ่างแป้ง พลิกฝ่ามือเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะไม้เบา ๆ เป็จังหวะที่รู้กันเพียงสองคน
นางยิ้มบาง แววตาสว่างไสว ขยับกายเข้าใกล้ชิดขึ้นจนไหล่บางเบียดชิดกับไหล่หนา มือเรียวหยิบถ้วยน้ำชาสมุนไพรส่งให้เขาดื่มเพื่อดับกระหาย ััแห่งความใส่ใจในเื่เล็กน้อยเช่นนี้คือสายใยที่มั่นคงยิ่งกว่าสิ่งใดในใต้หล้า
"ท่านพี่... ลมตะวันออกพัดแรงขึ้นแล้ว" หลิ่วหรู่เยี่ยนกระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวล พลางเอื้อมมือไปปัดเศษฝุ่นแป้งที่เลอะอยู่บนปกเสื้อป่านของสามีอย่างทะนุถนอม "เ้าพวกตัวแสบใกล้จะถึงประตูเมืองแล้วล่ะ"
"อืม... ข้าเตรียมฟืนไฟไว้พร้อมแล้ว" หยุนฟานตอบ แววตาแฝงความอ่อนโยนลึกล้ำยามคิดถึงบุตรทั้งสอง "พวกเขากลับมาครานี้ คงหิวโซจนกินข้าวต้มหมดสามหม้อเป็แน่"
ตัดกลับมา ณ ช่องเขาขาด ทางหลวงสู่เมืองหลวง
เบื้องหน้าของสองพี่น้องตระกูลหยุน บัดนี้ถูกปิดล้อมด้วยชายฉกรรจ์นับร้อยในชุดหนังเสือโคร่ง ถือดาบโค้งเล่มโตประกายปลาบ พวกมันคือ "กลุ่มโจรลมดำ" ยอดคนนอกกฎหมายที่เลื่องชื่อเื่ความโเี้ ทว่าด้านหลังกลุ่มโจรกลับปรากฏร่างของหลินเพ่ยเอ๋อร์ที่ใบหน้ายังคงบวมเป่ง นางกำลังชี้นิ้วสั่งการด้วยความแค้นสุมอก
"หัวหน้าโจรถัง! ไอ้เด็กสองคนนี้แหละที่ขโมยกระปุกสมบัติ์จากสำนักเมฆาครามไป! ในตะกร้าหวายใบนั้นมีโหลดินเผาที่บรรจุโอสถ์พลิกฟ้าดินอยู่!" หลินเพ่ยเอ๋อร์แผดเสียงลั่น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสะใจที่ได้เอาคืน
"ถังลั่ว" หัวหน้าโจรลมดำ ยอดฝีมือระดับตัดศิลา ก้าวออกมาขวางทาง แววตาดุดันจับจ้องไปที่ตะกร้าหวายเก่า ๆ บนหลังของเสี่ยวิ "กลิ่นอายที่ลอยออกมาจากกระปุกนั่น... แม้จะเหลือเพียงคราบติดก้นโหล ทว่ากลับแฝงกฎเกณฑ์ธรรมชาติอันลึกล้ำ! หากข้าได้ ย่อมทลายขอบเขตเข้าสู่ระนาบเซียนได้ในชั่วพริบตา!" มันคำรามในใจด้วยความโลภสูงสุด
"ไอ้หนู! ส่งตะกร้าหวายใบนั้นมาให้ข้าซะดี ๆ ! มิเช่นนั้นข้าจะสับพวกเ้าให้กลายเป็เศษผง ทิ้งไว้ให้แร้งกิน!" ถังลั่วคำราม เสียงขู่ขวัญทำเอาสมุนโจนนับร้อยพากันโห่ร้องเอาชัย
เสี่ยวิเอียงคอมองกระปุกพริกแกงเปล่าในตะกร้า แล้วหันไปหาพี่สาว "พี่ใหญ่... ยัยป้าหน้าบวมคนนี้ไปพาวงงิ้วตลกหน้าตายจากที่ใดมาแสดงตรงนี้กันครับ? เหตุใดพวกเขาถึงอยากได้กระปุกเปล่าไปเนี่ย?"
"พวกคนพาลมักตาบอด" เสี่ยวหัวตอบเสียงเรียบ มือขวากระชับฝักกระบี่ไม้ไผ่ "ใครกล้าแตะต้องของของท่านพ่อ... ต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นี่"
จังหวะการลงมือของหัวหน้าโจรถังลั่วรวดเร็วและอำมหิตเด็ดขาด ดาบโค้งเล่มั์อัดแน่นไปด้วยปราณสีดำทมิฬพุ่งม้วนตัวฉับไว ดิ่งตรงลงมาจากมุมบนหมายจะจามหัวเสี่ยวิให้แยกเป็สองซีกในเสี้ยวอึดใจ ลมพายุดาบกรีดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิวบาดแก้วหู ฝุ่นดินรอบด้านปลิวว่อนกระจายตัว
ระยะห่างเหลือเพียงสามชุ่น แรงกดดันทำเอาพื้นศิลาหนาทรุดตัวลงไปเป็รอยแยกแตกแขนง
ทว่า... เสี่ยวหัวไม่อาจยอมให้คมดาบโสโครกมาแปดเปื้อนเสบียงกรังของครอบครัว
ฟึ่บ!
ร่างเล็กของเด็กหญิงพุ่งวาบประดุจประกายไฟสลับสายฟ้า ท่วงท่าสง่างามเด็ดขาดดุจพญาหงส์สลัดขน วิชาตัวเบาขั้นสุดยอดถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเหนือชั้น นางไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝัก ทว่าใช้เพียงฝักกระบี่ไม้ไผ่ธรรมดาแทงสวนขึ้นไปต้านรับใบดาบั์ตรง ๆ !
เคร้ง!!!!!!!!!!
เสียงโลหะปะทะไม้ไผ่ดังสะท้านก้องกังวานลั่นหุบเขา คลื่นพลังทำลายล้างะเิพุ่งกระจายออกรอบทิศทาง ดาบโค้งเหล็กกล้าชั้นดีของหัวหน้าโจรพลันร้าวละเอียดและแตกสลายกลายเป็เศษเหล็กคละคลุ้งในพริบตา ดุจแก้วบางที่ชนเข้ากับทั่งเหล็ก มหาเวทป้องกันของค่ายกลรอบด้านถึงกับสั่นคลอน
"เป็ไปไม่ได้?!" ถังลั่วหน้าถอดสี ร้องอุทานลั่น ดวงตาแทบหลุดออกจากเบ้าด้วยความตกตะลึงสูงสุด
ทว่าเสี่ยวหัวไม่หยุดเพียงเท่านี้ นางขยับก้าวเท้าหมุนกายกลางอากาศ ปลายฝักกระบี่ไม้ไผ่ตวัดฟาดเข้าที่หน้าอกของหัวหน้าโจรอย่างแม่นยำเด็ดขาด!
ฉึก! กร๊อบ!
เสียงกระดูกซี่โครงหน้าอกหักสะบั้นดังสนั่น ถังลั่วกระอักเืคำโต ร่างปลิวละลิ่วดุจว่าวสายป่านขาด พุ่งทะลุกันผ่านพุ่มไม้หนาไปกระแทกกับโขดหินใหญ่จนแตกเป็เสี่ยง ๆ นอนหมดสภาพจมกองเืในทันที โดยไม่อาจขยับเขยื้อนได้อีก
In เวลาเดียวกัน สมุนโจรอีกห้าคนเห็นท่าไม่ดี ชักดาบสั้นพุ่งเข้าใส่เสี่ยวิจากห้าทิศทาง หมายจะสังหารเด็กชายเพื่อแย่งชิงตะกร้าหวาย ทว่าเสี่ยวิกลับหัวเราะร่า เด็กชายใช้เท้าขวาขยับไขว้ตามท่วงท่าก้าวพระบาทท่องดารา ร่างเล็กพุ่งวาบหลบคมดาบทั้งหมดได้อย่างลึกล้ำดุจปลาไหลมุดโคลน
ฟึ่บ! ปัง! ปัง!
เสี่ยวิไปปรากฏกายเื้ัของพวกมัน ฝ่ามือน้อย ๆ สองข้างอัดแน่นไปด้วยปราณบริสุทธิ์ ตบกระแทกเข้าที่กลางหลังของพวกโจรคนละหนึ่งทีเบา ๆ !
บึ้ม!!!
แรงอัดปราณมหาศาละเิออกดุจดินปืน ส่งร่างของโจรทั้งห้าปลิวหวือหัวปักลงไปในร่องน้ำครำข้างทาง เสียงร้องโหยหวนด้วยความเ็ปดังลั่นช่องเขา กระดูกบั้นเอวและแผ่นหลังของพวกมันหักพับผิดรูปกลายเป็ที่อนาถสายตายิ่งนัก
ฝุ่นควันและกลิ่นคาวเืค่อย ๆ คลี่คลาย บรรยากาศรอบด้านกลับคืนสู่ความเงียบสงัดดุจป่าช้า สมุนโจรที่เหลืออีกเกือบร้อยชีวิตต่างพากันหน้าถอดสี ทรุดเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวอันลึกล้ำ สายตาที่มองดูสองพี่น้องตระกูลหยุนบัดนี้ไม่ต่างจากการมองดูพญายมจุติลงมาล้างโลก
"ฮี้ด...! มะ... ม้าศึกของข้า!" หลินเพ่ยเอ๋อร์ร้องไห้โฮ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความสยดสยองสูงสุด เมื่อเห็นว่าแม้แต่กลุ่มโจรลมดำก็ยังโดนสยบในชั่วพริบตา นางรีบหันหลังกลับวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงหายเข้าไปในป่าลึกทันทีด้วยความอับอายและหวาดกลัวจนสิ้นสติ
เสี่ยวิหันไปตบตะกร้าหวายเบา ๆ "ฮ้า! ปลอดภัยดีนะเ้ากระปุกพริกแกง เกือบโดนพวกคนบ้าเอาไปทำลายรูปทรงซะแล้ว"
กิ๊ก ๆ ๆ!
เ้าเจ็ดส่งเสียงร้องพยักหน้าเห็นด้วย มันใช้จะงอยปากจิกชายเสื้อของเด็กชาย ราวกับจะเร่งให้รีบเดินหน้าต่อ
ห่างออกไปบนยอดไม้สูงในเงาม่านหมอก
ผู้เฒ่าชิงหลิวที่แอบสะกดรอยตามมาห่าง ๆ เพื่อดูสถานการณ์ถึงกับแข้งขาอ่อนแรง ทรุดลงไปนั่งแปะอยู่บนกิ่งไม้ ใบหน้าแก่ชราซีดเผือดดุจกระดาษขาว "แม้แต่กลุ่มโจรลมดำผู้เหี้ยมโหด... ก็ยังทานรับไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว... ตระกูลหยุน... พวกเ้ามันเป็ตัวตนเหนือวัฏจักรโดยแท้!"