บทที่ 11 เก้าพันแปดร้อยยี่สิบหกหน่วย!
"เอ่อ..."
เ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบการทดสอบเองก็ตกตะลึง
และหลังจากได้สติกลับมา เขาก็รีบตรวจสอบเครื่องจักรอย่างละเอียด
จากนั้นเขาก็ยิ้มกว้างให้กับหลี่มู่และกล่าวว่า
"นักเรียน คุณรอสักครู่ได้ไหม"
"ครับ"
หลี่มู่พยักหน้า แม้จะไม่เข้าใจสถานการณ์นักก็ตาม
จากนั้นชายหนุ่มก็เห็นเ้าหน้าที่คนนั้นเดินขึ้นไปยืนบนเครื่องทดสอบ
เขากำลังตรวจสอบว่าเครื่องจักรไม่ได้มีความผิดปกติใด ๆ
และในฐานะที่เป็เ้าหน้าที่ของสมาคมนักรบ เขาควรจะทราบดีว่าเครื่องจักรที่นี่จะไม่มีทางเกิดปัญหาขึ้นง่าย ๆ
แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ
มันช่างไม่น่าเชื่อ!
นักรบระดับสามที่อายุน้อยขนาดนี้ เป็ไปได้อย่างไร?!
ดังนั้นเขาจึงยอมจะเชื่อว่าเป็เครื่องจักรมีปัญหามากกว่า!
"ฝึกฝนิัแล้ว ผ่านมาตรฐานนักรบระดับหนึ่ง"
"ยังไม่ได้ฝึกฝนกระดูก"
เสียงของเครื่องจักรดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
เ้าหน้าที่เดินลงมาจากเครื่องจักรด้วยสีหน้าประหลาดใจ
เขาเป็นักรบระดับหนึ่งจริง ๆ เครื่องไม่ได้วัดผิดพลาด
"นักเรียน คุณสามารถทดสอบอีกครั้งได้ไหม?"
เ้าหน้าที่ถามอย่างระมัดระวัง
ตามหลักการแล้ว หากไม่ใช่กรณีพิเศษ ก็ไม่จำเป็ต้องทดสอบซ้ำ
แต่ตอนนี้ถือว่าเป็กรณีพิเศษจริง ๆ!
นักรบระดับสามที่อายุสิบแปดปี ดูอย่างไรก็ไม่น่าเหลือเลย!
"ได้ครับ"
หลี่มู่พยักหน้าอย่างสงบ แล้วก้าวขึ้นไปยืนบนแท่นกลมของเครื่องจักรอีกครั้ง
"ฝึกฝนิัแล้ว ผ่านมาตรฐานนักรบระดับหนึ่ง"
"ฝึกฝนกระดูกแล้ว ผ่านมาตรฐานนักรบระดับสอง"
"เปลี่ยนถ่ายเืแล้ว ผ่านมาตรฐานนักรบระดับสาม!"
เงียบ
เงียบสนิท
ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างราวกับจะหลุดออกมา
ครั้งนี้เป็ไปไม่ได้ที่จะเป็ความผิดพลาดของเครื่องจักร
ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าเด็กหนุ่ม ที่ดูเหมือนมีอายุราวสิบเจ็ดถึงสิบแปดปีตรงหน้า เป็นักรบระดับสามจริง ๆ งั้นเหรอ?
นี่เป็เื่จริงเหรอ?!
"น่าจะ... เป็เพราะดูอ่อนกว่าวัยมั้ง"
เสียงใครบางคนเอ่ยขึ้นโดยไม่รู้ตัว
นี่ไม่ใช่การตั้งข้อสงสัย
แต่เมื่อผู้คนเผชิญหน้ากับสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ พวกเขาก็มักจะหาเหตุผลที่สมเหตุสมผล ซึ่งตนเองยอมรับได้โดยไม่รู้ตัว
‘หรืออาจเป็เพราะได้กินยาชะลออายุและบำรุงร่างกายบางอย่าง’ จางเสี่ยวเจี๋ยเอ่ยเสริมในใจ
‘ดูเหมือนลุงฟู่จะเคยพูดว่า วิชาพิเศษบางอย่างสามารถชะลอความแก่ชราได้’ หญิงสาวที่มีกลิ่นอายสูงศักดิ์คิดในใจเช่นกัน
ด้วยวิสัยทัศน์และสถานะของพวกเขา ไม่ได้คิดว่าการมีอายุสิบกว่าปีแล้วเป็ระดับสามนั้นเป็ไปไม่ได้
ทว่าอัจฉริยะที่แท้จริงนั้น แม้แต่ในประเทศหลงก็ยังหายากยิ่งกว่าขนนกฟีนิกซ์และเขาสัตว์วิเศษ แล้วจะเป็ไปได้อย่างไรที่จะปรากฏในเมืองเล็ก ๆ อย่างเมืองเอสแห่งนี้!
"ไม่… ไม่ใช่อย่างนั้นครับ นักเรียนหลี่มู่ ตอนนี้เพิ่งอายุครบสิบแปดปีเท่านั้น"
ในตอนนี้เ้าหน้าที่ก็รู้สึกตกตะลึงเช่นกัน
กระทั่งหากเทียบกับคนอื่น ๆ ก็ยังรู้สึกตกตะลึงมากกว่าหลายเท่า
เพราะในเอกสารมีการเขียนอายุของหลี่มู่เอาไว้อย่างชัดเจน!
"สิบแปดจริง ๆ เหรอ!?"
"บ้าเอ๊ย! ระดับสามตอนอายุสิบแปด? ฉันบ้าไปแล้ว หรือว่าโลกใบนี้มันบ้าไปแล้วกันแน่!"
ตกตะลึง ทุกคนต่างรู้สึกตกตะลึงอย่างที่สุด
แม้แต่จางเสี่ยวเจี๋ยก็ยังไม่สามารถสงบใจได้ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เขาคิดว่าตัวเองนั้นเก่งกาจมากแล้ว จึงมักจะภาคภูมิใจในตัวเองเสมอ และคิดว่าตนเองมีเหตุผลที่จะภูมิใจ
แต่เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว
เป็ครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงอารมณ์ที่เรียกว่า ความสิ้นหวังจากคนที่อายุเท่ากัน
แม้แต่พี่ชายของเขา จางเสี่ยวฮ่าว ซึ่งเป็นักเรียนที่มีคะแนนสอบเข้ามหาวิทยาลัยสูงสุดของเมืองเอส ก็ยังไม่เคยทำให้เขารู้สึกกดดันมากขนาดนี้มาก่อน!
"นักรบระดับสาม..."
หวังผิงผู่เองก็รู้สึกไม่อยากเชื่อเช่นกัน
เขาพยายามมาครึ่งชีวิต แต่กลับถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งไล่ตามทันงั้นเหรอ?
"นี่คือความแตกต่างระหว่างคนกับคนเหรอ?"
"ระดับสามในวัยนี้..."
หญิงสาวที่มีกลิ่นอายสูงศักดิ์ก็อดไม่ได้ ที่จะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
"คงจะใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝนสินะ... ส่วนการทดสอบค่าพละกำลังโดยรวมและพลังโจมตีต่อจากนี้ ไม่แน่ว่า..."
เมื่อมีคนพูดประโยคนี้ขึ้นมา ตอนนั้นเองก็ทำให้ทุกคนเอ่ยเห็นด้วยในใจ
ถูกต้อง! ถ้าไม่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการฝึกฝน จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะถึงระดับสามในวัยหนุ่มเช่นนี้!
การถึงระดับสามกับการได้รับการรับรองว่าเป็ระดับสามนั้นไม่เหมือนกันนะ!
"แม้จะไม่สามารถผ่านการรับรองได้ แต่นั่นก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว!"
เ้าหน้าที่พลันได้สติกลับมา และพูดอย่างระมัดระวังว่า
"นักเรียน พวกเราสามารถเริ่มการทดสอบรอบที่สองได้แล้วใช่ไหม?"
"ครับ" หลี่มู่พยักหน้ารับอย่างสงบ
เขาเดินมาที่เครื่องจักรเครื่องที่สอง
หลี่มู่จับคานด้านหน้าของเครื่อง ก่อนจะค่อย ๆ ดันขึ้นไปอย่างช้า ๆ
ตัวเลขบนหน้าจอค่อย ๆ เปลี่ยนไป
สามพันหน่วย สี่พันหน่วย...
เมื่อตัวเลขแรกเปลี่ยนเป็ ‘หก’
หลายคนต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีที่เป็นักรบระดับสาม กลับมีพลังแข็งแกร่งกว่าหวังผิงผู่เมื่อครู่นี้ซะอีก!
ส่วนหวังผิงผู่ยิ่งรู้สึกใและไม่อยากจะเชื่อ
ความพยายามครึ่งชีวิตของเขา กลับถูกเด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปีแซงหน้าไปซะแล้ว!
เมื่อตัวเลขแรกเปลี่ยนเป็ ‘แปด’
ผู้คนในห้องต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
จางเสี่ยวเจี๋ยและหญิงสาวที่มีกลิ่นอายสูงศักดิ์ก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน
ส่วนหวังผิงผู่กลับไม่รู้สึกทุกข์ใจเท่าไหร่นัก
ถ้าแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย เขาจะรู้สึกว่ายังมีความหวังที่จะไล่ตามทัน
แต่หากต่างกันมากเกินไป ก็คงทำได้เพียงเงยหน้ามองด้วยความนับถือเท่านั้น!
และอีกฝ่ายยังเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบแปดปีเท่านั้น!
หวังผิงผู่ทราบดีว่าตนเองกับอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในโลกเดียวกันอีกต่อไป
ไม่จำเป็ต้องเปรียบเทียบอีกแล้ว
เขาทำได้เพียงเงยหน้ามองด้วยความนับถือเท่านั้น!
ไม่ว่าผลการทดสอบรอบที่สามจะเป็อย่างไร
ด้วยอายุของหลี่มู่ตอนนี้ เขากลับมีพลังถึงขนาดนี้แล้ว
นั่นคืออัจฉริยะที่แท้จริง!
อัจฉริยะที่เหมือนปีศาจ!!!
ตัวเลขบนหน้าจอยังไม่หยุดนิ่ง
มันยังคงะโขึ้นด้วยความเร็วคงที่
จนกระทั่งตัวเลขแรกเปลี่ยนเป็ ‘เก้า’
การะโของตัวเลขจึงเริ่มช้าลง
ช้า ทว่าก็ยังคงเพิ่มต่อไปอย่างมั่นคง
9826!
ตัวเลขหยุดนิ่งเช่นนั้น
‘ความจริงแล้วยิ่งก้าวหน้ามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากจะพัฒนาขึ้นเท่านั้น’
หลี่มู่ค่อย ๆ ถอนหายใจ
ผ่านไปหลายวันแล้วนับั้แ่การทดสอบครั้งล่าสุด แต่กลับเพิ่มพลังได้เพียงไม่กี่สิบหน่วยเท่านั้น
"เก้าพันแปดร้อยยี่สิบหกหน่วย!"
"นี่มันปีศาจอะไรกัน!!!"
จางเสี่ยวเจี๋ยอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
เขาเป็คนหยิ่งผยอง แต่เมื่อเผชิญหน้ากับตัวเลขเหล่านี้ก็ไม่อาจจะหยิ่งผยองได้อีกต่อไป
"นี่มันปีศาจชัด ๆ!!!"
เก้าพันแปดร้อยยี่สิบหกหน่วย!
ขอเพียงเป็นักรบ
ก็จะเข้าใจว่าการมีพลังมากมายขนาดนี้ในระดับสามหมายความว่าอย่างไร!
ทั่วทั้งเมืองเอส
ไม่มีนักรบระดับสามที่มีพลังถึงเก้าพันแปดร้อยกว่าหน่วย ปรากฏตัวขึ้นมาหลายสิบปีแล้ว!
หากจะกล่าวว่านักรบระดับสามนั้นหายากเพียงหนึ่งในพัน หรือหนึ่งในหมื่น
เช่นนั้นนักรบระดับสามคนนี้ก็ต้องเพิ่มคำนำหน้าอีกหลายคำ
สิบแปดปี
เก้าพันแปดร้อยกว่าหน่วย
เมื่อเพิ่มคำนำหน้าสองคำนี้เข้าไป
ทั่วทั้งประเทศหลงอาจหาคนที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ไม่กี่คน!
หนึ่งในร้อยล้าน!
หรืออาจจะน้อยกว่านั้นมาก!!!
พลังเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะได้มาจากการกินยาเพิ่มพลังแล้ว!
"แม้แต่ทายาทของเทพแห่งการต่อสู้ก็คงไม่เกินกว่านี้..."
หลายคนเปล่งเสียงด้วยความตกตะลึง
ไม่ว่าผลการทดสอบรอบสุดท้ายจะเป็อย่างไร
เพียงแค่ระดับและพลังนี้ เขาก็คู่ควรกับการเป็อัจฉริยะที่แท้จริงแล้ว!
"ด่านสุดท้ายแล้ว..."
หลี่มู่มาถึงหน้าเครื่องจักรเครื่องสุดท้าย
"นักเรียนหลี่อย่าตื่นเต้นเกินไปเลย! ผ่อนคลายเถอะ คุณมีโอกาสสามครั้ง ไม่ต้องรีบร้อนหรอก"
เ้าหน้าที่ปลอบประโลมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
หลี่มู่พยักหน้าและไม่ได้พูดอะไร