“นี่ เยว่ซิง ก่อนกลับบ้านเธอช่วยไปเป็เพื่อนที่คลินิกกับฉันก่อนได้ไหม แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีเืไหลและฉันก็ไม่รู้สึกเจ็บที่คอแล้ว แต่ฉันก็อยากไปให้หมอตรวจดูสักหน่อยก่อนน่ะ”กู้ซินเซียนกล่าวชวนเมื่อนึกขึ้นได้
หลินเยว่ซิงมองที่าแบนคอของเพื่อนสาวคนใหม่ที่เพิ่งตกลงคบกันในวันนี้
“ไม่เป็ไรหรอก ไม่จำเป็ต้องไปหาหมอถึงมันจะดูน่ากลัวนิดหน่อยแต่ก็ไม่เป็อันตรายอะไร” หลินเยว่ซิงกล่าว
“จริงเหรอ เธอแน่ใจได้อย่างไรมีดนั่นสะอาดหรือเปล่าก็ไม่รู้ มันอาจจะเป็บาดทะยักก็ได้นะ”กู้ซินเซียนยังไม่ไว้ใจ
“ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ใช่หมอที่มีใบอนุญาตแต่ฉันก็ศึกษาด้านนี้มาพอสมควร และจากที่เห็นเธอเพียงได้รับาแแค่ที่ผิวภายนอกเท่านั้นและยาที่ฉันทาให้เธอก็ช่วยเื่เชื้อโรค เชื้อบาดทะยักด้วยดังนั้นจึงไม่ต้องกังวล” หลินเยว่ซิงอธิบาย
“เอ๋นี่เธอจะบอกว่าเธอเรียนแพทย์แต่ยังไม่ได้สอบใบประกอบวิชาชีพใช่ไหม”กู้ซินเซียนแปลกใจ
“เปล่าหรอก ฉันไม่ได้เรียนแพทย์อย่างที่เธอเข้าใจหรอกนะฉันหมายถึงฉันศึกษาด้านการแพทย์ด้วยตนเองน่ะ อืม คล้ายกับแพทย์แผนจีนน่ะ และฉันก็สามารถปรุงยาเองได้ด้วยยาที่ฉันทาให้เธอวันนี้ก็เป็ยาที่ฉันปรุงขึ้นเอง” หลินเยว่ซิงกล่าว
“ว้าว จริงเหรอนี่ฉันมีเพื่อนที่มีความสามารถขนาดนี้เลยเหรอ ฉันโชคดีจัง ฮิฮิ”กู้ซินเซียนกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ยาของเธอดีจริงๆนั่นแหละ ทาแล้วเืหยุดไหลเลย แผลก็ไม่ค่อยเจ็บด้วยจนฉันนี่ลืมไปเลยว่าคอฉันเป็แผล”กู้ซินเซียนนึกถึงยาที่มีลักษณะคล้ายขี้ผึ้งที่หลินเยว่ซิงทาให้แล้วก็รู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของมัน
“เอาไปสิทาทุกครั้งหลังอาบน้ำประมาณสามสี่วันแผลของเธอก็จะหายสนิทและไม่ทิ้งรอยแผลเป็ด้วย”หลินเยว่ซิงล้วงมือหยิบยาตลับนั้นขึ้นมายื่นให้เพื่อนสาวคนใหม่หากเป็คนอื่นเธอคงไม่ใจดีมอบยาที่เหลือให้เช่นนี้เพราะสมุนไพริญญาในโลกปัจจุบันนี้น่าจะหาได้ยาก แม้จะปรุงยาชนิดนี้อีกได้แต่คุณสมบัติคงไม่ดีเช่นนี้หากไม่ใช่สมุนไพริญญา แต่เพราะสำหรับเพื่อนเธอจึงไม่รู้สึกเสียดาย
“โห ให้จริงๆเหรอ แล้วมันก็ดีขนาดนั้นด้วย ว้าว ดีใจจังฮิฮิ เยว่ซิงน่ารักที่สุด” กู้ซินเซียนรับยามา แล้วกอดหลินเยว่ซิงผู้หญิงคนไหนบ้างไม่ห่วงเื่ความสวยความงามยานี้นอกจากจะทำให้แผลเธอหายเร็วแล้วยังช่วยให้เธอไม่มีรอยแผลเป็ด้วยเธอจะไม่ดีใจได้อย่างไร
หลินเยว่ซิงผลักศีรษะของกู้ซินเซียนออก
“พอแล้ว ไม่อายคนอื่นบ้างหรือไงกอดมาได้กลางห้างแบบนี้” หลินเยว่ซิงบ่น
“ฮิฮิ ไม่อาย ก็คนมันดีใจ”กู้ซินเซียนตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน แต่ก็ยอมปล่อยเพื่อนสาวแต่โดยดี
“ในเมื่อตอนนี้ไม่ต้องห่วงเื่แผลแล้วก็ไปหาอาหารอร่อยๆ กินกันเถอะ ฉันหิวจนจะเห็นช้างตัวเท่าหมูแล้วเนี่ย”กู้ซินเซียนกล่าว แล้วรีบพาหลินเยว่ซิงไปที่รถเพื่อพาไปร้านอาหาร
“เลี้ยวขวาตรงหน้านั่นแหละถ้าไปอีกประมาณหนึ่งร้อยเมตรก็ถึงบ้านฉันแล้ว” หลินเยว่ซิงกล่าว
“บ้านเธออยู่แถวนี้เองเหรอ ถ้าวันไหนเธอว่างฉันมารับเธอไปเที่ยวเล่นนะ” กู้ซินเซียนกล่าวขณะขับรถ สายตาเหลือบมองสองข้างทาง
“หึๆ ถ้าฉันว่างแล้วเธอไม่ว่างล่ะ”หลินเยว่ซิงถามอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ฉันว่างตลอดแหละ เพราะ่นี้ฉันยังไม่ทำงาน”กู้ซินเซียนกล่าว
“อ้อ พวกว่างงานนี่เอง” หลินเยว่ซิงพยักหน้าหงึกหงัก
“แหม ก็ฉันเรียนมาตลอดเลยนี่นาฉันเพิ่งเรียนจบไม่นานเองนะ เหนื่อยจะตาย ฉันเลยบอกคุณตาว่าขอพักเที่ยวเล่นก่อนน่ะเที่ยวเบื่อเมื่อไรฉันก็จะไปช่วยที่บ้านทำงาน” กู้ซินเซียนแก้ตัว
“พ่อแม่ของฉันหย่ากันั้แ่ฉันยังเด็กมากๆเพราะพ่อเ้าชู้ อีกหลายปีต่อมาแม่ของฉันแต่งงานใหม่ ฉันมีน้องชายต่างพ่อคนหนึ่งอายุห่างกันกับฉันสิบสองปีคุณตารักหลานชายนะแต่ก็ไม่ไว้ใจให้ฉันอยู่บ้านเดียวกันกับพ่อเลี้ยงเลยพาฉันไปอยู่ด้วยน่ะแม่เป็ลูกคนเดียวจึงต้องดูแลบริษัทแทนคุณตา คุณแม่เป็คนเก่งมากบริหารบริษัทได้ดีไม่มีปัญหาอะไร คุณตาก็รักและตามใจฉันมาก ฉันขอพักก่อนหลังเรียนจบคุณตาก็ตกลง”กู้ซินเซียนเล่าเื่ของตนเองให้ฟังโดยที่หลินเยว่ซิงไม่ได้ถาม
‘ช่างเป็คนที่เปิดเผยจริงๆ’ หลินเยว่ซิงคิด
ติ๊ง ติ๊ ดี ดิ่ง
เสียงโทรศัพท์เรียกเข้าของกู้ซินเซียนดังขึ้นขัดจังหวะการคุยของทั้งสองคน
“เยว่ซิงดูให้หน่อยใครโทรมา” กู้ซินเซียนร้องขอ
หลินเยว่ซิงหยิบโทรศัพท์ของกู้ซินเซียนขึ้นมาดูหน้าจอแล้วอ่านให้ฟัง“กู้หลี่เฉียง”
“ว้าย เป็ไปได้ไงพี่หลี่เฉียงโทรมา กดรับเลย”กู้ซินเซียนตื่นเต้นจากนั้นเธอหันไปกดปุ่มควบคุมโทรศัพท์กับลำโพงในรถเพื่อคุยกับคนที่โทรมาโดยที่เธอไม่ต้องจับโทรศัพท์
“ฮัลโหล พี่หลี่เฉียง ฝนจะตกไหมคะเนี่ยโทรหาฉันได้”กู้ซินเซียนกล่าวอย่างอารมณ์ดี
“อยู่ที่ไหนเนี่ย พี่กลับจากนิวยอร์คเมื่อวานวันนี้พี่แวะมาหาคุณปู่กับเธอ แต่เธอดันไม่อยู่เสียอย่างนั้น”เสียงทุ้มบ่นดังมาจากลำโพงในรถ
“อ้าว ก็ไม่บอกก่อนนี่นา ไปๆ มาๆ กี่ประเทศแล้วเนี่ยเดินทางเป็ว่าเล่น เดือนปีไม่ค่อยจะอยู่บ้าน แถมนานๆ จะโทรมาสักทีฉันก็คิดว่าพี่จำเบอร์โทรของฉันไม่ได้เสียแล้วน่ะสิ” กู้ซินเซียนกล่าวเย้าแหย่
“ไม่ต้องมาบ่น คนก็ต้องมีธุระปะปังบ้างสิแล้วเมื่อไรจะกลับถึงบ้าน พี่ซื้อของฝากมาให้เธอด้วยเนี่ยจะเอาไหม” ชายหนุ่มปลายสายมีนามว่ากู้หลี่เฉียงถามขึ้น
“กลับอยู่แล้วของฝากจากคุณพี่สุดหล่อสุดอะเมซิ่งจะไม่เอาได้ไง ฮิฮิ” กู้ซินเซียนหยอกล้อกลับ
‘เฮ้อ เปิดเผยเสียจริง เธอไม่คิดว่าฉันเป็คนนอกหรือเป็เพื่อนที่เพิ่งคบบ้างเลยหรือคนแบบนี้ก็มีด้วย’ หลินเยว่ซิงคิดในใจ
“งั้นก็กลับมาเร็วๆ รออยู่ เท่านี้แหละ แล้วเจอกัน”กู้หลี่เฉียงกล่าวก่อนจะวางสายไปโดยไม่รอคำตอบ
“เอิ่ม อะไรกันวางสายไปเสียแล้ว” กู้ซินเซียนบ่น
“เยว่ซิง วันนี้ฉันคงไม่ได้เข้าไปทักทายคุณแม่ของเธอแล้วละลูกพี่ลูกน้องของฉันเพิ่งกลับจากต่างประเทศน่ะ ก็อย่างที่เธอได้ยินนั่นแหละ”กู้ซินเซียนหันมากล่าวกับหลินเยว่ซิงอย่างรู้สึกผิด เพราะตกลงกันไว้อย่างดีว่าวันนี้จะเข้าไปทักทายแนะนำตัวกับครอบครัวของเพื่อน
“ไม่เป็ไร รีบไปเถอะ เดี๋ยวเขาจะรอนาน”หลินเยว่ซิงกล่าว
“ฉันขอโทษจริงๆนะ”กู้ซินเซียนยังรู้สึกผิดที่ไม่ทำตามที่พูด
“ไม่เป็ไรเื่แค่นี้เองเอาไว้วันหน้าค่อยมาทักทายก็ได้นี่ ไม่ใช่เื่ใหญ่เสียหน่อย แต่ถ้าเธอปล่อยให้เขารอนานเดี๋ยวเขาจะโกรธเอานะ”หลินเยว่ซิงกล่าว
“ไอ้โกรธน่ะ คงไม่หรอก แต่อาจจะงอน ี้เีตามง้อ”กู้ซินเซียนจินตนาการ หากว่าเธอกลับช้าเกินไปจะเกิดอะไรขึ้น
“อือ อือ เข้าใจเธอไปเถอะไม่ต้องคิดอะไรหรอกเื่ขี้หมูราขี้หมาแห้งน่ะ” หลินเยว่ซิงรู้สึกว่ากู้ซินเซียนห่วงความรู้สึกของเธอเกินเหตุกับเื่ไม่เป็เื่
“โอเคแล้วเดี๋ยวคราวหน้าถ้ามีโอกาสฉันจะแนะนำลูกพี่ลูกน้องของฉันให้เธอรู้จักนะขอบอกเลยว่าพี่หลี่เฉียงของฉันหล่อแซ่บเวอร์ เขาเป็นายแบบด้วยนะนี่ถ้าไม่ติดว่าเป็ลูกพี่ลูกน้องกันฉันจีบเขาไปแล้ว” กู้ซินเซียนพูดหน้าระรื่น
“จ้าจ้า เอาที่สบายใจเลยแต่ตอนนี้เธอจอดรถได้แล้วถึงบ้านฉันแล้ว”หลินเยว่ซิงเฉยเมยกับการอวยลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนสาว
“อุ๊ย ถึงแล้วเหรอมัวแต่คุยลืมไปเลย”กู้ซินเซียนจอดรถและมองบ้านของเพื่อนสาว
“ขอบใจนะที่มาส่ง แล้วเจอกัน บาย” หลินเยว่ซิงโบกมือให้เพื่อน
กู้ซินเซียนยิ้มให้แล้วขับรถออกไป
“เสี่ยวซิงกลับมาแล้วหรือลูก วันนี้แม่เห็นข่าวในทีวีมีข่าวเื่โจรปล้นธนาคารด้วย ในข่าวมีตำรวจล้อมภายนอกธนาคารเต็มไปหมดส่วนภายในธนาคารก็เป็ภาพข่าวหลังจากจับตัวโจรได้แล้ว มีร่องรอยการต่อสู้ เห็นในข่าวบอกว่ามีการยิงกันด้วยแม่เบาใจได้นิดหนึ่งที่ในข่าวบอกว่าทุกคนปลอดภัยยกเว้นเ้าหน้าที่ธนาคารคนหนึ่งที่ถูกยิงได้รับาเ็แล้วแม่ก็ได้เห็นลูกในข่าวด้วยนะ ลูกปลอดภัยดีจริงๆใช่ไหม”หลินลู่เสียนโผเข้ามาสำรวจร่างกายของลูกสาวทันทีที่เห็นหน้า กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเจือปนไปด้วยความเป็กังวล
“เอ๋ มีภาพหนูในข่าวด้วยหรือคะ” หลินเยว่ซิงขมวดคิ้วเธอแน่ใจว่า เธอรีบหลบออกมาจากธนาคารทันทีเมื่อเหลือบเห็นนักข่าวที่ยืนอออยู่นอกธนาคารนี่ดังนั้นจึงไม่ควรมีภาพเธอปรากฏในข่าวสิ
“ใช่ มีภาพลูกอยู่ในคลิปที่ถูกถ่ายไว้น่ะ ในข่าวบอกว่ามีลูกค้าธนาคารคนหนึ่งใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้แล้วคนถ่ายก็อัพมันลงบนโซเชียล มีคนเข้าไปดูมากมายเลยคลิปนั้นก็ได้ถูกเอามาเผยแพร่ในข่าวด้วย แม้ว่าลูกจะปรากฏตัวในคลิปไม่ถึงนาทีแม้จะเห็นหน้าไม่ชัดเจนแจ่มแจ้งนัก แต่แม่ก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเป็ลูกแน่ๆ”หลินลู่เสียนกล่าว
“โอ้มีคนใจกล้าถึงขนาดถ่ายคลิปขณะที่มีโจรถือปืนอยู่ในนั้นด้วยเหรอคะเนี่ยเพื่อยอดวิวก็เลยลืมกลัวหรือไง” หลินเยว่ซิงอุทานจำได้ว่าตอนนั้นทุกคนกลัวกันหัวหดเลยนี่
“ขอโทษค่ะคุณแม่ที่ทำให้เป็ห่วง แต่หนูไม่เป็อะไรค่ะหนูปลอดภัยดี ดูสิคะ” หลินเยว่ซิงกล่าวเสียงสดใสเพื่อให้มารดาคลายกังวลแล้วกางแขนทั้งสองข้างให้มารดาดู
หลินลู่เสียนมองสำรวจร่างกายของลูกสาวแล้วเห็นว่าเธอปลอดภัยดีไม่ได้รับาเ็ที่ส่วนใดของร่างกายก็รู้สึกโล่งใจใบหน้าของเธอผ่อนคลายมากขึ้น “ดีจริงๆ ที่ลูกไม่ได้รับาเ็ตรงไหน”
“แล้วคุณแม่เห็นหนูในคลิปตอน่ไหนคะ” หลินเยว่ซิงถามเมื่อเห็นว่าหลินลู่เสียนสบายใจแล้ว
“ในคลิปเริ่มถ่ายั้แ่ตอนที่ตำรวจกับโจรพยายามต่อรองกันเื่ตัวประกันน่ะแล้วจู่ๆ ลูกก็โผล่เข้ามาในภาพ ตรงเข้าไปจัดการกับโจรเพื่อช่วยตัวประกัน ลูกอยู่ในคลิปไม่นานหรอกเห็นแค่ด้านหลังและด้านข้าง ไม่ได้เห็นหน้าลูกตรงๆเพราะตอนที่จะได้เห็นหน้าลูกตรงๆตัวประกันที่ลูกช่วยไว้ก็มายืนขวางกล้องตรงหน้าลูกก็เลยได้เห็นแต่ศีรษะของผู้หญิงคนนั้นน่ะ แต่ถึงแม่จะไม่เห็นหน้าตรงๆเห็นแค่ด้านข้างกับชุด แม่ก็จำได้แล้ว” หลินลู่เสียนเล่าเหตุการณ์ที่เห็นในคลิปวิดีโอ
“อ้อแสดงว่าความกล้าหาญนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เห็นตำรวจมาถึงแล้วสินะ”หลินเยว่ซิงกล่าวเมื่อรับรู้เนื้อหาข่าว
“แล้วในคลิปถ่ายไปถึงไหนเหรอคะ” หลินเยว่ซิงถามต่อ
“อืม ก็หลังจากที่ถ่ายเห็นแต่ศีรษะของผู้หญิงคนนั้นเขาก็แพนกล้องไปที่โจรที่ยืนอยู่แต่ละจุดจนถึงตอนที่ตำรวจกำลังจะเดินเข้าไปจับกุมโจร จู่ๆ เขาก็ร้องจ๊ากบอกว่าแบตทรยศจะมาหมดอะไรตอนนี้ แล้วภาพคลิปก็ตัดจบแค่นั้น”หลินลู่เสียนเล่าให้ฟัง
“ฮิฮิฮิ ยังจะอุตส่าห์นึกได้เื่ถ่ายคลิปแต่แบตโทรศัพท์ดันไม่เป็ใจให้เขาเอาเสียเลย”หลินเยว่ซิงอดไม่ได้ที่จะนึกขำคนถ่ายคลิปวิดีโอ เธอจึงหัวเราะออกมา
“ทำเป็หัวเราะดีไปเถอะแม่เห็นในข่าวทีแรกแม่ละหัวใจจะวาย ลูกไม่ควรพาตัวเองไปเสี่ยงแบบนั้นนะพวกโจรน่ะมีทั้งมีดทั้งปืน หากลูกได้รับาเ็ขึ้นมา แล้วแม่จะทำอย่างไรช่างระห่ำเกินไปจริงๆ” หลินลู่เสียนตำหนิ
“โธ่ คุณแม่ก็คิดมากเกินไปแล้วคุณแม่ลืมไปแล้วหรือคะว่าหนูไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาคนเดิมอีกต่อไปแล้วหนูไม่ใช่คนที่คนธรรมดาๆ คนไหนจะสามารถทำอันตรายหนูได้หรอกนะคะต่อให้มีปืนมายืนจ่อตรงหน้า ถ้าจะเอาจริงๆโดนหนูโบกแค่ทีเดียวก็ตีตั๋วไปทัวร์นรกได้แล้วค่ะการที่หนูไม่ได้ลุกขึ้นมาทำอภินิหารแสดงความเก่งกาจก็เพราะว่าเหตุการณ์มันยังไม่ได้แย่ถึงขนาดที่ต้องให้หนูแสดงตัวตนหนูแค่อยากใช้ชีวิตที่สงบสุขอย่างที่มนุษย์ธรรมดาควรจะเป็เท่านั้นเองแต่หากชีวิตธรรมดาที่หนู้า ไม่สามารถทำได้จริงๆ หนูก็ไม่รังเกียจที่จะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของหนูให้ทุกคนได้รู้ค่ะ”หลินเยว่ซิงยิ้มกว้าง เพิ่มความมั่นใจให้มารดาว่าเธอจะปลอดภัยเสมอทุกสถานการณ์
“เฮ้อ แม่ก็ลืมไปว่าความสามารถของลูกเกินคำว่ามนุษย์ธรรมดาจริงๆนั่นแหละแต่ว่านะ ไม่ว่าลูกจะเก่งกาจมากแค่ไหนลูกก็ยังเป็แค่เด็กที่ต้องใส่ใจดูแลสำหรับแม่อยู่วันยังค่ำแม่ย่อมต้องเป็ห่วงลูกเสมออยู่ดี” หลินลู่เสียนถอนหายใจ แล้วยกมือขึ้นลูบศีรษะของลูกสาวคนเป็แม่ที่ได้รับประสบการณ์ลูกหายไปเป็ปี อดไม่ได้ที่จะกลัวสูญเสียลูกไปอีก
หลินเยว่ซิงรู้สึกตื้นตันแล้วเข้าไปกอดมารดาเธอจับมือทั้งสองข้างของหลินลู่เสียนแล้วยิ้มมองตรงเข้าไปในดวงตาของมารดาเพื่อยืนยันความมั่นใจ “คุณแม่ไม่ต้องเป็ห่วงหนูนะคะหนูรับรองว่าหนูจะปลอดภัยทุกสถานการณ์ค่ะ”
หลินลู่เสียนยิ้มมั่นใจมากขึ้น ‘ใช่ฉันควรเชื่อใจเสี่ยวซิงสิ ลูกสาวของฉันเก่งและพิเศษกว่าใครๆคนธรรมดาที่ไหนจะทำร้ายเธอได้ล่ะ’
“เอ๊ะ ลูกบอกว่าอยากอยู่อย่างสงบมันคงเป็ไปไม่ได้แล้วละมั้ง เพราะตอนนี้ภาพที่ลูกต่อสู้กับโจรถูกเผยแพร่ไปทั่วบนอินเทอร์เน็ตแล้ว ต้องมีคนสงสัยความสามารถของลูกแน่ๆ”หลินลู่เสียนเอ่ยเมื่อนึกขึ้นได้
“อ้อ คุณแม่เรียกเหตุการณ์นั้นว่าการต่อสู้กับโจรหรือคะหนูนึกว่าเป็การทำร้ายโจรอยู่ฝ่ายเดียวเสียอีก ฮ่าฮ่าฮ่าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะเื่นั้น มันก็แค่ดูเหมือนเตะต่อยธรรมดา หนูไม่ได้แสดงอะไรแปลกๆเสียหน่อยคนที่ต่อสู้เก่งๆ ในปัจจุบันนี้มีเยอะแยะค่ะอย่างมากพวกเขาก็แค่คิดว่าหนูต่อสู้เก่งเท่านั้นแหละค่ะ”หลินเยว่ซิงยิ้มอย่างไม่รู้สึกกังวล
“อืม ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีแล้ว”หลินลู่เสียนคลายความกังวล