"อ้าว! ไหนพ่อบอกว่าจะไปเป็นกรรมการตัดสินงานเทศกาลหนังที่โตเกียวไงคะ!" ไป๋ลู่ร้องเสียงหลงใส่โทรศัพท์
ปลายสายสวนกลับมาทันควันด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดขั้นสุด
"เทศกาลหนังโตเกียวแล้วมันจำเป็นต้องจัดแค่ที่โตเกียวหรือไงห๊ะ?! ไป๋ลู่! เสียแรงที่แกเป็นถึงนักแสดง เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้ยังไม่รู้? พ่อทำลูกโง่เง่าดักดานอย่างแกออกมาได้ยังไงวะเนี่ย!"
แล้วท่านศาสดา... เอ้ย คุณพ่อผู้ยิ่งใหญ่ก็สวดชุดใหญ่ไฟกระพริบ ใส่ฉันยับชนิดไม่พักหายใจอยู่หลายนาที
รอจนพายุอารมณ์สงบลง ไป๋ลู่ถึงได้อ้อมแอ้มถามเสียงอ่อยว่า
"คุณพ่อคะ... งั้นหนูไปหาพ่อได้ไหม?"
ลู่อี้ถิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียง 'อืม' ในลำคอออกมาคำหนึ่ง
ได้ยินแค่นั้น ดวงตาของไป๋ลู่ก็เป็นประกายวิบวับ
"คุณพ่อคะ หนูรักพ่อที่สุดในโลกเลยนะ! ว่าแต่หนูจะไปเจอพ่อได้ตอนไห—"
ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...
พ่อวางสายใส่หน้าเธอไปเรียบร้อยแล้วจ้า!
เฮ้อ... พ่อเธอก็แค่ผู้ชายขี้อายปากไม่ตรงกับใจนั่นแหละน่า
ไม่แน่ว่าตื่นเช้ามา ฉันอาจจะได้ 'บังเอิญเจอ' พ่อก็ได้ใครจะรู้ ? แค่จินตนาการว่าจะได้ 'บังเอิญ' เจอกันในรูปแบบไหน หัวใจดวงน้อยๆ ก็เต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้นแล้ว!
คืนนั้นไป๋ลู่จึงเข้านอนพร้อมกับความคาดหวังเต็มเปี่ยม
แต่ความจริงช่างโหดร้าย... ผ่านไปวันที่สอง... วันที่สาม... แม้แต่เงาของพ่อ เธอก็ยังไม่เห็น!
สิ่งที่ได้เห็นมีเพียงข่าวในมือถือที่เด้งเตือนรัวๆ ว่าพ่อสุดที่รักกำลังยุ่งหัวหมุน ทั้งเป็นกรรมการตัดสิน เดินสายออกงานสังคม และให้สัมภาษณ์สื่อไม่เว้นแต่ละวัน
ยุ่งจนตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตขนาดนั้น ตอนโทรคุยกันครั้งต่อมา ไป๋ลู่เลยรู้งาน ไม่กล้าเซ้าซี้เรื่องจะไปหาพ่ออีก
โชคยังดีที่ 'ถังสิง' มอบคูปองส่วนลดรถเช่ามาให้ การเดินทางของพวกเธอเลยสะดวกโยธินสุดๆ แค่สามวันก็เก็บแต้มเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวแลนด์มาร์คได้ครบหมดเกลี้ยง
ในเมื่อภารกิจเที่ยวเสร็จสิ้นก่อนกำหนด คืนนี้พวกเธอเลยตัดสินใจมูฟออน ย้ายก้นไปนอนที่โรงแรมบ่อน้ำพุร้อนกันเลยดีกว่า ขืนต้องนอนเบียดกันในโรงแรมรูหนูที่ทั้งไกลทั้งแคบแบบนี้ต่อไป หลังยอกกันพอดี
พอรู้ว่าจะย้ายที่พัก นางดอกบัวขาวอย่าง 'เสิ่นซินลั่ว' ก็เริ่มออกลายแสดงทันที
"ไม่เป็นไรค่ะ ทุกคนไปเที่ยวกันให้สนุกเถอะ ฉันจะรออยู่ที่โรงแรมนี้เอง" เธอบีบเสียงให้ดูเกรงใจ ผสมความน้อยเนื้อต่ำใจเบาๆ
ต้องยอมรับว่าหลายวันมานี้ เสิ่นซินลั่วคีพลุค 'สาวใช้ยอดกตัญญู' ได้ดีเยี่ยม ยอมลดตัวลงมาเป็นเบี้ยล่าง วิ่งวุ่นคอยดูแลแขกรับเชิญทั้งหกคนอย่างกับเป็นคนรับใช้จริงๆ
[แชทกลุ่ม 6 คน (ปลอดเชื้อไวรัสเสิ่น)]
องค์หญิงเฉียว: [เสิ่นซินลั่วน่าสงสารนิดหน่อยนะเนี่ย]
ไป๋เสี่ยวลู่น่ารักไร้เทียมทาน: [งั้นเธอก็ยกโควตาของเธอให้แม่นั่นสิคะซิส]
องค์หญิงเฉียว: [ยกเลิกข้อความแล้ว]
จู่ (บรรพบุรุษ): [ยังไงเราก็ต้องถ่ายรายการด้วยกันอีกตั้ง 5 อีพี อย่าให้บรรยากาศมันกระอักกระอ่วนเกินไปเลย อีกอย่างยัยนั่นก็เป็นน้องสาวของเสี่ยวลู่ด้วย ช่วงนี้พวกเราก็ประหยัดงบได้เยอะ งั้นทุกคนลงขันกันคนละนิด พาเสิ่นซินลั่วไปด้วยเถอะ]
ตี๋ ตี๋ ตี๋ ตี๋: [เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าพี่เอินแค่ลุคดูเย็นชา แต่ใจจริงๆ พ่อพระมาก!]
ฮั่วฮวา (เย่): [ใช่ๆ! พี่เอินชอบโดนคนเข้าใจผิดตลอด!!]
ไป๋เสี่ยวลู่น่ารักไร้เทียมทาน: [พี่เอินใจดีเกินไปแล้ว!!!]
จู่ (บรรพบุรุษ): [แต่ถ้าเสี่ยวลู่ไม่โอเค งั้นพวกเราก็ไม่พาไปนะ เอาความสบายใจของน้องเป็นหลัก]
ไป๋เสี่ยวลู่น่ารักไร้เทียมทาน: [ฉันเฉยๆ นะ ถ้าเงินพอ จะหิ้วไปด้วยก็ได้ ไม่ติด]
จู่ (บรรพบุรุษ): [โอเค งั้นทุกคนมาเจอกันที่ห้องฉันนะ]
...
[แชทกลุ่ม 7 คน]
จู่ (บรรพบุรุษ): [@AllMembers ทุกคนมารวมตัวกันที่ห้องของฉันกับเสี่ยวเย่ เอาเงินกองกลางที่เหลือติดตัวมาด้วย]
ไป๋ลู่วางโทรศัพท์ลง นัยน์ตากวางน้อยหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด
หลายวันมานี้เธอทำเมินใส่อวี่ฟู่ชิงจนอีกฝ่ายร้อนรน หมอนั่นคงนึกว่าเธอโกรธเรื่องที่พาเสิ่นซินลั่วมาด้วย ก็เลยไปสืบเบื้องลึกเบื้องหลังมาจนได้ความ
ผู้กำกับยอมคายความลับว่า มีคนใช้บารมีฝากฝัง ยัดเยียดเสิ่นซินลั่วเข้ามาในรายการชนิดค้านสายตาคนทั้งกอง แต่ผู้กำกับไม่ยอมบอกว่าเป็นใครที่ยอมเอาเกียรติของตัวเองมาการันตี 'ของเน่าเสีย' แบบนี้
แต่อวี่ฟู่ชิงก็สืบจนรู้ว่าเป็นฝีมือของ 'หนึ่งในสี่ดาราสาวดาวรุ่ง' คนหนึ่ง
ประเด็นคือดาราสาวคนนี้ไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเสิ่น แถมเคยร่วมงานกับค่ายอวี่ซิงแค่ไม่กี่ครั้ง เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสนิทชิดเชื้อถึงขั้นยอมช่วยดันเสิ่นซินลั่ว
อวี่ฟู่ชิงเองก็ยังงงเป็นไก่ตาแตก ว่าอู๋ลี่ผิงกับเสิ่นหยางหงไปมีไพ่ตายอะไร ถึงบีบให้ดาราดาวรุ่งระดับนั้นยอมช่วยได้
แต่สำหรับไป๋ลู่... คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้ว
คลิปฉาว
คลิปวิดีโอต้นฉบับที่อยู่ในมือของฝ่ายประสานงานกองถ่ายคนนั้นยังไงล่ะ
ไป๋ลู่เก็บกระเป๋าไปพลาง สมองก็ประมวลผลไปพลาง
คนอย่าง 'อู๋ลี่ผิง' ระมัดระวังตัวเป็นที่สุด เรื่องสกปรกโสมมแบบนี้ นางไม่มีทางบอกให้ลูกสาวสมองกลวงอย่างเสิ่นซินลั่วรู้แน่
และถ้าอู๋ลี่ผิงถือคลิปแบล็กเมล์นั้นไว้จริงๆ... คนที่เชี่ยวชาญการแฮ็กข้อมูลชาวบ้านอย่างนาง จะไม่มีวันเก็บหลักฐานไว้ในคอมพิวเตอร์หรือระบบคลาวด์เด็ดขาด นางไม่ไว้ใจโลกออนไลน์
มีความเป็นไปได้ 99.99% ที่นางจะเซฟไฟล์ใส่แฟลชไดรฟ์ แล้วซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งในบ้านตระกูลเสิ่น
กลับปักกิ่งรอบนี้... เห็นทีเธอต้องแวะกลับไป 'เยี่ยมบ้าน' ตระกูลเสิ่นสักหน่อยแล้ว
...
ตอนที่ไป๋ลู่ไปถึงห้องรวมตัว คนอื่นๆ ก็มากันครบแล้ว
เสิ่นซินลั่วกำลังแสดงบทโศกเจ้าน้ำตา ร้องไห้สะอึกสะอื้นขอบคุณทุกคนไม่หยุดปาก
"ฮึก... ขอบคุณทุกคนมากนะคะ ขอบคุณจริงๆ..."
"ถ้าเธอยังไม่หยุดแหกปาก ฉันจะไม่ช่วยออกเงินส่วนของฉันแล้วนะ" ไป๋ลู่พูดลอยๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
กริบ!
เสิ่นซินลั่วหุบปากฉับเหมือนปิดสวิตช์ทันที
ตี๋เจียเอ่อร์รับหน้าที่ติดต่อโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนเพื่อเช็คราคา สรุปว่าเมื่อเอาเงินของทุกคนมารวมกัน จะจ่ายค่าห้องให้เสิ่นซินลั่วได้แค่ 'ห้องเกรดต่ำสุด' เพียงห้องเดียวเท่านั้น
และห้องเกรดต่ำสุด... ไม่มีอาหารเสิร์ฟ
เสิ่นซินลั่วจึงต้องจำใจเอาเงินเศษที่เหลือ ไปซื้อข้าวปั้นในร้านสะดวกซื้อมาสามก้อนประทังชีวิต
เมื่อมาถึงโรงแรมบ่อน้ำพุร้อน...
ภาพตัดมาที่แขกรับเชิญทั้งหกคนกำลังเสวยสุขกับชุดอาหารค่ำไคเซกิสุดหรู อลังการดาวล้านดวง
ตัดภาพกลับมาที่เสิ่นซินลั่ว... นั่งแทะข้าวปั้นแห้งๆ แกล้มน้ำชาฟรีอยู่ในห้องแคบๆ อย่างโดดเดี่ยว
บรรดาชาวเน็ตในไลฟ์สตรีมถึงกับรัวนิ้วพิมพ์คอมเมนต์กันไฟแลบ
[คอมเมนต์กระสุน]
: [สะใจโว้ยยย!!! ภาพนี้ที่รอคอย!]
: [ตอนแรกที่รู้ว่าจะลงขันพานางมาด้วย ฉันนี่ขึ้นเลยนะ แต่พอเห็นสภาพนางนั่งแทะข้าวปั้นเป็นหนูแฮมสเตอร์ตกอับแบบนี้... เออมันคุ้มว่ะ!]
: [คิดถูกแล้วที่ลากนางมา! ขืนปล่อยให้อยู่โรงแรมเดิม นางคงเอาเงินไปถลุงกินของดีๆ สบายใจเฉิบแน่]
: [ฮ่าๆๆๆๆ สะใจกว่านั้นคืออะไรรู้ป่ะ? ห้องรูหนูของนางไม่มีออนเซ็นส่วนตัวนะจ๊ะ อยากแช่ต้องเดินไปบ่อรวมนู่น!]
: [ส่วนแก๊งลูกรักทั้ง 6 พักวิลล่าเรือนแยกเกรด VVIP มีบ่อส่วนตัวตั้ง 3 บ่อ ไม่ต้องไปเกลือกกลั้วกับใคร]
: [นี่มันการแบ่งชนชั้นชัดๆ! สมน้ำหน้ายัยดอกบัวขาว อยากตามมาเองช่วยไม่ได้!]
: [ฉันสงสัยจริงๆ ว่าแก๊ง 6 คนจงใจแกงนางรึเปล่า?]
: [บ้าเหรอ แก๊งนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในวิลล่ามีบ่อส่วนตัว จะไปวางแผนล่วงหน้าได้ไง]
: [เบาได้เบาทุกคน เดี๋ยวพวกเพจขยะจะแคปไปปั่นดราม่า]
ไป๋ลู่ที่ซัดมื้อค่ำจนพุงกาง ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากลางห้องบนเสื่อทาทามิด้วยความฟินระดับนิพพาน
เฉียวเซียนอี๋เห็นดังนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนแปะตามไปติดๆ
หลินเย่ไม่ยอมน้อยหน้า กระโดดลงมานอนแผ่ด้วยอีกคน
สภาพตอนนี้เหมือน 'ปลาเค็มตากแห้ง' สามตัวนอนเรียงกันไม่มีผิด
จู่ซินเอินส่ายหน้าขำๆ ก่อนจะเดินไปหยิบหมอนมาโยนให้พวกปลาเค็มคนละใบ
หลินเย่เงยหน้ามองตาละห้อย "พี่เอินครับ ถ้าผมเรียกพี่ว่าแม่ พี่ช่วยนวดขาให้ผมหน่อยได้ไหม? เดินจนขาจะหลุดแล้วเนี่ย"
จู่ซินเอินยิ้มหวาน "ได้สิ นายลองเรียกก่อนสิ"
"แม่จ๋า!" ไป๋ลู่ชิงตอบตัดหน้าเสียงใสแจ๋ว
จู่ซินเอิน: "............"
ทันใดนั้น ฮั่วเหยียนฟางก็วางถ้วยชาลงอย่างเชื่องช้า มาดนิ่งขรึมแต่แฝงความใส่ใจ
"ฉันนวดให้เธอเอง"
ประโยคนั้นทำเอาไป๋ลู่สะดุ้งโหยง ดีดตัวลุกขึ้นนั่งเด้งดึ๋งราวกับปลาคาร์ปโดนน้ำร้อนลวก
"ไม่ต้องๆๆๆ!"
ฮั่วเหยียนฟางปรายตามองเธอ คิ้วเข้มได้รูปเลิกขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงถาม
ไป๋ลู่ปรับสีหน้าเป็นจริงจังทันที "คุณหน้าตาดีระดับฟ้าประทานขนาดนี้ ฉันจะตัดใจให้คุณมาทำงานใช้แรงงานหยาบๆ แบบนี้ได้ยังไงคะ? มันบาปกรรม! เฉียวเซียนอี๋... เธอมานวดขาให้ฉันหน่อยซิ"
คุณหนูใหญ่เฉียวผู้เอาแน่เอานอนไม่ได้ ปกติมีแต่คนคอยพินอบพิเทา พอโดนใช้เยี่ยงทาสกลับรู้สึกตื่นเต้นซะงั้น ยิ่งไป๋ลู่จิกหัวใช้ เธอสวมวิญญาณนางทาสผู้ซื่อสัตย์ทันที
"ได้เจ้าค่ะคุณหนู!" เฉียวเซียนอี๋ลุกขึ้นวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาหางแทบกระดิก
"ฮึ..." ฮั่วเหยียนฟางแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยื่นมือไปบีบนวดขาตัวเองแก้เก้อ
"อาซุย อยู่นิ่งๆ นะ... เอ้ย อย่าขยับ! วางมือเดี๋ยวนี้!"
ไป๋ลู่ผลักหัวเฉียวเซียนอี๋จนกระเด็น แล้วกระถดตัวเข้าไปใกล้ชายหนุ่ม ส่งยิ้มหวานจนตาโตๆ โค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
"ฉันนวดให้คุณเองดีกว่านะ"
ฮั่วเหยียนฟางยอมเหยียดขายาวๆ ทั้งสองข้างออกมาให้เธอจัดการแต่โดยดี
เฉียวเซียนอี๋ที่โดนผลักหัวทิ่ม ร้องประท้วงทันที
"ไป๋ลู่! สองมาตรฐานชัดๆ ทีกับพี่ซุยทำตัวเป็นแมวเชื่อง ทีกับฉันนี่จิกหัวใช้ยังกับทาสในเรือนเบี้ย เธอชอบพี่ซุยใช่ไหมพูด!"
ไป๋ลู่นวดขาให้เขาอย่างตั้งอกตั้งใจโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาตอบ
"ยัยบ๊อง ฉันเป็นพวก 'คลั่งรักคนหน้าตาดี' ขั้นรุนแรง เธอไม่รู้หรือไง? ถ้าเบ้าหน้าเธอฟ้าประทานได้สักครึ่งของอาซุยนะ ฉันจะยอมเป็นนางแจ๋วทุบขาบีบไหล่ เสิร์ฟน้ำเสิร์ฟชาให้เธอเช้าเย็นเลยคอยดู!"
เฉียวเซียนอี๋ยกมือประสานคารวะ "งั้นขอลาขาด!"
ถ้าให้แข่งเรื่องเบ้าหน้ากับเทพบุตรอย่างอาซุย... อันนี้ยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ออกตัว ลาตายสถานเดียว!
ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าเด็กแสบหลินเย่ก็ตะโกนโหวกเหวกขึ้นมา ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบ
"เฮ้ยพวกเรา! ได้เวลาไปแช่ออนเซ็นกันแล้วววว!"
[คอมเมนต์กระสุน]
: [กรี๊ดดดด! ในที่สุดโมเมนต์ที่รอคอยก็มาถึง!]
: [ฉันรอฉากนี้มาทั้งคืนแล้วแกรรร!]
: [เตรียมแคปหน้าจอ! ชุดว่ายน้ำต้องมาแล้วป่ะ!?]
: [เลือดกำเดาฉันพร้อมไหลแล้วแม่! จัดมาเลย!]